
KDDI คือค่ายผู้นำนวัตกรรมมือถือแห่งญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ล่าสุดได้ออกระบบติดตามทุกความเคลื่อนไหวของพนักงานทุกคนจากมือถือ โดยตัวเครื่องมือถือจะมีเซ็นเซอร์จับความเคลื่อนไหว ที่จะทำให้รู้ว่าขณะนั้นผู้ใช้มือถือกำลังเดิน หรือวิ่ง หรือแม้กระทั่งสามารถล่วงรู้ถึงอิริยาบทอื่นๆ ได้ เช่น หากเอามือถือเหน็บไว้ที่เอา ขณะกำลังขัดพื้น กวาดบ้าน ก็ทราบได้เช่นกัน
วัตถุประสงค์ก็คือ หัวหน้างานสามารถติดตามการทำงานของลูกน้องอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัย และการช่วยเหลือหากเกิดอุบัติเหตุได้ทันท่วงที คราวนี้หัวหน้าที่แม้จะนั่งจิบชาเขียวเย็นๆ ในออฟฟิศที่อยู่ห่างไกลจากไซต์งานก็จะสามารถดูความเคลื่อนไหวของลูกน้องทุกคนได้หมด เหมือนมีตาสัปปะรดสักร้อยตา
เทคโนโลยีนี้เหมาะมากสำหรับการทำงานที่เสี่ยงภัยสูงๆ และต้องทำให้ที่ห่างไกลสายตา เช่น เช็ดกระจก ทำงานในเหมือง หรือบริเวณก่อสร้างตึกสูงๆ หรือแม้กระทั่งหน่วยงานรักษาความปลอดภัย (ที่มักจะแอบหลับประจำ) เป็นต้น
ผู้คิดค้นเทคโนโลยีนี้ไม่อยากให้มองว่ามันเป็นการละเมิดสิทธิ์ส่วนตัวของพนักงาน แต่ตรงข้าม มันกลับแสดงถึงความห่วงใยในสวัสดิการของลูกน้องที่ต้องทำงานเสี่ยงอันตรายต่างหาก
มองอีกแง่ ก็จะเห็นว่าชีวิตมนุษย์ที่มีลมหายใจอย่างเราๆ กำลังจะก้าวเข้าไปในอาณาเขตของความเป็นหุ่นยนต์เข้าไปทุกที
ดูนวัตกรรมมือถืออื่นๆ จาก KDDI ได้ที่นี่
พาเหรดมือถือใหม่ต้อนรับฤดูหนาว 09 ของ KDDI
KDDI โชว์นวัตกรรมล้ำหน้าฉลอง 09/09/09
KDDI ออกมือถืออ่านบาร์โค้ด & RFID
แหล่งข่าว 1 2

ณ ห้องแล็ปของ Tikilabs ในญี่ปุ่น นักวิจัยได้มีการซุ่มทำระบบการพิมพ์ข้อความใหม่บนไอโฟน โดยเน้นว่าเป็นแอปฯที่ช่วยให้การพิมพ์ภาษาอังกฤษไวกว่าเดิมด้วยมือเพียงข้างเดียว เวลาจะเลือกตัวอักษรถัดไป ก็ทำได้ด้วยการสไลด์หน้าจอ สามารถใช้ได้ทั้งจอแบบแนวตั้งและแนวนอนอีกด้วย ที่สำคัญแอปฯนี้เปิดให้โหลดฟรีที่แอปสโตร์
เห็นอย่างนี้ค่ายพัฒนาระบบพิมพ์ข้อความด้วยมือข้างเดียว ที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้อย่าง Swype ก็คือทีจะได้เจอคู่แข่งที่สูสีกันแล้ว
ดูวิดีโอเปรียบเทียบการพิมพ์ข้อความด้วยมือเดียวระหว่าง Tiki6keys และ Swype ได้ที่นี่
แหล่งข่าว และที่นี่

เริ่มส่งสัญญาณร้อนแรงมาตลอดไตรมาสที่ 4 เมื่อค่ายอินเทล ประการออกระบบปฏิบัติการมือถือของตัวเองที่เน้นเรื่องกราฟิกสวยงามมาประชันกับไอโฟน ล่าสุดทางฝากญี่ปุ่นก็เผยโฉมมือถือ “ELSE” หรือมือถือรุ่นแรกที่ใช้ระบบปฏิบัติ “ELSE INTUITION”
ELSE INTUITION คือ ระบบปฏิบัติการมือถือที่ใช้การพัฒนาจากระบบลินุกซ์เวอร์ชัน 3.0 ซึ่งมีบริษัท ACCESS และ Emblaze Mobile แห่งญี่ปุ่นเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง
ถึงแม้จะมีแต่ตัวเครื่องที่พอเดาไม่ยากว่าจะเป็นมือถือทัชโฟนจอยักษ์ที่มีการออกแบบหน้าตาเมนูให้ใช้งานได้ง่าย สวยงามด้วยกราฟิกแบบ 2 และ 3 มิติแล้ว ทางผู้ผลิตยังเน้นยำว่ามือถือ “ELSE” ทุกรุ่นจะมีกล้อง เน้นเรื่องการฟังเพลง และการนำทางด้วย GPS
แหล่งข่าว 1 2
October 26, 2009 | Posted in
Feature,
Smart Phone |
Read More »
แหล่งข่าว
October 19, 2009 | Posted in
Photo Gallery |
Read More »

ค่ายซอฟต์แบงค์ของญี่ปุ่นเปิดตัวมือถือ 3G ที่กันน้ำได้รุ่นใหม่จากชาร์ป “Mirumo 934SH” จุดเด่นที่นอกเหนือจากเอาไปใช้เปิดแทนวิทยุขณะอยู่ในห้องน้ำได้แล้ว ยังมี 2 จอ โดยจอด้านหน้าจะเป็นจอแบบ “memory liquid crystal” หรือจอขาว-ดำ ที่จะกินไฟน้อย และแสดงผลเฉพาะหน้าจอเมนูที่คุณใช้งานบ่อยที่สุดเท่านั้น มีขายเฉพาะที่ญี่ปุ่น
แหล่งข่าว และที่นี่ และที่นี่
July 31, 2009 | Posted in
Video Clip |
Read More »
July 30, 2009 | Posted in
Photo Gallery |
Read More »

บริษัทโฆษณาดังสุดของญี่ปุ่นอย่าง “เดนท์สุ” ร่วมมือกับบริษัทซอฟท์แวร์ Yappa เปิดบริการ MegaStore หรือแผงขายนิตยสารบนไอโฟน โดยตัวแอพนี้ราคาเพียงแอพละ 35 บาท
ทันทีที่เปิดแผงนิตยสาร จะมีนิตยสารให้เลือกอ่านถึง 30 เล่ม ซึ่งนิตยสารทุกเล่มถูกออกแบบมาให้เหมาะกับหน้าจอไอโฟนโดยเฉพาะ ทั้งยังซูมภาพ และปรับขนาดตัวอักษรได้ รวมถึงเวลาเปิดพลิกหน้าก็เหมือนกับเปิดนิตยสารชิลล์ๆ เลย
ในเบื้องต้นทาง MegaStore ได้จับมือกับสำนักพิมพ์ชื่อดังของญี่น 20 สำนัก อาทิ Conde Nast Japan, Sony Magazines, Asahi Shimbun Publications, Kodansha เพื่อขอลิขสิทธิ์หนังสือมาลงไอโฟน
อย่างไรก็ดี นิตยสารบนไอโฟน 1 ฉบับจะสนนราคา 35 บาทเท่าๆ กับตัวแอพ แต่บางฉบับอาจจะถูกหรือแพงกว่านี้ได้
บริษัทโฆษณาดังสุดของญี่ปุ่นอย่าง “เดนท์สุ” ร่วมมือกับบริษัทซอฟท์แวร์ Yappa เปิดบริการ MegaStore หรือแผงขายนิตยสารบนไอโฟน โดยตัวแอพนี้ราคาเพียงแอพละ 35 บาท
ทันทีที่เปิดแผงนิตยสาร จะมีนิตยสารให้เลือกอ่านถึง 30 เล่ม ซึ่งนิตยสารทุกเล่มถูกออกแบบมาให้เหมาะกับหน้าจอไอโฟนโดยเฉพาะ ทั้งยังซูมภาพ และปรับขนาดตัวอักษรได้ [...]

ผลสำรวจที่ค้านกับความเชื่อของคนทั่วโลก ในที่สุดก็ได้เปิดเผยขึ้น ไม่ใช่คนญี่ปุ่นทุกคนที่บ้ามือถือ!
จากการสำรวจของเว็บไซต์ What Japan Thinks พบว่า คนญี่ปุ่นกว่า 75% ยอมรับว่าตนได้ใช้ความสามารถของมือถือตนได้ไม่ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำ และส่วนฟังก์ชันที่น่าปวดหัวมากที่สุดคือ “กระเป๋าตังค์มือถือ หรือ E-wallet หรือ Osaifu Keitai ในภาษาญี่ปุ่น
รองลงมาก็เป็น พวกแอปพลิเคชั่นต่างๆ การฟังเพลง และเล่นเน็ต
ฉะนั้นมัลติฟังก์ชันโฟน อย่าง Ply ที่พูดถึงไปเมื่อวาน ก็ท่าจะเดาอนาคตได้ไม่ยาก รวมถึงการวางแผนที่จะส่งออกเทคโนโลยี E-wallet ของรัฐบาลด้วย
แหล่งข่าว

หลังจากที่ทั่วโลกต่างร่ำลือถึงโมบายเทคโนโลยีต่างๆ ของญี่ปุ่น ทั้งมือถือส่งอี-เมล์ ร้องคาราโอเกะ ดูทีวี ฯลฯ อีกสารพัด
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ญี่ปุ่นเองกลับไม่ประสบความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีอัน “แอดวานซ์” เหล่านี้ไปสู่ระดับนานาชาติได้
ทางรัฐบาลของญี่ปุ่นจึงต้องการมุ่งเป้าอย่างจริงจังที่จะนำเทคโนโลยีโมบายของตนให้ยอมรับในตลาดโลก
และเทคโนโลยีที่จะมานำร่องคือ กระเป๋าเงินบนมือถือ (Wallet Phone)
ที่ญี่ปุ่นการเปลี่ยนมือถือให้เป็นกระเป๋าเงินสดนั้นสามารถทำได้ด้วยการฝังชิปอัจฉริยะที่ชื่อว่า Felica ซึ่งพัฒนาโดยบริษัทโซนี่ลงในมือถือ การใช้งานก็ไม่ต่างไปจากที่เราใช้บัตรลดไฟฟ้า “ติ๊ด” เพื่อเข้าออกประตู หรือการแตะบัตรสมาร์ทการ์ดจ่ายซื้อของ ณ เซเว่นฯ แต่ทั้งหมดของการทำธุรกรรมนี้ใช้เพียงมือถือเครื่องเก๋าของคุณเครื่องเดียว!
นอกจากนี้ก็ยังวางแผนปรับปรุงเครื่องลูกข่ายให้สามารถนำไปใช้กับตลาดมือถืออื่นๆ บนโลกนี้ด้วย
ใครที่ชอบใช้มือถือของญี่ปุ่น ไม่แน่เร็วๆ นี้อาจมีขายเกลื่อนมาบุญครอง
แหล่งข่าวจาก CNN