สัดส่วนภายนอก
และแล้วการดูโทรศัพท์แต่เพียงภายนอกก็ทำให้กระผมหน้าแหกอีกครั้ง เจอมาแล้วไม่รู้กี่หน สุดท้ายก็ไม่สำเหนียกใส่หัวเอาไว้สักที ตอนแรกผมเห็น M-222 แล้วก็คิดว่าคงไม่มีอะไร แต่ที่ไหนได้ เอสเคจีตัวนี้สร้างความตะลึงตึงตึงให้ผมซะจนตาตั้ง อยากรู้แล้วล่ะสิว่ามันคืออะไร
เห็นเลนส์กล้องด้านหน้าเหนือจอนั่นไหมครับ มันมีอะไรมากกว่าการใช้ถ่ายภาพตัวเองแน่นอน แต่เดี๋ยวค่อยเอาไปเฉลยในส่วนของการชำแหละ ต่ำลงมาเป็นส่วนประกอบภาคบังคับของโทรศัพท์มือถือ ตั้งแต่จอแสดงผลซึ่งรุ่นนี้เป็นทัชสกรีน และมีแผงปุ่มกดยกเซ็ตโดยไม่มีสิ่งแปลกปลอมใดแทรกเข้ามาแทรก
ด้านซ้ายเป็นที่อยู่อาศัยของปุ่มปรับเสียงและชัตเตอร์ ซึ่งเราไม่คุ้นเคยกับปุ่มกล้องในฝั่งนี้สักเท่าไหร่ ด้านขวามีพอร์ตเสียบสายทุกชนิดในช่องเดียว ทิ้งด้านล่างให้เป็นรูร้อยสาย ส่วนด้านบนเป็นสไตลัสที่ปักอยู่กลางกระหม่อม และปากกาอันนี้เองสามารถยืดตัวออกเพื่อใช้เป็นเสาอากาศเพื่อรับสัญญาณได้ด้วย
มิติสุดท้ายที่มองเห็นได้คือด้านหลัง M-222 มาพร้อมกับเลนส์กล้องและกระจกส่องถ่ายตัวเอง ต่ำลงไปมีฝาครอบแบตเตอรี่ที่เป็นพลาสติก แต่เคลือบผิวอีกชั้นด้วยโลหะเหมือนกับมือถือโออีเอ็มหลายรุ่น ใต้แบตเตอรี่ยังคงเป็นสล็อตใส่ซิมการ์ดสองช่อง และที่สำคัญเมมโมรี่การ์ดมาเล่นซ่อนหาอยู่ในนี้ตามเคย
แอบบอกนิดนึงว่าทางเอสเคจีได้ส่งรุ่นนี้มาให้เราเทสต์สองตัว ตัวหนึงหน้ากากเป็นสีเงิน-หลังดำ อีกตัวหน้ากากดำ-หลังเงิน ตอนแรกก็งงอยู่ว่าให้มาทำไมตั้งเยอะ ทั้งที่เป็นรุ่นเดียวกัน ฟังก์ชั่นเหมือนกัน สุดท้ายก็ร้องอ๋อ เพราะจริงแล้วมันมีอะไรมากกว่าสีบนตัวเครื่องนั่นเอง
ชำแหละเครื่องใน
สิ่งหนึ่งที่เราคาดหวังจากเครือข่าย 3 จี คือ การสนทนาแบบวิดีโอคอลล์ จนแล้วจนเล่าผู้ให้บริการในประเทศไทยก็เปิดให้ใช้ไม่ได้เสียที เนื่องจากติดขัดอยู่เรื่องเดียว (รู้กันอยู่) โทรศัพท์จีนเลยหาช่องทางให้เราแชทกันแบบเห็นหน้าบนเครือข่ายจีพีอาร์เอสนี่แหละ วิธีการทำงานของมันคือ ส่งเอสเอ็มเอสหาเครื่องปลายทางเพื่อให้เปิดการทำงานระบบนี้ ถ้าปลายทางตอบรับก็จะเกิดการเชื่อมต่อกับเครือข่ายขึ้น ทำให้เราเห็นภาพเคลื่อนไหวจากกล้องด้านหน้าทั้งสองฝั่ง
พร้อมกันนี้ เรายังพิมพ์ข้อความตอบโต้ และอัดเสียงคลิปส่งให้กันและกันได้ หรือจะเปลี่ยนกล้องหน้ามาใช้กล้องหลังแทน อย่างไรก็ดี ข้อจำกัดของมันคือ คุณและเพื่อนต้องใช้โทรศัพท์รุ่นเดียวกัน เครือข่ายเดียวกัน แถมเป็นสนทนาแบบทางเดียวอีกต่างหาก ขยายความให้ชัดคือ คุยตอบโต้ไม่ได้ เนื่องจากอาศัยการอัดเสียงเป็นคลิปแล้วส่งทีละหน แต่แค่นี้ถือว่าสุดยอดแล้ว แม้แต่เครื่องราคาแพงของค่ายยักษ์ใหญ่ยังไม่มีความสามารถดังกล่าวเลยด้วยซ้ำ
อีกลูกเล่นหนึ่งที่เคยเจอมาบ้างแล้วคือ การเปลี่ยนเสียงของเราขณะสนทนา ถ้าเลือกเสียงให้เป็นธรรมชาติหน่อย ปลายทางจะฟังไม่ออกเลยว่าเป็นเสียงที่ถูกสังเคราะห์ขึ้น ยิ่งเอาเบอร์แปลกๆ โทรไปด้วยแล้ว ยังไงก็ไม่มีทางจับได้ว่าเป็นเรา ยังไงพึงระวังเรื่องการใช้งานในทางที่ถูกที่ควรด้วยนะครับ
ฟังก์ชั่นอื่นที่พอถูไถให้ใช้งานไปได้ก็มีพวก การใส่ซิมการ์ดสองใบ แต่ต้องเปิดใช้งานทีละเบอร์ การอ่านไฟล์เอกสาร txt ด้วยโปรแกรมง่ายๆ ในเครื่อง และยังมีบลูทูธ การเพิ่มหน่วยความจำ บวกกับการพิมพ์ตัวอักษรผ่านทางเวอร์ชวล คีย์บอร์ดขนาดย่อม สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้ M-222 น่าสนใจทั้งนั้นเลย
กูรูฟันธง
ถ้าสนใจฟังก์ชั่นไอเอ็มไอแชทจริง มันก็เหมือนกับว่าคุณโดนบีบบังคับกลายๆ ให้ซื้อ M-222 เป็นคู่ ไม่อย่างนั้นก็เปล่าประโยชน์ และผมเองไม่ทราบว่าทางเจ้าของแบรนด์เขามีโปรโมชั่นซื้อสองเครื่องหรือเปล่า ด้วยเหตุฉะนี้ เอสเคจีจึงเหมาะกับการเอาไปใช้กับแฟนหรือเพื่อนสนิทสุดๆ เท่านั้น เพราะไหนจะต้องใช้เครือข่ายและเครื่องรุ่นเดียวกัน คงไม่มีคนไหนบ้าซื้อตามเราหมดหรอก ส่วนฟังก์ชั่นอื่นถือเป็นน้ำจิ้มที่หาได้ทั่วไป แต่ก็ขาดไม่ได้อยู่ดี
ข้อดี
- ฟังก์ชั่นแชทแบบเห็นหน้าเป็นวิดีโอ
- จอแสดงผลแบบสัมผัส
- การปลอมเสียงผู้โทรหลากหลายแบบ
- กล้องดิจิตอล 3 แสนพิกเซล ใช้เลนส์หน้าถ่ายภาพและเป็นเว็บแคมได้
- ใส่ซิมการ์ดได้สองใบ
- เชื่อมต่อด้วยบลูทูธ
- วิทยุเอฟเอ็มไม่ต้องเสียบหูฟังก็ฟังได้
- พิมพ์ไทยด้วยเวอร์ชวล คีย์บอร์ด
ข้อเสีย
- เก็บเบอร์ในเครื่องได้แค่ 300 รายการ
- เลนส์กล้องด้านหน้าใช้ถ่ายวิดีโอไม่ได้
- ซิมการ์ดสองใบต้องสลับกันใช้
- วัสดุตัวเครื่องยังดูไม่ค่อยเนี้ยบเท่าที่ควร