Article

สงครามมือถือ smartphone ไตรมาสสุดท้ายปี 2013 สู้เพื่อยอดขายเฮือกสุดท้าย

สำหรับฉบับนี้จะมาพูดถึง “สงครามมือถือไตรมาสสุดท้าย สู้เพื่อยอดขายเฮือกสุดท้าย” สงครามการแข่งขันของค่ายผู้มือถือในไตรมาส สุดท้ายของปีที่เข้มข้นกันสุดๆ

สวัสดีครับ ผมปีเตอร์กวงควงมือถือ จากรายการ “แบไต๋ไฮเทค เดลี่ไฟว์ไลฟ์” ที่ถ่ายทอดสดออกอากาศ ตรงจาก Beartai Digital Gateway Studio ชั้น 4 Digital Gateway สยามสแควร์ ทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ จันทร์ และอังคาร และออกอากาศไปยังสถานีทีวีดาวเทียมต่างๆ อีก 5 ช่อง ไม่ว่าจะเป็น Dude TV ในวันศุกร์ Voice TV ในวันเสาร์ Nation Channel ในวันอาทิตย์ Mango TV ในวันจันทร์ และ Gang Cartoon Channel ในวันอังคาร (วันธรรมดา 19:00, วันหยุด 16:00) โดยผมมาประจำการใน What Phone Magazine ทุกเดือน เพื่อไขข้อข้องใจและเก็บตกข่าวความเคลื่อนไหวใน วงการเทเลคอมทั้งในบ้านเราและต่างประเทศ สำหรับฉบับนี้จะมาพูดถึง “สงครามมือถือ smartphone ไตรมาสสุดท้ายปี 2013 สู้เพื่อยอดขายเฮือกสุดท้าย” สงครามการแข่งขันของค่ายผู้มือถือในไตรมาส สุดท้ายของปีที่เข้มข้นกันสุดๆ เหมือนเช่นเคย มาดูกันว่าใครมีอะไรจะงัดมาแข่งขันกัน ใครได้เปรียบ ใครกำลังลำบาก ใครจะหยิบเค้กก้อนสุดท้ายของปีไปได้มากที่สุด!!

เริ่มต้นศึก smartphone โค้งสุดท้ายของปี 2013

Apple iPhone ใหม่มาตามนัด ทีเดียวสองรุ่นรวด!!  iPhone 5s, iPhone 5c แล้วอะไรน่าซื้อกว่ากันล่ะ

iphone-5s-gold-232

iphone_5C-colors

ในที่สุด Apple ก็มาตามนัดหลังจากเปิดตัวมือถือ iPhone ใหม่ประจำปีไปเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่าน โดยครั้งนี้เปิดตัวทีเดียวสองรุ่นรวด iPhone 5s และ iPhone 5c อย่างที่เราทราบๆ กันไป และเมื่อ 20 กันยายนที่ผ่านมาก็เริ่มมีการส่งมอบสำหรับคนที่จองเครื่องใน 9 ประเทศแรกที่เปิดขายก่อนใคร และเปิดซื้อกันเป็นวันแรกด้วย ตามคาดในช่วงสามวันข้ามวันหยุด เสาร์อาทิตย์ 20-22 กันยายนที่ผ่าน มีการขาย iPhone ใหม่อย่างถล่มทลายเป็นสถิติใหม่กันอีกแล้ว โดย Apple ได้อ้างว่า มีการส่งมอบหรือขายออกไปสู่มือลูกค้าถึง 9 ล้านเครื่อง ในเพียงแค่สามวัน ซึ่งทำได้ดีกว่ารุ่น iPhone 5 ที่เปิดตัวเมื่อปีก่อนไป มาก (ปีก่อนขาย iPhone 5 ไป 5 ล้านเครื่องในสามวันแรก) โดยสัดส่วนที่ขายมากสุดกลับเป็น iPhone 5s ซึ่งอยู่ที่ 70% ส่วน iPhone 5c ขายเป็นสัดส่วนที่ 30%

ในส่วนนี้ถ้ามองจริงๆ แล้วคนซื้อ iPhone ใหม่ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นลูกค้าเก่าและเป็น แฟนพันธ์แท้ ที่มักจะตามเปลี่ยนเครื่องใหม่กันอยู่ทุกปี ถ้าคนเหล่านั้นใช้ iPhone 4s, iPhone 5 อยู่เก่า ก็คงไม่ต้องการ iPhone 5c เป็นแน่แท้ เพราะ iPhone 5c ถ้ามองกันภายในมันก็คือเครื่องของ iPhone 5 เดิมแล้วมาในร่างของวัสดุที่แย่ลง ก็คือ iPhone 5c นั้นใช้บอดี้เป็นพลาสติคแข็งโพลีคาร์บอเนต ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าแข็งแรง ทนรอยขีดข่วนได้เป็นอย่างดี แต่ก็แน่นอนว่าวัสดุย่อมดูด้อยกว่า iPhone 5 ที่เป็นบอดี้อลูมิเนียมอยู่แล้ว ส่วนฟีเจอร์และสเปคต่างๆ นั้นเหมือนกันอย่างกับแกะ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนนี้ iPhone 5c ถึงยังขายได้น้อยกว่ามาก คงต้องรอให้ iPhone 5 หมดไปจากตลาดเสียก่อน จากนั้นทางเลือกก็จะเหลือแค่ iPhone 4s, iPhone 5s, iPhone 5c ซึ่งถ้าใครอยากใช้ iPhone แบบเริ่มต้นก็ต้องไปที่ iPhone 4s 8 GB ด้วยราคา 14,990 บาท ส่วนคนที่เป็นแฟน Apple iPhone อยู่แล้วก็คงต้องไปเลือก iPhone 5s เสียมากกว่าเพราะเป็นรุ่นที่มีฟีเจอร์และสเปคที่เทพกว่า ทั้งกล้องที่มีความคมชัดสูงกว่ารุ่นที่ผ่านๆ มา และ CPU ระดับ 64 bits ที่แรงมากๆ ดูยังไงก็ใหม่กว่า น่าใช้กว่าอยู่แล้ว ฟันธงว่ากว่า iPhone 5c จะขายดีกว่านี้ก็คงต้องรอไปอีกสักระยะหนึ่ง ก็น่าจะปลายๆ ปีนู่นเลย ซึ่ง iPhone 5c น่าจะเป็นที่ดึงดูดสำหรับกลุ่มวัยรุ่น ก็ได้ตรงเรื่องของสีสันที่มีมาให้เลือกถึง 5 สี นั่นเอง

สำหรับ iPhone 5s ที่มีสีใหม่ออกมาอย่างสีทองแชมเปญนั้นก็ต้องบอกว่า ถ้าอยากได้สีทองแชมเปญก็อาจจะต้องแย่งหรือจองกัน ล่วงหน้ากันหน่อยนะครับ ตอนนี้เบื้องต้นสีทองแชมเปญนั้นขาดตลาดอย่างมาก อาจเป็นเพราะว่าเป็นเฉดสีใหม่ที่ทาง Apple ไม่เคยทำมาก่อนนั่นเอง เวลาผู้ใช้ถือไปไหนมาไหน คนเห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บเลยว่าเป็น iPhone 5s อย่างแน่นอน อันนี้ก็แล้วแต่จิตศรัทธากันละครับ แต่ก็ต้องมั่นใจว่างบประมาณเรายังแข็งแรงพอที่จะจ่ายสำหรับ iPhone หนึ่งเครื่อง ที่มีราคาค่างวดสูงกว่า 20,000 บาทอยู่เสมอ ยิ่งถ้าเป็น iPhone 5s น่าจะเริ่มกันที่ 24,000 ขึ้นไปเสียด้วยซ้ำ

Samsung ก็มาพร้อมเช่นเคย Note 3 + Galaxy Gear, Note 10.1 (2014 Edition)

01 Galaxy-Note-3-front-with-pen-Jet-Black

Samsung-Galaxy-Note-10.1-2014-Edition

 

ตามแผนการของ Samsung ก็เช่นเคยที่ต้นเดือนกันยายน จะมีการเปิดตัว Galaxy Note ใหม่ตัดหน้าก่อน iPhone ใหม่เสมอ และเริ่มขายกันในปลายเดือนกันยายนเลยทั่วโลก ซึ่งถือว่ามีการจัดการที่เร็วมากสำหรับการกระจายของไปยังตลาดพร้อมๆ กันทั่วโลก เพื่อแย่งชิงลูกค้าก่อน Apple โดยใช้ผลิตภัณฑ์ในตระกูล Note Series มาเป็นตัว แข่งขันซึ่งชัดเจนมากว่ามีจุดขายที่เหนือกว่า ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอที่ใหญ่กว่า ซึ่ง Note 3 ตัวใหม่มีหน้าจอแบบ Full HD บน ขนาด 5.7” จุดขายในเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์นั่นก็คือ ปากกาสไตลัส S Pen นั่นเอง ที่มาคราวนี้ใส่ฟีเจอร์ใหม่ๆ ทำให้ปากกามีอรรถประโยชน์ขึ้น อีกมาก ส่วนกล้องนั้นก็มาที่ความละเอียดมากถึง 13 ล้านพิกเซล พร้อมกับ CPU ใหม่ที่ทรงพลังมากที่สุดใน ตลาดสมาร์ทโฟนโลก นั่นก็คือ CPU Qualcomm Snapdragon 800 2.3 GHz แต่น่าเสียดายที่เวอร์ชั่นที่ขายในไทยเป็นแบบ 3G/2G และใช้ CPU Exynos 5 Octa แปดแกนสมอง แต่แยกทำงานครั้งละ 4 แกน (4 แกนสำหรับการประมวลผลหนัก และอีก 4 แกนรองสำหรับการประมวลผลทั่วไป) อาจจะมีเสียงบ่นกันบ้างจากลูกค้าที่เป็นนักเลงมือถือว่าอยากได้จัดหนัก แบบ CPU Qualcomm Snapdragon 800 แต่ผมว่า CPU Exynos 5 Octa เองก็ทำงานได้เร็วมากๆ ไม่แพ้กันนะครับ วัดจากการ ทดสอบด้วยแอพฯ AnTuTu Benchmark ที่ได้คะแนนไปมากกว่า 30,000 เลยทีเดียว จะขาดไปก็เรื่องที่ว่า รุ่นที่ใช้ CPU Exynos 5 Octa นั้นไม่สามารถถ่ายวิดีโอระดับ 4K Ultra HDได้ ซึ่งว่าไปแล้วก็แอบเสียดายนิดๆ อย่างไรก็ตามถ้าที่บ้านคุณไม่มีทีวีที่รองรับเทคโนโลยีความละเอียดแบบ 4K ก็ไม่ต้องคิดเสียดายให้มากมายครับ

นอกจากนี้ Samsung ยังเปิดตัว Galaxy Gear ที่เป็น Wearable Computer แบบสมาร์ทวอช ออกมาขายพร้อมๆ กัน เพื่อใช้พร้อมๆ กันอีกด้วย แต่ราคาค่างวดก็ไม่ ธรรมดานะครับ อยู่ที่ 8,990 บาท เจ้าตัว Galaxy Gear พร้อมใช้งานกับ Galaxy Note 3 ได้เท่านั้นก่อนใน ช่วงนี้ คาดว่าในเดือน พฤศจิกายน น่าจะใช้ได้กับรุ่นอื่นๆ อย่าง Galaxy S4 ได้เมื่อทำการอัพเกรดเฟิร์มแวร์ใหม่ๆ เข้าไปแล้ว ส่วนใครที่มองหาแท็บเล็ตขนาดจอสัก 10” ก็ต้องแนะนะ Galaxy Note 10.1 (2014 Edition) ที่เปิดตัวมาไม่ธรรมดา คาดว่าจะขายในบ้านเราประมาณปลายเดือนตุลาคมเป็นต้นไป โดยสเปคของ Note 10.1 ใหม่นี้มีฮาร์ดแวร์ใหม่ แบบเดียวกับที่ใช้อยู่ใน Galaxy Note 3 เลย เพียงแต่แตกต่างกันที่ขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า (แต่เป็นจอ Super Clear LCD ขณะที่ Note 3 ใช้จอเทพแบบ Super AMOLED) และกล้อง 8 ล้านพิกเซล ที่ว่าไปก็ไม่ธรรมดาเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งแท็บเล็ตในตลาด และด้วยกล้อง 8 ล้านพิกเซลนี่แหละสร้างความแตกต่าง กลายเป็นแท็บเล็ต ที่มีปากกาสไตล์ลัส S Pen ที่เหนือกว่า CPU ที่ทรงพลังสุดๆ แถมมีกล้องที่ชัดมากๆ หวังผลได้ในทุกๆ เรื่อง ราคาน่าจะอยู่ที่หมื่นปลายๆ นะครับ ถ้าดูไปแล้วไตรมาสสุดท้ายนี้ ทาง Samsung น่าจะโกยยอดจาก Note 3 ไปได้มากโข และเป็นตัวชูโรงสำหรับการแข่งขันอย่างสมน้ำสมเนื้อกับคู่แข่งทุกๆ ค่ายที่กรีฑาทัพสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปกันออกมา แต่อย่าลืม Galaxy S4 ที่ล่าสุดลดราคาไปต่ำ สองหมื่นแล้ว นี่ก็เป็นทางเลือก Android Smartphone รุ่นเทพอีกตัวที่ไม่ควรมองข้าม

Nokia Lumia ไม่ยอมแพ้ จัดเต็มไปกับกล้องเจ๋ง และ จอใหญ่

nokia-1020_windows

ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Nokia ที่ล่าสุดส่วนงานมือถือของ Nokia ก็ถูกทาง Microsoft ที่ในอดีตเคยเป็นคู่แข่งคู่ปรับกันมา ซื้อกิจการไปเป็น ของตนเองซะแล้ว อย่างไรก็ตามอย่าเพิ่งตกใจ ยังไงมือถือ Nokia ก็ยังคงอยู่ต่อไปในตลาด อย่างน้อยๆ ก็อีกสิบปี จากสิทธิที่ทาง Nokia ใหญ่ ยังให้ Microsoft ใช้ตราสินค้ายี่ห้อ Nokia ที่ติดตลาดอยู่แล้วต่อไป โดยเฉพาะที่ทาง Nokia ได้สร้าง Lumia ซีรี่ย์สำหรับ Windows Phone จน เป็นที่ยอมรับของตลาดในทั่วโลกแล้ว ล่าสุดช่วงนี้ก็พร้อมแล้วสำหรับ Lumia 1020 ที่มาพร้อมกับกล้อง 41 ล้านพิกเซล กล้องที่ต้องบอกว่าชัดที่สุดในสามโลกตอนนี้แล้ว จัดไปสำหรับคนที่ต้องการถ่ายรูปแจ่มๆ เจ๋งๆ งานนี้หาตัวจับยากครับ ทั้งคม ทั้งชัด ถ่ายออกมาแล้วไปซูมเฉพาะ ส่วนก็ยังเหลือเฟือ เพราะว่าตัวพิกเซลสูงมากเหลือเกิน ถ่ายวิดีโอก็สุดยอดระดับ Full HD แถมมีระบบ OIS (Optical Image Stabilization) ระบบการป้อนกันการสั่นของภาพวิดีโอ เมื่อทำการถ่ายวิดีโออยู่ ทำให้ภาพที่ได้มีความนิ่งมากกว่าสมาร์ทโฟนอื่นๆ ส่วนที่หลายๆ คนกำลังเฝ้า รอสำหรับ Nokia Lumia Windows Phone จอใหญ่นั้น ให้อดใจรออีกสักนิด ภายในไตรมาสสุดท้ายนี้ Nokia ได้จัดเตรียมสมาร์ทโฟนจอยักษ์ ไว้อย่างแน่นอน คาดว่าจะอยู่ที่ 5.8”-6.0” ที่มาพร้อมกับ Windows Phone GDR3 version ที่คาดว่าจะทำให้ Nokia จอยักษ์นี้รองรับ CPU ที่ดีกว่าเดิม (Quad Core CPU) และจอแบบ Full HD ตามที่ข่าวหลุดออกมาอย่างต่อเนื่องนั่นเอง

แต่สำหรับคนที่มองหา Windows Phone จาก Nokia Lumia Series ที่ราคาต่ำหมื่นนั้น ก็ขอแนะนำ Lumia 625 ที่มีจอใหญ่ถึง 4.7” เป็นทางเลือกที่ดีมากๆ ในตอนนี้ เพียง 8,990 บาท แต่ถ้าเป็นราคาประหยัดสุดๆ ก็ต้อง Lumia 520 ที่ยังขายดีอย่างต่อเนื่องไม่มีตก เพียง 5,450 บาทเท่านั้น ขณะที่ Asha ซีรี่ย์อย่าง Asha 501 ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนขั้นเริ่มต้นที่ขายดีมากๆ อีกรุ่นหนึ่ง (ราคาเพียง 2,990 บาท) ตอนนี้ก็มีคนเรียกหากันตลอด ทำให้ยอดขาย ของ Nokia ยังถือว่าดีมากๆ ในช่วงนี้ อย่างไรก็ตามรุ่นที่ขายดีจะอยู่ในช่วงต่ำกว่า 3,000 บาท ซะมากกว่าสำหรับรุ่นประหยัด ส่วนสมาร์ทโฟน ก็อยู่ในช่วงต่ำหมื่นเป็นส่วนใหญ่ รุ่นระดับสูงกว่าหมื่นหรือสองหมื่นในกลุ่มนี้ Nokia ยังถือว่ามียอดไม่มากเท่าคู่แข่งรายใหญ่ที่ได้กล่าวถึงไป

Sony ก็ไม่ยอมแพ้ จัดเต็มกับ CPU ตัวพ่อและกล้องตัวแม่ + กันน้ำที่เป็นเอกลักษณ์

6.4-Sony-Xperia-Z-Ultra-unveiled-thinnest-fastest-waterproof-phablet-allows-pencil-input

มาถึงค่ายญี่ปุ่นค่ายเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่จากสงครามมือถือในยุคนี้ Sony กำลังพยายามสร้างความแข็งแกร่งให้ Xperia ต่อไป โดยหลังๆ มาจะเน้นจุดขายที่สมาร์ทโฟนสามารถกันน้ำและกันฝุ่นได้ในรุ่นกลางไปถึงรุ่นใหญ่ จากการประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจจากการเปิดตัว Xperia Z, Xperia Z Ultra ทำให้กลุ่มฐานลูกค้าของ Sony กำลังโตวันโตคืน ล่าสุดในไตรมาสสุดท้ายนี้ทาง Sony ก็ได้เตรียม Xperia Z1 ตัวเรือธงตัวใหม่ล่าสุดออกมาสู่ตลาดเพื่อจับให้ทันกระแสของสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ที่ตบเท้าเปิดตัวกันมากมาย โดยใน Xperia Z1 นั้นใช้ CPU ตัวแรงสุดอย่าง Qualcomm Snapdragon 800 2.3 GHz ตามกระแสโลกที่กำลังเรียกร้องกันอย่างมากมาย นอกจากนี้ยังมีเรื่องของกล้องที่ใช้ ชุดเลนซ์อย่างดี ในระดับ CyberShot ชุดเลนซ์ “G” ที่มีความละเอียดกว่า 20 ล้านพิกเซล ทำให้คุณภาพของภาพที่ได้นั้นมีคุณภาพอย่างสุดยอด ส่วนจอภาพก็ใช้เทคโนโลยีของ Triluminos LCD แบบเดียวกับที่ใช้บนทีวี Sony Bravia การันตีได้ในเรื่องของคุณภาพของ ภาพที่ออกมาในระดับ Full HD ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ก็ยังสนับสนุนการใช้งานทั้ง 4G LTE, 3G อีกด้วย กับราคาที่ไม่แพง Sony วางราคา สำหรับ Xperia Z1 ไว้ที่ 20,990 บาทเท่านั้นเอง น่าสนใจมากๆ เลยใช่ไหมล่ะ กับสมาร์ทโฟนคุณภาพในราคาที่สมเหตุสมผล  ฉะนั้นไตรมาส สุดท้ายนี้ Sony ก็คงเน้นๆ ไปที่ตัวเรือธงตัวบนอย่าง Xperia Z1, Xperia Z Ultra เพื่อให้ยกระดับภาพลักษณ์ของผู้นำในเทคโนโลยีรอบด้านของ Sony ไปอยู่ในใจผู้บริโภคมากขึ้นไปเรื่อยๆ ต่อไป ขณะที่ตัวกลางๆ อย่าง Xperia V, Xperia C, Xperia M, Xperia ZR ก็เป็นตัวหัวหอกในการผลักดันกลุ่มลูกค้าระดับฐานกว้างต่อไปเพื่อเน้นยอดขายให้เพิ่มขึ้นนั่นเอง ก็เอาใจช่วยกับ Sony ต่อไปครับ

HTC กำลังจะกลับมากับ One Max ด้วยพลังของ Iron Man – Robert Downing Jr.

htconephablet_0

หลังจากที่เมื่อตอนไตรมาสสองเปิดตัวขาย HTC One ไปนั้นก็สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของ HTC สมาร์ทโฟนที่เป็นที่ยอม รับมากขึ้นจากผู้บริโภค อย่างไรก็แล้วแต่จุดอ่อนของ HTC กลับอยู่ในกลุ่มสินค้าระดับกลาง ที่คนตลาดฐานกว้างไม่ค่อยรู้จักยี่ห้อของ HTC เท่าไร ถึงแม้ว่า HTC จะอยู่ในตลาดไทยมาแล้วหลายปีแล้วก็ตาม ทำให้ทีมงานการตลาดของ HTC ได้มาเน้น การตลาดสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งกว่าเดิมในปีนี้ ด้วยการจ้างนักแสดงเอกจาก Iron Man หรือ Robert Downing Jr. มาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้เข้าถึงแบรนด์มากขึ้นกว่าเดิม มาในไตรมาสนี้ทาง HTC ก็เตรียมผลิตภัณฑ์ ไว้หลากหลายรุ่นเพื่อมาเน้นทำยอดขาย ไม่ว่าจะเป็น HTC One mini ที่มีความสามารถและการออกแบบ แบบเดียวกับที่อยู่บน HTC One โดยทำการลดขนาดจอมาอยู่ที่ 4.3” และใช้ CPU Dual-Core ระดับสูง (Qualcomm Snapdragon 400 Dual-Core Krait 200 – 1.4 GHz ต้องบอกว่า CPU ตัวนี้เร็วกว่า Quad-Core ของบางยี่ห้อเสียอีกนะ และยังมีจุดขายอย่าง Boom Sound เสียงลำโพงคู่ที่มีแอมปลิฟายเออร์ในตัว ช่วยขับเสียงที่คุณภาพดีมากๆ และมาพร้อมกับ กล้อง Ultra Pixel ที่ทำให้เราเห็นภาพที่คมกริบ ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งหรือภาพวิดีโอ

นอกจากนั้นในระดับกลุ่มล่าง HTC ยังใช้ รุ่น Desire เป็นรุ่นผลักดันในระดับกว้าง ไม่ว่าจะเป็น Desire 500, Desire 300, Desire 200 ตามลำดับ เพื่อจับกลุ่มหมื่นต้น และต่ำหมื่นลงมา ซึ่งก็ยังเน้นในเรื่องของคุณภาพเช่นกัน ลองจับดูจะรู้ว่าคุณภาพนั้นแตกต่างๆ กับอีกหลายๆ ยี่ห้ออย่างไร ขณะที่ตอนนี้ก็มีข่าวว่าทาง HTC ได้เตรียมโทรศัพท์จอยักษ์ไว้ โดยมีลักษณะคล้ายๆ กับ HTC One แต่มา ในชื่อ HTC One Max ซึ่งคาดว่ามีจออยู่ที่ 6.0” ตามข่าวที่หลุดออกมา พูดง่ายๆ ว่าเอา HTC One มาขยายใหญ่นั่นเอง ส่วนจะออกเมื่อไร ก็ต้องติดตามกันต่อไป ที่คาดว่าน่าจะเป็นเดือนพฤศจิกายน ก็คงลงตลาดกันละ ก็หวังว่า HTC จะกระเตื้องขึ้นบ้างใน ตลาดไทยและตลาดโลก สินค้าคุณภาพสูง ราคาไม่เลวร้ายอะไร ก็เอาใจช่วย ให้ HTC กลับมาแข่งขันใน ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง เหมือนอย่างที่เคยสร้างชื่อในยุคแรกของสมาร์ทโฟน

LG มาเงียบๆ แต่มากด้วยพลัง มือถือที่คุ้มค่าสำหรับเงินที่จะต้องจ่ายไป

lg-g2

หลังจากที่ LG Mobile ประเทศไทยได้ยกเครื่อง เนื่องจากการลาออกของทีมผู้บริหารเดิม ที่เรียกได้ว่าแทบยกกระบิ มาในยุคของทีมผู้บริหารใหม่ของ LG Mobile ในไทยแล้วผมเชื่อว่าจะไปได้สวยสำหรับตอนนี้และอนาคตต่อไป ล่าสุดได้เปิด รุ่นเรือธงใหม่ล่าสุดอย่าง LG G2 ที่ใช้ CPU Qualcomm Snapdragon 800 ตัวเอกของวงการสมาร์ทโฟนตอนนี้ มาพร้อมกับ หน้าจอ 5.2” True-HD IPS ที่ให้สีสันสวยงามอย่างเป็นธรรมชาติกว่าจอ AMOLED ที่ไปเน้นสีสรรจัดจ้านกว่า กล้องระดับ 13 ล้านพิกเซลที่ถ่ายได้แบบมีแสงน้อย พร้อมกับกล้องหน้าที่ให้มุมกว้างและภาพคมชัด นอกจากนั้นยังมีการเปลี่ยนแปลง ปุ่มถ่ายภาพและปุ่มปรับเสียงมาอยู่ด้านหลัง “Rear Key” ทำให้การใช้งานสะดวกและเป็นธรรมชาติกับการใช้งานจริงอย่าง ที่มือถืออื่นไม่เคยเป็นมาก่อน พร้อมกับราคาที่น่าสนใจยิ่งด้วยราคาเพียง 19,900 บาทกับสเปคเทพขนาดนี้ ต้องบอกว่าในใช้ มากๆ เลย นอกจากนี้ในไตรมาสสี่นี้ LG ก็เตรียม LG G-Pad 8.3 และ LG Vu 3 ไว้เปิดตัวในเร็วๆ นี้อีกด้วย เชื่อว่า LG จะกลับ มายืนหยัดในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ดีๆ กับตลาดไทยต่อไป เพราะด้วยคุณภาพของ LG แล้วไม่ได้ด้อยกว่ายี่ห้ออื่นๆ แต่อย่างใด และผมก็อยากเห็นสมาร์ทโฟนในบ้านเรามีการแข่งขันกันอย่างสนุก ด้วยยี่ห้อที่หลากหลาย และทางเลือกมากมายสำหรับ ผู้บริโภค เพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคในที่สุด

แฟนๆท่านใดที่มีคำถาม สามารถติดตามมาได้ที่ twitter ของผม @peter2514 นะครับ ส่วน facebook ตามมาได้ที่ www.facebook.com/Peerapol หรือจะอีเมลล์มาที่ peter.guang@yahoo.com ก็ได้นะครับ แล้วเจอกันใหม่ฉบับหน้านะครับ

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

Click to comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

To Top