Article

5 สิ่งที่ผู้ใช้ Apple ไม่ปลื้ม และควรปรับปรุงอย่างเร่งด่วน ของ iPhone X

iPhone X

วันนี้ เราจะขอนำเสนอ 5 สิ่งที่ผู้ใช้ Apple ไม่ปลื้ม และควรปรับปรุงอย่างเร่งด่วน ของ iPhone X จะมีอะไรบ้างนั้น ไปชมพร้อมๆ กันเลยครับ

ขึ้นชื่อว่า iPhone ก็จะนึกถึงสมาร์ทโฟนสุดพรีเมี่ยมของฝั่ง Apple นั่นเอง ไม่ว่าใครก็คาดหวังกับคุณภาพของแอปเปิลทั้งนั้น ยิ่งเป็นสมาร์ทโฟนราคาแพงอย่างไอโฟน เท็น ยิ่งคาดหวังแบบสุดลิ่มทิ่มประตูเลยทีเดียว แต่ในความเป็นจริง บางฟังก์ชั่นก็ทำให้ผู้ใช้ผิดหวังเกินกว่าที่คิดไว้ เราจะขอนำเสนอ 5 สิ่งที่ผู้ใช้ Apple ไม่ปลื้ม และควรปรับปรุงอย่างเร่งด่วน ของ iPhone X จะมีอะไรบ้างนั้น ไปชมพร้อมๆ กันเลยครับ

5 สิ่งที่ผู้ใช้ Apple ไม่ปลื้ม และควรปรับปรุงอย่างเร่งด่วน ของ iPhone X

 

Face ID

Face ID ที่ใช้จริงแล้วไม่ได้ดั่งใจ

ไอโฟน X ถูกตัดฟังก์ชั่นสแกนลายนิ้วมือทิ้งไป แล้วแทนที่ด้วยฟังก์ชั่นสแกนใบหน้าผ่าน Face ID ซึ่งทำงานด้วยการสแกนโครงหน้าแบบสามมิติ ฟังดูเหมือนจะไม่มีปัญหา แต่มีผู้ใช้รายหนึ่งให้ความเห็นว่า มีโอกาส 50-50 ที่จะสแกนใบหน้าไม่ผ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สแกนใบหน้าในขณะใส่แว่นโพลาไรซ์ไปด้วย โอกาสสแกนพลาดก็จะมากขึ้นตาม (ยิ่งเป็นคนสายตาสั้นแล้วใส่แว่นก็จะยุ่งยาก)

สิ่งที่แอปเปิลทำผิดพลาดสำหรับฟังก์ชั่นนี้ก็คือ ไม่มีระบบยืนยันตัวตนแบบสำรอง ถ้าเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ หากผิดพลาดก็อาจจะเช็ดนิ้วมือก่อนแล้วสแกนใหม่ก็ยังได้ แต่กับเซ็นเซอร์สแกนใบหน้า จะใช้เวลานานกว่าเนื่องจากต้องรอระยะเวลาขณะสแกนใบหน้าไปด้วย หรือถ้าสแกนใบหน้าพลาดแล้วทำใหม่อีกครั้ง โอกาสสแกนพลาดในครั้งๆ ต่อๆ ไปก็ยังมีอยู่ (ใส่รหัสก็เสร็จไปนานแล้ว) ยกเว้นเสียแต่ว่าจะไปล้างหน้าหรือแต่งหน้าแล้วค่อยกลับมาสแกนใหม่ ซึ่งวิธีหลังนี้เสียเวลามากเกินไป

 

แบตเตอรี่ไม่ได้อึดอย่างที่คิด 

จากการทดสอบแบตเตอรี่ของไอโฟน X โดยการเปิดวิดีโอตั้งแต่แบตเต็มจนแบตหมด (ทดสอบ 9 รอบ) พบว่า อยู่ได้เพียงแค่ 11.5 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าไอโฟน 8 และ 8 พลัส ที่อยู่ได้นานถึง 2 ชั่วโมง ส่วน Samsung Galaxy Note 8 นั้นอยู่ได้นานถึง 17.5 ชั่วโมง เมื่อดูจากเว็บไซต์ต่างๆ จะพบว่า ไอโฟน X ที่ว่าราคาแพงนักแพงหนา แต่แบตหมดเร็วกว่าสมาร์ทโฟนระดับกลางเสียอีก

อีกอย่างหนึ่งที่น่าผิดหวังก็คือ ผู้ใช้ไม่สามารถดูเปอร์เซ็นแบตเตอรี่ได้ทันทีในหน้าจอหลักหรือเมนู แต่ต้องปาดจอจากบนลงล่างเพื่อเรียก Control Center เสียก่อนจึงจะเห็นเปอร์เซ็นแบตที่เหลือได้ ซึ่งยุ่งยากและเสียเวลา

 

ปุ่มลัดของแผนที่นำทาง กดเข้าได้แต่ย้อนกลับไม่ได้

เมื่อผู้ใช้เข้าแอพแผนที่อย่าง Apple Maps หรือ Google Maps แล้วออกจากแอพมาเพื่อเข้าแอพอื่น ไอโฟน เท็น จะมีฟังก์ชั่นโชว์ปุ่มสีน้ำเงินซ้ายบน (จุดเดียวกับนาฬิกา) เมื่อแตะปุ่มนี้ก็จะกลับไปสู่แอพแผนที่ได้อีกครั้ง แต่ปัญหาหลักของฟังก์ชั่นนี้ก็คือ หากกดปุ่มนี้เข้าไปแล้วจะไม่สามารถย้อนกลับไปเข้าแอพก่อนหน้านี้ได้อีกครั้งด้วยปุ่มเดิม นั่นหมายความว่า หากเข้าแอพหนังสืออยู่ แล้วจะเข้าแอพแผนที่ ก็กดปุ่มสีน้ำเงินได้ แต่ถ้าเข้าแอพแผนที่ แล้วจะย้อนกลับเข้าแอพหนังสือ ก็ต้องเข้าหน้าเมนูเพื่อกดไอคอนแอพหนังสือเท่านั้น ใช้ปุ่มลัดไม่ได้นั่นเอง แน่นอนว่ามันเป็นอะไรที่เสียเวลามากๆ 

 

iPhone X Notification Bar

นาฬิกาปลุกที่ตั้งเวลาแล้ว ดันไม่โชว์ไอคอนให้เห็นในหน้า Notification Bar

สิ่งหนึ่งที่คนใช้สมาร์ทโฟนทุกรุ่นต้องทำเมื่อตั้งนาฬิกาปลุกเสร็จ ก็คือการมองดูไอคอนนาฬิกาปลุกที่ Notification Bar นั่นเอง ที่ต้องดูไอคอนก็เพื่อให้แน่ใจว่าเราได้ตั้งนาฬิกาปลุกไว้แล้วก่อนนอน มิเช่นนั้น หากวันไหนลืมตั้งเวลาปลุก ก็ทำใจได้เลยว่าจะต้องทำงานสายแน่ๆ

สำหรับไอโฟน เท็น เมื่อตั้งเวลาปลุกเรียบร้อยแล้ว จะไม่โชว์ไอคอนนาฬิกาปลุกในหน้า Notification Bar ให้เห็นเลย เนื่องจากหน้าจอมีรอยบาก ทำให้เสียพื้นที่สำหรับไอคอนแจ้งเตือนไปมากพอสมควร ถ้าคุณตื่นมากลางดึก แล้วต้องรูดจอลงเพื่อดูไอคอนนาฬิกาปลุกใน Control Center คงไม่ต้องนอนหลับกันแล้ว (ใครเปิดสมาร์ทโฟนกลางดึก เป็นต้องนอนไม่หลับเกือบทุกราย)

 

ไม่มีโหมดอธิบายวิธีใช้ฟังก์ชั่นต่างๆ (Tutorial) ในช่วงแรกเลย 

คนส่วนใหญ่รู้กันดีว่า ไอโฟนนั้นใช้ง่ายขนาดไหน ต่อให้ซื้อเครื่องมาใหม่ จับไม่ถึง 5 นาที ก็แทบจะใช้งานได้อย่างทะลุปรุโปรงแล้ว แต่ไม่ใช่กับไอโฟน เท็น เพราะการตัดปุ่ม Home ออกไปแค่ปุ่มเดียวนั้นทำให้การใช้งานดูซับซ้อนขึ้นทันตา ผู้ใช้ต้องมานั่งจดจำ Gesture ว่า ปัดจากจอล่างขึ้นบนเพื่อไปหน้าเมนูหลัก หรือรูดไอคอนแอพกล้องในหน้าจอล็อคเพื่อถ่ายรูปได้ทันทีโดยไม่ต้องปลดล็อค รวมไปถึงการแคปหน้าจอที่เปลี่ยนแปลงไปจากปุ่มเดิม สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ แอปเปิลคงจะลืมคิดไปว่า ผู้ใช้ยังยึดติดกับการใช้งานรูปแบบเก่าๆ อยู่ และไอโฟน เท็น เองก็เป็นไอโฟนรุ่นแรกที่ตัดปุ่มโฮมแล้วเน้น Gesture เป็นหลัก ด้วยเหตุผลเหล่านี้ จึงทำให้ผู้ใช้บางส่วนหันไปซื้อไอโฟน 8 หรือ 8 พลัสแทน 

สำหรับใครที่อยากติดตามบทความดี ๆ หรือข่าวสารใหม่ ๆ ก็สามารถกดไลค์เพจ WhatPhone.net หรือเข้ามาพูดคุยกันได้ที่ WhatPhone – Commu ได้เลยครับ

 

ที่มา : CNET

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top