|
SKG M-828 - เอสเคจี
อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ M-828 อาจจะมีหน้าตาคล้ายกับ M-826 อยู่บ้างถ้าเรามองแค่เพียงผ่าน หากลองมองดีๆ จะพบได้ว่ามันไม่เหมือนกันหรอก สิ่งพิเศษสุดเห็นจะเป็นปุ่มเอกับบีสีเขียว ซึ่งใช้เป็นปุ่มโทรออกจากเบอร์สองเบอร์ที่ซิมการ์ดสองใบ จะยังไงก็ช่าง ปุ่มซอฟต์คีย์หายไปไหน ใครบอกผมที
สัดส่วนภายนอก
ปุ่มบังคับทิศทางของรุ่นนี้ยังวางตัวอยู่ด้านขวา และตัวเลขของมันทั้งหมดมีตัวสกรีนเป็นภาษาไทยไว้เรียบร้อย นั่นก็หมายความว่าซอฟต์แวร์ภายในต้องพร้อมขายแล้วเช่นกัน เดี๋ยวค่อยดูรายละเอียดเนอะ
ต่อกันที่ปุ่มอีกนิด ผมชอบความรู้สึกในการกดปุ่มของ M-828 มากกว่า เพราะมันนิ่มและง่ายต่อการใช้ นอกนั้นจะมีปุ่มชัตเตอร์ด้านซ้าย และตัวปรับเสียงด้านขวาที่ใช้เปลี่ยนกรอบสติ๊กเกอร์ในโหมดถ่ายภาพได้
ช่องเสียบสายดาต้าของเอสเคจีสองซิมจะอยู่ใกล้กับชัตเตอร์ ซึ่งรุ่นนี้ไม่ได้เป็นมินิยูเอสบีเหมือน M-826 เลยต้องใช้สายที่แถมมาให้ในกล่องเท่านั้น ส่วนช่องเสียบการ์ดจะไปอยู่ตรงก้นดำๆ ของมันแทน
ช่องเสียบสไตลัสของทั้งสองรุ่นอยู่ในตำแหน่งเดียวกันนั่นเอง ตอนแรกมันก็ล็อคแน่นดีอยู่หรอก แต่กลัวว่าใช้ไปเรื่อยๆ จะพบกับอาการหลวมและหลุดหายได้ ไม่ว่ายี่ห้อไหนก็เป็นเหมือนกันหมด
ด้านหลังนี่ยิ่งเท่ใหญ่ เพราะตรงฝาครอบแบตมีหนังเทียมสลักลายนูนต่ำอยู่ เมื่อผสมผสานกับขอบโครเมี่ยมที่อยู่รอบตัวเครื่องแล้ว ความสวยงามก็บังเกิดขึ้นทันใด
เลนส์กล้องของรุ่นนี้มาพร้อมกับเกลอเก่าครบถ้วน ทั้งไฟส่อง กระจกส่อง และลำโพงที่มีรูเจาะออกมาสองฝั่ง สเตอฯ หรือเปล่าบอกไม่ได้ แต่เสียงออกมาสองช่องแน่นอน
ชำแหละเครื่องใน
M-828 มีอะไรให้เล่นหลายอย่างเลยล่ะ อย่างแรกที่ผมบอกไปแล้วคือ มันใส่ซิมการ์ดได้สองอัน และใช้ได้พร้อมกัน หรือจะเลือกเปิดปิดเบอร์ไหนเบอร์นึงโดยที่ไม่ต้องแกะการ์ดออกก็ได้ ส่วนการทำงานอื่นๆ เท่าเทียมกันทั้งหมด ไม่ว่าจะรับส่งเอสเอ็มเอส แสดงรายการโทร มีอย่างเดียวที่สายเอทำได้ แต่สายบีทำไม่ได้คือ การอัดเสียงตอนที่เรากำลังใช้สายคุยกับปลายทางอยู่
กล้องของโทรศัพท์สองซิมมีการใช้ไฟส่องด้านหลังมาทำเป็นไฟฉายได้ ไม่ใช่ว่าให้เปิดกล้องเปิดไฟแล้วเอามาใช้นะครับ มันมีเมนูให้เลือกเลย ถึงไฟไม่ค่อยจะสว่าง ทว่าพอถึงตาจน มีไว้ก็ดีกว่าไม่มีจริงเปล่าล่ะ ส่วนการถ่ายภาพก็ทำได้ 1.3 ล้านพิกเซล และเลือกหน่วยความจำในการเซฟไม่ได้ เพราะเมมโมรี่เครื่องมีอยู่ไม่กี่ร้อยเค ถึงยังไงไฟล์ภาพนิ่งกับภาพเคลื่อนไหวจะไปรวมตัวอยู่ในการ์ดทั้งหมด
การพิมพ์ไทยของรุ่นนี้ทำได้สมบูรณ์แบบมากๆ เมื่อเทียบกับโทรศัพท์โออีเอ็มจอสัมผัสค่ายอื่น เนื่องจากมีทั้งระบบสะกดคำขณะที่เราใช้แผงปุ่มกด และมีเวอร์ชวล คียบอร์ดภาษาไทยบนหน้าจอเลย แม้จะไม่ได้เรียงตามลักษณะของเควอร์ตี้ แต่ก็เรียงตามลำดับก่อนหลัง ใช้ได้สะดวกเหมือนกันแหละน่า
การเชื่อมต่อของ M-828 ดูจะด้อยกว่า M-826 พอสมควร เพราะแบบไร้สายก็ไม่มีให้ แถมไอ้แบบมีสายก็ไม่ได้ใช้มินิยูเอสบี ยังดีที่มีจีพีอาร์เอสมาให้ ทำให้เราเล่นแว็ป ส่งเอ็มเอ็มเอสได้เหมือนกัน
จอของรุ่นนี้ตอบสนองได้ดี และขนาดก็ใหญ่กว่า M-826 นิดหน่อย แต่ดูไปดูมาเหมือนกับว่ามือถือสองเบอร์ตัวนี้มีจอมืดกว่า ถ้าไม่เอามาเทียบไม่รู้หรอก วางใจได้ครับ
กูรูฟันธง
ถ้าถามผมว่าชอบตัวไหนมากกว่า บอกเลยว่าต้องเป็นตัวนี้ครับ เพราะผมเห็นความจำเป็นของการใช้เบอร์สองเบอร์ เพราะส่วนตัวแล้วก็ใช้สองซิมเหมือนชาวบ้านชาวช่องอีกหลายคน ถ้าหากสรุปเรื่องฟังก์ชั่นแบบเทียบกันหมัดต่อหมัด M-828 ดีกว่าเรื่องกล้อง การใส่ซิมการ์ด จอที่ใหญ่กว่า การรองรับภาษาไทยแบบเต็มสูบ และมีแฟลชที่ใช้เป็นไฟฉายได้ ที่สำคัญที่สุด ผมว่าวัสดุของเอสเคจีตัวนี้ดูดี หรูหรากว่าพอตัว ถ้าใครคิดว่าสิ่งที่ผมสรุปมาให้ฟังนี้ตรงกับใจนะ ตัวนี้เป็นทางเลือกที่ดีกว่า รับรองได้เลย
ข้อดี
- ใส่ซิมการ์ดได้สองใบ
- จอแสดงผลแบบสัมผัส
- ลำโพงแจ่มเหมือนเดิม
- การพิมพ์ไทยที่มีทั้งระบบสะกดคำและเวอร์ชวล คีย์บอร์ด
- เพิ่มเมมโมรี่ได้ด้วยไมโครเอสดี การ์ด
- กล้องดิจิตอลความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล
- รองรับการเชื่อมต่อผ่านจีพีอาร์เอส
ข้อเสีย
- อัดเสียงขณะใช้สายที่เบอร์สองไม่ได้
- ไม่มีโปรแกรมโน้ตอีกแล้ว
- ไม่มีปุ่มซอฟต์คีย์
- เมมโมรี่ในเครื่องมีนิดเดียว
|