สิ้นสุดการรอคอยกันซะทีนะครับ หลังจากที่ Apple ได้เปิดตัว iOS 6 ในงาน WWDC 2012 ที่ว่ากันว่าบัตรหมดภายใน 1 ชั่วโมง 43 นาที โดยมีผู้ร่วมชุมนุมโดยนัดหมายไว้แล้วจาก 60 ประเทศทั่วโลก ส่วนจะมีอะไรใหม่มาให้เหล่าสาวกได้ชื่นชมกันบ้าง ตามไปอ่านที่บรรทัดถัดไปได้เลยครับ
Maps
ถือว่าเป็นไฮไลท์เด็ดประจำงานเลยก็ว่าได้ โดยที่ก่อนหน้านี้ผู้อ่านหลายท่านคงพอได้ทราบกันมาแล้วว่า Apple ได้กว้านซื้อบริษัททำแผนที่แบบ 3 มิติไปหลายแห่ง และช่วงก่อนงานเปิดตัวก็มีข่าวลือหนาหูว่า Apple จะเลิกใช้ Google Maps ซึ่งข่าวนี้ก็เป็นไปตามคาดครับ Apple ได้ทำแผนที่ขึ้นมาเองเป็นแบบ 3D ในโหมด Flyover แล้วยังสามารถเข้าโหมด Traffic เพื่อตรวจสภาพการจราจรในขณะนั้นได้ พร้อมไอคอนใหม่ที่บ่งบอกอย่างชัดเจนว่ามีระบบนำทาง GPS แบบ Turn by Turn ที่ช่วยคำนวณเส้นทางเพื่อให้คุณไปถึงที่หมายได้อย่างตรงเวลาและไม่ต้องเจอปัญหาการจราจรติดขัดให้ปวดหัวกันทุกเช้าเย็นอีกต่อไป

Siri
นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ผู้ที่ใช้งาน iPad 2 และ The New iPad ก็จะมีนางสาว Siri มาคอยรับใช้ทุกท่าน และยังสามารถสั่งให้ Siri เปิดแอพพลิเคชั่นตามที่เราสั่งได้ แถมคราวนี้ Siri ได้ไปเรียนภาษาจีน ภาษาเกาหลี ภาษาอิตาลีมาเพิ่ม พร้อมกับศึกษาเรื่องกีฬา เพื่อแจ้งผลการแข่งขันและข้อมูลให้เราได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาเบสบอล, บาสเก็ตบอลและที่ขาดไม่ได้คือการรายงานผลฟุตบอล ตั้งแต่พรีเมียร์ลีก ลาลีกา บุนเดสลีกา กัลโช่ เซเรียอา หรือเมเจอร์ลีก ซ็อคเกอร์ของพี่เบ็คส์ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ Siri ยังสามารถแนะนำร้านอาหารอร่อยๆ และอัพเดทหนังเด็ดๆ ให้เราได้ทราบอีกด้วย และที่เด็ดที่สุดก็คือ Eye Free ที่เราสามารถติดตั้ง iPhone เข้ากับรถยนต์ (บางยี่ห้อ เช่น BMW, Mercedes Benz, Toyota, Honda, Audi และอื่นๆ) เพื่อใช้งาน Siri ในขณะขับรถได้โดยไม่ต้องมองหน้าจอ ถือว่าเป็นไอเดียที่น่าจะช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้โทรศัพท์บนท้องถนนไปได้เยอะพอสมควร
Phone
ปล่อยอัพเดทแต่ฟังก์ชั่นอื่นมานานจนนึกว่า Apple ไม่ให้ความสำคัญกับฟังก์ชั่นนี้ไปซะแล้ว ใน iOS 6 นี้ มีการเพิ่มลูกเล่นในการ Reply Message ไปยังผู้ที่โทรเข้ามาตอนที่เรากำลังประชุม ติดธุระในห้องน้ำ หรือกินไก่ย่าง จนไม่สะดวกรับสายในขณะนั้น ซึ่ง Message ก็มีให้เลือกหลายแบบ หรือสามารถตั้งเองได้ และยังสามารถตั้งให้ Remind เราในภายหลังอีกด้วย

ฟังก์ชั่นนี้ Apple จัดให้สำหรับชาวสังคมออนไลน์โดยเฉพาะ เราสามารถที่จะ Share Links ในหน้าเว็บที่เรากำลังดูอยู่ไปบน Facebook ได้อย่างสะดวก แถมยังสามารถ Update Status หรือ Tweet ในหน้า Notification Center ได้ด้วย และอีกจุดหนึ่งก็คือ เราสามารถกด Like แอพพลิเคชั่นใน App Store หรือเพลงใน iTunes ได้เหมือนกับใน Facebook ซึ่งเราสามารถตรวจสอบความป๊อปปูล่าของเพลง เกมส์ หรือแอพฯ ต่างๆ ได้ตามจำนวน Like ได้เลย
FaceTime
ถือว่าเป็นจุดจบและตอนอวสานสำหรับคาสซาโนว่าแอนด์คาสซาโนวี่อย่างแท้จริง เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่แฟนของคุณก็สามารถขอ FaceTime กับคุณได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องง้อ Wi-Fi อีกต่อไปแล้ว สำหรับ iOS 6 นั้นเราสามารถใช้ FaceTime ผ่านทางเครือข่ายมือถือ ไม่ว่าจะเป็น 3G หรือ EDGE ได้ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ส่วนความเร็วในการโต้ตอบหรือความต่อเนื่องในการสนทนาก็ขึ้นอยู่กับความแรงของอินเทอร์เนตอยู่ดีนั่นแล

Passbook
ไม่ใช่ญาติห่างๆ ของ Facebook แต่อย่างใด แต่มันคือ ฟังก์ชั่นที่ช่วยให้เราสบายกระเป๋ามากขึ้น ถามว่าทำไมนะเหรอ? ก็เพราะเราจะไม่ต้องพกบัตรและคูปองต่างๆ ให้เยอะแยะยั้วเยี้ยเละรกรุงรังจนกระเป๋าตังค์บวมน่ะสิ เราสามารถเก็บตั๋วหนัง ตั๋ว Boarding Pass ของสายการบิน บัตรสตาร์บัคส์ บัตรสมาชิก ฯลฯ ได้ไว้ใน iPhone ของเรา พอถึงเวลาจะใช้งานก็แค่หยิบขึ้นมาแล้วสแกนด้วย QR Code ได้สะดวก ซึ่งเราสามารถตรวจดูยอดเงินคงเหลือในบัตร เช็คที่นั่งในสนาม แถมยังมีระบบแจ้งเตือนด้วยนะครับว่า มีร้านสตาร์บัคส์อยู่แถวๆ นี้นะ หรือต้องไปขึ้นเครื่องบินที่ประตูไหน เรียกได้ว่า จัดการธุระให้ทุกอย่างเลยจริงๆ
Photo Stream
คราวนี้เราสามารถแชร์ภาพใน Photo Stream ให้เพื่อนๆ เข้ามาดูกันได้ และที่เจ๋งมากก็คือ สามารถ Add Comment ใส่ความคิดเห็น หรือกด Like ได้ด้วย

เราสามารถตั้ง VIP ให้กับ Account ได้ตามที่เราต้องการครับ สังเกตง่ายๆ ก็คือ เวลามีอีเมลเข้ามาจาก VIP Account จะมีดาวดวงเล็กๆ ติดข้างหน้าด้วย เพื่อให้เราไม่พลาดอีเมลสำคัญจาก VIP เวรี่ อิมพอร์แทน พีเพิ่ล! และสิ่งที่น่าจะทำตั้งนานแล้วก็คือ เราสามารถแนบรูปภาพหรือวีดีโอจากหน้า New Message เวลาเขียนอีเมลใหม่ได้ (สักที)

Keyboard
เชื่อว่าขาแชทหลายๆ คนคงมีปัญหากับการพิมพ์ภาษาไทยผิดอยู่บ่อยๆ จนต้องหนีไปสื่อสารกันด้วยภาษาคาราโอเกะหรืออังกฤษแบบงูๆ ปลาๆ พอมาถึง iOS 6 ในคราวนี้ Apple จัด Keyboard ภาษาไทยแบบ 4 แถวให้แฟนคลับชาวไทยแบบเอ็กส์คลูซีฟเลยทีเดียว เท่านี้ก็พิมพ์ข้อความกันได้ง่ายขึ้นแบบไม่ต้องไปเจลเบรคหรือซื้อคีย์บอร์ดอีกต่อไป

Do Not Disturb
ตอนแรกที่ Apple นำเสนอฟังก์ชั่นนี้ ผมรู้สึกว่ามันถูกสร้างมาเพื่อคนนอนหลับยากและตื่นง่ายอย่างผมโดยเฉพาะ ทุกครั้งที่ปิดไฟนอน มักจะมีสาวๆ ส่งข้อความมาตอนหลับประมาณ 30 ครั้งต่อ 1 นาที (อะแฮ่ม) หรือต่อให้เปิดโหมดสั่น เครื่องก็จะสั่นไปเรื่อยๆ และเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ จนเกือบตกจากโต๊ะได้ ดังนั้น Apple จึงแก้ปัญหาให้หนุ่มฮอตผู้มีปัญหาการหลับนอนอย่างผมด้วยโหมด Do Not Disturb ทำให้เราสามารถตั้งเวลาไม่ให้ iPhone ส่งเสียงได้ โดยสามารถเลือกรับสายสับรางได้เฉพาะสาวคนโปรดในกลุ่ม Favorite ด้วยนะ เมื่อเปิดโหมดนี้ ก็จะมี Icon รูปพระจันทร์เสี้ยวอยู่ตรงนาฬิกา
สำหรับ iOS 6 นี้จะเปิดให้ User ได้ใช้งานประมาณฤดูใบไม้ร่วงที่จะถึงนี้ (น้องๆ หลายคนคงปิดเทอมพอดี) แต่แว่วๆ มาว่ามีแฮคเกอร์คนนึงออกมาประกาศผ่านทางทวิตภพว่า เขาสามารถ Tethered Jailbreak iOS 6 ได้แล้ว แต่ยังไม่อยากออกมาชี้โพรงให้ Apple รู้ตัวซะก่อน อดใจรอกันอีกนิดครับ ดีไม่ดี iOS 6 อาจจะเปิดให้ใช้งานพร้อม iPhone รุ่นหน้าที่จะวางขายในช่วงนั้นเลยก็เป็นได้!
ที่มา : http://www.whatphone.net
ราคามือถือ
ราคามือถือ Samsungรีวิวมือถือ
รีวิวมือถือ Samsungหน้าแรก | แค็ตตาล็อกมือถือ | ราคามือถือ | รีวิวมือถือ | บทความมือถือ | ข่าวมือถือ | เว็บบอร์ดมือถือ | รูปสาวสวย | วาไรตี้ | แอพพลิเคชั่นมือถือ | เกมส์มือถือ
Gadget| Phone Pulse | บล๊อก | Mobile247 | ฝากรูป
© Copyright 2003-2008, All Rights Reserved. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ต้องการนำข้อมูลไปเผยแพร่โปรดติดต่อ webmaster@whatphone.net หรือ บริษัทเอ็ม วิชั่น จำกัด