ข่าวประชาสัมพันธ์

หัวเว่ย เผยรายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน Connecting the Future ลดช่องว่างทางดิจิทัล

Connecting the Future

หัวเว่ย เผยรายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในหัวข้อ Connecting the Future ว่าด้วยการให้ความร่วมมือ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลก การแสวงหาหนทางใหม่ๆ เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัล

หัวเว่ย เผยรายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนประจำปี 2015 ในหัวข้อ Connecting the Future ว่าด้วยการให้ความร่วมมือของหัวเว่ยในช่วงปีที่ผ่านมา เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลก การแสวงหาหนทางใหม่ๆ เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัล  รวมถึงหน้าที่ความรับผิดชอบขององค์กรในการดูแลเสถียรภาพและความปลอดภัยของเครือข่ายโทรคมนาคม และการทุ่มเทเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ

มร. เควิน เทา ประธานคณะกรรมการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนสำหรับองค์กร (Corporate Sustainability Development – CSD) ของหัวเว่ย  กล่าวแสดงความเห็นว่า  “เทคโนโลยีไอซีทีมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเจริญก้าวหน้าของมนุษยชาติในสังคมสมัยใหม่ เทคโนโลยีที่เน้นด้านการติดต่อสื่อสารจะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทุกแวดวงอุตสาหกรรม นอกเหนือจากจะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับภาคธุรกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนแล้ว เทคโนโลยีไอซีทียังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคม อันนำไปสู่การขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการสร้างความยั่งยืนให้แก่โลกของเรามากยิ่งขึ้น”

หัวเว่ยทุ่มเทความพยายามในการพัฒนาอย่างยั่งยืน connecting-the-future โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นปึกแผ่นทั่วทั้งองค์กร สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ในการดำเนินธุรกิจขององค์กร ดังที่มร. เทา ได้อธิบายว่า “เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่เพียงการขยายธุรกิจ หากยังมุ่งมั่นที่จะบ่มเพาะความรับผิดชอบต่อสังคมและแสวงหาการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างไม่หยุดยั้ง เรามุ่งหวังที่จะได้รับความร่วมมือร่วมใจจากหุ้นส่วนของเรา เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่สมดุล อันจะนำไปสู่การสร้าง “โลกที่เชื่อมโยงได้ดียิ่งขึ้น” “ มร. เทากล่าว

สำหรับระดับความเร่งด่วนและทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของหัวเว่ย มร. เทา กล่าวว่า “รูปแบบการใช้งานเทคโนโลยีมีการพัฒนามากกว่าที่เคยเป็น เพราะการพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัทจึงมีความคาดหวังต่อหัวเว่ยมากขึ้น เราจึงพยายามอย่างหนักที่จะนำความท้าทายเหล่านี้มาสร้างความได้เปรียบด้านการแข่งขัน  ในปี 2016 เราจะทุ่มเทความพยายามเพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัล และช่วยให้ผู้คนเข้าถึงข้อมูลได้มากยิ่งขึ้น นำทักษะการออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นที่จัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นำกลยุทธ์เกี่ยวกับระบบนิเวศของเศรษฐกิจมาใช้เพื่อลดผลกระทบจากการใช้งานสมาร์ทโฟนที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานของซัพพลายเออร์และโปรแกรม ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน เพื่อสนับสนุนซัพพลายเชนทั่วโลกร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม”

บทบาทหน้าที่ของหัวเว่ยคือ การสร้างโลกที่เชื่อมโยงได้ดียิ่งขึ้น (Better Connected World) ด้วยความรับผิดชอบ โดยถ่ายทอดวิสัยทัศน์การพัฒนาอย่างยั่งยืนและร่วมมือกับหุ้นส่วนในวงการอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อลดช่องว่างทางดิจิทัลและส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างสมดุลและยั่งยืน พันธกิจที่สำคัญในรายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนประจำปี 2015 ได้แก่

Connecting the Future ลดช่องว่างทางดิจิทัล

  • สร้างสถานีฐานไร้สายเพิ่มขึ้นกว่า 50% เครือข่าย LTE กว่า 70% และวางสายเคเบิ้ลใยแก้วไม่ต่ำกว่า 50,000 กิโลเมตรในแอฟริกา เพื่อให้บริการการเชื่อมต่อดิจิทัลในทวีปให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • ร่วมกับลูกค้าสร้างสถานีฐานใหม่กว่า 500 แห่งในศรีลังกา ครอบคลุมจำนวนครัวเรือนในวงกว้าง ซึ่ง 80% ของครัวเรือนเหล่านี้ไม่เคยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตบรอดแบรนด์มาก่อน
  • ส่งเสริมการเข้าถึงเครือข่ายให้กับนักเรียน 50,000 คน จากโรงเรียน 64 แห่งในเอธิโอเปีย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้และปฏิรูปการศึกษา
  • ขยายโครงการ ‘Seeds for the Future’ ซึ่งเป็นโปรแกรมความรับผิดชอบต่อสังคมหลักของหัวเว่ยที่ดำเนินการในกว่า 67 ประเทศในภูมิภาคต่างๆ รวมถึงบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถทางด้าน ICT กว่า 15,000 คน
  • ร่วมมือกับรัฐบาลบังกลาเทศและผู้ให้บริการโทรคมนาคมท้องถิ่น ริเริ่มโครงการฝึกอบรมด้าน ICT แก่ผู้หญิงจำนวน 240,000 คนใน 64 เขต
  • ให้บริการแพลตฟอร์มการแพทย์ทางไกลโดยบุคลากรผู้เชี่ยวชาญในมณฑลเหอนาน ประเทศจีน ซึ่งมีส่วนช่วยให้บริการคำปรึกษาทางการแพทย์ทางไกลกว่า 10,000 ครั้ง และการวินิจฉัยทางไกลกว่า 30,000 ครั้งต่อปี

ส่งเสริมการปฏิบัติการของเครือข่ายให้มั่นคงและปลอดภัย ปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

  • พัฒนาคุณภาพการติดต่อสื่อสารให้มีความน่าเชื่อถือ ให้บริการแก่ผู้ใช้งานทั่วโลกเกือบ 3 พันล้านคน และสนับสนุนการใช้งานเครือข่ายให้มีเสถียรภาพในช่วงเหตุการณ์สำคัญและภัยพิบัติทางธรรมชาติกว่า 130 เหตุการณ์
  • ให้ความช่วยเหลือในเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 8.1 แมกนิจูดในเนปาล โดยดำเนินการฟื้นฟูสถานีฐานที่สำคัญตามโรงพยาบาล หน่วยงานของรัฐ ศูนย์บรรเทาภัยพิบัติและสถานทูตภายใน 24 ชั่วโมง และสร้างความมั่นใจในการติดต่อสื่อสารเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเหตุฉุกเฉินและให้ความช่วยเหลือเหยื่อผู้ประสบภัย โดยเฉพาะช่วงที่มีการใช้งานเครือข่ายหนาแน่น
  • สร้างและนำระบบการรับประกันความปลอดภัยด้านไซเบอร์ระดับโลกแบบครบวงจรมาใช้จนได้รับความไว้วางใจทั้งในด้านนโยบาย องค์กร กระบวนการทำงาน การบริหารจัดการ เทคโนโลยี และคุณสมบัติทางเทคนิค
  • ได้รับรางวัล Transparency Award ด้านความปลอดภัยของระบบไซเบอร์จากรัฐบาลสี่เมือง ในรัฐโลเวอร์แซกโซนี ประเทศเยอรมนี และรางวัล 10-Year Excellence in Information Security Award จากศูนย์วิจัยของสมาคมด้านความปลอดภัยคอมพิวเตอร์นานาชาติ

ส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

  • พัฒนาชิปที่ใช้พลังงานต่ำและปรับปรุงการออกแบบฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการจัดการระบบพลังงานให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในเราเตอร์หลักและสถานีฐานไร้สายได้ราว 25% และ 20% ตามลำดับ
  • อุปกรณ์มือถือของหัวเว่ยหกรุ่นผ่านการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมระดับชั้นนำ ตามมาตรฐาน UL110 โดยมีห้ารุ่นที่สามารถคว้ารางวัลระดับแพลตินัม อุปกรณ์ด้าน Campus Network Switches ของหัวเว่ยทั้งหมดผ่านการรับรองจาก Green Product Mark ของ TÜV Rheinland
  • ประหยัดพลังงานไฟฟ้าถึง 44.3 ล้านกิโลวัตต์ ช่วยลดการใช้พลังงานต่อหน่วย คิดเป็น 13.8% ของมูลค่ายอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
  • ผลิตไฟฟ้า 20 ล้านกิโลวัตต์จากแหล่งผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัท ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 18,000 ตัน
  • ร่วมกับซัพพลายเออร์ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 72,000 ตัน
  • นำโครงการพลังงานสะอาดมาใช้ โดยสร้างความตระหนักให้กับพนักงาน การจัดการพลังงาน การปรับปรุงเทคโนโลยีให้ดียิ่งขึ้น การปรับแพคเกจผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสม ตลอดจนวางระบบโลจิสติกส์และการขนส่งขึ้นใหม่ เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิต ซึ่งประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 9,639,800 กิโลวัตต์ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เท่ากับ 9,011 ตัน
  • ขยายโครงการรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อมทั่วโลกใน 23 ประเทศ โดยนำโทรศัพท์ที่ใช้แล้วมารีไซเคิล นำไปสู่การใช้ผลิตภัณฑ์อย่างคุ้มค่าสูงสุด สอดคล้องกับมาตรการกำจัดขยะตามกฎหมาย

พัฒนาเพื่อการเติบโตเคียงคู่ไปกับลูกค้า

  • สร้างอัตราการจ้างงานในท้องถิ่นนอกประเทศจีนคิดเป็น 72% โดยมีมูลค่าการลงทุนเพื่อผลประโยชน์ของพนักงานกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ตอกย้ำความเป็นบรรษัทภิบาลที่แข็งแกร่งและมุ่งมั่น โดยวางระบบที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กับบริษัทในเครือที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน พร้อมแต่งตั้งและฝึกอบรมเจ้าหน้าที่กำกับดูแลกิจการ (Compliance Officer) ใน 85 ประเทศหลัก ทั้งนี้ พนักงานหัวเว่ย 99.4% ยังได้ลงนามในแนวทางการดำเนินธุรกิจอีกด้วย
  • บริหารจัดการระบบซัพพลายเชนอย่างเข้มแข็ง โดยปรับกลยุทธ์การจัดการแร่ที่อยู่ภายใต้ข้อขัดแย้งของหัวเว่ยให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ตรวจสอบซัพพลายเออร์ 977 รายเกี่ยวกับการใช้แร่ที่อยู่ภายใต้ข้อขัดแย้ง และดำเนินงานสอดคล้องกับแนวทางการจัดหาทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ
  • ริเริ่มโครงการตอบแทนสังคมทั่วโลก อาทิ ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม ICT และสตาร์ทอัพ สนับสนุนโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในชุมชนท้องถิ่น จัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรม กีฬาและประเพณีดั้งเดิม สนับสนุนการศึกษาเพื่อสร้างอัจฉริยะด้าน ICT ให้ความช่วยเหลือองค์กรการกุศลในท้องถิ่น รวมถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาส
  • ความทุ่มเทของหัวเว่ยได้รับการยอมรับจากแวดวงอุตสาหกรรมโทรคมนาคม รวมถึงการคว้ารางวัล Gold Award จากเวที BT Better Future Supplier Forum (British Telecom), รางวัล Extraordinary Contribution to Project Spring Award จาก Vodafone และเหรียญทองจากแวดวงอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่มอบให้กับความทุ่มเทเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนของหัวเว่ย

สามารถดาวน์โหลดรายงาน Huawei 2015 Sustainability Report ได้ที่ http://www.huawei.com/en/sustainability/sustainability-report

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top