Article

Android One กับ Android Go คืออะไร ดีกว่าเวอร์ชั่นธรรมดาอย่างไร ที่นี่มีคำตอบ

android one android go

บางคนคงจะสงสัยว่า Android One คืออะไร แล้ว Android Go คืออะไร แล้วสองเวอร์ชั่นนี้ต่างจากแอนดรอยด์เวอร์ชั่นปกติอย่างไร เราจะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับแอนดรอยด์ทั้งสองเวอร์ชั่นนี้กันครับ

ในปัจจุบัน หากพูดถึงระบบปฏิบัติการบนสมาร์ทโฟนที่นิยมใช้กันมาก และรู้จักกันมากที่สุด หลายคนคงจะนึกถึง Android เป็นอันดับแรกอย่างแน่นอน เพราะแอนดรอยด์เป็น Open Source ที่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตหลายแบรนด์นำไปใช้กับสมาร์ทโฟนของตัวเองได้ฟรี รวมทั้งปรับแต่งระบบได้อย่างอิสระ เราจึงได้เห็นสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์หลากรุ่นหลายราคา ตั้งแต่รุ่นประหยัดไปยันรุ่นพรีเมี่ยมราคาสูง และด้วยความนิยมของแอนดรอยด์ในท้องตลาดนั้นมีมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ทำให้แอนดรอยด์ถูกพัฒนามาหลายเวอร์ชั่น ทั้งเวอร์ชั่นปกติตามชื่อขนมหวาน และเวอร์ชั่นพิเศษ จนมาถึงปัจจุบันที่กูเกิลได้เปิดตัว Android One กับ Android Go เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ผลิตและผู้ใช้ด้วยนั่นเอง

บางคนคงจะสงสัยว่า Android One คืออะไร แล้ว Android Go คืออะไร แล้วสองเวอร์ชั่นนี้ต่างจากแอนดรอยด์เวอร์ชั่นปกติอย่างไร เราจะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับแอนดรอยด์ทั้งสองเวอร์ชั่นนี้กันครับ

Android One คืออะไร?

android one

Google ได้เปิดตัว Android One อย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม 2014 ที่ประเทศอินเดีย โดยมีจุดประสงค์หลักคือการทำให้ผู้คน 5 พันล้านคนที่ยังไม่มีสมาร์ทโฟน ได้เข้าถึงการใช้งานสมาร์ทโฟนตามยุทธศาสตร์ของกูเกิลที่ว่า “Next Billion (ขยายตลาดไปอีกหนึ่งพันล้านคนถัดไป)” และคนส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้เป็นคนอินเดีย ทำให้โครงการแอนดรอยด์วัน นั้นถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงตลาดอินเดียก่อนเป็นตลาดแรก หลังจากนั้นจึงขยายตลาดไปยังประเทศข้างเคียงในภูมิภาคเอเชียใต้ อาเซียน และภูมิภาคอื่นตามลำดับ

Sundar Pichai CEO ของกูเกิล (อดีตหัวหน้าทีมพัฒนา Android ในขณะนั้น) เคยกล่าวไว้ว่า 

“Android One จะเป็นมาตรฐานของทั้งฮาร์ดแวร์ผสานกับซอฟต์แวร์ที่เยี่ยมยอดของ Google ที่จะมีการมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้คนที่ไม่เคยได้สัมผัสสมาร์ทโฟนมาก่อน”

เนื่องจากโครงการนี้เริ่มต้นขึ้นในอินเดียก่อน ผู้ผลิตรายแรกๆ ที่ทำสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์วันก็จะเป็นสามแบรนด์หลักในอินเดียนั่นเอง คือ Micromax (รุ่น Canvas A1), Spice (รุ่น Dream UNO) และ Karbon (รุ่น Sparkle V) ซึ่งสเปคทั้งสามรุ่นไม่ต่างกัน คือ 

  • หน้าจอ 4.5 นิ้ว ความละเอียด 854×480 พิกเซล
  • ระบบปฏิบัติการ Android 4.4.4 KitKat
  • CPU Quad Core 1.3GHz จาก MediaTek, RAM 1 GB, ROM 4 GB เพิ่ม Micro SD Card ได้
  • กล้องหลัง 5 MP (รองรับการบันทึกวีดีโอแบบ HD) กล้องหน้า 2 MP
  • แบตเตอรี่ 1700 mAh
android one

Spice Dream UNO

กูเกิลได้เปิด roadshow สำหรับโปรโมท Android One ทั้งหมดกว่า 600 สถานที่ใน 20 เมืองใหญ่บนประเทศอินเดีย ซึ่งจะทำให้ Android One และ Google นั้นเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

เมื่อแอนดรอยด์วันเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นนอกประเทศอินเดีย ในระยะต่อมา ผู้ผลิตแอนดรอยด์ชื่อดังหลายเจ้าก็เริ่มหันมาทำแอนดรอยด์วันด้วยเช่นกัน อย่างเช่น Motorola, HTC, Xiaomi, Nokia เป็นต้น โดยหันมาใช้ CPU ตระกูล Snapdragon เป็นหลัก นอกจากนี้ ยังมีสเปคเครื่องที่แรงขึ้นเมื่อเทียบกับตอนเปิดตัวครั้งแรกในอินเดีย (บางรุ่นเป็นเรือธงซะด้วยซ้ำ เช่น Nokia 8 ใช้ Snapdragon 835) และมีจำหน่ายเกือบทุกประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ แอนดรอยด์วันรุ่นที่ใช้สเป็คต่ำแทบจะไม่มีให้เห็นในตลาดอีกต่อไปแล้ว

android one

Nokia 8

ไม่เพียงแต่ยี่ห้อดังจากต่างประเทศเท่านั้นที่ทำแอนดรอยด์วัน หากจำกันได้ สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์วันสัญชาติไทยตัวแรก คือ i-mobile IQ II นั่นเอง! นอกจากกูเกิลจะรับประกันการอัปเดต 2 ปีแล้ว ไอโมบายล์ยังรับประกันตัวเครื่อง, อะไหล่ เป็นเวลา 2 ปีอีกด้วย!!! เป็นที่ฮือฮาในขณะนั้นพอสมควร

android one

i-mobile IQ II

 

ข้อดีของ Android One

  1. ได้อัปเดตใหม่ก่อนใครจากกูเกิล แบบเดียวกับสมาร์ทโฟนตระกูล Nexus หรือ Pixel จึงไม่ต้องเสียเวลารอการอัปเดตจากผู้ผลิต แบบสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ทั่วๆ ไป 
  2. กูเกิลรับประกันการอัปเดต 2 ปี นับตั้งแต่แอนดรอยด์เวอร์ชั่นปัจจุบัน นอกจากนี้ ประกันตัวเครื่อง, อะไหล่จากผู้ผลิตยังขยายเวลาออกเป็น 2 ปีอีกด้วย (ปัจจุบันขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของผู้ผลิตแต่ละแบรนด์ที่ไม่แน่นอน)
  3. ไม่มี Bloatware มากวนใจ เพราะแกะกล่องเปิดเครื่องออกมา มีแต่ Google Service มาให้อย่างเดียว ไม่มีแอพขยะที่ต้องคอยถอนการติดตั้งให้ปวดหัว (บางแอพถอนทิ้งไม่ได้อีกต่างหาก) แถมประหยัดเนื้อที่ได้อีกเยอะเลย
  4. มีแพคเกจอินเทอร์เนตจากโอเปอเรเตอร์มาให้ด้วย กูเกิลกำหนดให้การขายในแต่ละประเทศจะต้องมีแพคเกจบริการอินเทอร์เนตผ่านมือถือให้มาด้วย (ในระยะแรกของโครงการ) อย่างของไทยเราสำหรับผู้ที่ซื้อ i-mobile IQ II จะได้ซิมของ True Move H เล่นเนต 4G ฟรี 1GB นาน 2 ปี เมื่อมียอดเติมเงินสะสมครบ 200 บาทต่อเดือน
  5. สเปคสุดคุ้มในราคาถูก เพราะเป็นเพียวแอนดรอยด์แท้ๆ จากกูเกิล ไม่มีการครอบ UI เพิ่มเติมจากผู้ผลิต จึงลื่นไหลแม้สเป็คจะไม่สูงนัก (สำหรับรุ่นที่ออกมาในช่วงแรกๆ)

ข้อเสียของ Android One

  1. สเปคเครื่องที่ไม่สูงนัก โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ใช้ CPU ของ MediaTek เป็นหลัก แต่ภายหลังหันมาใช้ Snapdragon กันแทบทั้งหมดแล้ว
  2. การประกอบตัวเครื่องและวัสดุ เนื่องจากเน้นทำราคาถูก วัสดุจึงใช้พลาสติกเป็นหลัก ตัวเครื่องอาจดูไม่สวยงามเมื่อเทียบกับแอนดรอยด์รุ่นอื่นในราคาที่เท่ากัน
  3. ฟังก์ชั่นน้อยเมื่อเทียบกับเครื่องรุ่นอื่นในราคาที่เท่ากัน ด้วยความที่เป็นเพียวแอนดรอยด์แท้ๆ จึงไม่มีแอพเสริมจากผู้ผลิตมาให้ UI ดั้งเดิมจึงไม่มีลูกเล่นใหม่ๆ ที่ผู้ใช้ต้องการ

 

แล้ว Android Go ล่ะ คืออะไร

android go

Android Go เปิดตัวครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2017 เป็นโครงการที่คล้ายคลึงกับ Android One เพื่อให้ผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟนได้เข้าถึงการใช้งานสมาร์ทโฟนตามที่กูเกิลตั้งเป้าหมายไว้นั้นเอง แต่ต่างกันตรงที่ แอนดรอยด์โกจะเป็นฟังก์ชั่นหนึ่งที่มีในแอนดรอยด์เวอร์ชั่น Oreo ทุกเครื่อง (ส่วนแอนดรอยด์วัน มีเฉพาะรุ่นที่ผู้ผลิตระบุไว้เท่านั้น) เพื่อทำให้เครื่องสเปคต่ำๆ สามารถใช้งานได้ดีและมีประสิทธิภาพสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว แอนดรอยด์โอรีโอ้ออกอัปเดตใหม่เป็นเวอร์ชั่น 8.1 พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเดิมจากแอนดรอยด์โก เป็น Android Oreo (Go Edition) และเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการ (เพื่อความสะดวก ในที่นี้จะขอเรียกว่าแอนดรอยด์โก)

 

android-oreo-go-edition-feat

สเปคของแอนดรอยด์โกนั้น รองรับ RAM ต่ำสุดที่ 1 GB และที่สำคัญ รุ่นไหนก็ใช้ได้ ขอแค่เป็นแอนดรอยด์โอรีโอแล้วอัปเดตก็เพียงพอแล้ว (จะใช้โหมดแอนดรอยด์โก ในสมาร์ทโฟนตระกูล Pixel ก็ไม่มีปัญหา) ซึ่งมีจุดเด่นดังนี้

  • ระบบปฏิบัติการที่ใช้พื้นที่หน่วยความจำในเครื่องน้อยลง และทำงานได้เร็วขึ้น
  • แอพพื้นฐานที่ปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ใช้พลังงานน้อยลง
  • Play Store แบบใหม่ที่จะเน้นการนำเสนอแอพที่เน้นกินทรัพยากรเครื่องน้อย (Facebook lite, Twitter lite, Youtube Go เป็นต้น)

ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์โก มีความเร็วและความคล่องตัวมากกว่าเวอร์ชั่นก่อน ทำให้การทำงานของแอพเร็วขึ้น 15% ระบบใช้พื้นที่ของเครื่องน้อยลงถึงเท่าตัว พร้อมฟังก์ชั่น Data Saver ที่ควบคุมการใช้ดาต้าอินเทอร์เน็ตให้น้อยลงเท่าที่จำเป็น

android go

ปกติแล้ว สมาร์ทโฟนที่จะใช้แอนดรอยด์โกได้นั้น ต้องอัปเดตจากโอรีโอ้ เวอร์ชั่น 8.0 มาเป็น 8.1 ก่อน แต่มีสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มาพร้อมกับแอนดรอยด์โกจากผู้ผลิตโดยไม่ต้องอัปเดตเพิ่ม นั่นคือ Nokia 1 นั่นเอง

 

Nokia 1 Render

Nokia 1

 

ข้อดีของ Android Go

  1. ระบบปฏิบัติการที่ทำงานได้เร็วขึ้น เมื่อเทียบกับแอนดรอยด์โอรีโอ้ 8.0
  2. ใช้ RAM น้อย เครื่องที่มีแค่ 1 GB ก็ทำงานไหว
  3. แอพที่กินทรัพยากรเครื่องน้อยลง เช่น ตระกูล Go
  4. ใช้พื้นที่ใน ROM น้อยลง 50% เมื่อเทียบกับเวอร์ชั่นที่แล้ว
  5. แอนดรอยด์โอรีโอ้ 8.1 ทุกรุ่นทุกยี่ห้อสามารถใช้ฟังชั่น Go ได้

ข้อเสียของ Android Go

  1. Data Saver จะไม่ทำงานในเว็บที่มีการเข้ารหัส หรือเปิดโหมด Incognito (โหมดไม่ระบุตัวตน)
  2. แอพในเวอร์ชั่น Go และ Lite บางฟังก์ชั่นจะถูกตัดออก เพื่อลดขนาดของแอพลง

ข้อแตกต่างระหว่าง Android One และ Android Go

  1. สมาร์ทโฟนรุ่นไหนจะเป็นแอนดรอยด์วัน ขึ้นอยู่กับผู้ผลิต แต่สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์โก ทุกรุ่นทุกยี่ห้อสามารถใช้ฟังก์ชั่นโกได้เลย
  2. แอนดรอยด์วันรองรับหลายเวอร์ชั่นตั้งแต่คิทแคท 4.4 เป็นต้นไป แอนดรอยด์โกจะต้องเป็นเวอร์ชั่นโอรีโอ้ 8.1 เท่านั้น
  3. แอนดรอยด์วันช่วงแรกเน้นราคาถูก ภายหลังจึงยอมให้มีรุ่นราคาสูงขึ้น แต่แอนดรอยด์โกเน้นทุกช่วงราคาเพราะรองรับทุกรุ่นทุกยี่ห้อ
  4. แอนดรอยด์วันรองรับสเปคจำกัด แต่แอนดรอยด์โกรองรับสเปคทุกรุ่น ขอแค่เป็นโอรีโอ้ 8.1
  5. แอนดรอยด์วันต้องใช้แอพเวอร์ชั่นปกติ แต่แอนดรอยด์โกมีแอพเวอร์ชั่น Go มาให้ (ไม่นับแอพตระกูล Lite ที่ไม่ใช่ของกูเกิล)
  6. แอนดรอยด์วันเป็นเพียวแอนดรอยด์ปกติ ไม่มีการเพิ่มประสิทธิภาพใดๆ แต่แอนดรอยด์โกจะปรับปรุงการใช้พลังงาน, RAM, ROM, ความไวในการใช้งาน ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเวอร์ชั่นก่อน

ที่มา : 1 , 2 , 3 , 4 , 5 , 6

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top