Comparison

เปรียบเทียบ iPhone 13 Pro Max, Samsung Galaxy Z Flip3, Galaxy Z Fold3 กับประสบการณ์การใช้งานจริงที่แตกต่าง

เปรียบเทียบสมาร์ทโฟน Flagship อย่าง iPhone 13 Pro Max, Galaxy Z Flip3, Galaxy Z Fold3 กับประสบการณ์การใช้งานจริงบนหน้าจอแบบพับได้

หลังจากที่เราทำการเปรียบเทียบเพียงแค่สเป็คของสมาร์ทโฟน Flagship จากฝั่ง Samsung และ Apple ไปเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ทั้ง 3 รุ่นก็วางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อย ทั้ง iPhone 13 Pro Max, Samsung Galaxy Z Fold3 และ Samsung Galaxy Z Flip3 และตอนนี้ทั้ง 3 รุ่นก็มาอยู่ในมือทีมงานเรียบร้อยแล้ว มาดูกันว่าประสบการณ์การใช้งานในด้านต่างๆ จะแตกต่างกันอย่างไร จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง มาดูกันได้เลยครับ

รูปลักษณ์ภายนอก การออกแบบ และรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน

จากบทความเปรียบเทียบก่อนหน้านี้ เราได้ทำการเปรียบเทียบการออกแบบ ดีไซน์ และการใช้งานภายนอกจากรูปภาพในอินเตอร์เน็ต แต่คราวนี้ทั้ง 3 รุ่นได้มาอยู่ในมือเราเรียบร้อยแล้ว ต้องบอกเลยว่าทั้ง 3 รุ่นนั้นให้ประสบการณ์การใช้งานที่แตกต่างกันอย่างมาก โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนในฝั่ง Samsung ที่สามารถนำมาใช้งานในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย ทั้งการใช้งานที่จอแสดงผลด้านหน้า การใช้งานจอแสดงผลด้านใน การใช้งานในรูปแบบฝาพับ และการถ่ายภาพที่สมาร์ทโฟนรุ่นอื่นไม่สามารถทำได้ มาดูกันที่ iPhone 13 Pro Max กันก่อนเลยครับ

iPhone 13 Pro Max

สำหรับการใช้งาน iPhone 13 Pro Max นั้น ต้องบอกเลยว่าแทบไม่ต่างไปจากเดิม เพราะรูปแบบ Bar Type ของ iPhone นั้นไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงการใช้งานมาตั้งแต่ยุคแรกๆ จะเปลี่ยนไปก็เพียงปุ่ม Home ที่หายไปเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา สั่งงานบนหน้าจอสัมผัส 100% ยังไม่มีปากกาจาก Apple สำหรับแตะสั่งงาน หรือขีดเขียนบนหน้าจอมาตั้งแต่รุ่นแรกๆ จะมีเพียงปากกาที่ผู้ผลิตรายอื่นๆ พยายามทำออกมาให้แตะสั่งงาน หรือขีดเขียนบนหน้าจอ iPhone แต่ก็ยังไม่สามารถวาดรูปโดยใช้แรงกด ใช้เส้นหนัก เส้นบางไม่ได้ หากเปลี่ยนมาใช้ iPhone 13 รุ่นใหม่ก็ไม่จำเป็นต้องปรับตัวใดๆ เพราะสามารถใช้งานในรูปแบบเดิมๆ ได้ทันที

Samsung Galaxy Z Flip3 5G

Samsung Galaxy Z Flip3 สมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์สายแฟชั่นที่ Samsung เคยทำสำเร็จมาแล้วกับโทรศัพท์มือถือแบบฝาพับ และมาถึงยุคสมาร์ทโฟนที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน Samsung ก็พยายามพัฒนาหน้าจอสมาร์ทโฟนให้พับได้ มาถึงรุ่นที่ 3 ที่พัฒนาให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีราคาที่ถูกลงมาอีกด้วย สำหรับการใช้งานนั้น Galaxy Z Flip3 มีความสะดวกสบายในการพกพา เพราะมีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของสมาร์ทโฟนทั่วไป

ในการใช้งานนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเปิดฝาพับออกมาบ่อยๆ เพราะด้านหน้ามีจอแสดงผลขนาดเล็กในการแสดงผลนาฬิกา รวมไปถึงการแจ้งเตือนต่างๆ และหากต้องการดูการแจ้งเตือนแบบเต็มๆ ก็สามารถเปิดฝาพับขึ้นมาดูได้เหมือนสมาร์ทโฟนทั่วไป นอกจากนี้จอแสดงผลด้านหน้ายังใช้ถ่ายภาพด้วยกล้องหลักที่อยู่บนฝาพับได้อีกด้วย

ในการใช้งาน Flex mode ก็สะดวกในการใช้งานทั้งการตั้งถ่ายภาพเซลฟี่, ใช้ประชุมออนไลน์ หรือใช้งานเพื่อความบันเทิงอย่างการใช้ตั้งดูคลิปวิดีโอ ภาพยนตร์ หรือ YouTube ก็ทำได้สะดวกโดยไม่ต้องหาที่ตั้งมือถือมาวาง ถือว่าเป็นโหมดการใช้งานที่มีประโยชน์ และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

Samsung Galaxy Z Fold3

Galaxy Z Fold3

Galaxy Z Fold3

รูปแบบการใช้งานของ Samsung Galaxy Z Fold3 สามารถนำมาใช้ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การใช้งานในรูปแบบของสมาร์ทโฟนธรรมดาโดยใช้จอแสดงผลด้านหน้า สามารถใช้งานได้เหมือนกับสมาร์ทโฟนทั่วไป การใช้งานในโหมดแท็บเล็ต เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการพื้นที่ในการแสดงผลขนาดใหญ่ เช่นการพรีเซนต์งาน การเปิดดูเวบไซต์หาข้อมูลต่างๆ หรือจะนำมาใช้เพื่อความบันเทิงอย่างเช่นดูคลิปวิดีโอ ภาพยนตร์ หรือเปิดดู YouTube นอกจากนี้ยังสามารถใช้ปากกา S Pen วาดรูป หรือจดบันทึกต่างๆ ได้อีกด้วย

Galaxy Z Fold3

Galaxy Z Fold3

ฟังก์ชั่นการใช้งานของจอแสดงผลของทั้ง 3 รุ่น จากประสบการณ์การใช้งานจริง

ในการใช้งานนั้น จอแสดงผลถือว่าเป็นส่วนที่เราใช้งานมากที่สุด อีกทั้งยังเป็นส่วนที่สื่อสารกับผู้ใช้งานโดยตรง หากจอแสดงผลมีหลายจอ และสามารถพับได้อย่าง Galaxy Z Series ก็นำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายฟังก์ชั่น

iPhone 13 Pro Max

iPhone 13 Pro Max ถือเป็นรุ่นท็อปสุดของ iPhone รุ่นใหม่ที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง มีรอยบากบนหน้าจอที่เล็กลง แต่ก็ยังมีขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ที่ส่วนมากเป็นกล้องแบบเจาะรูที่ใช้พื้นที่น้อยกว่า จอภาพของ iPhone 13 Pro Max มีขนาดใหญ่ 6.7 นิ้ว ใช้จอภาพแบบ OLED Super Retina XDR แสดงผลได้ 120 Hz เป็นรุ่นแรก มีความละเอียด 2778 x 1284 พิกเซล สำหรับการใช้งานคงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เพราะมีเพียงจอแสดงผลเดียว การใช้งานงานก็เหมือนกับ iPhone หรือ Android ที่มีรูปแบบ Bar Type ทั่วไป แตะสั่งงาน ดูหนัง เล่นเกม ถ่ายภาพก็ใช้จอแสดงผลเดียวกันทั้งหมด ไม่มีอะไรแปลกใหม่มากนัก

Samsung Galaxy Z Flip3

จอแสดงผลของ Galaxy Z Flip3 มีมาให้ใช้งาน 2 หน้าจอด้วยกัน จอแสดงผลด้านหน้าเป็นจอภาพ Super AMOLED แบบสัมผัสขนาดเล็ก 1.9 นิ้ว สำหรับเปิดดูนาฬิกา แตะเลื่อนดูการแจ้งเตือนต่างๆ ช่วยให้ไม่ต้องเปิดฝาพับขึ้นมาบ่อยๆ

ที่พิเศษไปกว่านั้นคือสามารถใช้หน้าจอถ่ายภาพเซลฟี่ขณะปิดฝาพับก็ได้เช่นกัน อีกทั้งยังได้ใช้กล้องหลักที่มีความคมชัด และสีสันสวยงามกว่ากล้องด้านในอีกด้วย 

เมื่อเปิดฝาพับออกมาก็จะพบกับหน้าจอแสดงผลแบบพับได้ เป็นหน้าจอแบบ Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2640 พิกเซล แสดงผลที่ Refresh rate 120 Hz รองรับการแสดงผล HDR10+ สามารถพับหน้าจอใช้งานวิดีโอคอลล์ หรือประชุมได้โดยไม่ต้องใช้มือถือ เป็นอีกฟังก์ชั่นหนึ่งของหน้าจอแบบพับที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานต่างๆ

กล้องถ่ายภาพด้านในสำหรับถ่ายเซลฟี่ก็ยังสามารถพับหน้าจอแล้ววางบนพื้นโต๊ะ หรือวางบนพื้นผิวต่างๆ ได้โดยไม่ต้องใช้มือถือ พร้อมทั้งปรับองศากล้องเพื่อให้ได้ภาพในมุมที่ต้องการ เสมือนมีคนมาถ่ายภาพให้เราได้อีกด้วย

Samsung Galaxy Z Fold3

มาดูกันที่จอแสดงผลของ Galaxy Z Fold3 ที่มีให้เลือกใช้งาน 2 หน้าจอในเครื่องเดียว โดยจอแสดงผลด้านหน้าสามารถใช้งานได้เหมือนกับสมาร์ทโฟนทั่วไป มีขนาด 6.2 นิ้ว เป็นจอภาพแบบ Dynamic AMOLED 2X แสดงผลได้ 120 Hz หากใช้งานในแนวตั้งก็เหมาะกับการใช้งานทั่วๆ ไปอย่างเช่นการแชท, ใช้งาน Social อย่าง Facebook, Twitter หรือดูคลิปวิดีโอก็ทำได้ทั้งแนวตั้ง แนวนอน นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งหน้าจอ 2 ส่วนใช้งานได้ 2 แอพพลิเคชั่นได้พร้อมๆ กัน

Galaxy Z Fold3

Galaxy Z Fold3

และเมื่อเปิดฝาพับขึ้นมาก็จะพบกับจอด้านในขนาด 7.6 นิ้ว มีขนาดใหญ่เต็มตา เสมือนมีแท็บเล็ตในตัว ใช้งานได้สะดวก ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง พิมพ์ข้อความก็ทำได้อย่างง่ายดาย จอภาพด้านในเป็นแบบ Dynamic AMOLED 2X ความละเอียด 1768 x 2208 พิกเซล แสดงผลได้ 120 Hz รองรับ HDR10+ และที่น่าสนใจคือกล้องที่ฝังอยู่ใต้จอแสดงผล เมื่อไม่ได้ใช้งานกล้องก็จะเป็นจอแสดงผล สามารถเปล่งแสงปิดทับรูกล้องนี้ได้อย่างแนบเนียน นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งหน้าจอเพื่อเปิดใช้งานได้ถึง 3 แอพพลิเคชั่นบนหน้าจอเดียว

Galaxy Z Fold3

Galaxy Z Fold3

Galaxy Z Fold3

เมื่อพูดถึงการเปิดใช้งานได้หลายแอพฯ สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือการใช้งาน Drag and Drop เหมือนกับคอมพิวเตอร์ หากต้องการหาภาพ หรือข้อมูลก็สามารถลากภาพจากอีกแอพฯ หนึ่งข้ามมายังอีกแอพฯ หนึ่งได้อย่างสะดวก และง่ายดาย อย่างเช่นหากกำลังแชทอยู่แล้วต้องการส่งภาพจาก Gallery ก็สามารถเปิดหน้าแอพฯ Gallery แล้วเลือกรูปแล้วลากข้ามมาวางไว้ในหน้าแชทได้ทันที สะดวก และรวดเร็วมากๆ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ฟีเจอร์ Drag and Drop ได้กับอีกหลากหลายแอพฯ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft Office อย่าง Word, PowerPoint เป็นต้น

Galaxy Z Fold3

ประสบการณ์การถ่ายภาพ กับฟังก์ชั่น และความรู้สึกที่แตกต่าง

iPhone 13 Pro Max

สำหรับใครที่คุ้นชินกับการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนแบบ Bar Type ก็คงจะทราบดี หากต้องการถ่ายภาพเซลฟี่ หรือตั้งกล้องถ่ายภาพก็ต้องอาศัยขาตั้งกล้อง หรือวานให้เพื่อนคนอื่นถ่ายให้ ซึ่งเป็นประสบการณ์แบบเดิมๆ ที่ iPhone 13 Pro Max ยังต้องประสบพบเจอกันอยู่ และสำหรับการถ่ายภาพของรุ่นนี้ก็มีกล้องหลังมาให้ 3 เลนส์ 12 ล้านพิกเซลมาให้เช่นเคย โดยมีกล้อง Wide, Ultra wide และ Telephoto มาให้  ส่วนกล้องหน้าก็มีความละเอียดมาให้ 12 ล้านพิกเซลเช่นกัน 

และปัญหาของการถ่ายภาพเซลฟี่คือผู้ถ่ายจะต้องยืดแขนออกมาจนสุด เมื่อถ่ายภาพออกมาก็จะติดแขน หรือเห็นแขนยาวๆ ที่ใช้ถือกล้อง อีกทั้งยังโพสท่าได้ไม่เต็มที่ เพราะมืออีกข้างหนึ่งถือกล้องอยู่

Samsung Galaxy Z Flip3

แต่สำหรับ Galaxy Z Flip3 นอกจากจะใช้จอแสดงผลด้านหน้าในการถ่ายภาพได้แล้ว ยังสามารถเปิดหน้าจอออกมาวางตั้งไว้ พร้อมทั้งปรับองศาได้อย่างที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้น นอกจากจะโพสท่าได้เต็มที่แล้ว ยังมีคำสั่งถ่ายภาพอัตโนมัติเพียงแค่โชว์ฝ่ามือ จากนั้นกล้องจะนับถอยหลังให้เราได้โพสท่าถ่ายภาพได้เต็มที่

Samsung Galaxy Z Fold3

Galaxy Z Fold3

และสำหรับ Galaxy Z Fold3 มีกล้องมาให้ใช้งานมากที่สุดถึง 5 เลนส์ในเครื่องเดียว โดยกล้องด้านหน้าสำหรับใช้เซลฟี่ หรือวิดีโอคอลล์ ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล กล้องหลังมีมาให้ 3 เลนส์ครบทุกระยะสำหรับการถ่ายภาพทั่วไป กล้องหลังทั้ง 3 เลนส์นี้ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลเท่ากันหมด มีทั้งเลนส์ Wide, Ultra-Wide และเลนส์ Tele Optical zoom 2X สุดท้ายกับกล้องที่ฝังใต้จอแสดงผลด้านในใช้เซลฟี่ หรือใช้สำหรับวิดีโอคอลล์ หรือใช้งานแบบประชุมออนไลน์ มีความละเอียด 4 ล้านพิกเซล ส่วนการถ่ายเซลฟี่ก็สามารถใช้กล้องด้านในแล้วพับหน้าจอขึ้นมา ปรับองศาการถ่ายเซลฟี่ได้เช่นเดียวกัน

Galaxy Z Fold3

นอกจากนี้ยังสามารถใช้กล้องหลังที่มีความละเอียดมากกว่าในการถ่ายเซลฟี่ก็ได้เช่นกัน ซึ่งการถ่ายภาพจากกล้องหลังจะได้ภาพที่คมชัดกว่า สีสันสวยงามกว่า

Galaxy Z Fold3

บทสรุปการเปรียบเทียบการใช้งานจริงของสมาร์ทโฟน Flagship ทั้ง 3 รุ่น

นวัตกรรมหน้าจอแบบพับได้จาก Samsung นั้น เมื่อนำมาประยุกต์ใช้งานจริงในชีวิตประจำวันถือว่าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ชอบสรรหาอะไรใหม่ๆ เพื่อให้เข้ากับการใช้งานในยุคปัจจุบัน ซึ่งหากต้องการความแปลกใหม่ ตอบโจทย์สายแฟชั่น กับการใช้งานที่ไม่เหมือนใคร Samsung Galaxy Z Flip3 ถือว่าเหมาะกับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความคล่องตัว กับขนาดที่เล็กกะทัดรัด แต่เมื่อเปิดฝาพับออกมาก็สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ส่วน Galaxy Z Fold3 ก็เหมาะกับผู้ใช้วัยทำงานที่ไม่ต้องพกอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย มีเพียงแค่เครื่องเดียวก็เอาอยู่ เปิดหน้าจอออกมาก็เลือกใช้งานได้หลายฟังก์ชั่น ส่วนใครที่ชอบการใช้งานแบบเดิมๆ ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง iPhone 13 Pro Max ก็ยังตอบโจทย์อยู่ เพียงแต่ว่าการใช้งานก็จะไม่มีอะไรแปลกใหม่ๆ มาให้ใช้งานเท่าใดนัก ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะว่าจะเลือกอะไร?

Galaxy Z Fold3

ติดตามอัพเดท ข้อมูล ข่าวสารอื่นๆ เกี่ยวกับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และแก็ดเจ็ทได้ที่ Facebook Fanpage : What Phone

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top