ข่าวประชาสัมพันธ์

ไมโครซอฟท์ชี้การสร้าง “ Data Culture ” คือรากฐานแห่งความสำเร็จของธุรกิจ

Data Culture

Data Culture พร้อมชูโซลูชั่นในฐานะผู้นำด้านดาต้าแพลตฟอร์มแบบครบวงจร นำร่องการบริหารข้อมูลลูกค้าบัตร พีทีที บลูการ์ด ของ ปตท. นับล้านคน

กรุงเทพฯ 27 เมษายน 2559 – ไมโครซอฟท์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมแพลตฟอร์มบริหารจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลสำหรับภาคธุรกิจ  เผยผลสำรวจ Asia Data Culture Study 2016  สำหรับภูมิภาคนี้เป็นครั้งแรก พร้อมยกย่องบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในฐานะ “Data Champion” ผู้บุกเบิกการนำเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงมาเสริมศักยภาพทางธุรกิจเป็นรายแรกในอุตสาหกรรมพลังงานของไทย

“ในการก้าวสู่โลกยุคโมบายและคลาวด์ ธุรกิจต้องหันมาปรับกลยุทธ์เพื่อมุ่งสู่โลกดิจิตอล โดยมีข้อมูลเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความสำเร็จ  หรือที่เราให้คำนิยามว่า ข้อมูลเปรียบเสมือนเงินตราสำหรับเศรษฐกิจยุคใหม่ (Data is the currency of the new economy) โดยข้อมูลจากไอดีซีระบุว่าองค์กรที่สามารถสร้าง “วัฒนธรรมข้อมูล” ในระบบการทำงานอย่างทั่วถึง มีศักยภาพที่จะทำรายได้สูงขึ้นรวมกว่า 1.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงสี่ปีข้างหน้านี้[1]ด้วยเหตุนี้เอง จึงเป็นที่คาดการณ์กันว่าภายในสิ้นปี 2560 60% ขององค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะนำการพลิกโฉมธุรกิจนวัตกรรมดิจิตอล (digital transformation) มาเป็นหัวใจหลักในแผนกลยุทธ์ขององค์กร[2]” นายสมศักดิ์ มุกดาวรรณกร ผู้อำนวยการฝ่ายภาครัฐ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “องค์กรยุคใหม่จะต้องสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์และประมวลผลเพื่อประกอบการตัดสินใจหรือคาดการณ์แนวโน้มในอนาคต ซึ่งจะนำไปสู่ความได้เปรียบในการแข่งขันและโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างรายได้ หากองค์กรมีเครื่องมือที่เหมาะสมเพื่อการจัดการกับข้อมูลแล้ว เท่ากับว่าทุกคนในองค์กรสามารถจุดประกายความคิดเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้มุ่งสู่ความสำเร็จได้ จนเกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่มีข้อมูลเป็นหัวใจหลัก หรือ Data Cultureนั่นเอง”

ทั้งนี้ ไมโครซอฟท์ เอเชีย ร่วมกับบริษัทวิจัย เอเชีย อินไซท์ ได้จัดทำการสำรวจ Asia Data Culture Study 2016[3] ซึ่งมุ่งสำรวจมุมมองและระดับความพร้อมด้านการใช้ข้อมูลขับเคลื่อนธุรกิจในกลุ่มผู้บริหารองค์กรขนาดกลางถึงขนาดใหญ่รวม 940 คนใน 13 ประเทศทั่วเอเชีย รวมถึงผู้บริหารธุรกิจจำนวน269 คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และประเทศไทย โดยมีข้อสรุปที่น่าสนใจดังนี้

  • ธุรกิจจะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้คล่องตัวโดยใช้ข้อมูลเป็นพื้นฐาน: จากความเห็นของผู้บริหารไทยกว่า 93% แต่ในทางกลับกัน ผลสำรวจกลับระบุว่าองค์กรกว่า 83% ยังคงอยู่ในขั้นเริ่มต้นของการปรับกลยุทธ์เข้าสู่การดำเนินธุรกิจแบบดิจิตอลเท่านั้น
  • ให้ความสำคัญกับการแข่งขันกับธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ ในตลาด: ผู้บริหารชาวไทย และทั้งในทวีปเอเชียต่างเล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำข้อมูลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กรด้วยกันทั้งสิ้น แต่จุดหนึ่งที่แตกต่างกันไป คือ ผู้บริหารไทยให้ความสำคัญในเรื่องความสามารถในการแข่งขันกับธุรกิจรูปแบบใหม่ (disruptive businesses)
  • ความท้าทายด้านงบประมาณและทักษะ: ผู้บริหารทั่วเอเชียต่างเห็นพ้องต้องกันว่าการจัดหางบประมาณและการเสริมสร้างทักษะเชิงดิจิตอลในองค์กรยังคงเป็นความท้าทายที่พวกเขาต้องเผชิญ นอกจากนี้ ผู้บริหารชาวไทยยังมองว่าผู้บริหารระดับซีอีโอคือผู้ที่มีความสำคัญสูงสุดในการพลิกโฉมสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (data driven) ให้ประสบผลสำเร็จ
  • องค์กรที่มีวัฒนธรรมการทำงานในแบบ Data Culture ต้องประกอบด้วย บุคลากรที่มีทักษะ (97%) ความพร้อมเชิงโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการทำงานกับข้อมูล ทั้งในด้านนโยบาย เทคโนโลยี เครื่องมือ และความปลอดภัย (93%) และการเปิดโอกาสให้บุคลากรสามารถเข้าถึงและแบ่งปันข้อมูลกันได้อย่างทั่วถึงในทุกภาคส่วน (93%) แทนที่จะจำกัดสิทธิ์หรือการรับรู้อยู่ในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น

เพื่อเป็นการเน้นย้ำถึงบทบาทของข้อมูลในการสร้างความสำเร็จของธุรกิจยุคใหม่ ไมโครซอฟท์ ได้ยกย่อง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัทพลังงานแห่งชาติของไทย ให้เป็น “Data Champion” หรือ ผู้นำการสร้างวัฒนธรรมองค์กรในการใช้ข้อมูลเพื่อสร้างความสำเร็จให้กับองค์กร  โดย ปตท. นับเป็นบริษัทรายแรกในอุตสาหกรรมพลังงานของไทยที่ได้พลิกโฉมธุรกิจด้วยนวัตกรรมการบริหารจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง

“ปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจและความต้องการของผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้หน่วยธุรกิจน้ำมันของ ปตท. ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อให้ยังสามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้บริโภคได้อย่างแตกต่างแต่ตรงใจ และเหนือกว่าคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง” นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าว “บัตร พีทีที บลูการ์ด ถือเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์นี้ด้วยสิทธิประโยชน์สุดพิเศษมากมายที่ช่วยให้เราได้พัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้า จนเกิดความผูกพันและกระแสบอกต่อแบบปากต่อปาก”

“ด้วยฐานสมาชิกกว่า 1.4 ล้านคน และการทำธุรกรรมผ่านบัตรราว 150,000 รายการต่อวัน พีทีที บลูการ์ด จึงเป็นแหล่งข้อมูลลูกค้าที่สำคัญสำหรับ ปตท. และเพื่อให้บริษัทสามารถใช้ข้อมูลนี้ได้อย่างเต็มศักยภาพ ปตท. จึงได้ตัดสินใจเลือกโซลูชั่นบนดาต้าแพลตฟอร์มของไมโครซอฟท์อย่าง Dynamics CRM และระบบฐานข้อมูล SQL Server เพื่อการจัดเก็บ บริหาร และวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าโดยละเอียดและรวดเร็ว จนนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นในรูปของการกลับมาซื้อสินค้าซ้ำหรือเป็นประจำ อันก่อให้เกิดความผูกพันที่เหนียวแน่นยิ่งขึ้นระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ นอกจากนี้ อีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญของการเลือกใช้โซลูชั่นดาต้าแพลตฟอร์มจากไมโครซอฟท์คือการดำเนินการจัดตั้งระบบต่างๆ ที่ทำได้อย่างรวดเร็วกว่า ด้วยการสนับสนุนอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญ”

“ความสำเร็จนี้ไม่อาจเป็นไปได้หากปราศจากเทคโนโลยี Big Data Analytics ซึ่งทางหน่วยธุรกิจน้ำมันของ ปตท. ได้นำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์เป็นรายแรกในอุตสาหกรรมพลังงานไทย จนสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้ ปตท. เป็นองค์กรที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ขับเคลื่อนด้วยพลังของข้อมูล และรักษาความเป็นผู้นำในตลาดได้อย่างยั่งยืน” นายอรรถพลกล่าวเสริม

นายเคียว โอฮิระ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพอร์เพิล อนาลิทติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคาดการณ์ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี กล่าวเสริมอีกว่า “ปัจจุบัน เราต้องเผชิญกับความท้าทายจากการเติบโตของข้อมูลในแบบสามมิติ ได้แก่ปริมาณ ความหลากหลาย และความเร็วในการสร้างและถ่ายโอนข้อมูล การรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในทุกมิตินี้ ต้องอาศัยความเข้าใจในด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) ซึ่งเป็นเหมือนจุดกึ่งกลางระหว่างความรู้ด้านสถิติและเทคโนโลยี สำหรับเพอร์เพิล อนาลิทติกส์เอง ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการคาดการณ์แนวโน้มในอนาคตจากข้อมูล เราเชื่อว่าองค์กรที่แข็งแกร่ง ใช้ข้อมูลได้เต็มประสิทธิภาพ จะต้องมีพร้อมทั้งระบบวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคาดการณ์ที่ยอดเยี่ยม และโครงสร้างการทำงานที่เปิดโอกาสให้ผู้มีอำนาจตัดสินใจสามารถเข้าถึงข้อมูลและเครื่องมือวิเคราะห์เหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วในทุกระดับ ซึ่งจะช่วยร่นระยะเวลาการวิเคราะห์ข้อมูลให้เกิดผลลัพธ์ลงได้อย่างมาก จนนำไปสู่ความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง”

ไมโครซอฟท์ ในฐานะผู้นำด้านโซลูชั่นดาต้าแพลตฟอร์มแบบครบวงจร ไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาโซลูชั่นด้านข้อมูลอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด ไมโครซอฟท์ได้ประกาศเปิดตัว SQL Server 2016 แพลตฟอร์มบริหารจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลเบ็ดเสร็จ ภายใต้แนวคิด “Everything Built-in” ด้วยคุณสมบัติที่ครบครัน ทั้งการประมวลผลข้อมูลเชิงธุรกรรมและเชิงวิเคราะห์ ฟังก์ชันการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (machine learning) การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจผ่านทางอุปกรณ์พกพา การรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งเป็นหนึ่งเดียว การบริหารจัดการข้อมูลแบบเข้ารหัสในทุกขั้นตอน และการทำธุรกรรมข้อมูลในหน่วยความจำโดยไม่สูญหายเมื่อสิ้นสุดการใช้งานในแต่ละครั้ง

ทั้งนี้ บริษัทวิจัยการ์ทเนอร์ได้จัดอันดับให้ SQL Server เป็นผู้นำในด้านระบบบริหารจัดการฐานข้อมูลเชิงปฏิบัติการ ทั้งในด้านวิสัยทัศน์และการใช้งานจริง โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพที่เหนือกว่าคู่แข่งในตลาด ทั้งยังมั่นใจด้วยคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยมถึง 6 ปีซ้อน

ลูกค้าองค์กรที่สนใจเลือกใช้งาน SQL Server 2016 และต้องการถ่ายโอนข้อมูลเชิงพาณิชย์จากแพลตฟอร์มอื่นมาใช้งานบน SQL Server สามารถรับข้อเสนอพิเศษจากไมโครซอฟท์ได้ โดยติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลข 02 263 8888

ร่วมแสดงความคิดเห็น

ความเห็น

To Top