Samsung S8530 Wave II
สัดส่วนภายนอก
น่าแปลกใจเหลือเกินที่ Wave รุ่นแรกมีอายุขัยค่อนข้างสั้นเมื่อมองจากความสำเร็จที่พุ่งชนเข้าอย่างจัง ซัมซุงสร้างชื่อกับ S8500 ไว้มาก จนถึงทุกวันนี้หากยังขายอยู่ก็ไม่คงไม่น้อยหน้าคู่แข่งแต่อย่างใด แต่กระนั้นก็ดี เรายังเชื่อว่า Wave II ตัวที่กำลังเห็นอยู่นี้ ต้องได้รับความนิยมไม่แพ้รุ่นพี่อย่างแน่นอน
ด้านหน้า: จอแสดงผลหลักของเครื่องมีขนาดใหญ่ขึ้นพอสมควร โดยตอนนี้อยู่ที่ 3.7 นิ้ว ส่วนประกอบต่างๆ ยังเหมือนเดิมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเลนส์กล้องด้านหน้าที่อยู่คู่กับเซ็นเซอร์วัดระยะห่าง (Proximity) ด้านล่างคือปุ่มโทรออก-วางสายที่ขนาบปุ่มเมนูเอาไว้ ปุ่มนี้ไม่นูนและมีรูปทรงต่างไปจากเดิม แต่ยังมีลักษณะการทำงานที่เหมือนกัน
ด้านซ้าย: เห็นเพียงปุ่มปรับเสียงที่ค่อนข้างนูนเท่านั้นเอง
ด้านขวา: อันบนเป็นปุ่มล็อคหน้าจอ ขณะที่อันล่างคือชัตเตอร์สองจังหวะที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับมือถือติดกล้อง
ด้านบน: 4 สิ่งสำคัญ ได้แก่ พอร์ตไมโครยูเอสบีที่ปิดกันฝุ่นด้วยฝาเลื่อน รูเสียบแจ็ค 3.5 ม.ม. ถัดมาเป็นลำโพง และตามด้วยรูร้อยสาย เรียงมาแบบไม่เบียดเสียด ทำให้เสียบหูฟังพร้อมกับชาร์จแบตเตอรี่ได้เลย
ด้านหลัง: เลนส์รับภาพและแฟลชเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดเหมือนเดิม ฝาหลังก็ไม่มีอะไรแตกต่างออกไป โดยการแกะออกทำได้โดยเลื่อนตัวล็อคที่อยู่ด้านล่าง และจึงค่อยหยิบฝาที่เด้งออกมา ข้างในพบว่ามีสล็อตสำหรับไมโครเอสดีตามระเบียบ เพียงแค่เวลาจะถอดเปลี่ยนไม่ต้องถอดแบตเตอรี่ก่อน ก็ไม่ถือว่าเป็นข้อเสียอะไรนัก
ภาพรวม: เรื่องวัสดุและงานประกอบเหมือนเดิมทั้งหมด จึงไม่น่าจะมีข้อสงสัยอะไร เราขอติงนิดเดียวตรงที่ว่าวัสดุแบบนี้มันจะทำให้ลื่นมือและทำตกกันมานักต่อนักแล้ว และขนาดตัวของ Wave II ก็ใหญ่และหนักขึ้นเช่นกัน
ชำแหละเครื่องใน
เดิมทีจอของเจ้า Wave S8500 เป็นแบบซูเปอร์อโมเล็ด แต่ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นซูเปอร์เคลียร์แอลซีดีเรียบร้อยแล้ว ถามว่าสวยไหม เราว่าก็สวยดี เพียงแต่ยังไม่เท่ารุ่นก่อน ไม่รู้ว่าซัมซุงตั้งใจจะลดต้นทุนหรือเปล่า อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ได้มาเป็นการแลกเปลี่ยนคือพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น และการแสดงผลกลางแจ้งที่ดีขึ้นนั่นเอง
ความแตกต่างของทั้ง 2 รุ่นมีค่อนข้างน้อย ระบบปฏิบัติการที่ติดตั้งมาก็ยังเป็นบาด้า (Bada) แต่ใน S8530 ได้รับการพัฒนามาเป็นเวอร์ชั่น 1.2 เรียบร้อย ผลลัพธ์ของการอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่นนี้คือการทำงานในหลายส่วนรวดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างเช่นเบราเซอร์ เป็นต้น ส่วน Wave ตัวเดิมแว่วๆ ว่าขยับขึ้นมาเป็นตัวใหม่ได้เหมือนกัน
จอใหญ่ขนาดนี้ เพิ่มเมมโมรี่ได้เยอะขนาดนี้ หลายคนคงโหลดหนังเข้ามาเก็บไว้ดูหลายเรื่องหลายตอนอย่างแน่นอน จุดเด่นของมันคือการเล่นไฟล์จำพวก DivX / XviD หรือแม้กระทั่งไฟล์หนังไฮเดฟอย่าง MKV ได้อย่างสบาย ขณะที่ไฟล์วิดีโอที่บันทึกจากกล้องในตัวเครื่องก็เป็นเอชดีระดับ 720 พี ถ่ายแป๊บๆ ไฟล์ใหญ่ขนาดมหึมาแล้ว
แอพพลิเคชั่นหนึ่งที่เป็นตัวอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คเป็นอย่างยิ่งก็คือโซเชียลฮับ (Social Hub) หลายคนน่าจะพอเดาออกว่าใช้ทำอะไร อย่างใน BB OS6 ก็มีเหมือนกัน เราสามารถอัพเดตหรือส่งข้อความจากแอ็คเค้านท์ต่างๆ ที่เราล็อกอินค้างไว้ ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ จีเมล มายสเปซ หรือแม้แต่การส่งข้อความธรรมดาจากหน้านี้ได้ทั้งหมด ขณะเดียวกัน แอพที่แยกติดตั้งมาให้ในเครื่องก็เยอะอยู่แล้ว หากต้องการดาวน์โหลดเพิ่มก็ให้เราเข้าไปที่ซัมซุงแอพเหมือนเดิม ในนั้นมีให้เลือกอยู่ประมาณหนึ่งเลยทีเดียว
ข้อดีแบบพิเศษๆ ในรุ่นยังมีอีกเยอะ ได้แก่กล้อง 5 ล้านพิกเซลที่ลูกเล่นสำหรับปรับแต่งเยอะมาก การถ่ายโอนข้อมูลผ่านบลูทูธ 3.0 ที่ซัมซุงทำรอเอาไว้แล้ว ซีพียูความเร็ว 1 กิกะเฮิร์ตซ์ที่อยู่ในมือถือระดับราคาต่ำกว่าหมื่นห้า และเบราเซอร์ชื่อดอลฟินที่รองรับการแสดงไฟล์แฟลชได้สบาย แบบนี้ซาฟารีในไอโฟนจะว่ายังไงดีนะ
กูรูฟันธง
อันที่จริงซัมซุงไม่จำเป็นต้องออกรุ่นใหม่เลย เพราะเท่าที่ดูคุณสมบัติแล้วมีความแตกต่างจาก Wave S8500 น้อยมาก แต่เราไม่ได้ตำหนิการเปลี่ยนแปลงอะไรครั้งนี้หรอกนะ เพราะสเป็กเดิม ดีไซน์เดิม งานเดิมมันก็ดีอยู่แล้ว แถมได้จอขนาดใหญ่ขึ้นด้วยซ้ำ หากใครต้องการทัชโฟนแบบลื่นๆ ที่ความสามารถเหนือกว่าฟีเจอร์โฟนทั่วไป แต่ยังไม่ถึงระดับขั้นสมาร์ทโฟนเต็มตัว Wave II คือคำตอบที่โดนที่สุดทั้งในเรื่องคุณภาพและราคาครับ
ข้อดี
- จอแสดงผลขนาดใหญ่ 3.7 นิ้ว แบบกันรอยและรองรับมัลติทัช
- กล้อง 5 ล้านพิกเซล และกล้องวิดีโอระดับ 720 พี
- เชื่อมต่อด้วยไวไฟมาตรฐาน 802.11 เอ็น และบลูทูธ 3.0
- วัสดุและงานประกอบล้ำเลิศเหมือนเดิม
- มัลติมีเดียครบสูตร ทั้งการเล่นวิดีโอ วิทยุ และเพลง
- การใช้งานบนความเร็วระดับสูงด้วยซีพียู 1 กิกะเฮิร์ตซ์
- ใช้บาด้าเวอร์ชั่นใหม่ 1.2
- สามารถแชร์เน็ตผ่านไวไฟได้ (ใช้เป็นโมบายแอ็กเซสพ้อยนท์)
ข้อเสีย
- เปลี่ยนจากจอซูเปอร์อโมเล็ดมาเป็นซูเปอร์เคลียร์แอลซีดี
- ตัวเครื่องค่อนข้างหนักและลื่นหลุดมือง่าย
- แอพพลิเคชั่นของบาด้ายังไม่มากเท่าแอนดรอยด์หรือไอโฟน
- ไม่มีเซ็นเซอร์สำหรับปรับความสว่างจออัตโนมัติ
|