Gadget

รีวิว DJI OSMO Action กล้องแอ็คชั่นแคมที่พร้อมโค่นเจ้าตลาด

รีวิว DJI OSMO Action

DJI เจ้าตลาดแห่งโดรนถ่ายภาพพึ่งจะมาเปิดตัวแอ็คชั่นแคมเมื่อเร็วๆ นี้ และด้วยสเป็คกับราคาก็พร้อมที่จะชิงส่วนแบ่ง มาดูกันว่า OSMO Action จะเหนือกว่าอย่างไร

นับจากแบรนด์ใหญ่อย่าง GoPro เปิดตัวแอ็คชั่นแคมรุ่นแรกๆ ก็มีคู่แข่งที่ทำกล้องออกมาในลักษณะคล้ายๆ กันหลายรุ่นหลายยี่ห้อ แต่สำหรับ DJI ที่เป็นเจ้าตลาดแห่งโดรนถ่ายภาพพึ่งจะมาเปิดตัวแอ็คชั่นแคมกับเค้าเมื่อเร็วๆ นี้เอง และด้วยสเป็คกับราคาก็พร้อมที่จะชิงส่วนแบ่งได้มากพอสมควร มาดูกันว่า OSMO Action รุ่นนี้จะเหนือกว่าเจ้าตลาดอย่างไร

แกะกล่อง DJI OSMO Action

OSMO Action

OSMO Action

DJI OSMO Action

หลังจากที่ได้รับเครื่องทดสอบเราก็พร้อมแกะกล่องลองเล่นทันที เมื่อแกะกล่องออกมาจะพบกับอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับใช้งานขั้นพื้นฐานมาให้ดังนี้

  1. ตัวกล้อง DJI OSMO Action
  2. เฟรมยึดกล้อง (Camera Frame)
  3. ตัวยึดติดกับพื้นผิวแบบเรียบ
  4. ตัวยึดติดกับพื้นผิวแบบโค้ง
  5. ฐานสำหรับใส่กับตัวยึดติด (Quick Release Base)
  6. สกรูยึดฐานกับเฟรมกล้อง
  7. แบตเตอรี่ พร้อมกล่อง
  8. สายชาร์จแบบ USB-C
  9. คู่มือแนะนำความปลอดภัย

OSMO Action

มาดูกันที่ตัวกล้องกันบ้าง จุดเด่นที่เหนือกว่ารุ่นอื่นๆ คือมีจอแสดงผลด้านหน้า เป็นจอสีขนาด 1.4 นิ้ว (แตะสั่งงานไม่ได้) ไว้สำหรับใช้งานขณะ Selfie ตัวเองทั้งภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว 

OSMO Action

เลนส์รับภาพด้านหน้ามีขอบวงกลมมีขนาดค่อนข้างใหญ่ รับภาพได้กว้างถึง 145 องศา ที่ใต้เลนส์รับภาพนอกจากจะมีคำว่า OSMO Action และไฟ LED แล้ว ยังมีแถบระบายความร้อนจาก CPU ซึ่งจะช่วยให้ตัวเครื่องลดความร้อนได้ประมาณ 16%

OSMO Action

ด้านบนมีปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง และหากกดค้างไว้จะเป็นการสลับหน้าจอหน้า/หลัง ใกล้ๆ กันมีรูไมโครโฟนรับเสียง ส่วนฝั่งขวาเป็นปุ่มบันทึกภาพและวิดีโอ มีไฟ LED บอกสถานะการทำงาน

จอแสดงผลด้านหลังขนาดใหญ่ 2.25 นิ้ว เป็นจอสัมผัสแตะสั่งงานได้ทันที หากเป็นไปได้แนะนำให้ติดฟิล์มกันรอย เวลาใช้งานจะได้อุ่นใจขึ้น

OSMO Action

ด้านข้างซ้ายมีปุ่ม QS หรือ Quick Switch ใช้สำหรับปรับเปลี่ยนโหมดการถ่ายภาพอย่างรวดเร็ว ถัดลงมาเป็นฝาปิดช่องเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่แบบ USB-C และช่องใส่ microSD ฝาปิดนี้สามารถถอดออกได้ในกรณีที่ไม่ได้ลงน้ำ และต้องการเสียบชาร์จแบตเตอรี่ขณะถ่ายวิดีโอไปด้วย ส่วนด้านขวาเป็นช่องลำโพง และสลัก (ตัวที่ 1) ถอดแบตเตอรี่ที่อยู่ด้านล่างออก 

OSMO Action

OSMO Action

ส่วนด้านล่างเป็นช่องใส่แบตเตอรี่ขนาด 1,300 mAh ซึ่งตัวแบตเตอรี่จะติดมาพร้อมกับซีลกันน้ำ และฝาปิดมาให้เลย อีกทั้งยังมีสลักตัวที่ 2 สำหรับถอดแบตเตอรี่ โดยจะต้องเลื่อนสลักทั้งสองปลดล็อคออกก่อนจึงจะถอดออกได้ และเมื่อต้องการใส่ก็จะต้องกดให้แน่นทั้งสองด้านจนแถบสีส้มที่สลักทั้ง 2 หายไป หากยังมีแถบสีส้มปรากฎอยู่แสดงว่ายังไม่แน่น จะทำให้น้ำเข้าตัวเครื่องได้

แบตเตอรี่ที่มาพร้อมฝาปิดแบบนี้อาจจะดูว่าสิ้นเปลือง แต่ในความเป็นจริงแล้วเมื่อแบตเตอรี่เริ่มเสื่อม ซีลยางบริเวณนี้ก็มีแนวโน้มว่าจะเสื่อมตามไปด้วย ดังนั้นเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนแบตเตอรี่ก้อนใหม่ก็ได้เปลี่ยนซีลยางไปในตัว หมดห่วงเรื่องซีลยางเสื่อมแล้วน้ำเข้าได้เลย

ถ่ายวิดีโอ 4K ความละเอียดสูง พร้อมระบบกันสั่น RockSteady

หลังจากรู้แล้วว่าส่วนไหนใช้ทำอะไรก็ถึงคราวเปิดเครื่องลองเล่น เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาหน้าจอจะขึ้น QR Code ให้ดาวน์โหลดแอพฯ เพื่อทำการลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ในแอพฯ ต่อไป แต่ในส่วนนี้จะขออธิบายฟีเจอร์การถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอของรุ่นนี้ก่อน

เริ่มจากการถ่ายวิดีโอซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นของกล้องแอ็คชั่นแคมสมัยนี้ โดยตัวเครื่องสามารถถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4K 60 เฟรมต่อวินาที และสามารถเปิดฟีเจอร์ RockSteady หรือระบบช่วยกันภาพสั่นได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังปรับความละเอียดได้ที่ 2.7K และ 1080p เพื่อไม่ให้ไฟล์มีขนาดไม่ใหญ่เกินไป และที่ความละเอียด 1080p และ 720p จะสามารถปรับเฟรมเรทได้สูงถึง 240 เฟรมต่อวินาทีเพื่อนำมาทำวิดีโอแบบ Slow motion ได้ด้วย

DJI OSMO Action รีวิว

อีกหนึ่งจุดเด่นของรุ่นนี้ยังมีฟีเจอร์การถ่ายวิดีโอแบบ HDR ซึ่งโหมดนี้จะช่วยชดเชยแสงในที่มืด และปรับความสว่างให้กับภาพที่สว่างจนเกินไป พูดง่ายๆ คือโหมดนี้จะช่วยปรับแสง และความสว่างให้พอดี ไม่มืด และไม่สว่างจ้าจนเกินไปเช่นเดียวกับการถ่ายภาพนิ่ง ในขณะที่คู่แข่งยังไม่มีโหมดนี้มาให้ แต่การถ่ายวิดีโอจะปรับเฟรมเรทได้ที่ 30 เฟรมต่อวินาทีเท่านั้น เพราะการถ่าย HDR จะใช้หน่วยประมวลผลค่อนข้างหนักพอสมควร

ในโหมดการถ่าย Timelapse ก็มีให้เลือกว่าจะให้วิดีโอมีความยาวเท่าใด อย่างเช่นการถ่ายภาพทุกๆ 2 วินาทีในระยะเวลาการตั้งถ่าย 10 นาที วิดีโอที่ออกมาจะมีความยาว 10 วินาทีเป็นต้น ซึ่งสามารถกำหนดได้เอง

นอกจากนี้ยังมีโหมด Dewarp เมื่อเปิดใช้งานจะช่วยลดอาการบริเวณขอบภาพเบี้ยวซึ่งเกิดจากเลนส์ Wide ทำให้ภาพดูสมจริง แต่ก็แลกมากับการตัดขอบวิดีโอออกไปเล็กน้อย หากต้องการถ่ายมุมกว้างจริงๆ ให้ปิดโหมด Dewarp นี้ก็ได้เช่นกัน ส่วนระบบตัดเสียงลมปะทะขณะอัดวิดีโอก็มีให้เลือกเช่นกัน

ถ่ายภาพนิ่งความละเอียด 12  ล้านพิกเซล

สำหรับการใช้งานในการถ่ายภาพก็ทำได้ที่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง F2.8 เลนส์รับมุมกว้าง 145 องศา ซึ่งการใช้งานถ่ายภาพไม่ได้มีลูกเล่นอะไรมากนักตั้งเวลาถ่ายภาพได้นาน 10 วินาที, ตั้งถ่ายวนอัตโนมัติ มีให้เลือกถ่ายทุกๆ  0.5 วินาทีไปจนถึง 125 วินาที, การถ่ายภาพต่อเนื่อง และการถ่ายภาพแบบชดเชยแสง (AEB) ครั้งละ 3 และ 5 ภาพ ซึ่งการถ่ายแบบนี้สามารถเลือกทีหลังได้ว่าจะใช้ภาพแบบมืด หรือสว่าง ส่วนการปรับตั้งค่าถ่ายภาพแบบ Manual จะมีให้เลือกปรับ ISO ตั้งแต่ 100-3200 เลือกเปิดชัตเตอร์ได้นาน 120 วินาที นอกจากนี้ยังสามารถใช้จอสีด้านหน้าสำหรับ Selfie ได้ง่ายและสะดวกขึ้นด้วย

ภาพจาก DJI OSMO Action

ตัวอย่างภาพนิ่งความละเอียด 12 ล้านพกเซล

เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนด้วยแอพฯ DJI Mimo

การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านระบบ WiFi ซึ่งสามารถดาวน์โหลดแอพฯ DJI Mimo ได้ทั้ง iOS และ Android ส่วนการเชื่อมต่อนั้นก็แสนง่ายดาย เมื่อทำการเปิดแอพฯ ขึ้นมาระบบจะทำการค้นหาและเชื่อมต่อให้โดยอัตโนมัติ เพียงแค่ดูรหัสบนหน้าจอให้ตรงกันแค่นั้นเอง จากนั้นจะมีข้อความแจ้งเตือน Activate และอัพเดทก็ทำการอัพเดท Firmware ใช้เวลาไม่นานก็สามารถใช้งานได้ 

ขั้นตอนการเชื่อมต่อกับแอพฯ DJI Mimo ครั้งแรก

DJI Mimo สามารถแสดงภาพแทนหน้าจอของกล้องได้ในระยะไม่เกิน 20 เมตร ในระยะนี้สามารถตั้งค่าการถ่ายภาพ และใช้เป็นรีโมทในการสั่งถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอได้จากหน้าจอสมาร์ทโฟน และยังดาวน์โหลดภาพถ่าย คลิปวิดีโอมาเก็บบนสมาร์ทโฟนเพื่อที่จะนำไปตัดต่อได้อีกด้วยแบบง่ายๆ บนสมาร์ทโฟนเช่นแต่งสี ใส่เอฟเฟ็คท์ ใส่สติ๊กเกอร์ ใส่ตัวหนังสือบนคลิปวิดีโอ พร้อมแชร์ไปยัง Social network ได้อีกด้วย

เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านแอพฯ DJI Mimo เป็นรีโมทสั่งถ่ายภาพ หรือวิดีโอ และตั้งค่าต่างๆ ได้

ตัวอย่างคลิปวิดีโอ Timelapse ที่แต่งสี แต่งเอฟเฟ็คท์ ใส่เพลง และใส่ตัวอักษรลงไปด้วยแอพฯ DJI Mimo

บทสรุปและความเห็นของ What Phone

การเปิดตัวของ DJI OSMO Action ครั้งแรกต้องถึงกับร้องว้าวกันเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่เพียงว่าเป็นแอ็คชั่นแคมรุ่นใหม่ แต่ด้วยความที่ DJI มักจะเน้นผลิตภัณฑ์จำพวกโดรน และระบบกันสั่นสำหรับกล้องถ่ายวิดีโอ คราวนี้ลงมาเล่นกับเจ้าตลาดอย่าง GoPro ซึ่งก็ทำได้อย่างสูสีในราคาที่ถูกกว่า และมีฟังก์ชั่นเหนือกว่าในบางเรื่อง อย่างเช่นถ่ายวิดีโอแบบ HDR ได้ที่ความละเอียด 4K, จอแสดงผลด้านหน้าแบบสี, กันน้ำได้ลึก 11 เมตร, อุปกรณ์เสริมหาได้ง่าย เพราะสามารถใช้อุปกรณ์เสริมที่มีในท้องตลาดได้ เป็นต้น แต่จุดที่ด้อยกว่าก็มีอย่างเช่นไม่มีระบบ GPS ซึ่งจะช่วยในเรื่องของการจดจำสถานที่ในภาพถ่าย หรือการแสดงผลความเร็วขณะบันทึกวิดีโอเป็นต้น แต่ด้วยราคาเปิดตัวเพียงแค่ 12,000 บาท กับฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ได้ ถือว่าครบครันน่าเล่นพอฟัดพอเหวี่ยงกับคู่แข่งเลยล่ะ 

ขอขอบคุณร้านเทพแก็ดเจ็ต (lnwgadget) ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ในการทดสอบครั้งนี้

สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ www.lnwgadget.com

OSMO Action

OSMO Action

OSMO Action

อุปกรณ์เสริมสามารถใช้ร่วมกับรุ่นอื่นที่มีในจำหน่ายในท้องตลาดได้เลย

ตัวอย่างคลิปวิดีโอทดสอบความนิ่งของคลิปวิดีโอ OSMO Action

ตัวอย่างคลิปวิดีโอทดสอบวิดีโอแบบ HDR

ตัวอย่างภาพนิ่ง

ภาพจาก DJI OSMO Action

ภาพจาก DJI OSMO Action

ภาพจาก DJI OSMO Action

ภาพจาก DJI OSMO Action

ขอขอบคุณร้านเทพแก็ดเจ็ต (lnwgadget) ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ในการทดสอบครั้งนี้

สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ www.lnwgadget.com

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top