Article

5 สิ่งที่ผู้ใช้ไม่ปลื้ม และควรปรับปรุงอย่างเร่งด่วน ของ Samsung Galaxy Note 8

Samsung Galaxy Note 8

เราขอแนะนำบทความ 5 สิ่งที่ผู้ใช้ไม่ปลื้ม และควรปรับปรุงอย่างเร่งด่วน ของ Samsung Galaxy Note 8 เผื่อจะเป็นแนวทางให้ซัมซุงได้นำจุดด้อยไปปรับปรุงนั่นเองครับ

นับตั้งวันนี้ อีกไม่นานเกินรอก็จะถึงวันเปิดตัว Samsung Galaxy Note 9 กันแล้ว ก่อนที่รุ่นเก่าอย่างโน้ต 8 จะกลายเป็นอดีตไปนั่น เราขอแนะนำบทความ 5 สิ่งที่ผู้ใช้ไม่ปลื้ม และควรปรับปรุงอย่างเร่งด่วน ของ Samsung Galaxy Note 8 เผื่อจะเป็นแนวทางให้ซัมซุงได้นำจุดด้อยของรุ่นนี้ไปปรับปรุงในรุ่นต่อๆ ไปในอนาคตนั่นเองครับ

5 สิ่งที่ผู้ใช้ไม่ปลื้ม และควรปรับปรุงอย่างเร่งด่วน ของ Samsung Galaxy Note 8

5. ดีไซน์ของบอดี้ที่ดูงั้นๆ 

ดีไซน์นั้นเป็นสิ่งหนึ่งที่สังเกตได้ชัดเจนที่สุดจากภายนอก สำหรับกาแล็กซี่โน้ต 8 นั่นก็เช่นกัน ด้วยหน้าจอโค้งมนและมีขอบจอที่บางมาก จึงเป็นดีไซน์ที่ถือว่าทำได้ดีกว่ากาแล็กซี่ S8 และโน้ต 7 อย่างเห็นได้ชัด ส่วนบอดี้ฝาหลังนั้นดีไซน์ถือว่าค่อนข้างธรรมดาเมื่อเทียบกับหน้าจอ แต่ด้วยความที่บอดี้ครอบด้วยกระจก ย่อมต้องทิ้งลายนิ้วมือให้ผู้ใช้รู้สึกขัดหูขัดตาอย่างแน่นอน นอกเสียจากว่าจะซื้อเคสมาใส่ นอกจากนี้ มีผู้ใช้บางท่านให้ความเห็นว่า นับตั้งแต่โน้ต 7 มีปัญหา ซัมซุงก็ให้ความสำคัญกับการทดสอบแบตเตอรี่ มากกว่าการใส่ใจดีไซน์เสียอีก

 

4. ยังไม่รองรับคลื่นความถี่ 600 MHz ของ T-Mobile (ในสหรัฐฯ)

ค่าย T-Mobile นั้นใช้คลื่นความถี่ 600 MHz ที่มีอยู่เพื่อให้บริการโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุม ซึ่ง T-Mobile เคยประกาศว่า กาแล็กซี่โน้ต 8 ที่กำลังจะวางขายนั้นรองรับคลื่น 4G 600 MHz  ของตนเอง แต่ในความเป็นจริง กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น ผู้ใช้ต้องรอการอัพเดตจากซัมซุงอยู่นานแสนนาน จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้รับการอัพเดตแต่อย่างใด และสื่อหลายสำนักก็คาดกันว่าซัมซุงน่าจะปล่อยอัพเดตคลื่นความถี่พร้อมๆ กับ การอัพเดต Android Oreo ภายในเร็ววันนี้

 

3. ปุ่ม Bixby ที่เกะกะ

ปุ่ม Bixby ที่เพิ่มเข้ามานั้นก็เพื่อให้ผู้ใช้สามารถสั่งการผ่าน Bixby Voice ได้ทันที โดยที่ไม่ต้องกดเข้าแอพให้เสียเวลา แน่นอนว่าผู้ใช้สามารถปิดการทำงานของปุ่ม Bixby ได้ แต่จะเปลี่ยนปุ่มนี้ให้เปิดแอพอื่นนั้น… เสียใจด้วย ทำไม่ได้นะจ๊ะ

หากผู้ใช้ไม่อยากเปิด Bixby Voice ก็สามารถปิดการทำงานได้ แต่เราไม่สามารถเปลี่ยนปุ่มนี้ให้ไปเปิดแอพอื่นได้เลย ไม่ว่าจะกรณีใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าไม่คิดจะใช้ Bixby Voice เลยสักครั้ง ก็ไม่รู้ว่าจะมีปุ่มนี้ไปเพื่ออะไร เพราะมันเกะกะเปล่าๆได้แต่หวังว่าจะมีนักพัฒนา 3rd Party ออกซอฟต์แวร์มาแก้ไขปุ่มนี้ให้เปิดแอพอื่นก็เป็นได้ (ถ้าซัมซุงไม่ออกอัพเดตมาแก้ซะก่อนนะ)

 

2. เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ใช้ลำบาก

ด้วยดีไซน์หน้าจอที่ถูกออกแบบมาให้มีขอบจอที่บางที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จึงต้องย้านเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไปอยู่ด้านหลัง และด้วยความที่เซ็นเซอร์อยู่ใกล้กับกล้องหลัง คนส่วนมากจึงมักจะเผลอไปแตะเลนส์กล้องจนเปื้อนคราบนิ้วมือโดยไม่รู้ตัว (เพราะมองไม่เห็น) นอกจากนี้ ความที่ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่กว่า S9 นั่นจึงทำให้การยื่นนิ้วไปสแกน ทำได้ยากลำบากและต้องใช้แรงเหยียดนิ้วมากพอสมควรด้วย (โดยเฉพาะคนมือเล็กหรือนิ้วสั้น)

 

1. ราคาที่สูงลิบลิ่ว

สิ่งที่น่าแปลกใจที่สุดสำหรับกาแล็กซี่โน้ต 8 ก็คือราคาค่าตัวนั่นเอง ซึ่งตอนวางจำหน่ายครั้งแรกนั้น มีราคาสูงกว่าสมาร์ทโฟนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด จำหน่ายแบบปลดล็อคที่ราคาเริ่มต้น $929 (32,000 บาท) และราคาขายผ่าน Verizon ที่ $960 (33,000 บาท) ซึ่งสูสีกับราคาขายของ iPhone 7 Plus หากผู้ใช้ไม่ได้สนใจฟังก์ชั่นทุกอย่างในโน้ต 8 (โดยเฉพาะ S-Pen) การตัดสินใจไปซื้อกาแล็กซี่ S8 น่าจะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด

 

สำหรับใครที่อยากติดตามบทความดี ๆ หรือข่าวสารใหม่ ๆ ก็สามารถกดไลค์เพจ WhatPhone.net หรือเข้ามาพูดคุยกันได้ที่ WhatPhone – Commu ได้เลยครับ

group facebook whatphone-commu

 

ที่มา : Paste Magazine

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top