Xphone D200 - เอ็กซ์โฟน
หลังจากที่ผมได้ประเดิมมือถือสำหรับคอเกมเมอร์สจากค่ายเอ็กซ์โฟนไปแล้ว รุ่นถัดไปก็มาจ่อทวารแบบไม่ทันตั้งตัว เดี๋ยวนี้โทรศัพท์โออีเอ็มออกมาให้เยอะไปหมด แต่ก็มีความแตกต่างจากเมื่อก่อนพอสมควร เพราะส่วนใหญ่แล้วจะมีจุดขายเป็นของตัวเอง ไม่ใช่หน้าตาเดิมๆ แล้วเปลี่ยนยี่ห้อแค่นั้น อย่าง D200 ก็มีทีเด็ดที่น่าติดตาม เดี๋ยวทุกท่านจะได้เห็นพร้อมกันในส่วนของการชำแหละฮะ
สัดส่วนภายนอก
ด้านหน้าของโทรศัพท์เครื่องนี้ไม่มีอะไรน่าประหลาดใจ จอแสดงผลยังเป็นแบบสัมผัสที่มีปุ่มลัดไว้ตรงขอบจอด้านล่าง และก็มีซอฟต์คีย์กลับมาเหมือนเดิม ไม่เหมือนกับ G815 ตัวที่แล้ว สิ่งเดียวที่พิลึกแต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกคือ การเอาเลขศูนย์ ดอกจัน และสี่เหลี่ยมไปไว้ด้านขวา แรกๆ ก็เกิดอาการงงเป็นธรรมดา คงต้องให้เวลาในการปรับตัวซักพัก พอชินแล้วเราก็จะกลับไปงงกับโทรศัพท์ที่มีปุ่มแบบเดิมแทน ฮ่าๆ
ทางฝั่งซ้ายของตัวเครื่องประกอบไปด้วยชัตเตอร์สำหรับกล้อง และรูเสียบสายดาต้ากับสายชาร์จ ซึ่งจะปิดไว้ด้วยจุกยางนิ่มๆ เท่าที่ดูนะ ถ้าแกะเข้าแกะออกอยู่ทุกวัน ผมว่ามันต้องขาดไม่เมื่อใดก็เมื่อหนึ่งแน่ ขนาดตัวที่เอาทดสอบยังดูเปื่อยแล้วเลย ส่วนด้านขวาของ D200 จะเป็นปุ่มปรับเสียง และรูเสียบปากกาสไตลัสที่อยู่ล่างลงไปหน่อยครับ นอกนั้นเราต้องไปดูต่อที่แผ่นหลังขนาดใหญ่ล่ำซะแล้ว
ด้านหลังเราจะเห็นเลนส์กล้องและลำโพงคู่ที่เขาอ้างว่าเป็นแบบสเตอริโอ ส่วนหลังแบตเตอรี่จะเป็นที่สถิตย์ของช่องเสียบซิมการ์ดสองใบ และสล็อตสำหรับไมโครเอสดี การ์ด จะถอดมาใส่กับการ์ด รีดเดอร์ดูเป็นเรื่องลำบาก ถ้างั้นใช้สายดาต้าเอาเหมือนเดิมแหละดีแล้ว หาการ์ดความจุมากซัดเข้าไปเลย
ชำแหละเครื่องใน
อย่างที่รู้กันเมื่อตะกี๊แล้วว่า รุ่นนี้มีช่องเสียบซิมการ์ดสองช่อง การทำงานของมันไม่ต่างอะไรจากโทรศัพท์โออีเอ็มตัวอื่นในลักษณะเดียวกัน สำหรับ D200 จะมีปุ่มโทรออกมาให้ปุ่มเดียว ถ้าคุณต้องโทรออก จะมีป๊อปอัพขึ้นมาถามว่า จะใช้ซิมไหนในการโทร แค่เราเลือกไปก็จบ นอกจากนี้ ในส่วนอื่นที่ต้องใช้ความสามารถของซิมสองอันอีกก็จะเป็นการส่งข้อความ การเก็บเบอร์โทรศัพท์ รวมถึงการดูประวัติการโทรว่า สายเข้า สายออก และสายที่ไม่ได้รับเกิดขึ้นจากเบอร์ไหน
จอสัมผัสของรุ่นนี้มีสีสันสวยงามไม่แพ้ G815 เพียงแต่ขนาดจอของรุ่นที่แล้วจะดูใหญ่กว่าในระดับความละเอียดเท่ากัน การตอบสนองต่อการจิ้มยังทำได้ดี ทว่าการเคลื่อนตัวในเมนูยังทำได้ช้าในบางจังหวะ ไม่แน่ว่าเฟิร์มแวร์ของเครื่องที่จะมาวางขายอาจจะดีกว่านี้ ต้องลองติดตามกันเอาเอง
เรื่องลูกเล่นของกล้อง อย่าไปให้น้ำหนักกับมันมากนัก เนื่องจากว่ามือถือโออีเอ็มส่วนใหญ่ทำได้ใกล้เคียงกัน ผมอยากให้ใส่ใจกับเรื่องเรโซลูชั่น และคุณภาพของรูปถ่ายมากกว่า นี่ถ้าดิ เอดจ์ของเราไม่เห็นหน้าขาวดำ ก็ว่าจะถ่ายภาพมาให้ดูแล้วล่ะ นอกจากนี้ D200 ยังถ่ายวิดีโอได้ไม่จำกัดเวลาอีกนะ
ในเรื่องของเกม D200 สู้ G815 ไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง ตัวนั้นมีทั้งเกมที่มาจากรอม หรือแม้แต่เกมในเครื่องอย่างบีจีเวลก็สร้างความเพลิดเพลินได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ความสนุกของเราอาจไปอยู่ที่เครื่องเล่นเพลงก็ได้ เพราะรุ่นนี้มีมิวสิค เพลเยอร์ที่ทำงานได้ดีพอตัว มันสามารถเล่นเพลงเป็นแบ็คกราวนด์ รวมไปถึงการปรับอีควอไลเซอร์ แถมเล่นวิดีโอได้แบบเต็มจออีกต่างหาก
การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์นั้นเราจะต้องทำผ่านสายดาต้าเพียงทางเดียว โดยเมื่อเราเสียบสายเข้าไปกับอุปกรณ์ทั้งสองฝั่ง พีซีจะเจอไดรฟ์ที่เป็นการ์ดปรากฏขึ้นมาในมาย คอมพิวเตอร์ เราก็จัดการโอนไฟล์ได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพาไดรเวอร์อะไรอีก และ D200 สามารถเล่นอินเตอร์เน็ตผ่านเครือข่ายจีพีอาร์เอสได้ด้วย
กูรูฟันธง
เรื่องฟังก์ชั่นทั่วๆ ไป D200 ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรนักจากมือถือโออีเอ็มตัวอื่น สิ่งที่น่าสนใจที่สุดดูเหมือนจะเป็นเรื่องการที่มีช่องใส่ซิมการ์ดสองช่อง รวมถึงหน้าจอทัชสกรีนที่มีความสวยงาม และมีขนาดใหญ่น่าใช้ ด้วยราคาราว 8,000 บาท ทำให้เราซื้อเครื่องเดียว เหมือนได้มือถือสองตัวเลยล่ะ
ข้อดี
- ใส่ซิมการ์ดได้สองใบ
- จอแสดงผลแบบทัชสกรีน มีขนาดใหญ่ และสีสวยดี
- ลำโพงมัลติมีเดียให้เสียงดังสะใจ
- กล้องดิจิตอล 1.3 ล้านพิกเซล
- เพิ่มหน่วยความจำได้จากไมโครเอสดี การ์ด
- แนบไฟล์วิดีโอไปกับรายชื่อได้
- การเชื่อมต่อกับเครือข่ายจีพีอาร์เอส
ข้อเสีย
- ไม่มีการจดโน้ตทั้งแบบเขียนบนจอและแบบพิมพ์
- เรโซลูชั่นสำหรับวิดีโอค่อนข้างต่ำ
- พิมพ์ไทยจากแผงปุ่มกดได้ทางเดียว และไม่มีระบบสะกดคำ
- การเข้าถึงเมนูต่างๆ ยังหนืดอยู่ (อาจมีการพัฒนาได้)
|