Moleskine smart writing set
Gadget

Moleskine Smart Writing ทุกอย่างที่จดไปปรากฎในแอพได้ทันที!

พบกับ Moleskine Smart Writing การประสานกันระหว่างสมุดจดบันทึก กับปากกาอัจฉริยะ ที่จะทำให้การจดบันทึกบนสมุดสามารถส่งไปยังแอพในสมาร์ทโฟนได้อย่างไร้รอยต่อ

ตั้งแต่โลกนี้มีสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตขึ้นมา ก็มีความพยายามพัฒนาอุปกรณ์ใหม่ๆ ที่จะมาใช้สำหรับการจดบันทึกแบบดิจิตอลมากมาย ที่ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของปากกาเขียนลงบนหน้าจอ แต่กับสิ่งที่เราจะนำมาแนะนำนี้คือ Moleskine Smart Writing ที่จะเป็นการใช้ปากกาแบบลูกลื่นเขียนลงบนสมุด แล้วทุกสิ่งที่เราเขียนนั้น จะขึ้นไปปรากฎบนแอพพลิเคชั่นทันทีแบบ real time สดๆ ได้ทันที

Moleskine Smart Writing การพบกันของสมุดจดระดับพรีเมี่ยมกับปากกาอัจฉริยะ

Moleskine smart writing set

ชื่อของ Moleskine นั้น หลายคนอาจจะพอคุ้นหูกันอยู่บ้าน เพราะเป็นแบรนด์ที่ผลิตสินค้าประเภทสมุดจดบันทึกระดับพรีเมี่ยมชื่อดังจากประเทศอิตาลี ได้พัฒนาระบบนี้ร่วมกับ NeoLAB Convergence ที่เป็นปากการะบบอิเลคทรอนิกส์ ออกมาเป็นตัว Moleskine Smart Writing ที่จะทำงาน 3 ส่วนร่วมกันก็คือตัวปากกาที่ชื่อว่า “Pen+”, สมุดจดบันทึกของ Moleskine ที่ออกแบบมาสำหรับใช้งานร่วมกับ Pen+ เรียกว่า “Paper Tablet” และแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนที่มีทั้งในระบบ iOS และ Android ว่าแล้วก็มาดูกันว่าระบบของ Moleskine Smart Writing นั้นทำงานอย่างไร และให้ประสบการณ์ในการจดบันทึกได้เหนือชั้นขนาดไหน

PEN+ ปากกาอัจฉริยะที่จำทุกสิ่งที่คุณเขียนได้ 

มาดูที่ตัวปากกากันก่อนเลย ลักษณะของมันจะเป็นรูปทรงด้ามแบบ 3 เหลี่ยม ดูแล้วอาจจะรู้สึกว่ามีขนาดใหญ่ แต่ว่าน้ำหนักนั้นถือว่าค่อนข้างเบาเพราะใช้วัสดุด้านในเป็นอลูมิเนียมที่เบาแต่ก็แข็งแกร่ง ที่ด้านหัวของปากกาจะมีช่องสำหรับเสียบชาร์จไฟแบบ Micro USB (ในเซตมีสายชาร์จแถมมาให้ด้วย) พร้อมทั้งมีไฟ LED แสดงการทำงาน และปุ่มกดเปิดปิด

หัวปากกาจะใช้ไส้ปากกาแบบลูกลื่นที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ง่าย ซึ่งตัวไส้ถ้าหากหมดหรืออยากจะได้หัวขนาดอื่นหรือสีอื่นก็ไปหาซื้อมาเปลี่ยนเองได้ และที่ใกล้ๆ กับตัวหัวปากกามีช่องสัญญาณอินฟราเรดเพื่อเก็บข้อมูลเวลาที่จดหรือวาดบนสมุด จากการทดลองจดหรือวาดแล้วถือว่าจับได้ถนัดมือและไม่หนักมาก

Moleskine-pen-plus-0

Moleskine-pen-plus-1

Moleskine-pen-plus-3

Moleskine-pen-plus-2

ติดตั้งแอพพลิเคชั่นและจัดการเชื่อมต่อเข้ากับ PEN+ 

มาทางด้านแอพพลิเคชั่นที่จะเอาไว้ใช้งานคู่กับปากกา PEN+ สำหรับผู้ที่ใช้งานระบบ iOS ให้โหลดแอพที่ชื่อว่า “Moleskine Notes” ส่วนใครที่ใช้ระบบ Android ให้โหลดแอพที่ชื่อว่า “Neo Note” มาติดตั้งในสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตให้เรียบร้อย

ตัวปากกา PEN+ ถ้าซื้อมาใหม่ครั้งแรกแนะนำให้ทำการชาร์จไฟครั้งแรกก่อนเป็นเวลาประมาณ 8 ชั่วโมง เรียบร้อยแล้วที่ปากกาให้กดปุ่ม Power ค้างเอาไว้เพื่อเปิดและสั่งให้รอรับการจับคู่ (ไฟกระพริบสีฟ้า) แล้วให้เข้าไปในแอพพลิเคชั่นเพื่อทำการลงทะเบียนจับคู่ผ่านทาง Bluetooth โดยที่ตัว PEN+ จะมีรหัสสำหรับการจับคู่อยู่ รวมถึงการจับคู่กับแอพนั้นจะทำได้ 1 เครื่องเท่านั้น เพื่อให้การบันทึกข้อมูลต่างๆ ถูกรวมไว้เป็นที่เดียวกัน ดังนั้นจะเอาปากกาไปให้คนอื่นยืมแล้วไป sync ใส่แอพของคนอื่นไม่ได้ จะต้องทำการเชื่อมต่อเพื่อจับคู่ใหม่ก่อนจึงจะทำได้ และการเชื่อมต่อใหม่ก็จะล้างข้อมูลการจดเก่าๆ ที่มีอยู่ในปากกาทิ้งทั้งหมด

Moleskine-note-neo-note

ในแอพพลิเคชั่นเมื่อทำการติดตั้งและจับคู่กับ PEN+ เรียบร้อยแล้วในหน้าเมนูของแอพจะมีคำสั่งรวมการใช้งานเสริมได้หลายอย่าง ที่ Setting จะมีให้ปรับแต่งการใช้งาน ตั้งแต่ระบุอีเมล์ที่จะใช้ส่งเมื่อกดแชร์ ปรับรูปแบบภาพที่แชร์ว่าจะให้เป็นแบบพื้นขาวหรือว่าพื้นเจาะใส

Paper Tablet ดูเหมือนสมุดจดบันทึกธรรมดาแต่มีความลับซ่อนอยู่

คราวนี้มาดูส่วนสำคัญอีกอย่างที่ขาดไม่ได้สำหรับอุปกรณ์ชุดนี้ก็คือตัวสมุด Moleskine ที่มีชื่อเรียกว่า “Paper Tablet” หน้าตาก็จะเป็นสมุดจดบันทึกหน้าปกหุ้มหนังมีสายยางยืดรัด กระดาษเนื้อในแต่ละหน้าจะมีขนาดไม่เท่ากันเพื่อให้ตัวเล่มด้านข้างมีลักษณะโค้งมน โดยที่จะมีเนื้อกระดาษสำหรับจดบันทึกได้ 173 หน้า

หลายคนคงจะคิดว่าถ้าเราใช้ PEN+ จดในกระดาษอื่นที่ไม่ใช่ Paper Tablet จะสามารถ sync สิ่งที่เขียนได้หรือไม่ บอกเลยว่าไม่ได้ เพราะในแต่ละหน้าของ Paper Tablet นั้นจะมีพิมพ์จุดเป็น grid อยู่เพื่อให้ตัวอินฟราเรดสแกนและระบุตำแหน่งของการเขียนในกระดาษให้ตรงกับในแอพ โดยที่มันสามารถระบุได้อัตโนมัติว่าเรากำลังเขียนอยู่ในหน้าที่เท่าไหร่ของสมุดได้เลย

ความลับที่ทำให้ตัว PEN+ รู้ว่าเรากำลังเขียนอยู่ที่หน้าไหน ก็คือในแต่ละหน้า สังเกตดีๆ ที่เนื้อกระดาษจะมีพิมพ์จุดเล็กๆ เป็นรหัสโค้ดอยู่ ที่ทำหน้าที่เหมือน QR Code ระบุว่าสิ่งที่เราเขียนนั้นอยู่ที่หน้าไหน นอกจากนี้ที่มุมกระดาษด้านบนของทุกหน้าจะมีสัญลักษณ์รูปซองจดหมาย เมื่อเราเอา PEN+ ไปขีดที่ไอค่อนนี้บนกระดาษ ก็จะทำการสั่งให้เอาทุกอย่างที่เขียนไว้ในหน้านี้ส่งไปยังแอพ Email ในเครื่องของเราเพื่อส่งเมล์ได้ทันที

paper-zoom

ส่วนใครที่คิดว่าจะใช้วิธีเอากระดาษใน Paper Tablet ไปถ่ายเอกสารเพื่อใช้งานเพิ่มก็บอกเลยว่าทำไม่ได้หรอกนะ เพราะเจ้าตัวรหัส QR ของแต่ละหน้านั้นไม่เหมือนกัน แถมความละเอียดของโค้ดนั้นเล็กมากในระดับที่เครื่องถ่ายเอกสารหรือสแกนเนอร์ไม่สามารถเก็บรายละเอียดได้ แต่ถ้าอยากได้สมุดเขียนเพิ่ม Moleskine มีขายตัวสมุด Paper Tablet แยกต่างหากโดยจะแยกเล่มไม่ทับกับเล่มเดิมได้ด้วย

PEN+ ทำงานคู่กับ Paper Tablet เก็บบันทึกการเขียนและ sync ข้อมูลเข้ากับแอพ

ในการใช้งานเมื่อทำการเชื่อมต่อ PEN+ เข้ากับแอพในสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตแล้วเปิดหน้าแอพเอาไว้ เมื่อเราเริ่มจดหรือเขียนอะไรลงไปในสมุด Paper Tablet สิ่งที่เราเขียนจะขึ้นมาแสดงผลที่แอพทันที โดยจะบันทึกตรงตามเล่มและหน้าที่เขียนในสมุด ซึ่งในแอพนี้เราสามารถเลือกปรับขนาดของเส้นปากกาและสีได้ด้วย รวมถึงยังมีโหมดบันทึกเสียงพร้อมกับการจดในสมุดก็ทำได้ด้วย

writing

แต่ถ้าหากว่าเราใช้ PEN+ จดหรือวาดอะไรลงไปใน Paper Tablet โดยที่ไม่ได้เปิดแอพพร้อมกันไปด้วย ตัว PEN+ จะทำการบันทึกข้อมูลการเขียนต่างๆ เอาไว้ในหน่วยความจำภายใน แล้วจากนั้นเราค่อยไปเปิดแอพแล้ว sync ข้อมูลการเขียนต่างๆ เข้าไปในแอพภายหลังก็ทำได้ด้วยเช่นกัน

หลังจากที่เราจดบันทึกหรือวาดอะไรลงไปแล้ว เข้าไปเปิดดูในแอพที่ sync ข้อมูลมาแล้ว จะทำการกด replay ดูการจดของเราตั้งแต่ต้นจนจบซ้ำได้ด้วย

Edit Mode แต่งแต้มเพิ่มเติมให้บันทึกของเรามีสีสัน

สิ่งที่เราวาดหรือเขียนบันทึกไปและถูกบันทึกเข้ามาในแอพแล้ว เราสามารถไปเลือก edit ปรับได้อีก ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตัวเส้นที่เราเขียนเพื่อเปลี่ยนขนาดเส้นของปากกา หรือว่าจะเปลี่ยนสีเส้นที่เขียนไปแล้วก็สามารถทำได้ หรือถ้าอยากจะวาดเพิ่มเข้าไปผ่านทางหน้าจอมือถืออีกก็ทำได้ด้วยเช่นกัน และในแต่ละหน้าที่จดบันทึกเอาไว้ เราสามารถเข้าไปกำหนด Tag ข้อความเพื่อช่วยในเรื่องการแบ่งหมวดหมู่และค้นหาสิ่งที่บันทึกได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

Moleskine-edit

ยังมีลูกเล่นที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง เช่น Transcibe ที่จะทำการเปลี่ยนลายมือที่เขียนจดบันทึกไว้ ให้กลายเป็นตัวอักษร ที่ไม่ได้รองรับแค่ภาษาอังกฤษเท่านั้น แต่รองรับได้หลากหลายภาษาทั่วโลก อาทิ จีน, เยอรมัน, ฝรั่งเศส, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เกาหลี, โปรตุเกส, รัสเซีย, สเปน, สวีเดน, ตุรกี รวมไปถึงภาษาไทยก็ใช้ได้ด้วยเช่นกัน จากการทดสอบสำหรับภาษาไทยจะต้องเป็นลายมือที่บรรจงและมีหัวจึงจะสามารถแปลงเป็นตัวอักษรได้ถูกต้อง

นอกจากนี้ทุกสิ่งที่เราบันทึกเอาไว้ในแอพ จะทำการ Share ส่งออกไปยังแอพอื่นๆ ต่อได้อีก โดยเลือกรูปแบบของไฟล์ได้หลายอย่าง อาทิ PNG ที่เป็นภาพแบบพื้นหลังใส PDF ที่ส่งออกเป็นรูปแบบของไฟล์เอกสาร Text แปลงตัวหนังสือที่เขียนไว้ให้เป็นตัวอักษร และ SVG ที่จะเปลี่ยนเส้นทั้งหมดเป็นไฟล์แบบ Vector เพื่อเอาไปแก้ไขในโปรแกรมกราฟฟิคได้

Back Up สมุดบันทึกเก็บเข้า Google Drive และ Evernote

ระบบแอพของ Moleskine Note และ Neo Note ยังสามารถเชื่อมต่อข้อมูลออกไปยังแอพอื่นๆ ให้ได้อีกด้วย โดยจะสั่งให้ Back Up หน้าบันทึกต่างๆ ไปเก็บไว้ในคลาวด์ของ Google Drive ได้ เพียงแค่เราทำการ Sign-in เพื่อเชื่อมต่อกันไว้ในแอพ เราก็จะสามารถกดเลือกตัวสมุดโน้ตที่เราจดไว้ในแอพอัพโหลดขึ้นไปเก็บได้ หรือจะดาวน์โหลดที่เคยบันทึกเอาไว้ก่อนกลับมาในแอพก็ได้เช่นกัน รวมถึงยังเชื่อมต่อกับแอพ Evernote ที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการจดบันทึกจากหลายๆ อุปกรณ์ได้ด้วย

“เสน่ห์ของการเขียนบนกระดาษ ที่ไม่มี Stylus ใดๆ ทำได้”

โดยรวมแล้วตัวชุด Moleskine Smart Writing นี้มีความน่าสนใจไม่น้อย ด้วยจุดเด่นของการจดเขียนบันทึกทุกอย่างยังคงใช้วิธีเขียนด้วยปากกาลูกลื่นลงบนกระดาษเหมือนปกติ ที่ให้อารมณ์สัมผัสและความรู้สึกแบบเดิมๆ ที่เคยชิน ที่ไม่มีแอพหรืออุปกรณ์ Stylus ที่เขียนบนหน้าจอทำได้ เพราะส่วนใหญ่การเขียนหรือวาดบนหน้าจอยังให้ความรู้สึกที่ช้ากว่าความเป็นจริงอยู่บ้าง รวมถึงความสะดวกในการหยิบปากกาขึ้นมาจดหรือวาดอะไรลงในกระดาษเลย ก็สะดวกและรวดเร็วกว่าในการเปิดแอพและเขียนบนสมาร์ทโฟน

Writing-screen

ระบบการเก็บบันทึกการจดในสมุดให้ sync ตรงกับในแอพให้อัตโนมัติแบบแยกหน้าให้เรียบร้อยก็ช่วยในเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการแบ่งหมวดหมู่และค้นหาจากในแอพ และการที่มา edit แต่งสีแต่งภาพของเราในแอพภายหลังได้ก็ถือเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจ พร้อมทั้งการ export ไฟล์ออกไปทำงานต่อในแอพอื่นได้อีก ก็น่าจะถูกใจกลุ่มคนใช้งานที่ชอบวาดขีดๆ เขียนๆ วาดสเก็ตช์ภาพในกระดาษก่อนแล้วค่อยไปแต่งภาพแต่งสีในคอมพิวเตอร์อีกที ถือว่าให้ประสบการณ์การใช้งานด้านการจดการวาดที่นำไปเป็นข้อมูลดิจิตอลได้ง่ายและสะดวกมาก

แต่ก็มีสิ่งที่ควรระวังในการใช้งานก็คือ การเขียนด้วย PEN+ นั้นจะต้องหันด้านของตัวเซนเซอร์อินฟราเรดอยู่ด้านล่างเพื่อเป็นการระบุตำแหน่งและข้อมูลการเขียนได้ถูกต้อง ถ้าหากเผลอลืมตัวหันผิดด้าน หรือว่าลืมเปิดตัว PEN+ สิ่งที่จดไปนั้นจะไม่ได้รับการบันทึกเอาไว้

จุดเด่น

  • บันทึกการวาดหรือจดบันทึกในสมุดเข้ามาในแอพให้แบบ real time
  • ข้อมูลที่เขียนเมื่อมาอยู่บนแอพแล้ว สามารถ edit ปรับแต่งเพิ่มเติมได้
  • เก็บข้อมูลการเขียนสำรองไว้ใน Google Drive และ Evernote
  • ส่งออกไฟล์เพื่อไปใช้งานต่อที่แอพอื่นได้หลากหลายรูปแบบ

ข้อจำกัด

  • ราคาค่อนข้างสูง (9,450 บาท)
  • การบันทึกจะต้องเขียนบนสมุด Paper Tablet เท่านั้น

สนใจข้อมูลเพิ่มเติมของ Moleskine Smart Writing สามารถดูได้ที่แฟนเพจ Moleskine Thailand

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

Moleskine Smart Writing ทุกอย่างที่จดไปปรากฎในแอพได้ทันที!
To Top
error: Content is protected !!