Article

เคล็ดไม่ลับ เทคนิคลดการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือ Android

save your Internet Data

ในยุคสมัยที่คอนเทนท์เนื้อหาบนเว็บไซต์นั้นมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะข้อมูลที่เป็นวิดีโอที่เดี๋ยวนี้เราจะเห็นบ่อยขึ้นใน Facebook, Instagram เพราะวิดีโอเป็นวิธีการสื่อสารที่ค่อนข้างจะตรงจุด เราก็เลยได้รับชมวิดีโอจากสื่อต่างๆ มากขึ้นนั่นเอง

และด้วยการที่เนื้อหาในโลกอินเทอร์เน็ตเป็นวิดีโอที่มีข้อมูลขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรนั้น จะทำให้อินเทอร์เน๋็ตในแพ็กเกจของเราหมดเร็วขึ้นนั่นเอง และในวันนี้เราจะมาบอกเคล็ดไม่ลับ เทคนิคในการลดการใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือ (Internet Data) Android มาฝาก จะมีเทคนิคอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันได้เลย

 

หยุดเล่นวิดีโออัตโนมัติบน Facebook

Facebook นอกจากตัวแอพพลิเคชั่นจะมีขนาดใหญ่แล้ว ยังมีส่วนทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของตัวเครื่องสมาร์ทโฟนลดลง เนื่องจากมีการทำงานแบบพื้นหลังตลอดเวลา ทั้งทรัพยากรตัวเครื่องและอินเทอร์เน็ตก็จะมีการใช้งานมาก

อีกทั้งการเปิดให้เล่นวิดีโอแบบอัตโนมัติบน Facebook ก็จะทำให้เปลืองการใช้งานข้อมูลอินเทอร์เน็ตในแพ็กเกจของเราเช่นกัน ดังนั้น เราควรตั้งค่าว่าจะให้วิดีโอเล่นวิดีโออัตโนมัติก็ต่อเมื่อเราเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือไม่ก็ไม่เล่นอัตโนมัติเลยดีกว่า

โดยไปที่ App Settings ภายในแอพพลิเคชั่น Facebook แล้วไปที่ Auto play แล้วเลือก Never Auto play Videos เพื่อปิดการเล่นแบบอัตโนมัติ และถ้าต้องการให้เล่นวิดีโออัตโนมัติเมื่อมีการเชื่อมต่อ Wi-Fi ก็ให้เลือก On Wi-Fi Connections Only เพียงเท่านี้ก็จะหยุดเล่นวิดีโออัตโนมัติเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตมือถือแล้วครับ

 

เปลี่ยนมาใช้ Facebook Lite

Facebook Lite

ถ้าหากอยากจะเล่นเฟซบุ๊คในรูปแบบแอพพลิเคชั่น แต่ก็ไม่อยากจะเปลืองเน็ต แนะนำให้ใช้งาน Facebook Lite ได้เลย เนื่องจากแอพพลิเคชั่น Facebook Lite นี้จะมีการตัดหลายๆ ฟีเจอร์ออกไป จึงทำให้มีขนาดไฟล์ที่เล็กลง พร้อมกับลดความละเอียดการแสดงผลของกราฟิกลง ทำให้การใช้ข้อมูลอินเทอร์เน็ตลดลงด้วย

สำหรับแอพพลิเคชั่น Facebook Lite นี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนระดับล่างหรือเครื่องที่มี RAM ไม่เยอะ สามารถใช้งานได้อย่างลื่นไหลและไม่มีปัญหา อีกทั้งยังใช้อินเทอร์เน็ตน้อยลง เพราะข้อมูลที่ใช้งานนั้นลดลงด้วย

แต่ถ้าใครที่ไม่ชอบ Facebook Lite เพราะมีฟีเจอร์ให้เล่นน้อยเกินไป แต่ก็ไม่อยากจะใช้งานผ่านแอพพลิเคชั่น แนะนำว่าให้ใช้งานผ่านเบราเซอร์ และเป็น Google Chrome จะดีมาก จะดีอย่างไร ไปดูหัวข้อต่อไปกันเลย

 

เปิดฟีเจอร์ Data Saver บน Google Chrome

เบราว์เซอร์ Google Chrome จะมีฟีเจอร์ที่เรียกว่า Data saver อยู่ โดยฟีเจอร์นี้จะมาช่วยประหยัดการใช้งานอินเทอร์เมื่อมีการเปิดดูเว็บไซต์ต่างๆ จากเบราเซอร์ โดยจะทำการลดความละเอียดของรูปภาพทั้งหมดขอเว็บไซต์ที่เราเปิดดู

การเปิดฟีเจอร์ Data Saver บน Google Chrome นั้น ไปที่ Settings > Data Saver และทำการเปิด เพียงเท่านี้จะจะเข้าสู่โหมดประหยัดอินเทอร์เน็ตบน Google Chrome แล้ว และเมื่อใช้งานไปสักพัก จะมีการเปรียบเทียบให้เห็นว่า Data Saver ช่วยคุณประหยัดอินเทอร์เน็ตในแพ็คเกจของคุณไปกี่เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ Data Saver ยังมีการบอกข้อมูลว่าหากไม่เปิดฟีเจอร์นี้จะใช้ไปเท่าไร และเมื่อเปิดแล้ว ลดลงเหลือเท่าไร ซึ่งถ้าหากใครที่ชอบเปิดดูเว็บไซต์บ่อยๆ ลองหันมาใช้งานเบราว์เซอร์ Google Chrome ดูครับ รวมถึงการใช้งาน Facebook ผ่านเบราเซอร์ด้วย ก็จะใช้งานผ่าน Data Saver ช่วยประหยัดเนื้อที่ และยังประหยัดอินเทอร์เน็ตมากขึ้นด้วย

 

ลดคุณภาพของการสตรีมมิ่งลง

แอพพลิเคชั่นที่มีการเล่นแบบสตรีมมิ่ง อาทิ Netflix, Google Play Music, Snapchat จะมีการเชื่อมต่อและใช้งานอินเทอร์เน็ตตลอดการใช้งาน เพราะจะต้องทำการดาวน์โหลดมาเก็บไว้เรื่อยๆ ในระหว่างการดู เพื่อความรวดเร็วในการรับชมวิดีโอนั่นเอง ซึ่งการใช้งานแอพพลิเคชั่นจำพวกสตรีมมิ่งนี้เป็นสาเหตุนึงที่ทำให้อินเทอร์เน็ตในแพ็คเกจของคุณหมดเร็วขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง

การแก้ปัญหานี้ก็คือการปรับระดับความละเอียด หรือ ลดคุณภาพลงในขณะที่ใช้งาน Mobile Data อินเทอร์เน็ตบนมือถือ และเมื่อไรที่เชื่อมต่อ Wi-Fi กับที่บ้านก็ค่อยจัดเต็มทั้งความละเอียดและคุณภาพเพื่ออรรถรสในการรับชมภาพยนตร์ ซีรีย์ต่างๆ เพราะเราไม่ต้องกังวลกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตแล้ว

ซึ่งการปรับตั้งค่าดังกล่าวนั้น จะอยู่ในเมนู Settings ของแต่ละแอพพลิเคชั่น วิธีการเข้าไปหาเมนูตั้งค่านี้ก็ไม่ต่างจาก Facebook, Twitter และ Instagram เท่าไรนัก

 

จัดการเรื่องซิงค์บน Android ให้ดี

บนสมาร์ทโฟน Android มักจะมีการซิงค์ข้อมูลหรือบริการมากมายเมื่อมีการใช้งานบัญชี Google อาทิ Gmail, Google Calendar, Google Fit, Google Keep ฯลฯ ซึ่งจะมีการเริ่มซิงค์หลังจากที่เริ่มใส่บัญชี Google เข้าไป

ซึ่งผู้ใช้งานท่านใดที่มีหลายบัญชีก็จะมีการซิงค์เพิ่มมากขึ้น และแน่นอนว่ามีการซิงค์มากขึ้นก็จะมีการใช้งานข้อมูลอินเทอร์เน็ตมากขึ้นเช่นกัน เนื่องจากมีการทำงานส่งข้อมูลเพื่อตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา นั่นก็คือการทำงานพื้นหลังนั่นเอง

คุณสามารถจำกัดการซิงค์ข้อมูลบริการต่างๆ ได้ ด้วยการเข้าไปที่เมนู Settings ของตัวเครื่อง แล้วไปที่ Accounts และเลือกไปที่ Google จากนั้นก็เลือกบัญชีของคุณ

ทริคในการจัดการก็คือการปิดการซิงค์ในบริการที่เราไม่ใช้งานลงไป เช่น Google Play Newsstand ถ้าไม่ใช้งาน ก็ปิดการซิงค์ไป และถ้ามีการเพิ่มบัญชีเข้ามาใหม่ ก็อย่าลืมทำการปิดการ์ซิงค์ที่ไม่จำเป็นออกไปออกไปด้วย

Sync settings

 

เปิดใช้งาน Restrict background data

คุณสามารถป้องกันการทำงานของแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ไม่ให้ทำงานพื้นหลังแบบอีเมล์หรือ การรีเฟรชของแอพพลิเคชั่นของ Social Network ต่างๆ อาทิ Facebook, Instagram, Twitter เมื่อตัวเครื่องมีการล็อคหรือไม่ได้ใช้งาน โดยส่วนใหญ่จะไปที่ Settings > Data Usage บางรุ่นอาจจะมีเมนู Restrict background data แต่บางรุ่นก็จะมี Data Saver มาให้ และสามารถเลือกเปิดหรือปิดการใช้งานพื้นหลังในแต่ละแอพพลิเคชั่นได้เลยพ

เมื่อเปิดการใช้งานฟีเจอร์ Restrict background data นี้แล้ว แอพพลิเคชั่นส่วนใหญ่จะใช้งานข้อมูลอินเทอร์เน็ตก็ต่อเมื่อมีการเปิดใช้งานสมาร์ทโฟน หรือ เมื่อเชื่อมต่อกับ Wi-Fi และในบางกรณีจะต้องมีเงื่อนไขทั้ง 2 อย่าง แอปพลิเคชั่นจึงจะเริ่มทำงานพื้นหลังแบบปกติ

การตั้งค่า Data usage ไว้ ก็เป็นอีกหนทางนึงที่จะทำให้เราไม่ใช้ข้อมูลอินเทอร์เน็ตเกินแพ็กเกจที่เรามี รวมถึงมีการแจ้งเตือนเมื่อมีการใช้งานตามจำนวนที่เราตั้งค่าไว้อีกด้วย เป็นการเตือนความจำให้เราระมัดระวังในการใช้งานข้อมูลอินเทอร์เน็ตมากขึ้น นอกจากนี้คุณยังสามารถดูการใช้งานข้อมูลอินเทอร์เน็ตในแต่ละแอพลิเคชั่นอีกด้วย ทำให้คุณสามารถจัดการการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

 

เก็บเพลงหรือหนังไว้ดูแบบ Offline บ้าง

หลายๆ ท่านอาจจะมีการใช้งานบริการดูหนังหรือฟังเพลงออนไลน์ อาทิ Netflix, YouTube, Spotify ก็จะมีบริการให้ดาวน์โหลดมาเก็บไว้ฟังหรือดูแบบ offline หรือไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตได้ นั่นจะช่วยให้เราประหยัดค่าอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น เพราะจะไม่ต้องทำการโหลดใหม่ทุกครั้งที่เราเปิดดูเวลาอยู่ข้างนอก หรือตอนที่ไม่ได้เชื่อมต่อ Wi-Fi ไว้

สำหรับ Google Maps ก็เช่นกัน สามารถดาวน์โหลดแผนที่การเดินทางมาเก็บไว้แบบ offline ก่อน ก็จะช่วยให้การใช้งานข้อมูลอินเทอร์เน็ตลดลงด้วย แต่อย่างไรก็ตาม Google Maps ก็ยังคงใช้ข้อมูลอินเทอร์เน็ตในขณะนำทางเพื่อดึงข้อมูลต่างๆ มาประมวลผล เช่น ข้อมูลการจราจร เพื่อประสิทธิภาพในการแนะนำเส้นทางที่ดีมากขึ้น

 

ดาวน์โหลดและติดตั้ง Datally มาไว้ในเครื่อง

datally

Google เพิ่งจะเปิดตัวแอปพลิเคชั่นใหม่ Datally ที่จะมาคอยสอดส่องดูปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตของแต่ละแอพพลิเคชั่น และยังสามารถควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตและลดการใช้งานอินเทอร์เน็ตลงได้ภายในแอพพลิเคชั่นเดียว

featured datally

สำหรับฟีเจอร์หลักๆ ของ Datally จะเป็นการดูข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบเรียลไทม์ โดยจะแสดงขึ้นที่หน้าจอเลยว่ามีการใช้งานไปเท่าไรแล้ว และยังแสดงการใช้งานในแต่ละวัน หรือจะเลือกดูแบบรายช่วงโมง, รายวัน และรายเดือนได้

อีกทั้งยังสามารถบล็อกการใช้งานอินเทอร์เน็ตในแต่ละแอพพลิเคชั่นได้ทันที หากเราเห็นว่ามีการใช้งานอินเทอร์เน็ตเยอะแล้ว และนอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Find Wi-Fi ช่วยค้นหา Wi-Fi ฟรีตามรอบๆ ตัวเราได้อีกด้วย

Google ยังแจ้งอีกว่า เมื่อมีการใช้งานแอพพลิเคชั่นนี้จะช่วยประหยัดอินเทอร์เน็ตได้มากถึง 30% และเปิดให้ผู้ใช้งาน Android ดาวน์โหลดมาใช้ฟรีได้จาก Google Play Store ใครที่ต้องการประหยัดเน็ตมือถือมากขึ้น และใช้ในการช่วยหา Wi-Fi ฟรี แอพพลิเคชั่นนี้ตอบโจทย์แน่นอน

 

อย่างไรก็ตาม เทคนิคที่แนะนำไปเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องทำตามทุกเทคนิค เพราะเนื่องจากแต่ละท่านก็จะมีไลฟ์สไตล์ของการใช้งานที่แตกต่างกันไป ดังนั้น ควรดูความเหมาะสมในการใช้งานของตัวเราเองก่อน และแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตจากผู้ให้บริการเครือข่ายสมัยนี้ก็ค่อยข้างที่จะมีตัวเลือกราคาไม่แพงเยอะ ก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกในการใช้งานหรือท่องอินเทอร์เน็ตให้เต็มประสิทธิภาพ ส่วนใครที่มองว่าความละเอียดไม่จำเป็นมาก ก็ลองทำตามกันดูนะ

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top