Review

รีวิว Samsung Galaxy Note 8 เมื่อสมุดโน้ตเล่มนี้มาพร้อมความสมบูรณ์แบบ

พบกับสมาร์ทโฟน Flagship ที่ทุกคนรอคอยอย่าง Samsung Galaxy Note 8 ด้วยดีไซน์ภายนอกที่มีเสน่ห์สะกดทุกสายตาตั้งแต่แรกพบ นำไปสู่ประสบการณ์แห่งการใช้งานใหม่ๆ

กลับมาอีกครั้งกับสมาร์ทโฟน Flagship จากซัมซุงที่ทุกคนรอคอยอย่าง Samsung Galaxy Note 8 ถึงแม้จะมีข่าวหลุดข่าวลือออกมามากมาย แต่ดีไซน์ภายนอกช่วยสร้างเสน่ห์ตั้งแต่แรกพบก็ยังสะกดทุกสายตา และการใช้งานที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยมี Galaxy Note กำเนิดขึ้นมา

รีวิว Samsung Galaxy Note 8

Design

Galaxy Note 8 มีดีไซน์ที่แสดงถึงความเรียบและมีทรงเหลี่ยมอย่างชัดเจน มีความโค้งมนที่น้อยกว่า Galaxy S8 ทั้งสองรุ่นอย่างเห็นได้ชัด ตัวเครื่องรุ่นนี้มีทรงยาวกว่า Galaxy Note รุ่นก่อนๆ แต่มีขนาดที่ต่างจาก Galaxy S8+ เพียงไม่กี่มิลลิเมตรเท่านั้น วัสดุที่ใช้ยังเป็นกระจก Gorilla Glass 5 แสดงถึงความโค้งมนทั้งด้านหน้า-หลังตัวเครื่องเช่นเคย การใช้งานยังจับถือมือเดียวถนัด แต่ยังต้องใช้สองมือเมื่อใช้งานแนวนอน นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังรองรับคุณสมบัติกันน้ำระดับ IP68 (กันน้ำลึก 1.5 เมตรนาน 30 นาที) อีกด้วย

Infinity Display

 

หน้าจอแสดงผลในรุ่นนี้ยังเป็น Infinity Display ที่มีขนาดใหญ่ถึง 6.3 นิ้ว สัดส่วน 18.5:9 คิดเป็น 83.3 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ตัวเครื่องด้านหน้าทั้งหมด หน้าจอประเภทนี้แสดงถึงดีไซน์ “ไร้กรอบ ไร้ปุ่มโฮม” ได้อย่างแท้จริง แน่นอนว่าปุ่มคำสั่งใต้ขอบจอย้ายไปรวมในหน้าจอส่วนล่างแล้ว และหน้าจอ 18.5:9 นี้ช่วยเพิ่มมุมมองการใช้งานแนวนอนให้กว้างขึ้นไปอีก ทั้งการดูหนัง เล่นเกมที่มีพื้นที่มากกว่า สามารถปรับสัดส่วนหน้าจอวิดีโอให้เต็มจอ ไม่มีขอบดำให้รำคาญตาได้

ส่วนการใช้งาน Multi Window ด้วยหน้าจอที่มีขนาด พื้นที่เพิ่มขึ้น จึงทำให้ได้พื้นที่ในส่วนนี้ที่มากกว่า และทางซัมซุงพัฒนาการใช้งานด้วย App Pair หรือการจับคู่แอพพลิเคชั่นสำหรับผู้ใช้งานมัลติวินโดว์บ่อยๆ เพราะการใช้งานแบบเดิมๆ ต้องเลือกแอพฯ ทุกครั้งก่อนใช้งาน แต่ App Pair จะจับคู่แอพพลิเคชั่นให้เราและกดเลือกครั้งเดียว เปิดแอพฯ ใช้งานพร้อมกัน 2 แอพทันที และยังสามารถนำคู่แอพพลิเคชั่นจาก App Pair ใส่ไว้ในทางลัด App Edge หรือทางลัดเมนูบนขอบจอโค้งได้อีกด้วย

แต่ฟีเจอร์ความบันเทิงจาก Samsung Galaxy Note 8 ไม่ได้จำกัดที่หน้าจอกว้างเพียงอย่างเดียว ยังประกอบความสมบูรณ์แบบด้วยพลังเสียงจากลำโพงมัลติมีเดียบริเวณขอบเครื่องด้านล่าง แม้จะเป็นลำโพงขนาดปกติแต่ก็ให้เสียงที่ค่อนข้างดังกระหึ่มและไพเราะ ส่วนใครที่เน้นเรื่องการฟังเพลงเป็นหลัง เลือกแชร์เพลงของคุณเข้าสู่อุปกรณ์อื่นอย่างเช่นลำโพงได้พร้อมกัน 2 ทางผ่านการเชื่อมต่อบลูทูธ 5.0

Performance

ตัวอย่างการทดสอบประสิทธิภาพ Samsung Galaxy Nore 8

ผู้อยู่เบื้องหลังความแรงของ Samsung Galaxy Note 8 คงหนีไม่พ้นชิปเซตประมวลผลอย่าง Exynos 8895 Octa-core 2.3 GHz ร่วมกับ RAM 6GB ที่มีพื้นที่เหลือเฟือต่อการรันแอพพลิเคชั่นและภาพกราฟิกละเอียดเนียนตา มีพื้นที่ในตัวเครื่อง (ROM) ความจุ 64GB ที่มีให้เยอะกำลังดี และระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 7.1 (Nougat) เรื่องความแรง ความลื่นไหลจากการใช้งานจริงนี่ไม่ต้องพูดถึง ให้ความลื่นไหลที่ดีมากๆ แม้จะเป็นการใช้งานหนัก ทดสอบการเล่นเกมก็ให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ฉะนั้น เรื่องการใช้งานทั่วไปจึงไม่น่าห่วงเลย

Camera

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ Samsung Galaxy Note 8 อย่างกล้องถ่ายภาพที่ใช้กล้องคู่ Dual Camera 12 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลชและการซูมภาพแบบออพติคอล 2 เท่าแบบกล้องจริง (ซูมภาพดิจิตอลได้ 10 เท่า) ซึ่งกล้องคู่ของรุ่นนี้มาในลักษณะ Wide+Tele คือ กล้องถ่ายภาพมุมปกติ 1 ตัวและกล้องถ่ายภาพพร้อมเลนส์มุมกว้าง 1 ตัว มีรูรับแสงกว้าง F/1.7 ร่วมกับ F/2.4 เพื่อการรับแสงขณะถ่ายภาพอย่างลงตัว รวมถึง Dual Pixel ที่ช่วยให้ชิ้นพิกเซลทั่วทั้งภาพมีคุณภาพที่ดี มีระบบกันภาพสั่นไหวในกล้องทั้งสองตัว จึงเป็นที่มาของ Dual OIS ที่ใช้งานได้จริง ทดสอบถ่ายภาพแล้วพบภาพสั่นน้อยมากๆ แม้จะเป็นการถ่ายภาพในที่แสงน้อย

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Samsung Galaxy Note 8

ตัวอย่างหน้าจอโหมด Live Focus

นอกจากนี้ ในกล้องคู่ของ Galaxy Note 8 มีโหมดถ่ายภาพรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Live Focus ช่วยให้ภาพหน้าชัดหลังเบลอได้ตามชอบ ปรับค่าได้ทั้งขณะถ่ายภาพและหลังถ่ายภาพ โดยการถ่ายภาพ 1 ครั้ง ระบบจะพรีวิวภาพแบบที่เรียกว่า Dual Capture หรือการถ่ายภาพครั้งเดียวได้ 2 ภาพทั้งภาพมุมปกติและมุมกว้าง จะเลือกเซฟภาพใดภาพหนึ่งหรือทั้งสองภาพก็ได้ ส่วนใครที่เป็นสายเซลฟี่ กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซลของรุ่นนี้ก็สามารถแตะจอเพื่อสร้างภาพหน้าชัดหลังเบลอได้เช่นกัน และยังมี 3D Sticker เพิ่มความฟรุ้งฟริ้งและขบขันแบบไม่ต้องผ่านแอพฯ ใดๆ

Samsung Galaxy Note 8

ตัวอย่างภาพถ่ายหน้าชัดหลังเบลอในโหมด Live Focus

The New S Pen

 

เพราะจุดขายของ Galaxy Note 8 คือการใช้งานร่วมกับปากกา S Pen คู่ใจในรุ่นนี้จึงมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ตั้งแต่หัวปากกาเรียวเล็กลงเหลือเพียง 0.7 มิลลิเมตร ปุ่มกดบนปากกาตำแหน่งไม่ตรงกับปลายนิ้วเพื่อป้องกันการกดแบบไม่ตั้งใจ ตัวปากกากันน้ำระดับ IP68 หรือกันน้ำลึก 1.5 เมตรนาน 30 นาที! ฟังก์ชั่นรองรับการเขียนและอื่นๆ ที่มีให้ใช้งานเยอะมากๆ ตั้งแต่ Screen-Off Memo จดโน้ตด่วนแม้หน้าจอปิดได้สูงสุด 100 หน้า และสามารถปักหมุดไว้บน Always-On Display เพื่อการแจ้งเตือนอย่างมีประสิทธิภาพ ยังเข้าสู่คำสั่ง S Pen ต่างๆ ได้ผ่าน Air Command เพียงจ่อปลายปากกาเหนือหน้าจอแล้วกดปุ่ม ซึ่งเหล่าฟังก์ชั่นใหม่เมื่อใช้งานร่วมกับ S Pen มีดังนี้

  • LiveMessage การเขียนลายมือน่ารักๆ ส่งเป็นภาพ GIF สู่โลกโซเชียล หรือจะเขียนบนภาพถ่ายก็ได้นะ
  • Magnify แว่นขยายใช้งานสะดวก
  • Glance การย่อหน้าจอเมนูที่ใช้งานสลับกับแอพอื่นๆ ไว้ที่มุมหน้าจอ เพื่อการเปิดแอพฯ ใหม่ที่สะดวกกว่า
  • Translate พัฒนาจากการแปลคำศัพท์มาเป็นแปลระดับประโยค และยังสามารถแปลงหน่วยมาตรวัดปริมาตร ความยา ไปจนถึงค่าสกุลเงิน

Security

 

เรื่องความปลอดภัยก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ Samsung Galaxy Note 8 ใส่ใจ ตั้งแต่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่เปลี่ยนตำแหน่งเล็กน้อย ไปอยู่ตำแหน่งข้างไฟแฟลชแทน เพื่อป้องกันนิ้วมือบังหน้ากล้อง ส่วนระบบสแกนใบหน้าและสแกนม่านตาก็ยังคงอยู่ เลือกใช้งานได้อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น จากการทดสอบการใช้งานจริงพบว่าการทำงานรวดเร็วและแม่นยำดีทีเดียว และนอกจากระบบเหล่านี้ Galaxy Note 8 ยังรองรับ Secure Folder เพื่อช่วยป้องกันข้อมูลลับสุดยอดของคุณ และทำให้ใช้งาน 1 แอพ 2 แอคเคาท์พร้อมๆ กันได้อีกด้วย

Bixby

ณ วันที่เขียนรีวิวชิ้นนี้ Bixby สามารถใช้งาน Bixby Voice หรือคำสั่งเสียงได้แล้ว โดยในเบื้องต้นจะเป็นเสียงภาษาอังกฤษและภาษาเกาหลี ซึ่งในเครื่องจะมีชุดคำสั่งให้เราลองพูด เนื่องจาก Bixby จะเน้นการจดจำคำสั่งมากกว่าเสียงนั่นเอง แต่ถ้าถามว่า Bixby Voice ใช้งานได้ลื่นๆ ไหม ขอบอกว่ายังใช้งานได้ในระดับหนึ่ง แนะนำให้ใช้งานตามคำสั่งที่ Bixby มีให้ อย่างเช่น Open Gallery, Open Message, หรือการสั่งปิดเครื่องอย่าง Shut down (แต่ก็ต้องกดปุ่มปิดด้วยตัวเองอีกทีนะ) ส่วนการใช้งานด้านอื่นๆ เช่น การเก็บข้อมูลการใช้งาน การแจ้งเตือนผ่าน Bixby สามารถทำได้

Connectivity & Battery

เรื่องการเชื่อมต่อเครือข่าย 4G LTE, Wi-Fi, Wi-Fi Direct, NFC และอื่นๆ นั้นเป็นเรื่องพื้นฐานสำหรับรุ่นนี้อยู่แล้ว ส่วนจุดเด่นในรุ่นนี้คือ การเปลี่ยนมาใช้พอร์ต USB Type-C, รองรับ Bluetooth 5.0 เวอร์ชั่นใหม่ และรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด (สลอตไฮบริด) ส่วนการใช้งานของแบตเตอรี่ 3,300 มิลลิแอมป์ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ใช้ได้ จากการทดสอบสแตนด์บายข้ามวันจากกลางคืนถึงช่วงเช้า พบว่าแบตเตอรี่ลดลงไปพอสมควร (มากกว่า 5%) จึงต้องคอยหมั่นเช็คแอพพลิเคชั่นที่เปิดค้างไว้และเข้าไปปิดมันซะ แต่ในจุดนี้ ทางซัมซุงก็มีวิธีแก้อย่างระบบชาร์จเร็วที่ทำได้เร็วสมชื่อ Quick Charge 2.0 จริงๆ และแน่นอนว่าต้องชาร์จแบบไร้สายได้ด้วย

 Samsung Galaxy Note 8

Final Opinion & Conclusion

แม้จะเป็นสมาร์ทโฟนที่เปรียบเสมือนสมุดโน้ตจดบันทึก แต่ Samsung Galaxy Note 8 ปรับปรุงและพัฒนาในหลายๆ ด้านจนทำให้ได้ประสบการณ์การใช้งานที่ไม่เหมือนสมาร์ทโฟนรุ่นใดตั้งแต่แรกสัมผัส ในการใช้งานทุกจุด ทุกฟีเจอร์ ให้ประสิทธิภาพที่น่าพอใจ ส่วนดีไซน์ที่หลายคนได้เห็นแล้วอาจสงสัยในเรื่องของการจับถือใช้งานว่าจะต่างจากสมาร์ทโฟนอื่นๆ หรือไม่ คงต้องลองสัมผัสด้วยตัวเองแล้วล่ะ กับ Samsung Galaxy Note 8

สเปคตัวเครื่อง Samsung Galaxy Note 8

ข้อมูลทั่วไป

ขนาด, น้ำหนัก 162.5 x 74.8 x 8.6 มิลลิเมตร, 195 กรัม
SIM Card Nano SIM+Nano SIM (สลอตไฮบริด)
แบตเตอรี่ Li-ion 3,300 mAh / QuickCharge 2.0 / Wireless Charge

เครือข่าย

เครือข่าย 2G 850 / 900 / 1800 / 1900 MHz
เครือข่าย 3G 850 / 900 / 1900 / 2100 MHz
เครือข่าย 4G 700 / 800 / 850 / 900 / 1800 / 1900 / 2100 / 2500 / 2600 MHz

หน่วยความจำ

หน่วยความจำภายใน 64 GB / RAM 4 GB
หน่วยความจำภายนอก microSD สูงสุด 256 GB

จอแสดงผล

ขนาด 6.3 นิ้ว
ความละเอียดและความหนาแน่น 1440 x 2960 พิกเซล (521)
ชนิดและจำนวนสี Super AMOLED 16 ล้านสี / Corning Gorilla Glass 5 / Always On Display / รองรับปากกา S Pen

ระบบ

หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) Exynos 8895 Octa-core
หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) Mali-G71
ระบบปฏิบัติการและอินเทอร์เฟซ Android 7.1.1 (Nougat)

 

การเชื่อมต่อ

Wi-Fi Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, Wi-Fi hotspot
Bluetooth รองรับ (v5.0, A2DP, EDR, LE)
NFC รองรับ
USB USB Type-C 3.1
ระบบระบุตำแหน่ง (GPS) รองรับ (A-GPS, GLONASS, BDS GALILEO)

มัลติมีเดีย

กล้องถ่ายภาพนิ่ง  
ความละเอียด กล้องคู่ 12 ล้านพิกเซล / 8 ล้านพิกเซล
คุณสมบัติ รูรับแสง F/1.7 / ซูมออพติคอล 2 เท่า / Dual OIS / Live Focus / dual-tone LED Flash / 3D Sticker
กล้องวิดีโอ  
ความละเอียด 3840 x 2160 (UHD 4k) / 2560 x 1440 (Full HD 2k)
คุณสมบัติ เลือกขนาดไฟล์วิดีโอ / Slow Motion / Hyperlapse
วิทยุ ไม่มี
อื่นๆ ระบบสแกนม่านตาและใบหน้า / สแกนลายนิ้วมือได้ / ปากกา S Pen

ราคา 33,900 บาท

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top