Huawei P9 review - Whatphone.net
Preview

Huawei P9 ความลงตัวของสมาร์ทโฟนและกล้องถ่ายภาพมาตรฐานระดับ Leica

พรีวิวแรกกับ Huawei P9 สมาร์ทโฟนรุ่นที่คนพูดถึงกันอย่างมากในเรื่องกล้องถ่ายภาพ ที่ทาง Huawei ได้จับมือร่วมกันพัฒนากับ Leica แบรนด์กล้องระดับโลก

ในงาน Thailand Mobile Expo 2016 Hi-End เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Huawei P9 ถือเป็นสมาร์ทโฟนอีกรุ่นที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ถึงแม้สินค้าจะมาไม่ทันเริ่มขายในงาน แต่ก็มียอด Pre-order สั่งจองแบบท่วมถ้น และตอนนี้ก็ได้เวลาที่ Huawei P9 เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว เรามาดูกันดีกว่าว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Huawei ตัวนี้จะดีอย่างที่คาดหวังกันขนาดไหน

สเปคเบื้องต้นของ Huawei P9 (EVA-L19)

  • หน้าจอแบบ IPS ขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1920 x 1080 พิกเซล (423 ppi)
  • ขนาด 145 x 70.9 มิลลิเมตร หนา 7 มิลลิเมตร หนัก 144 กรัม
  • CPU : Kirin 955 แบบ 64-bit Octa-core (4 x 2.5 GHz A72 + 4 x 1.8 GHz A53)
  • GPU : Mali-T880
  • RAM 3 GB
  • หน่วยความจำภายใน 32 GB
  • เพิ่ม microSD รองรับสูงสุด 128GB (ใส่ในช่องซิม 2)
  • ถาดซิมแบบ 2 ซิม (Hybrid nano Sims)
  • รองรับ 3G/4G LTE
  • มีเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • กล้องด้านหลังแบบ Dual Camera ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล  f/2.2, auto focus แบบปรับระดับความชัดภายหลังได้ พร้อมแฟลชแบบ LED dual tone
  • กล้องด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.4
  • Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 4.2
  • แบตเตอรี่ภายในเครื่อง 3,000 mAh
  • พอร์ตเชื่อมต่อ USB-Type-C
  • ระบบปฎิบัติการ Android 6.0 Marshmallow, EMUI 4.1

แกะกล่อง

แพ็คเกจกล่องของ Huawei P9 ใช้วัสดุเป็นกระดาษที่นำไปรีไซเคิลได้ง่าย เปิดกล่องออกมาก็จะพบกับตัวเครื่องที่ห่อซีลพลาสติกเอาไว้ หยิบถาดออกด้านในจะเป็นอุปกรณ์ต่างๆ ที่ถูกใส่กล่องกระดาษแยกไว้อย่างเป็นระเบียบ ที่มีตัว Charger (ตัวเครื่องทดสอบได้มาเป็นหัวชาร์จของต่างประเทศ สำหรับขายในไทยจะเป็นอีกแบบ) เป็นแบบ 5V 2.0A มีหูฟังและสายชาร์จ USB หัวแบบ Type-C ความยาว 1 เมตร พร้อมคู่มือการใช้งานเบื้องต้น และยังมีเคสใส่ฝาหลังแบบ TPU ใสแถมมาให้ด้วย (ถ้าใครจองเครื่องตอนงาน Thailand Mobile Expo 2016 จะได้แถมเคสฝาหลังหนังแท้ให้อีกด้วย)
huawei-p9-review-box01

huawei-p9-review-box02

Hand-on

เรามาดูที่ตัวเครื่องกัน สำหรับ Huawei P9 สีที่เข้ามาจำหน่ายในบ้านเราจะมีทั้งหมด 3 สีด้วยกันคือ สีเงิน, สีดำกันเมทัล และสีทอง ตัวเครื่องที่ทดสอบนี้เป็นสีกันเมทัลที่ไม่ได้ดำสนิทจะมีเหลือบๆ ของสีม่วงนิดๆ ดูเข้มไปอีกแบบ วัสดุตัวเฟรมเครื่องเป็นอลูมิเนียม ฝาหลังเป็นโลหะ ส่วนด้านหน้าเป็นกระจก Corning Gorilla Glass 4 งานประกอบทำออกมาได้เรียบร้อยสวยงามมาก

huawei-p9-review-front-back

ด้านข้างทางซ้าย ส่วนทางขวาจะมีปุ่มสำหรับกดเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power สังเกตดูจะเห็นว่าปุ่ม Power นั้นจะมีทำลวดลายเอาไว้ให้เวลาใช้สามารถสัมผัสถึงความต่างของปุ่มได้

huawei-p9-review-side

ด้านล่างของเครื่องจะมีพอร์ตสำหรับหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร

huawei-p9-review-usb2

ด้านหลังบริเวณกล้องจะเห็นเป็นกล้องแบบเลนส์คู่ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ที่สำคัญตัวเลนส์กล้องไม่มียื่นออกมาจากตัวเครื่อง เนียนเรียบไปกับฝาหลัง ตัวพื้นหลังของบริเวณกล้องจะเป็นสีดำแต่แฝงลายเส้นขวางบางๆ อยู่ ทำให้ดูสวยงามมีมิติ และก็จะมีตัวไฟแฟลชแบบ LED dual-tone ที่สำคัญมีตัวอักษรของ Leica ติดอยู่ด้วย พร้อมข้อความบอกสเปคของเลนส์กล้องที่เป็น SUMMARIT H 1:2.2/27 ASPH (เดี๋ยวจะอธิบายส่วนของกล้องแบบละเอียดในเนื้อหาส่วนต่อไป) ส่วนตรงกลางเครื่องด้านหลังจะมีเซนเซอร์สำหรับสแกนลายนิ้วมืออยู่ด้วย และด้านล่างจะมีโลโก้ของหัวเหว่ยอยู่ ที่พอไม่มีตัวสัญลักษณ์หางนกยูงด้านบนทำให้ดูเรียบๆ สวยๆ ไปอีกแบบ

huawei-p9-review-camera

พลิกดูรอบเครื่องแล้ว ต้องบอกว่า Huawei P9 ถูกออกแบบมาได้สวยงามลงตัว ตั้งแต่วัสดุที่ดูพรีเมี่ยมหรูหรา งานประกอบที่นับวัน Huawei ทำได้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ กับตัวเครื่องที่หน้าจอขนาด 5.2 นิ้ว พร้อมดีไซน์ขอบด้านข้างที่เหลือน้อยมาก ทำให้สามารถถือใช้งานมือเดียวได้อย่างถนัด ปุ่มเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่เอาไว้บริเวรณด้านหลังตรงกลาง ใช้นิ้วชี้แตะได้อย่างสะดวกสบาย

ประสบการณ์การใช้งาน

Emotion UI ที่ใช้จะเป็นเวอร์ชั่น 4.1 ที่หน้าโฮมจะไม่มี App drawer นั่นคือแอพทั้งหมดจะโชว์อยู่ที่หน้าจอทั้งหมด เรียงตามหน้าไป มีส่วนของ Theme ให้ดาวน์โหลดมาใช้เปลี่ยนได้หลากหลายสไตล์ การเปลี่ยนหน้าเมนูหรือเปิดปิดแอพทำได้รวดเร็วลื่นไหล ตัวแถบ Notification Bar จะแบ่งเป็น 2 Tab คือส่วนของหน้าการแจ้งเตือนต่างๆ ที่จะแสดงในรูปแบบเป็น Timeline กับอีกส่วนเป็นหน้ารวม Shortcut เมนูในการปรับค่าต่างๆ

huawei-p9-review-emui

RAM ในเครื่อง 3GB ถือว่าเหลือเพียงพอกับการใช้งานทั่วไปในแต่ละวันได้อย่างสบาย ตัว CPU ใช้เป็น Kirin 955 แบบ Octa-core (แบ่งเป็น Quad-core 2.5 GHz กับ Quad-Core 1.8 GHz) ส่วนประมวลผลภาพใช้ Mali-T880 คะแนนทดสอบผ่าน Quadrant อยู่ที่ 34,829

huawei-p9-review-benchmark

ตัวเสาสัญญาณของ Huawei P9 นั้น ทาง Huawei ได้ออกแบบมาเป็นพิเศษใช้เสาสำหรับรับสัญญาณถึง 3 เสา พร้อมเทคโนโลยี Single+ 2.0 รองรับการใช้งานคลื่น 2G 3G และ 4G LTE ได้ทุกเครือข่าย ระบบสัญญาณ Wi-Fi ใช้มาตรฐาน 802.11 a/b/g/n/ac แบบ Dual Band มีฟีเจอร์พิเศษที่เรียกกว่า WiFi+ ที่ช่วยให้เวลาที่ต่อ Wi-Fi แล้วสัญญาณไม่ดี ระบบจะใช้การเชื่อมต่อสัญญาณของเครือข่ายมาช่วยเสริมให้การใช้งานลื่นไหลมากขึ้น แต่นั่นก็แปลว่าจะมีผลกับการใช้งาน data ในโปรโมชั่นของคุณไปด้วย

การใช้พลังงานและแบตเตอรี่

แบตเตอรี่ที่มีมาให้กับ Huawei P9 นั้นความจุอยู่ที่ 3,000 mAh ตัวเครื่องไม่มีเทคโนโลยีการชาร์จไวระบุมา จากการทดสอบใช้งานชาร์จด้วยที่ชาร์จแบบ 5V 2.0a และใช้สาย USB Type-C ระยะเวลาการชาร์จไฟจาก 0-100% ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

ในการใช้งานระหว่างวัน แบบปกติ เล่น Social, Facebook, LINE, Instagram, เล่นเกม, ถ่ายภาพ แบตเตอรี่อยู่ได้ประมาณ 5-7 ชั่วโมง โดยเฉพาะเวลาที่ใช้งานส่วนของกล้องถ่ายรูปนั้น ตัวเครื่องใช้พลังงานค่อนข้างมาก สัมผัสได้จากตัวเครื่องที่มีอุณภูมิค่อนข้างสูงหลังจากที่เริ่มใช้งานถ่ายภาพประมาณ 2-3 นาที

huawei-p9-review-batt

ภายในตัวเครื่องจะมีแอพสำหรับจัดการระบบการใช้พลังงานของเครื่องมาให้ด้วยคือ Battery Manager ที่เลือกปรับ Power Plan เพื่อปรับสมรรถภาพการใช้งาน CPU และการเชื่อมต่อต่างๆ ที่เลือกได้มีแบบ Performance ที่ใช้งานเต็มที่, Smart เลือกปรับลดการทำงานของ CPU และระบบเน็ตเวิร์คของเครื่องให้อัตโนมัติ และแบบ Ultra ที่ลดการใช้พลังงานเต็มที่เปิดการใช้งานแค่การโทรออกรับสายเข้าและรับ SMS สำหรับใช้ตอนช่วงที่แบตเตอรี่ใกล้จะหมด

และจะมีโหมดพิเศษที่เรียกว่า ROG Power Saving Mode ที่สั่งให้ความละเอียดการแสดงผลของจอภาพลดลงจากปกติที่เป็น Full HD 1080p ลงมาเหลือเป็น HD 720p ได้ด้วย

ระบบสแกนลายนิ้วมือ

ตัวเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือของ Huawei P9 ถูกเอาไว้ในตำแหน่งกลางเครื่องด้านหลัง ซึ่งใช้นิ้วชี้แตะได้ถนัดที่สุด ตัวเซนเซอร์ไม่ได้มีเอาไว้ใช้แค่ปลดล็อคเครื่องเพียงอย่างเดียว Huawei ยังออกแบบฟีเจอร์การใช้งานเพิ่มเติมเข้าไปอีกหลายอย่างเช่น

  • แตะค้างไว้เพื่อเป็นปุ่มกดชัตเตอร์เวลาที่ใช้เมนูถ่ายภาพ, รับสายโทรเข้า หรือปิดเสียงนาฬิกาปลุก
  • ในการใช้งานแตะแล้วปัดลงจะเป็นการเลื่อนแถบ Notification Bar ลงมา
  • ที่หน้า Gallery เวลาดูรูปภาพ ปัดเลื่อนที่เซนเซอร์ด้านหลังเพื่อเปลี่ยนรูปได้

Screenshot

การจับภาพหน้าจอคำสั่งปกติคือกดปุ่ม Power+Volume Down หรือเลือกจากเมนูนใน Notification Menu และเมื่อสั่งจับภาพแล้ว จะมีเมนูคำสั่งให้กดเลือกแชร์ทันที, Edit แต่งภาพ หรือเก็บภาพแบบ Scroll ภาพต่อในกรณีที่ต้องการเก็บภาพของหน้าเว็บ, หน้าห้อง Chat ยาวๆ ได้ ถือว่าสะดวกดี

และยังมีคำสั่งเก็บหน้าจอแบบ Knuckle ที่ใช้เป็นการสัมผัสด้วยข้อนิ้วเพื่อเลือกตำแหน่งจับภาพบนหน้าจอได้ และมีคำสั่งจับภาพวิดีโอหน้าจอได้ โดยกดปุ่ม Home+Volume Up เพื่อสั่งบันทึกวิดีโอการใช้งานบนหน้าจอ สามารถเลือกความละเอียดได้สูงสุดที่ HD ส่วนเสียงจะบันทึกทางไมค์

Health

ระบบแอพสำหรับเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหวและการออกกำลังกายในแต่ละวันของผู้ใช้ โดยจะทำการนับจำนวนก้าวที่เราเดือนในแต่ละวัน หรือกดบันทึกข้อมูลกิจกรรมการออกกำลังกาย เช่น เดิน, วิ่ง หรือปั่นจักรยาน ซึ่งจะถูกนำมาคำนวนเป็นแคลอรี่ที่เผาผลาญไปได้ในแต่ละวัน

huawei-p9-review-health

ได้เวลาลองเล่นกล้อง

เอาล่ะ มาดูจุดขายสำคัญของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้กันก็คือเรื่องของกล้องถ่ายภาพ ที่เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่าง Huawei และ Leica เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ในการถ่ายภาพด้วยกล้องบนสมาร์ทโฟน ตัวกล้องหลังเป็นแบบเลนส์คู่ Dual Camera ที่จะแบ่งการทำงานโดนตัวหนึ่งจะเป็นกล้องเก็บภาพแบบสี RGB ส่วนอีกตัวจะใช้เก็บภาพแบบขาวดำ Monochrome เพื่อเก็บข้อมูลของภาพเรื่อง contrast และมิติของภาพ เมื่อเอามาประมวลผลรวมกันจะทำให้ได้ภาพที่มีสีสันสวยงามพร้อมทั้งมีความคมชัดและรายละเอียดของภาพได้ดี

ตัวกล้องหลังจะมีค่ารูรับแสงอยู่ที่ f/2.2 ตัวเลนส์ผลิตโดย Sunny Optical Technology (ควบคุมการผลิตและผ่านมาตรฐานจากทาง Leica) ส่วนตัวเซนเซอร์ประมวลผลภาพใช้ Sony IMX286 ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ Laser Auto Focus ที่ช่วยในเรื่องการจับโฟกัสภาพที่รวดเร็ว

ความสามารถของกล้องเลนส์คู่นอกจากจะใช้ประมวลผลภาพที่ได้รายละเอียดคมชัดแล้ว ยังใช้ในเรื่องการปรับระยะชัดลึก-ตื้นของภาพได้ โดยเป็นการจำลองขนาดรูรับแสงที่สามารถทำได้ระยะตั้งแต่ถึง F/0.95 ถึง F/16 และสามารถถ่ายแล้วมาปรับความชัดภายหลังได้ด้วย สำหรับระบบนี้ Huawei เคยนำมาใช้แล้วในรุ่น Honor 6 Plus

โหมดในการถ่ายภาพมีให้เลือกหลากหลายมาก ตั้งแต่โหมด Photo ธรรมดา, ภาพถ่ายสีเดียวแบบ Monochrome, Beauty ถ่ายภาพปรับผิวเนียนสวยที่ทำได้ทั้งภาพถ่ายและวิดีโอ, HDR, Panorama, โหมดถ่ายกลางคืนที่มี Night shot และ Light Panting ถ่ายภาพวาดแสงไฟ, Time-Lapse, Slow-mo, ใส่ลายน้ำ, ถ่ายภาพพร้อมบันทึกเสียง และถ่ายสแกนเอกสาร

huawei-p9-review-camera-mode

huawei-p9-review-camera-mode-pro

รวมถึงมีโหมด Pro ให้ปรับค่าต่างๆ เองตามใจชอบ (เลื่อนแถบเมนูที่อยู่เหนือปุ่มชัตเตอร์) สามารถปรับค่าได้ทั้งระยะโฟกัส, ISO, ความเร็วชัตเตอร์, ชดเชยแสง, อุณหภูมิของภาพและ White Balance ผู้ใช้เลือกปรับค่าต่างๆ ได้แบบเดียวกับในกล้อง DSLR ได้เลย

ตัวเมนูกล้องต้องบอกว่ามีกลิ่นอายของความเป็น Leica ตั้งแต่ตัวฟอนท์หนังสือที่ใช้ก็เป็นแบบเดียวกับกล้องของ Leica ใน Setting มีให้เลือกโหมดฟิลม์สีและเสียงชัตเตอร์แบบกล้อง Leica อีกด้วย รวมไปถึงสั่งให้แปะลายน้ำไปกับภาพว่าเป็นภาพถ่ายจาก Leica บน Huawei P9 อีกด้วย

huawei-p9-review-camera-setting

ส่วนกล้องหน้าจะมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 มีฟีเจอร์สำหรับถ่ายโหมด Beauty หน้าเนียนมาให้ทั้งภาพถ่ายและวิดีโอ และมีถ่ายแบบพาโนราม่าโดยการหมุนบิดกล้องเซลฟี่มุมกว้างได้ ใน Settingมีฟี

ในส่วนของเมนูปรับ Edit ภาพก็เป็นอีกส่วนที่ทำออกมาได้ดี ไม่ใช่แค่ปรับหมุนภาพหรือแต่งสี แต่ยังเลือกเอฟเฟคแปลกๆ สวยๆ เช่น Spalsh สั่งย้อมสีเฉพาะจุดในภาพ, ใส่โมเสก, วาดภาพ, แปะลายน้ำ หรือป้ายลาเบลเพิ่มเติม

ตัวอย่างภาพถ่ายและวิดีโอของ Huawei P9

Huawei P9 Photo

Huawei P9 Photo

Huawei P9 Photo

Huawei P9 Photo

Huawei P9 Photo

Huawei P9 Photo

Huawei P9 Photo

Huawei P9 Photo

Huawei P9 Photo

Huawei P9 Photo

Huawei P9 Photo

Huawei P9 Photo

Huawei P9 Photo

Huawei P9 Photo

Huawei P9 Photo

Huawei P9 Photo

[ ชมภาพไฟล์ต้นฉบับได้ที่นี่ ]

จุดเด่น

  • ตัวเครื่องงานประกอบสวยงามดูพรีเมี่ยม เครื่องบางและขนาดพอดีถือใช้งานมือเดียวได้สะดวก น้ำหนักเบา
  • กล้องถ่ายภาพทำได้ดีสมกับโลโก้ Leica ที่แปะมา ซอฟท์แวร์กล้องทำออกมาได้ดี พร้อมโหมดต่างๆ ให้เลือกใช้หลากหลายสถานการณ์
  • ระบบ refocus ให้สามารถปรับความชัดของภาพภายหลัง ทำภาพแบบหลังละลายได้สวยงาม พร้อมมีลูกเล่นแต่สีได้อีก
  • กล้อง Monochrome ถ่ายภาพแบบขาวดำออกมาได้น่าประทับใจ ให้เฉดสี greyscale ที่สวยงาม
  • เมนูปรับแต่งภาพลูกเล่นหลากหลาย ใช้งานได้ง่าย
  • เปิดเข้าใช้งานกล้องได้ไว (กดปุ่ม Volume down 2 ครั้งในตอนที่ปิดหน้าจอ) ใช้เวลาเรียกเมนูกล้องขึ้นมาได้ทันที
  • เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่แม่นยำและอ่านได้รวดเร็ว

จุดด้อย

  • เวลาใช้ถ่ายภาพไปสักพักเครื่องค่อนข้างร้อน
  • รุ่นที่เข้ามาขายในไทยไม่มี NFC
  • ใช้พอร์ต USB Type-C ที่ตอนนี้ยังไม่แพร่หลายมากนัก ต้องพกสายไปด้วยเพื่อใช้ในการชาร์จไฟ

huawei-p9-review-front

สรุป

เรื่องของกล้องถ่ายภาพนั้นถือว่าทำได้ดีและน่าประทับใจ Huawei P9 ให้ประสบการณ์ในการถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนอย่างแตกต่างจากที่เคยใช้มาในมือถือทุกๆ เครื่อง โดยเฉพาะกล้องถ่ายภาพแบบสีขาวดำนั้นได้ภาพที่สวยมีมิติและมีเสน่ห์ในแบบฉบับกล้อง Leica มากๆ เพราะมันสวยกว่าการเอาภาพสีมาย้อมเป็นขาวดำมาก

ตัวเครื่องงานประกอบและการออกแบบทำได้ดีและเริ่มรู้สึกได้ว่า Huawei ค้นพบปรัชญาการออกแบบเครื่องในรูปแบบสไตล์ของตัวเองได้แล้ว ส่วนการใช้งานอื่นๆ พื้นฐานของสมาร์ทโฟน Android 6.0 ก็อยู่ในเกณฑ์ที่โอเค ลื่นไหลไม่มีอะไรกวนใจ

ที่น่าสนใจสุดๆ ก็ตรงราคาที่ Hawei ประเทศไทย เปิดราคามาทำเอาตลาดสะเทือนด้วยราคา 16,990 บาท ที่ตอนนี้มีหลายโอเปอเรเตอร์จัดโปรขายพ่วงแพคเกจติดสัญญา ลดค่าเครื่องไปให้อีก 4,000-5,000 บาท แถมทาง Huawei ยังจัดบริการพิเศษ Diamond Service สำหรับลูกค้า P9 และ P9 Plus ในการรับประกันเครื่อง เมื่อส่งซ่อมที่ศูนย์บริการแล้วต้องใช้เวลาซ่อมมากกว่า 1 ชั่วโมง จะจัดการเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้แทนทันทีอีกด้วย

นอกจาก Huawei P9 แล้วยังมีรุ่น Huawei P9 Plus ที่แตกต่างตรงเพิ่มสเปคของขนาดหน้าจอเป็น 5.5 นิ้วแบบ Super AMOLED รองรับระบบ Press Touch แยกระดับความหนักของการสัมผัส, แบตเตอรี่ 3,400 mAh ลำโพงเป็นระบบสเตอริโอและมีพอร์ต IR รองรับแอพพลิเคชั่นรีโมทคอนโทรล โดยราคาขายของ Huawei P9 Plus จะอยู่ที่ 21,990 บาท

 

วีดีโอพรีวิวกล้อง Huawei P9

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

Huawei P9 ความลงตัวของสมาร์ทโฟนและกล้องถ่ายภาพมาตรฐานระดับ Leica
To Top
ปิดโหมดสีเทา