Article

เจาะอินไซด์ OnePlus บริษัทมือถือสุดอินดี้!

สิ่งที่เขย่าวงการมือถือมาได้สักพักใหญ่ๆ คือ “สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์โลว์คอสเปคสูงราคาจิ๊บๆ” จากจีนแผ่นดินใหญ่ และไต้หวัน ไม่ว่าจะเป็น “อัสซุส (ASUS)” ที่ผุด

สิ่งที่เขย่าวงการมือถือมาได้สักพักใหญ่ๆ คือ “สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์โลว์คอสเปคสูงราคาจิ๊บๆ” จากจีนแผ่นดินใหญ่ และไต้หวัน ไม่ว่าจะเป็น “อัสซุส (ASUS)” ที่ผุดสมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่า 5,000 มาเล่นตลาดล่าง “ OPPO  (OPPO)” อัดเทคโนโลยีใหม่ๆ ชาร์จไว เครื่องบางเฉียบ มาเจาะกลุ่มชาว Geek และที่ได้ใจทั้งนักเรียน พ่อค้า ไม่เว้นแต่ประธานาธิบดีฉีจิ้นผิงของจีนก็คือ “เสี่ยวหมี่ (Xiaomi) แบรนด์มือถือที่คนจีนทั้งชาติภูมิใจ ที่สำคัญยังเก๋าจนขายดีเกินหน้า “ซัมซุง” ในไตรมาส 3 ปีนี้ด้วย!

Oneplus

2014-12-18_18-40-49

ฟังดูเผินๆ เหมือนตลาดสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ราคาประหยัดจะกลายเป็น “ทะเลสีเลือด” ที่มีคู่แข่งจากบริษัทใหญ่ๆ มากินตลาดเสียเรียบ! แต่จู่ๆ เดือนเมษาฯ ปี 2013 ที่ผ่านมาก็มีเซอร์ไพรส์ใหม่จากเสิ่นเจิ้นมาป่วนหัวใจกูรูวงการมือถือทั่วโลก นั่นก็เพราะมีแบรนด์มือถือเกิดใหม่ในชื่อ OnePlus  (วันพลัส)” มาร่วมวงในตลาดด้วยจุดขาย แรง! ทั้งดีไซน์ สเปค และราคา ไม่มีคำไหนจะอธิบายได้ดีกว่าคำว่า “คุ้มค่า…อย่างเหลือเชื่อ!”

โอกาสนี้เราจึงอยากพาคุณมาเจาะลึกถึงกลยุทธ์เบื้องหลังของบริษัทที่มีอายุเพียงปีเศษ ที่เรียกความนิยมต่อแบรนด์และสินค้าจากแฟนๆ ทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว เขาคือใคร? ทำได้อย่างไร? จะเดินตามหรือเป็นคู่แข่งรุ่นพี่อย่างเสี่ยวหมี่ เชิญติดตามกันเลย!

กำเนิด OnePlus จะปฏิวัติวงการมือถือ ต้องคิดใหม่ ทำใหม่

วันนึงขณะที่กลุ่มผู้บริหารบริษัทมือถือน้องใหม่มาพบเพื่อประชุมกันที่ร้านกาแฟ และพบว่าทั้ง 5 คนในโต๊ะ ล้วนใช้ไอโฟนทั้งหมด! ดังนั้น “เรา” ในฐานะบริษัทเล็กๆ จากเสิ่นเจิ้นที่หวังจะมาตีตลาดมือถืออันร้อนระอุ จะทำอย่างไร? ที่จะสามารถสร้างมือถือที่ “แฟนมือถือสมาร์ทโฟนทั้งโลกอยากใช้” คำตอบคือ ต้องลงดีเทลใหม่หมดทั้งดีไซน์ และสเปค จนในที่สุดก็เกิดมาเป็น “ OnePlus  (วันพลัส)” บริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนใหม่ มีดีที่ดีไซน์ (หรูหรา) สเปค (ขั้นเทพ) และราคา (ถูกเหลือเชื่อ)

2014-12-18_19-21-39

2014-12-18_19-21-56

 

บริษัทนี้มี หลิวจั้วฮู่ หรือ ปีเตอร์ หลิว ศิษย์เก่าพนักงานระดับสูงที่ดูแลด้านฮาร์ดแวร์บริษัท OPPO  (OPPO) มาเป็น 10 ปี ดูแลตั้งแต่เครื่องบลูเรย์มาจนถึงการปลุกปั้นสมาร์ทโฟนเมื่อปี 2012

และความจริงที่อินไซด์กว่านั้นก็คือ เมื่อ “ OnePlus  (วันพลัส” ภาพลักษณ์ที่ดูว่าเป็นบริษัทสตาร์ทอัปผลิตสมาร์ทโฟนสเปคแรงราคาต่ำโดยเฉพาะนั้น แต่ความจริงแล้วทีมงานี้ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ เพราะซีอีโออย่าง มร.หลิว ก็มีประสบการณ์ในวงการฮาร์ดแวร์มาแล้วกว่า 15 ปี นอกจากนี้ยังได้ผู้ร่วมทุนเป็นบริษัทที่เปิดมาทำด้านการลงทุนโดยเฉพาะในเครือ OPPO ชื่อ “อ็อปโป อิเล็กทรอนิกส์” และตัวเครื่องแม้จะมีชิ้นส่วนจากแบรนด์ญี่ปุ่นและอเมริกันดังๆ อย่าง Yamaha, Toshiba, Sony, JBL แต่ทุกชิ้นส่วนก็ถูกประกอบขึ้นที่โรงงานของ OPPO นั่นเอง!

3w

จากข้อมูลทั้งหมดเหมือนกับว่า “วันพลัส” เป็นเพียงหนึ่งในซับแบรนด์ใหม่ของ OPPO ก็ไม่ปาน แต่ มร.หลิวปฏิเสธชัดว่ามิใช่! เพราะวิธีการดีไซน์ และเลือกสเปคมือถือนั้น ผ่านจากมันสมองของผู้เข้าใจวงการฮาร์ดแวร์มือถือจริงๆ ทั้งรูปแบบการขายก็ยังจะเน้นขายตรงหากลุ่มแฟนๆ มากกว่าจะไปลงโฆษณาหรือยอมให้คนกลางมาตัดกำไรไป ฉะนั้นภาพลักษณ์ของความเป็นบริษัทอิสระจะยิ่งชัดขึ้น เมื่อบริษัทโตขึ้นกว่านี้!

ทำไมต้องชื่อ OnePlus กับสโลแกน Never Settle

2014-12-18_18-19-40

2014-12-18_18-20-04

2014-12-18_18-21-20

2014-12-18_22-16-21

ฟังตำนานของแบรนด์มือถือน้องใหม่ไปแล้ว เชื่อว่าท่านผู้อ่านคงสัมผัสได้ถึงความเก๋า และไฟแรงๆ จากทีมงานนี้ ซึ่งสปิริตเหล่านี้เองที่สะท้อนออกมาเป็นชื่อแบรนด์และสโลแกนของสินค้า

ชื่อ OnePlus มีความหมาย 2 ระดับ ระดับแรกคือ เป้าหมายของแบรนด์ ที่ไม่ได้เพียงต้องการเป็นที่หนึ่งในใจของผู้บริโภคและในตลาดสมาร์ทโฟน แต่เป็นยิ่งกว่าที่หนึ่ง และความหมายอีกระดับนึงที่ลึกลงไปกว่านั้นก็คือ One หมายถึงตัวแทนลูกค้า 1 คน ที่ได้ลองใช้มือถือเครื่องนี้แล้วประทับใจมาก จนอยากบอกต่อเพื่อน (Plus) จนกลายเป็นแบรนด์ที่สร้างตัวได้จากสินค้าที่ดีจนทำให้เกิดการตลาดแบบปากต่อปากได้ในที่สุด

ส่วนสโลแกนที่ว่า Never Settle นั้น คนที่จริงจังกับการเอาใจลูกค้าคงเข้าใจคำมั่นสัญญานี้ดี เพราะทีมงานรู้ดีว่าทั้งตัวเองและแฟนๆ มือถือ มีความชอบ ความหวัง และความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุด ฉะนั้นพวกเขาเองก็ไม่มีวันพึงพอใจกับสินค้าของตัวเองในวันนี้ หวังที่จะแก้ไขไปเรื่อยๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเรื่อยไปนั่นเอง โดยสถิติที่ผ่านมาเฉลี่ย 1 เดือน ทีมงานมีการแก้ไขรายละเอียดต่างๆ ของมือถือตัวเองกว่า 36 ครั้ง

OnePlus มีดีที่ ดีไซน์ สเปค และราคา

2014-12-18_18-56-15

2014-12-19_13-21-37

2014-12-19_13-22-15

เพราะทีมงานของ มร.หลิว ที่วันแรกมีเพียง 5 คน แต่ภายใน 1 ปี กลับโตถึง 600 คน ซึ่งมาจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยจุดเริ่มต้นของความโดดเด่นของมือถือ OnePlus One มือถือรุ่นแรก ย่อมเริ่มมาจากดีไซน์ ทีมงานได้เลือกทำฝาหลังของตัวเครื่องโค้งมน ตัวพื้นผิวมีส่วนผสมของเมล็ดถั่วหิมพานต์ ทำให้จับถนัดไม่ลื่นมือ ส่วนโลโก้ เพื่อไม่ให้ดูเกร่อ จึงจับไปไว้ที่ฝาหลังเช่นกัน

ส่วนสเปค 4 ชิ้นส่วนที่ราคาแพงที่สุดในเครื่องมือสมาร์ทโฟน ทีมงานก็เลือกใช้ชิ้นส่วนตัวท็อปจากผู้ผลิตชั้นนำของวงการ อาทิ…

2014-12-18_18-48-17

2014-12-18_22-18-49

2014-12-19_13-58-09

หน้าจอยักษ์ 5.5 นิ้ว ความละเอียด 1080p โดยเป็นจอจากบริษัท เจแปน ดิสเพลย์ อิงค์ (ที่เป็นการรวมตัวของบริษัท Sony, Toshiba และ Hitachi เพื่อผลิตเป็นจอที่ใช้เทคโนโลยี Touch on Lense ที่นอกจากบางกว่า ยังช่วยให้กดได้แม่นยำ สมจริงมากกว่าจอธรรมดา ไม่ขูดขีดง่าย และไม่แตกง่าย

กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล จากโซนี่ ทั้งภายในยังมีเลนส์  6 ชิ้น ที่มีข้อดีคือ สามารถถ่ายรูปได้สวยมากขึ้นแม้ในสภาพแสงน้อย โดยไม่จำเป็นต้องเปิดแฟลช และเมื่อถ่ายวิดีโอก็มีความคมชัดสูงด้วย

หน่วยประมวลผล ใช้ Snapdragon 801 ความเร็ว 2.5 GHz ของ Qualcomm พร้อม RAM 3 GB ซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพและความไวที่สุดในตลาดสมาร์ทโฟนเวลานี้ ทั้งยังรองรับ 4G ด้วย!

แบตเตอรี่ ทีมงานเลือกใช้แบตความจุสูงแบบถอดออกได้  3,100 mAh ใช้งานได้ถึง 11 ชั่วโมง ทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ช่วยให้ชาร์จไวขึ้นด้วย

เมื่อฟังสเปคหลักของวันพลัสที่สูสีทั้งเสี่ยวหมี่ 4 และไอโฟน 6 แล้ว เงื่อนไขประการสุดท้ายที่จะทำให้คนทั้งโลกนอกจากจะจดจำแบรนด์ “ OnePlus ” ได้อย่างแม่นยำและพร้อมจะกดปุ่ม Order Now ทันทีนั่นก็คือ การตั้งราคาที่สุดบ้าบิ่น! 16 GB 10,000 บาท และ 64 GB 11,500 บาทเท่านั้น! ซึ่งราคานี้ซีอีโอก็เผยแล้วว่า “เป็นราคาทุน” แต่เพราะราคาที่เหมือนจะแจกฟรีนี้เอง ทำให้ยอดคนแห่จองกันมากมาย ซึ่งที่ผ่านมาทีมงานต้องถึงขั้นคัดเลือกผู้ซื้อ ซึ่งจุดนี้ได้กลายเป็นจุดย่อมที่สำคัญของวันพลัส เพราะลูกค้าหลายรายมองว่าเป็นการตลาดแบบเด็กๆ ทำมาเป็นอวดว่ามีของดี แต่มีเงินก็ยังหาซื้อไม่ได้!

2w

วิดีโอเปรียบเทียบไอโฟน 6 พลัส กับ  OnePlus  วัน ที่สุดท้ายกูรูตัดสินแค่ว่า (หากไม่ติดเรื่องงบ) การเลือกระหว่างสองเครื่องนี้คือการฟันธงว่าระบบปฏิบัติการไหนคุณใช้แล้วคุ้นมือคุ้นตามากกว่ากันนั่นเอง! ซึ่งก็เท่ากับเป็นการฟันธงว่าสองเครื่องนี้เทพพอๆ กัน

http://youtu.be/WubYF2kPgAQ

OnePlus ใช้โมเดลธุรกิจแบบสตาร์ทอัปเหมือนกัน

แต่ก็ยังห่างชั้นรุ่นพี่ Xiaomi  

2014-12-19_14-53-44

2014-12-19_16-24-20

การที่ OnePlus นำจุดขายดีไซน์ สเปค และราคามาโปรโมท ในวันนี้ยังเป็นจุดขายได้อยู่ เพราะความเป็นน้องใหม่ทุนหนา การนำเงินมาลงกับชิ้นส่วนเจ๋งๆ เพื่อสร้างเป็นมือถือระดับเทพ จึงยังสร้างเซอร์ไพรส์ในสายตาลูกค้าได้ แต่ไม่ว่าจะ  OnePlus  หรือ เสี่ยวหมี่ สุดท้ายก็มาเล่นที่ราคาเป็นหลัก ซึ่งล่าสุดกราฟจากสื่อวอลสตรีท เจอร์นัล ก็เผยชัดว่าวิธีเล่นราคานี้มีแต่เสียกับเสีย! โดยสื่อได้เผยยอดขาย รายได้ และกำไรของ 3 ผู้ผลิตมือถือดังอย่าง เสี่ยวหมี่ ซัมซุง และแอปเปิ้ล มาโชว์ ทำให้เห็นว่าแม้เสี่ยวมีจะมียอดขายมากมาย แต่กำไรแทบจะไม่มีเลย

ทั้งวันพลัสและเสี่ยวหมี่ใช้โมเดลธุรกิจแบบเดียวกับ “สตาร์ทอัป” คือ เริ่มสร้างของดีๆ  ชวนคนมาใช้เยอะๆ (ลูกค้า 1 คน ใช้ดีก็บอกต่อ) ระหว่างนี้ก็หาเงินจากนักลงทุนมาเลี้ยงบริษัท เมื่อยิ่งมีคนสั่งสินค้าเยอะ ก็ทำได้ต้นทุนถูก และไม่กลัวว่าจะขายไม่หมด เพราะผลิตตามยอดจอง เมื่อฮาร์ดแวร์ไม่สร้างรายได้ ทีมงานถึงหวังที่จะทำเงินจากอุปกรณ์เสริม และ ธุรกิจซอฟท์แวร์ แต่อย่างไรก็ดี เมื่อดูตามสายการผลิตสินค้าแล้ว เสี่ยวหมี่ยังมีไลน์สินค้ามากกว่าวันพลัสเยอะ เพราะนอกจากมือถือแล้วยังผลิตแท็ปเบล็ต พีซี ทีวี และกล่องสมาร์ททีวีด้วย!

โดยวันนี้เหมือนว่านโยบายหารายได้ทางเสริมนั้นมีวิธีการที่ชัดเจนแล้ว ได้แก่ การเริ่มขายแบตสำรองราคาเบาๆ ประมาณ 600 บาท  หูฟัง JBL ราคาเพียงพันต้นๆ รวมถึงการเปิดให้ลูกค้าซื้อประกันเพิ่มสำหรับการประกันอุบัติเหตุ ปีละ 450 บาท จอแตก 300 บาทด้วย

 2

2014-12-18_18-55-24

นอกจากนี้ทาง วันพลัส  ก็พยายามปั้นสินค้าของตนให้โกอินเตอร์ได้อย่างแท้จริง เพราะที่ผ่านมาเสี่ยวหมี่ได้ทำตลาดเฉพาะในเอเชีย ได้แก่ อาณาจักรจีนทั้งหมด สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปินส์ อินโดฯ อินเดีย แต่กับที่ วันพลัส ได้ขยายตลาดไปยังอเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี อินเดีย และประเทศอื่นๆ รวม 18 ประเทศทั่วโลก โดยอนาคตก็เตรียมแผนนำมือถือของตนไปขายอีก 140 ประเทศ พร้อมเพิ่มศูนย์บริการ 300 สาขาด้วย

หากจะฟันธงอนาคตของ “ วันพลัส ” ว่ารุ่งหรือร่วงคงไม่ยาก ตราบใดที่บริษัทยังคงมีนักลงทุนมาลงทุนอยู่ และมีกลุ่มลูกค้าแฟนพันธุ์แท้มาซื้อและใช้บริการของบริษัทเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็มีโอกาสรุ่ง แต่ถ้าหนึ่งในสองอย่างที่ว่านี้หายไปเมื่อไหร่ บริษัทมือถือสเปคเทพก็อาจจะเป็นเพียงตำนานบทหนึ่งของวงการก็เท่านั้นเอง!

 

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

Click to comment

You must be logged in to post a comment Login

Leave a Reply

To Top