Advertorial

ทดสอบประสิทธิภาพ Vivo V19 แรงด้วยหน่วยประมวลผล Snapdragon 712

หลังจากที่เราได้รีวิว Vivo V19 ฉบับเต็มไปแล้ว ซึ่งเป็นการพูดถึงการใช้งานรวมๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ทีมงานประทับใจนอกจากเรื่องกล้องแล้ว นั่นก็คือประสิทธิภาพการทำงานของรุ่นนี้ที่จัดเต็มหน่วยประมวลผลความเร็วสูงมาให้ สามารถใช้เล่นเกมที่มีภาพกราฟฟิค 3D แบบหนักๆ ได้สบายๆ อีกทั้งยังมีระบบระบายความร้อน Copper Tube Liquid Cooling ที่สามารถระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้หน่วยประมวลผลทำงานได้อย่างราบลื่น ไม่มีสะดุด เรามาเจาะลึกกันว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้มีประสิทธิภาพเหนือกว่ารุ่นอื่นอย่างไร

หลงไหลไปกับความงามของ Vivo V19 สี Sleek Silver

ก่อนอื่นที่จะเจาะลึกเรื่องความแรง สิ่งหนึ่งที่เราประทับใจกับรุ่นนี้คงจะเป็นเรื่องของดีไซน์ ตัวเครื่องเป็นสี Sleek Silver ที่ดูหรูหราสวยงาม เมื่อกระทบกับแสงในมุมต่างๆ จะเห็นสีต่างๆ ที่แอบซ่อนอยู่ภายใต้กระจก ด้านข้างของตัวเครื่องออกแบบเป็น 3D ที่ทำให้จับถือได้สะดวก อีกทั้งยังโค้งรับกับมือ ไม่ว่าจะถือเครื่องในแนวตั้ง หรือแนวนอนไม่ว่าจะใช้งานทั่วไป ดูหนัง เล่นเกมก็จับได้ถนัดมือ

Vivo V19

Vivo V19

Vivo V19

หัวใจของความแรง อยู่ที่หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 712

ถ้าพูดถึงประสิทธิภาพของสมาร์ทโฟน สิ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั่นก็คือชิพ CPU หรือหน่วยประมวลผล ซึ่ง Vivo V19 ได้เลือกใช้หน่วยประมวลผลที่มีประสิทธิภาพการทำงานสูง และเป็นที่ยอมรับในวงการสมาร์ทโฟนว่าหน่วยประมวลผลจาก Qualcomm เป็นหน่วยประมวลผลที่ดีที่สุดในบรรดาชิพเซ็ตทั้งหมด ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในด้านความเร็วในการประมวลผล และในด้านประหยัดพลังงาน

หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 712 นี้ใช้สถาปัตยกรรมการผลิตที่ 10 นาโนเมตร มี 8 แกนหน่วยประมวลผล หรือ Octa-core โดยแบ่งเป็น 2 แกนประมวลผลความเร็ว 2.3 GHz ที่จะทำงานขณะที่ใช้งานเบาๆ อย่างเช่นขณะแชท เปิดดูเวบไซต์ เล่นแอพฯ ประเภทโซเชียลมีเดีย ซึ่งแอพฯ พวกนี้จะใช้งานหน่วยประมวลผลไม่มาก และใช้พลังงานต่ำ แต่หากใช้งานหนักๆ อย่างเช่นเปิดใช้งานหลายแอพฯ พร้อมกัน หน่วยประมวลผลท้ง 8 แกนก็เข้ามารับหน้าที่ประมวลผลพร้อมกัน ซึ่งจะทำให้การใช้งานลื่นไหล ไม่มีสะดุด และหากเป็นเกมที่ต้องการหน่วยประมวลผลภาพ 3 มิติหนักๆ ก็มีชิพ GPU อย่าง Adreno 616 ที่จะเข้ามาช่วยในการประมวลผลภาพโดยเฉพาะ

นอกจากนี้ยังต้องอาศัย RAM 8 GB แบบ LPDDR4X ซึ่งเป็น RAM ความเร็วสูง ที่จะช่วยรองรับการเปิดแอพพลิเคชั่นได้พร้อมกันได้โดยไม่ทำให้เครื่องหน่วง และหน่วยความจำ ROM ขนาดใหญ่ 128 GB สำหรับเก็บข้อมูล โดยใช้ชิพหน่วยความจำ UFS 2.1 สามารถส่งผ่านข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การถ่ายภาพ และถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 4K ทำได้อย่างลื่นไหล ไม่มีสะดุด

ใช้นานแค่ไหนก็ไม่ร้อน ด้วยระบบ Copper Tube Liquid Cooling

หน่วยประมวลผลของ Vivo V19 ยังทำงานคู่กับ Copper Tube Liquid Cooling มีลักษณะเป็นท่อทองแดงที่มีของเหลวอยู่ด้านใน เมื่อเกิดความร้อนขณะใช้งานจะช่วยให้การระบายความร้อนทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าสมาร์ทโฟนที่ไม่ได้ใช้ระบบนี้ สามารถลดอุณหภูมิขณะทำงานได้ถึง 3-6 องศาเซลเซียส ไม่ว่าจะเล่นเกมนานแค่ไหนก็ทำให้อุณหภูมิคงที่ ทำให้เฟรมเรทในการแสดงผลขณะเล่นเกมลื่นไหล ไม่กระตุกให้เสียอารมณ์ 

เปิดใช้งานได้ 2 แอพฯ 2 หน้าจอได้พร้อมกัน

จากหน่วยประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูง ทำงานได้รวดเร็ว ยังสามารถทำงานแบบ Multi-tasking หรือทำงานหลายๆ อย่างได้พร้อมกันบนหน้าจอเดียวด้วยฟีเจอร์แยกหน้าจอ เพียงเปิดแอพฯ แรกที่ต้องการ แล้วใช้ 3 นิ้วแตะลากขึ้นไป หน้าจอจะถูกแบ่งอัตโนมัติ สามารถเปิดแอพฯ อื่นใช้งานได้พร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดดู YouTube พร้อมกับเปิดเบราเซอร์ดูเวบไซต์ หรือเปิด Facebook ได้พร้อมกันแบบไม่มีสะดุด ซึ่งตอนนี้มีแอพฯ ที่รองรับอย่างเช่น Facebook, YouTube, Gmail, Chrome, Google maps เป็นต้น

Multi Turbo 3.0 ผู้อยู่เบื้องหลังความแรงของการเล่นเกม

นอกจาก Hardware ทั้ง CPU, GPU และหน่วยความจำที่ Vivo V19 ส่งมอบความแรงให้กับผู้ใช้แล้ว อีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ขาดไม่ได้คือซอฟท์แวร์ที่ช่วยจัดสรรทรัพยากรในเครื่องให้แอพฯ ต่างๆ นำไปใช้งานได้อย่างเต็มที่ อย่างเช่น Multi Turbo 3.0 ซึ่งเป็นซอฟท์แวร์ให้ความสำคัญกับเกมเป็นอันดับแรก ซึ่งจะช่วยจัดสรรระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยประมวลผล และหน่วยความจำให้กับการเล่นเกมโดยเฉพาะ ให้การเล่นเกมมีประสิทธิภาพ Multi-Turbo 3.0 ยังทำงานร่วมกับ Center Turbo ที่จะช่วยลดปัญหาเฟรมเรทตกได้ถึง 78.05% ทำให้การแสดงผลลื่นไหล ภาพดูสมูท ไม่ขาดตอน

Ultra Game Mode ผู้ช่วยตัวจริงสำหรับเกมเมอร์

หากการเล่นเกมคือชีวิตจิตใจของคุณ Vivo ก็มีฟีเจอร์เด็ดที่ออกแบบมาให้เหล่าเกมเมอร์เล่นเกมได้สนุกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีตัวช่วยให้การเล่นเกมปราศจากการแจ้งเตือนต่างๆ ทำให้มีสมาธิจดจ่ออยู่กับภาระกิจที่อยู่บนหน้าจอ โดยมีฟีเจอร์เด่นๆ ดังนี้

  • Background calls คือการโทรศัพท์ขณะเล่นเกมโดยที่หน้าจอแสดงผลยังคงเป็นหน้าจอเกมปกติ
  • Block notifications การบล็อคการแจ้งเตือนต่างๆ ไม่ให้บดบังหน้าจอขณะเล่นเกม
  • Voice changer คือการเปลี่ยนเสียงพูดของผู้เล่นเกมให้เป็นเสียงอื่นๆ อย่างเช่นเสียงเด็ก เสียงหุ่นยนต์ เสียงผู้บังคับบัญชา เป็นต้น
  • Reject คือการบล็อคทุกสายที่โทรเข้า เพื่อการเล่นเกมแบบไร้การรบกวน
  • ระบบสั่น 4 มิติ คือการจะจำปุ่มยิงอัตโนมัติ เมื่อทำการยิงโทรศัพท์จะสั่นแบบเสมือนจริง
  • การล็อคความสว่าง คือการจดจำความสว่างหน้าจอในขณะนั้น เมื่อมีการเปลี่ยนสถานที่ ความสว่างหน้าจอก็จะไม่ถูกปรับ
  • Screenshots คือการบันทึกภาพนิ่งหน้าจอขณะเล่นเกม
  • การบันทึกหน้าจอ คือการบันทึกวิดีโอหน้าจอขณะเล่นเกมในขณะนั้น แล้วนำมามาเปิดดูภายหลัง หรืออัพโหลดอวดช็อตเด็ดให้กับเพื่อนได้ดู

นอกจากนี้ยังมีโหมด E-sport สำหรับผู้เล่นมือโปรที่จะช่วยให้การเล่นเกมถูกขัดจังหวะจากการแจ้งเตือนต่างๆ น้อยที่สุด และยังช่วยให้ระบบจัดสรรทรัพยากรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยประมวลผล หน่วยความจำ และหากเปิดโหมด Ultimate Esports แอพฯ ที่อยู่เบื้องหลังการทำงานจะถูกปิดเพื่อจัดสรรพื้นที่หน่วยความจำ และหน่วยประมวลผลมาใช้สำหรับการเล่นเกมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หมดปัญหาแอพฯ ทำงานเบื้องหลังที่จะมารบกวนการเล่นเกมของคุณ

สำหรับสายปล่อยบอทก็ยังมีโหมดเล่นอัตโนมัติขณะหน้าจอดับ ซึ่งตัวเกม และบอทจะยังคงทำงานได้ปกติ ให้คุณมีเวลาเหลือไปทำกิจกรรมอย่างอื่น และยังช่วยประหยัดแบตเตอรี่ ให้คุณปล่อยบอทได้นานยิ่งขึ้นด้วย เพราะ

วิดีโอทดสอบการเล่นเกม PUBG Mobile และบันทึกเป็นคลิปวิดีโอเก็บไว้ในเครื่อง

ทดสอบประสิทธิภาพของ Vivo V19 ด้วยแอพฯ ต่างๆ

จากการทดสอบด้วยแอพฯ ทดสอบประสิทธิภาพอย่าง Antutu Benchmark 3D, Geekbench 5 และ 3DMark พบว่าทำคะแนนได้ค่อนข้างดี ถึงแม้ว่าจะไม่แรงสุด แต่หากเทียบราคากับประสิทธิภาพที่ได้ถือว่าทำได้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป เรามาดูคะแนนผลการทดสอบได้เลยครับ

Vivo V19

ผลทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอพฯ Antutu Benchmark

 

Vivo V19

ผลทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอพฯ Geekbench 5

 

Vivo V19

ผลทดสอบประสิทธิภาพด้วยแอพฯ 3DMARK

ทดสอบเล่นเกม Asphalt 9

หลังจากที่ทดสอบประสิทธิภาพความแรงของหน่วยประมวลผลแล้ว เรามาดูกันว่าการเล่นเกมจริงๆ เป็นอย่างไร และในเกมที่เรานำมาทดสอบนี้ก็เป็นเกมที่ใช้ทรัพยากรในเครื่องหนักมาก ไม่ว่าจะเป็นหน่วยประมวลผล CPU, GPU หน่วยความจำ ซึ่งจากการทดสอบเล่นนานๆ ตัวเครื่องก็ไม่ได้ร้อนมากอย่างที่คิด เพียงแค่อุ่นๆ มือเท่านั้น เรามาดูกันเลยว่าการเล่นเกมของ Vivo V19 นี้จะเป็นอย่างไร ลื่นขนาดไหน มาดูกันได้เลยครับ

ทดสอบเล่นเกม ROV

ทดสอบเล่นเกม PUBG Mobile

สรุปสเป็ค Vivo V19

  • รองรับเครือข่าย 3G, 4G LTE
  • หน้าจอแบบ Super AMOLED Ultra O Screen ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด Full HD+
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแสดงผล
  • หน่วยประมวล Qualcomm Snapdragon 712 Octa-core
  • ชิพประมวลผลภาพ 3D Adreno 616
  • ระบายความร้อนด้วย Copper Tube Liquid Cooling
  • หน่วยความจำ RAM 8 GB, ROM 128 GB
  • เพิ่มหน่วยความจำแบบ microSD ได้
  • กล้องหลัง 4 เลนส์
    • เลนส์ Wide ความละเอียด 48 MP
    • เลนส์ Super Wide Angle ความละเอียด 8 MP
    • เลนส์ Bokeh ความละเอียด 2 MP
    • เลนส์ Macro ความละเอียด 2 MP
  • กล้องหน้า 2 เลนส์
    • เลนส์ Wide ความละเอียด 32 MP
    • เลนส์ Super Wide Angle ความละเอียด 8 MP
  • ถ่ายวิดีโอความละเอียด FullHD, 4K
  • ระบบชาร์จไฟ Vivo FlashCharge 2.0 กำลังไฟ 33 วัตต์
  • แบตเตอรี่ความจุ 4,500 mAh
  • Funtouch OS 10 บนระบบปฏิบัติการ Android 10
  • ราคา 12,999 บาท

 
ซื้อ Vivo V19 คลิกที่นี่

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top