การพิมพ์ไทยของรุ่นนี้ก็น่าชื่นชม เพราะนอกจากจะพิมพ์ผ่านมัลติแท็ปบนคีย์แพดได้แล้ว ยังมีเวอร์ช่วล คีย์บอร์ดที่เรียงตัวเหมือนคีย์บอร์ดแท้ “ฟหกด่าสว” มาให้ใช้ด้วย ขาดก็แต่ระบบสะกดคำกับการเขียนด้วยลายมือไปเท่านั้น ขณะเดียวกัน ภาษาอังกฤษนี่มากันครบทุกวิธีเลย
ระบบการรับสัญญาณโทรทัศน์ของ M-830 ทำได้ตามมาตรฐาน เท่าที่ลองให้พื้นที่มหาโหดก็พบว่ามันยังเปิดดูได้ อาจจะมีเสียงซ่าภาพกระตุกบ้างในบางช่อง แต่นั่นก็เป็นเหมือนกันทุกรุ่นอยู่แล้ว
แจ็คเสียบหูฟังขนาด 3.5 ม.ม. จัดว่าเป็นของหายากในหมวดหมู่มือถือโออีเอ็ม เพราะส่วนใหญ่จะเป็นพอร์ตแบบตัวใครตัวมัน แม้จะออกมาจากโรงงานเดียวกันก็ตาม และนอกจากจะชาร์จไฟผ่านที่ชาร์จหัวเข็มของโนเกียได้แล้ว มินิยูเอสบีก็เป็นช่องทางของพลังงานขาเข้าเช่นเดียวกัน
ถึงแม้นาฬิกาจับเวลาจะหายไปหรือการโน้ตข้อความที่หาตัวได้ยากเสมอ แต่ผมแปลกใจที่ว่าทำไมปฏิทินจึงใส่นัดหมายไม่ได้ เชื่อว่าหลายคนต้องใช้ฟังก์ชั่นดังกล่าวนี้ ก็ถือเป็นข้อเสียที่ไม่น่าเกิดขึ้นเลยแฮะ
|
กูรูฟันธง
มือถือตัวหนึ่งไม่จำเป็นต้องมีจุดขายที่เป็นเทคโนโลยีไฮเทคเสมอ เมื่อก่อนผมเห็นโซนี่ อีริคสันเอารุ่น T100 มาตั้ง เปิดระบบสั่นแล้วบอกนี่คือมือถือเดินได้ แค่นี้ก็ถือเป็นการเติมสีสันให้กับรุ่นแล้ว อย่าง M-830 นี่เรื่องฟังก์ชั่นก็เหมือนมือถือทั่วไปในประเภทเดียวกัน ทว่าเด่นตรงที่สามารถใช้อุปกรณ์เสริมได้หลากหลาย กอปรกับกระแส “สัมผัสแห่งโลหะ” กำลังมาแรง ด้วยปัจจัยดังกล่าวก็อาจทำให้รุ่นนี้ไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้แล้วครับ
ข้อดี
- ใช้อุปกรณ์เสริมของโนเกียได้
- รองรับแจ็คเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม.
- ฟังวิทยุและดูโทรทัศน์
- จอแสดงผลแบบทัชสกรีน
- ซิมการ์ด 2 ใบ ใช้ได้ในทุกฟังก์ชั่น
- เชื่อมต่อด้วยบลูทูธ
- เพิ่มหน่วยความจำผ่านไมโครเอสดี การ์ด
ข้อเสีย
- จอแสดงผลยังไม่สว่างถูกใจ
- แอพพลิเคชั่นในเครื่องดูเหมือนจะน้อยกว่ามือถือโออีเอ็มตัวอื่นนิดหน่อย
- ใส่นัดหมายในปฏิทินไม่ได้
- กล้องมีความละเอียดแค่ 3 แสนพิกเซล
|
หมายเหตุ พรีวิวมือถือ
SKG M-830 นี้เป็นเพียงความคิดเห็นที่ได้จากการทดสอบ และทดลองใช้ของทีมงานนิตยสารว้อทโฟนเท่านั้น
ลิ๊งค์น่าสนใจเกี่ยวกับมือถือ
SKG
|