HTC Touch Pro2
สัดส่วนภายนอก
ด้านหน้า: ถึงแม้จอใหญ่ 3.6 นิ้วจะยังเทียบกับ Touch HD ไม่ได้ แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานในระดับสูงและมองเห็นได้อย่างเต็มที่ เหนือจอขึ้นไปมีไฟกะพริบในตำแหน่งเดิมๆ นั่นคือตีขนาบลำโพงอยู่ และยังมีเซ็นเซอร์รับแสงกับวัดระยะห่างควบคู่ไปกับเลนส์กล้องตัวหน้าที่ใช้ถ่ายภาพส่วนตัวได้ด้วย ส่วนด้านล่างมีปุ่มเรียกเมนู ย้อนกลับ และรับสาย-วางสาย ตบด้วยแถบซูมบาร์แบบเดียวกับ Touch Diamond2 เมื่อสไลด์เครื่องออกด้านข้าง คีย์บอร์ด 5 แถวจะปรากฏขึ้น จุดนี้ทำให้พิมพ์ไทยได้อย่างรวดเร็วกว่า เพราะคีย์ถูกต้องตามแป้นพิมพ์บนพีซีเหมือนทัชโปรรุ่นแรก อ้อ จออันนี้ยังเอียงได้เหมือนเจ้าไตตันด้วยนะ
ด้านซ้าย: มีแค่ปุ่มปรับเสียงอันเรียวอันเดียวเท่านั้น แต่ถ้าเปิดฝาออกจะเจอสล็อตไมโครเอสดีด้วย
ด้านบน: ปุ่มเปิดปิดเครื่องถูกซ่อนไว้ภายใต้ขอบโครเมียม กดใช้สะดวกเพราะมีขนาดใหญ่พอควร
ด้านล่าง: พีดีเอโฟนยังนิยมใช้พอร์ตมินิยูเอสบีอยู่ ไม่ได้เป็นไมโครยูเอสบีมาตรฐานใหม่แต่อย่างใด
ด้านขวา: มีช่องเสียบปากกาสไตลัสที่มีขนาดค่อนข้างสั้น ไม่สมกับขนาดเครื่องเลย เหนือขึ้นไปเป็นไมโครโฟนช่องสองที่ใช้ในการตัดเสียงผ่านระบบน้อยส์ แคนเซอเลชั่น เช่นเดียวกัน ถ้าเปิดฝาออกจะพบกับรูรีเซ็ต ของจำเป็นสำหรับพีดีเอโฟนในโอเอสวินโดวส์ โมบาย ก็แหม ของมันแฮงก์กันได้เนอะ
ด้านหลัง: ประกอบไปด้วยลำโพงสเตอริโอ เลนส์กล้อง ส่วนปุ่มเล็กๆ นั่นใช้ปิดเสียงไมโครโฟนขณะสนทนาผ่านสปีกเกอร์โฟน สุดท้ายคือรูร้อยสายที่อยู่ด้านล่างสุดครับ
ภาพรวม: ตัวใหญ่กว่า Touch Pro รุ่นแรกอย่างเห็นได้ชัด นั่นเป็นสาเหตุจากจอขนาดมหึมาและคีย์บอร์ดที่กดได้เต็มนิ้วกว่าเก่า ความแข็งแรงในการเลื่อนสไลด์ทำได้ดีมาก เสียอย่างเดียวคือวัสดุนี่แหละ
ชำแหละเครื่องใน
เอชทีซีแปะป้ายขาย Touch Pro2 พร้อมด้วยฟังก์ชั่นเด่นอย่าง สเตรท ทอล์ค (Straight Talk) แล้วมันคืออะไรล่ะ ? ฝรั่งหัวแดงชี้แจงว่าระบบดังกล่าวประกอบไปด้วยการทำงานของทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ อย่างแรกคือมันมีไมโครโฟนสองตัวไว้ตัดเสียงรบกวนรอบข้าง เพื่อให้การสนทนาไม่เกิดการสะดุด สองคือมันมีปุ่มปิดเสียงไมโครโฟนในขณะที่เราเปิดใช้สปีกเกอร์โฟนอยู่ สาม เมื่อเราเอาโทรศัพท์ห่างออกจากหู แล้วจัดการคว่ำเครื่องไว้บนโต๊ะ สปีกเกอร์โฟนจะเปิดโดยอัตโนมัติ และสุดท้ายคือการมีเมนูใหม่ๆ บนหน้าจอตอนคุยเพิ่มมา ทั้งหมดนี้เพื่อความเป็นอุปกรณ์สื่อสารชั้นเลิศของ Touch Pro2 ครับ
การเคลื่อนไหวของทรานซิชั่นทำได้เนียนตาขึ้นเป็นลำดับ จำได้เลยตอนที่ Touch Diamond ออกมาใหม่ๆ ตอนนั้นก็ดูโอเคในระดับหนึ่งแล้ว แต่พอมาเทียบกับ Touch Pro2 ถือว่าคนละโลก ตอนเปิดเมนูแล้วเอานิ้วปัดดูรายการ พบว่ามันเนียนพอๆ กับไอโฟนด้วยซ้ำ เสียดายอย่างเดียวที่จะไม่ได้เป็นแบบคาพาซิทีฟ
กล้องดิจิตอลในตัวถูกหั่นความละเอียดเหลือเพียง 3 ล้านพิกเซล ซึ่งเราคิดว่าน้อยไปหน่อย ถึงจะไม่ใช่แคเมร่าโฟนชั้นเลิศ แต่ด้วยค่าตัวระดับสามหมื่น สเป็กเรื่องการถ่ายภาพก็ควรดีกว่านี้ อย่างไรก็ตาม กล้องวิดีโอทำได้เนียนดีไม่แพ้ Diamond2 เพราะมีความละเอียดระดับวีจีเอ และเฟรมเรตก็ดูปะติดปะต่อกันดี
คู่พี่น้องตัวเก่าอย่าง Diamond และ Pro มีความสามารถในการเชื่อมต่อต่างกันออกไปเล็กน้อย ฉันใดก็ฉันนั้น Pro2 ยังมีคุณสมบัติในการแสดงภาพออกจอโทรทัศน์ด้วยทีวี-เอาท์ นอกนั้นไม่ต่างกันเลย ทั้งไวไฟ จีพีเอส บลูทูธ มินิยูเอสบี และเอชเอสดีพีเอบนความถี่ของเอไอเอสที่ต้องเอาไปใช้ใน CTW เท่านั้น
ในส่วนของจีพีเอส เอชทีซีใกล้จะหย่าร้างกับการ์มินเต็มทน คาดกันว่าเป็นเพราะไปค่ายนี้เขาไปร่วมหัวจมท้ายกับอัสซุส คู่แข่งตัวฉกาจนี่แหละ รุ่นหลังๆ มาจึงเริ่มไม่มีโปรแกรมนาวิเกเตอร์จากการ์มินออกมาจำหน่ายบ้างแล้ว ยังไงดูออปชั่นของแต่ละแพคเกจให้ดี และคาดว่าในอนาคตคงสูญพันธุ์โดยสิ้นเชิงครับ
กูรูฟันธง
คู่แข่งในตลาดตอนนี้เห็นจะมีเพียงไม่กี่ตัว อาทิ M900 พีดีเอโฟนจากค่ายเอเซอร์ หรือจะเป็น N97 จากโนเกีย แต่ทั้งหมดล้วนมีค่าตัวถูกกว่า Touch Pro2 ทั้งสิ้น เราไม่ขอตัดสินใจแทนผู้อ่านดีกว่า เพราะคิดว่าหากจะซื้อมือถือตัวละสามหมื่นที คงต้องทำการบ้านมาดีพอสมควรแล้วล่ะ
ข้อดี
- หน้าจอใหญ่ 3.6 นิ้ว ความละเอียดไวด์วีจีเอ พร้อมแถบซูมบาร์
- ระบบช่วยในการสนทนาอย่างสเตรท ทอล์ค
- คีย์บอร์ดขนาดใหญ่ 5 แถวเต็มๆ
- กล้องดิจิตอล 3 เมกะพิกเซล ออโต้ โฟกัส และกล้องวิดีโอระดับวีจีเอ
- รองรับการเชื่อมต่อผ่านทีวี-เอาท์ ไวไฟ และจีพีเอส
- ซีพียูความเร็วจัดและมีชิปประมวลผลสำหรับกราฟฟิก
- มีเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว วัดระยะห่าง และวัดแสง
- มีวิทยุเอฟเอ็ม
ข้อเสีย
- ไม่มีรูเสียบแจ็ค 3.5 ม.ม. เหมือน Touch HD
- น้ำหนักค่อนข้างมากและวัสดุเป็นพลาสติกทั้งหมด
- ไม่มีหน่วยความจำขนาดใหญ่ระดับกิกะไบต์
|