Sony Ericsson K790i - โซนี่ อีริคสัน
สัดส่วนภายนอก
หลายคนสนใจ K790i ถึงขนาดติดตามผมไม่เว้นแต่ละวัน เมื่อไรที่ผมออนไลน์ขึ้นมาทางเอ็มเอสเอ็น เขาก็มักจะยิงถามเกี่ยวกับรุ่นนี้มามากมาย แสดงว่านี่เป็นแฟนตัวจริงของ SE เลยนะ
รูปร่างหน้าตาผมกลับมองว่าทางโซนี่ อีริคสันอิงกับของเดิมอย่าง K750i มากเกินไป ผมไม่ได้หมายถึงว่ามันคล้ายกันนะ แต่ว่าน่าจะลองหันไปทำมือถือแนวอื่น หรือไม่ก็เปลี่ยนสีดูบ้าง แต่ถึงอย่างไรผมก็ยังมองว่า K790i มีความสวยงามอยู่ดีนั่นแหละ แต่รุ่นนี้มีอะไรเด็ดกว่าเดิมเดี๋ยวเราจะได้เห็นกัน
เดิมที SE จะออกแบบตัวเครื่องให้ถ่ายรูปในแนวนอนได้ตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ไม่ได้ใส่ความเป็นไซเบอร์ช็อตลงไปเหมือนกับรุ่นนี้ หรือเหมือนกับที่ทำมือถือฟังเพลงโดยการใส่ความเป็นวอล์คแมนลงไป และ K790i ก็ชักจะมีความคล้ายคลึงกับกล้องจริงเข้าไปทุกขณะแล้วล่ะ โดยที่ฝาปิดเลนส์กล้องใช้การเลื่อนลงแนวตะแคง ให้ความรู้สึกว่ากำลังใช้กล้องตัวบางของโซนี่อย่างแท้จริง
ด้านหน้าไม่มีปุ่มอะไรเป็นพิเศษยกเว้น สองปุ่มที่อยู่ใกล้กับลำโพงสนทนา ปุ่มซ้ายเอาไว้กดเปลี่ยนซีนในการถ่ายภาพ ส่วนปุ่มขวากดเพื่อเปลี่ยนโหมด พลิกมาดูที่ด้านอื่นกันบ้าง ฝั่งซ้ายเป็นปุ่มเปิดโหมดเพลงและช่องเสียบการ์ดแบบเอ็ม 2 ด้านขวานี่ใช้เกี่ยวกับกล้องเสียเยอะ ไม่ว่าจะเป็นชัตเตอร์ ปุ่มปรับเสียงที่เอาไว้ซูมได้ และอินฟราเรด ด้านบนนี่มีแค่ปุ่มเปิดปิดอย่างเดียว ส่วนด้านล่างเป็นพอร์ทและรูร้อยสายต่างๆ สุดท้ายด้านหลังมีเลนส์กล้อง ไฟแฟลช ไฟส่องแก้ตาแดง และลำโพงภายนอกครับ
ชำแหละเครื่องใน
ว่ากันด้วยเรื่องหลักก่อนเลยแล้วกัน ซึ่งก็คือ กล้องไซเบอร์ช็อตในตัวนั่นเอง กล้องของมันถือว่ามีลูกเล่นจัดจ้านมาก ที่เขาเน้นมาเลยคือเรื่องการถ่ายเบสท์ พิค (BestPic TM) ที่เมื่อเปิดแล้ว เรากดชัตเตอร์เพียงครั้งเดียวก็จะได้รูปมากมายมาให้เราเลือกรูปที่ชัดที่สุดเอง หรือจะเป็นฟังก์ชั่นป้องกันภาพสั่นไหวยามที่สภาพแวดล้อมมีแสงน้อย เสียดายที่เลือกปรับไอเอสโอไม่ได้เหมือนกับกล้องจริงแค่นั้นเอง แต่อย่างไรก็ตาม การถ่ายภาพในที่มืดถือว่าทำได้ยอดเยี่ยม เพราะมีแฟลชซีนอนอันทรงพลังติดมาให้ สามารถถ่ายบุคคลได้ชัดในระยะใกล้ได้ดีกว่ารุ่นใดๆ ในตลาดตอนนี้ และยังสามารถเลือกวัดแสงเป็นจุด (Spot) ได้ ในกรณีที่เราต้องการถ่ายหน้าคน หรือวัตถุที่ต้องการวัดแสงให้พอดิบพอดี ส่วนลูกเล่นเดิมอย่างออโต้ โฟกัส หรือการถ่ายมาโคร กล้อง 3.2 ล้านพิกเซลของ K790i ทำได้ไม่พลาดไปซักอย่างเดียว ที่ตกไปน่าจะเป็นเรื่องของการถ่ายวิดีโอมากกว่า เพราะยังถ่ายได้ที่ความละเอียด 176 x 144 พิกเซลเท่านั้น เท่าของเดิมเลยแบบนี้
จอแสดงผลของรุ่นนี้ทำได้ดีกว่าตัวเดิมๆ เยอะแล้ว เพราะว่ามีความละเอียดสูงขึ้นมาอยู่ที่ 240 x 320 พิกเซล ไม่ว่าจะใช้แสดงผลในเมนูธรรมดาหรือว่าใช้เป็นช่องมองภาพในการถ่ายรูปก็สวยงามสุดยอด
สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างนึงคือเรื่องของไฟลท์โหมด ที่เดิมไม่มีในตัวของซีรี่ยส์ K เท่ากับตอนนี้เจ้า K790i ก็มีความเหมือนวอล์คแมน โฟนเข้าไปอีกอย่างแล้ว แต่เมื่อเปิดเข้าไปดูในโหมดการเล่นเพลงจะเห็นได้ว่ายังไม่มีระบบเมกะเบสมาให้ อันนี้คงต้องปรับจากอีควอไลเซอร์กันเอาเอง
การเชื่อมต่อของ K790i ไม่ได้มีแต่เพียงจีพีอาร์เอสเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว เอดจ์ก็เป็นอีกส่วนนึงที่เพิ่มเข้ามาโดยที่ยังไม่จำเป็นต้องไปคำนึงถึงทรีจี เพราะบ้านเรายังไม่มีระบบไหนเข้ามาพัฒนาเรื่องนี้เลย เอาไว้ตอนนั้น K800i คู่แฝดมหาภัยค่อยเอาเข้ามาขายก็ยังไม่ช้าเกินไป
กูรูฟันธง
ล้องจริงไม่ว่าจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็เลิกพกไปได้เลย เพราะตอนนี้เรามีไซเบอร์ช็อต โฟนถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว การถ่ายรูปแม้จะเป็นเพียงหนึ่งในลูกเล่นของโทรศัพท์หลายรุ่นหลายยี่ห้อ แต่เมื่อได้ลองมาใช้ Sony Ericsson K790i คุณจะเห็นได้ถึงความแตกต่างอย่างแท้จริง นับเป็นนิมิตรหมายอันดีว่าในอนาคตไม่ไกล เราคงจะไม่ต้องใช้กล้องแยกต่างหากอีกต่อไป
ข้อดี
- สุดยอดกล้องติดมือถือที่ถ่ายรูปได้เยี่ยมมาก
- จอแสดงผล 240 x 320 พิกเซลที่สวยงาม
- ไฟลท์ โหมดที่เพิ่มเข้ามา
- รองรับการเชื่อมต่อด้วยเอดจ์
- ยังมีทั้งบลูทูธ อินฟราเรด และสายดาต้า
- เพิ่มหน่วยความจำด้วยเมมโมรี่ สติ๊ก ไมโคร
- เบราเซอร์ที่รองรับเอชทีเอ็มแอลแล้ว (HTML)
ข้อเสีย
- ฝาปิดเลนส์ด้านหลังที่ดูไม่ค่อยแข็งแรง
- หน่วยความจำเสริมมีราคาแพงในปัจจุบันนี้
- การปรับอีควอไลเซอร์ที่ยังไม่ให้เมกะเบสมา
|