Sony Ericsson W980
สัดส่วนภายนอก
ด้วยความที่เป็นมิวสิคโฟนตัวท็อปของค่าย ถ้าจะมีผู้คนคอยจับตามองเป็นพิเศษคงเป็นเรื่องปกติ W980 มาพร้อมกับความสามารถพิเศษที่ยังหาได้ยากในมือถือมัลติมีเดียทั่วไป แต่ผมขออุบเอาไว้เหมือนเดิมก่อน รอให้เก็บรายละเอียดเรื่องส่วนประกอบภายนอกให้เสร็จแล้วค่อยว่ากัน
จอแสดงผลขนาด 176 x 176 จุดที่ด้านหน้าสามารถแสดงผลในโหมดการทำงาน ได้หลากหลายด้วยการกดปุ่มด้านข้าง กดครั้งนึงจะเป็นวอล์คแมน กดอีกครั้งกลายเป็นวิทยุ และย้ำลงไปอีกทีจะกลับมาสู่หน้าจอบอกสถานะเครื่อง ส่วนปุ่มสัมผัสด้านล่างนั้นมีทั้งหมด 6 ปุ่มด้วยกัน โดยจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละเมนู จุดนี้เองทำให้เราไม่ต้องเปิดฝาเพื่อฟังเพลงให้เสียเวลา และไม่ต้องกลัวว่าจะไปโดนปุ่มเหล่านี้โดยบังเอิญ เพราะเอสอีใส่ปุ่มล็อคการทำงานมาให้แล้วครับ
อกจากนั้น ในฝั่งเดียวกันยังมีปุ่มปรับเสียงมาให้ด้วย
ลำโพงมัลติมีเดียของ W980 มีมาให้สองตัวซ้าย-ขวา นั่นหมายความว่ามันรองรับการเล่นเสียงแบบสเตอริโอสุดไพเราะ พร้อมกันนี้ ฝั่งซ้ายยังเป็นฟาสพอร์ตที่หลายคนบ่นอุบว่าย้ายมาทำไมให้เกะกะมือ และยังมีรูร้อยสายที่วัยรุ่นชอบเอาอะไรมาห้อยตุ้งติ้งต่องแต่งด้วย ว่าแต่ทำไมลำโพงของวอล์คแมนโฟนรุ่นหลังๆ สู้ไซเบอร์ช็อตโฟนไม่ได้เลยแฮะ ไม่ทราบว่าสังเกตกันหรือเปล่าครับ
ที่ปลายสุดของฝาพับด้านบนตรงส่วนที่เป็นพลาสติกใสจะมีหลอดไฟ 2 สีอยู่ ได้แก่ สีขาวและสีส้ม สีแรกจะกะพริบเป็นระยะเพื่อบอกสถานะการเปิดอยู่ของเครื่อง ส่วนสีหลังติดขึ้นมาเป็นจังหวะตามเพลงที่เราเล่น นอกจากนี้ W980 ยังมีเซ็นเซอร์ตรวจสภาพแสงที่ช่วยปรับแบ็คไลท์ให้อัตโนมัติ นอกนั้นก็เป็นปุ่มกดขนาดใหญ่ เลนส์กล้องที่อยู่ในตำแหน่งไม่ค่อยดี ส่วนสล็อตใส่การ์ดไม่ต้องไปหา เพราะไม่มีครับ
ชำแหละเครื่องใน
ฟังก์ชั่นที่บอกไปว่าหาได้ยากในมือถือยุคนี้ก็คือ เอฟเอ็ม ทรานสมิตเตอร์นั่นเองครับ ล่าสุดก็มียี่ห้อโนเกียที่ทำใส่มาในรุ่น N78 ส่วนยี่ห้ออื่นคงต้องย้อนกลับไปถึงตอนที่เบ็นคิว-ซีเมนส์เพิ่งจูบปากกันใหม่ๆ โน่นเลย นอกเหนือจากนี้ไปผมยังไม่เห็นเลยนะว่ามีแบรนด์ใดทำออกมา
วอล์คแมน 3.0 เป็นทีเด็ดของมิวสิคโฟนจากยี่ห้อนี้ตามฟอร์ม การเปลี่ยนแปลงภายในมีอยู่นิดหน่อย
ละด้วยความที่มีเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวหรือภาษาทางการเขาเรียกกันว่าตัววัดความเร่ง (Accelerometer) ทำให้ลูกเล่นอย่างเชค คอนโทรลกลับคืนมาสู่ W980 อีกครั้ง การสั่งงานทำได้ง่าย เพียงกดปุ่มวอล์คแมนค้างเอาไว้ แล้วเขย่าไปในทิศทางที่ต้องการ ส่วนหน้าตาของการปรับอีควอไลเซอร์ก็ต่างไปจากเดิม ดูสวยงามและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากปรับแบบคัสตอมได้ถึง 7 แบนด์นั่นเอง
นอกจากจะใช้งานในโหมดเล่นเพลงแล้ว เซ็นเซอร์ฯ ที่ว่ายังซอกซอนเข้าไปในโหมดดูภาพถ่าย ดูวิดีโอ เบราเซอร์ และโหมดกล้องด้วย โดย 3 อันแรกนั้นทำหน้าที่หมุนจอไปตามปกติ ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่อันหลังนี่สิ เมื่อเราถ่ายภาพ 3 ล้านพิกเซลมาจาก W980 เครื่องจะบันทึกไว้ในอีเอ็กซ์ไอเอฟหรือเอ็กซิฟ (EXIF) ว่าภาพนั้นถ่ายมาในแนวตั้งหรือแนวนอน เมื่อเปิดดูในพีซี ภาพจะหมุนให้เองโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้ไม่ต้องมาสั่งหมุน (rotate) อีกครั้งนึงให้เสียเวลา และนี่คือฟังก์ชั่นของกล้องคอมแพ็ครุ่นหลังๆ หลายตัวครับ
พูดถึงเรื่องกล้องแล้วเกิดอาการเซ็งจิต เหมือนกับว่าโซนี่ อีริคสันไม่อยากให้ W980 ถ่ายภาพได้ด้วยซ้ำ เหตุผลที่จะสนับสนุนคำเขียนของกระผมได้ประการแรกคือ ตำแหน่งของกล้องที่อยู่ด้านหลังค่อนข้างแย่ เพราะเวลาถือเพื่อถ่ายภาพจะโดนมือบังแบบเต็มๆ ประการที่สองคือ โหมดกล้องไม่ได้เป็นแนวนอน ต้องถือถ่ายแบบปกติเหมือนตอนถือคุย ทำให้เราเห็นภาพไม่เต็มจอขนาดเล็กจิ๊ดเดียว พาลนึกถึงวอล์คแมนโฟนรุ่นล่างๆ อย่างพวก W200i นั่นเลย ส่วนฟังก์ชั่นทั่วไปถือว่าซิมเปิ้ลมาก
กูรูฟันธง
ในเมื่อคลอดออกมามีนามสกุลว่าวอล์คแมน W980 จึงแจ้งเกิดในเรื่องอื่นไม่ได้ ยกเว้นการฟังและการเล่นเพลง ส่วนที่เห็นเด่นชัดเลยคือ การมีวอล์คแมน 3.0 ประสิทธิภาพสูง ตบด้วยเอฟเอ็ม ทรานสมิตเตอร์ และหน่วยความจำในตัวขนาด 8 กิกะไบต์เน้นๆ แถมสั่งงานด้วยปุ่มสัมผัสด้านนอกโดยไม่ต้องเปิดฝา เท่านี้เพียงพอให้คุณใช้มันเป็นเครื่องเล่นเพลง แบบพกพาแทนเจ้าแก่ตัวเดิมได้หรือยังครับ
ข้อดี
- มีปุ่มกดด้านนอกสำหรับสั่งงานวอล์คแมนได้โดยง่าย
- เมมโมรี่ขนาด 8 กิกะไบต์ภายใน
- เอฟเอ็ม ทรานสมิตเตอร์ ส่งเพลงไปฟังในวิทยุเครื่องอื่น
- มีเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว (แอ็คเซเลโรมิเตอร์) ที่ใช้งานได้หลากหลาย
- มีวิทยุเอฟเอ็มและวอล์คแมน 3.0
- ยูสเซอร์ อินเทอร์เฟสปรับปรุงใหม่
- เชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 2.0
ข้อเสีย
- ตำแหน่งของเลนส์กล้องและโหมดถ่ายภาพทำได้ไม่ดี
- น่าจะทำจอแสดงผลหลักให้ใหญ่กว่านี้
- เสียงลำโพงสเตอริโอยังไม่น่าประทับใจ
- ตัวท็อปๆ น่าจะมีไวไฟได้แล้ว
|