|
Physical Overview
จอแสดงผลหลัก แม้ว่าจะมีความละเอียดเท่ากับ Z530i ที่ 128 x 160 พิกเซล ทว่าสีสันและความสว่างดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด เพราะ W300i มีจอชนิด TFT 262,144 สีอยู่ วอลเปเปอร์ที่เลือกมาใส่จะเป็นภาพนิ่งหรือเคลื่อนไหวก็ไม่ได้อยู่เหนือความสามารถในการแสดงผลของมัน หรือจะโหลดธีมใหม่มาลงยิ่งดูดีเข้าไปใหญ่ เรื่องความสวยงามคงจะเอาไปเทียบกับพวก K750i หรือ W800i ไม่ได้ เพราะความละเอียดต่างกันเยอะพอดู แต่ถ้าถามว่าผมผิดหวังไหมกับจออันนี้ ผมตอบได้ว่าไม่ผิดหวังเลยครับ
ปุ่มควบคุมเครื่องเล่นเพลง จริงแล้วปุ่มตรงนี้มีความสามารถที่หลากหลาย ทั้งควบคุมการเล่นเพลงตอนเปิดฝาพับ ดูสถานะของเครื่อง และกดดูนัดหมายที่กำลังจะมาถึงในขณะปิดฝาอยู่ อย่างไรก็ตาม การควบคุมเพลงจากปุ่มด้านนอกตอนปิดฝาดูเหมือนจะทำไม่ได้ ซึ่งน่าแปลกใจอยู่เหมือนกัน หากจะเล่นหรือหยุดเพลงก็ต้องเปิดฝาก่อนเท่านั้น
จอแสดงผลรอง มีขนาดเล็กเพียง 101 x 80 พิกเซล และเป็นจอขาวดำแบบอินเวิร์ท โดยมีแบ็คไลท์เป็นสีส้มเพื่อสร้างความลงตัวให้กับธีมของเครื่อง โดยอาจจะมีปัญหาในการมองเห็นบ้างยามที่ต้องอยู่กลางแจ้ง ส่วนการแสดงผลนั้น ขณะเครื่องเปิดสแตนด์บายอยู่ก็มีรายละเอียดเหมือนที่หน้าจอหลัก ยกเว้นวอลเปเปอร์ที่ไม่มีให้เห็น
เลนส์กล้องและกระจก เหตุที่ต้องใส่กระจกเงามาให้ด้วยเพราะว่า จอแสดงผลด้านนอกไม่สามารถใช้เป็นช่องมองภาพได้ อย่างไรก็ดีนั้น เลนส์ยังอยู่ในตำแหน่งที่ดี สามารถเปิดฝาแล้วถ่ายภาพได้ในทุกมุมมอง แถมนิ้วของผู้ใช้ก็จะไม่ไปบังเลนส์อีกต่างหาก เพราะมีเสาอากาศแบบโค้งคอยกันให้อยู่แล้ว
ลำโพงมัลติมีเดีย เมื่อลองใช้จริงจะพบว่า ลำโพงในตำแหน่งนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ถ้าวางบนโต๊ะเรียบๆ แล้วมีคนโทรเข้ามา ไม่ต้องเป็นห่วงว่าเสียงจะไม่ออก แม้ลำโพงอยู่ด้านหลังแต่เสาอากาศทำหน้าที่สารพัดประโยชน์คอยยันให้ลำโพงลอยขึ้นเหนือพื้นโต๊ะ ส่วนเวลาถืออยู่ในมือนี่อาจจะเป็นปัญหาเพราะเสียงจะโดนนิ้วชี้บดบังอย่างแน่แท้ หากจะฟังเพลงผ่านลำโพงอันนี้ ผมแนะนำให้วางไปบนโต๊ะจะดีกว่า เรื่องคุณภาพนั้นถือว่ายอดเยี่ยม ความดังถือว่าดังมากจนเกือบมากที่สุด แต่ถามว่าเท่า W550i หรือ W800i คงต้องตอบว่ายังไม่ถึงขั้นนั้นครับ นอกจากนี้ ลำโพงตัวเดียวกันนี้ยังใช้เป็นสปีกเกอร์โฟนได้อีกด้วย
อินฟราเรด ใจจริงผมชอบพอร์ทอินฟราเรดที่อยู่บนหัวมากกว่า เพราะน่าจะใช้งานได้ง่ายกว่า ซึ่งจริงแล้วมันก็ไม่มีผลอะไรนักหรอก มันน่าจะไปเกี่ยวข้องกับเรื่องการดีไซน์ที่ทำให้สมดุลกันระหว่างปุ่มด้านซ้ายกับพอร์ทด้านขวานั่นแหละ
พอร์ทการเชื่อมต่อ เสียบได้ทั้งสายชาร์จ สายดาต้า หูฟัง ฯลฯ เท่ากับว่าถ้าเสียบสายอะไรอยู่อย่างนึง สายที่เหลือก็จะใช้งานไม่ได้อีกต่อไป จะถือว่าเสียประโยชน์หรือเปล่าอันนี้ผมไม่แน่ใจ เพราะบางคนก็ไม่ได้ใช้อุปกรณ์หลายๆ อันพร้อมกันอยู่แล้ว
แผงปุ่มกด รูปทรงของปุ่มเขาทำมาให้มีลักษณะคล้ายกับโลโก้ W ของวอล์คแมน ซึ่งอาจจะไม่สะดวกในการกดสักเท่าไหร่ เพราะมันติดกันเป็นแผง บางครั้งไม่มองตัวอักษรก็ทำให้กดพลาดไปบ้าง คาดว่าพอเกิดความชำนาญ ปัญหานี้น่าจะหมดไป
ตัวเครื่องโดยรวม แม้ว่าหน้ากากตรงส่วนที่เป็นสีขาวจะแยกเป็นชิ้นส่วนต่างหาก แต่มันก็ไม่สามารถถอดเปลี่ยนได้เหมือนซีรี่ยส์ Z ที่เขามีลูกเล่นอันนี้มาแต่แรกแล้ว อีกอย่างคือมันไม่มีที่แงะให้เอาเล็บเกี่ยวออกมาได้ ผมจึงมิอาจแคะแกะเครื่องของเขา เกรงว่าจะพังซะก่อน ส่วนตัวเครื่องโดยรวมผมว่าอาจจะมีปัญหาตรงข้อพับอยู่บ้าง ถึงตัวนี้จะยังไม่แสดงอาการให้เห็น แต่หน้าตามันละม้ายคล้ายกับของ Z530i ที่โยกเยกได้นิดหน่อย อยากให้ใช้รักษาหน่อยแล้วกัน
VGA Digital Camera
กล้องนี่ถือว่าเป็นตัวประกอบให้กับรุ่นเท่านั้น เพราะความสามารถของมันไม่ได้โดดเด่น ที่กล้าพูดแบบนี้เพราะว่าเอาเรื่องความละเอียดของกล้องมาวัดอย่างเดียวเลย ตัวก่อนๆ มีทั้งแบบ 2 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัส หรือต่ำลงมาก็เป็นกล้องระดับเมกะพิกเซลอยู่ดี สำหรับตัวนี้ขยับลงมาเป็นความละเอียดที่ 3 แสนพิกเซลเท่านั้น ทว่าคุณตัดเรื่องเรโซลูชั่นตรงนี้ไป แล้วไปมองเรื่องลูกเล่นของมันอย่างเดียวน่าจะพอใจนะ
คุณสมบัติที่มาในกล้องของ W300i มีตั้งแต่โหมดการถ่ายแบบพาโนรามา ที่คุณจะได้มุมมองของภาพยาวกว่าเดิม ถ่ายลงกรอบ 19 แบบ หรือจะถ่ายต่อเนื่อง อันนั้นจะเรียกว่า Burst นอกจากนี้แล้ว ไนท์ โหมดน่าจะจำเป็นสำหรับรุ่นที่ไม่มีไฟส่องมาให้ เอฟเฟ็คที่ปรับแต่งให้กับภาพได้จะมีทั้ง ขาวดำ เนกาทีฟ ซีเปีย และโซลาไรซ์ การตั้งเวลาถ่ายก็เหมาะสำหรับการถ่ายรูปหน้าตัวเอง ส่วนการซูมและปรับความสว่างนั้นทำได้จากโหมดถ่ายรูปเลย เพียงกดขึ้นลงก็จะเป็นการดึงภาพเข้าออก โดยจะใช้ไม่ได้ในกรณีที่เราถ่ายภาพระดับ VGA และกดปุ่มปรับเสียงด้านข้างเพื่อเพิ่มและลดความสว่างครับ
โหมดการถ่ายวิดีโอยังคงมีความละเอียดเท่ากับรุ่นใหญ่ที่ 176 x 144 พิกเซล ตามด้วยลูกเล่นที่เหมือนกับตอนที่เราใช้กล้องปกติคือไนท์ โหมด และเอฟเฟ็คอะไรประมาณนั้น ไฟล์ที่ออกมายังคงเป็น 3gp เหมือนเดิม
เรื่องคุณภาพผมว่าอาจจะด้อยกว่า W550i ทั้งเรื่องของจำนวนพิกเซลและความคมชัดโดยรวม แต่อย่าลืมครับว่า ราคามันก็เปิดตัวออกมาถูกกว่าเช่นกันนะ ท่องเอาไว้
Working Walkman
บอกตามตรงว่านี่คือวอล์คแมน โฟนของแท้ ซึ่งเอาไว้ใช้ฟังเพลงได้อย่างสมบูรณ์แบบ ดังนั้น หากเรื่องกล้องจะดูเงียบเชียบไปบ้าง เราคงต้องเข้าใจกันให้ดี ความรู้สึกที่ได้ทดสอบ W300i ผมคิดว่าทางโซนี่ อีริคสันน่าจะทำรุ่นเล็กมาให้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่มีงบน้อยบ้าง และ W300i คือคำตอบที่ดีครับ
การทำงานของวอล์คแมนยังคงแบ่งออกเป็น 2 ส่วนเช่นเคย คือ ดิจิตอลหมายถึงเครื่องเล่นเพลงจากไฟล์ และ อนาล็อกก็หมายถึงวิทยุเอฟเอ็มนั่นแหละครับ เราจะมาพูดถึงตัวแรกก่อนแล้วกัน การเข้าสู่โหมดเล่นเพลงแบบลัดสามารถทำได้สองทาง คือ ปุ่ม Play ที่อยู่ด้านข้าง แต่มีข้อแม้ว่าต้องเปิดฝาอยู่เท่านั้น อีกแห่งหนึ่งก็คือปุ่มลัดที่อยู่มุมซ้ายล่างของแผงปุ่มกด เมื่อกดเข้ามาเราจะเห็นการแยกหมวดเพลงออกเป็น 3 ประเภทด้วยกันคือ แยกตามชื่อเพลงเหมือนปกติ แยกตามชื่อนักร้อง และแยกตามรายการเพลง (Playlists) นอกนั้นยังมีการเล่นไฟล์วิดีโอในมีเดีย เพลเยอร์ตัวนี้ด้วย
เมื่ออยู่ในหน้าหลักของเครื่องเล่นแล้ว เราสามารถกดปุ่มซ้ายขวาเพื่อเปลี่ยนเพลงได้ หากกดค้างจะเป็นการเล่นเดินหน้าหรือถอยหลังแบบเร็ว หรือถ้ากดขึ้นลงมันจะแสดงขึ้นมาเป็นรายการเพลงให้เราเลือกได้ทันที สำหรับโหมดการปรับตั้งค่าจะมีให้ทั้งการเลือกเล่นแบบสุ่มหรือซ้ำ ปรับอีควอไลเซอร์ที่ให้ผู้ใช้เลือกแบบคัสตอมได้ รวมทั้งเมก้า เบสที่ยังไม่มีวันลาจากไปไหนเด็ดขาด
ไฟล์เพลงที่ W300i สามารถเล่นได้มีมากมายเหลือคณา ตั้งแต่ mp3 wav mid aac m4a และ amr ส่วนไฟล์วิดีโอก็จะเป็นสองตัวหลักๆ อย่าง mp4 และ 3gp เสียดายที่เล่นวิดีโอแบบเต็มจอในแนวนอนไม่ได้แค่นั้นเอง
คุณภาพเสียงอันนี้ทำได้ยอดเยี่ยม ผมยังไม่แน่ใจว่าทางโซนี่ อีริคสันจะแถมหูฟังแบบอินเอียร์มาให้เหมือนรุ่นก่อนๆ หรือเปล่า เพราะอุปกรณ์ที่ได้รับมามีเพียงตัวเครื่อง จากการแอบยืมหูฟังของคนอื่นมาใช้ ก็ทดสอบได้อย่างที่รู้กันนั่นแหละ ถึงแม้ผมจะไม่มี W800i มาเทียบ แต่เท่าที่ได้ลองฟังก็ไม่เห็นความแตกต่างซักนิด จึงเชื่อได้ว่าตราวอล์คแมนยังคงความขลังเอาไว้เช่นเคย ยิ่งไปกว่านั้น ผมชอบใจอย่างนึงตรงที่เราสามารถส่งไฟล์เพลงได้จากเมนูของวอล์คแมนเลย ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโหมดไปใช้ File manager ให้ยุ่งยากอีกขั้นตอนหนึ่งครับ
วิทยุก็ไม่ได้เป็นแบบเอฟเอ็มธรรมดา RDS ที่มาช่วยทำให้การฟังเพลงแบบเดิมที่แสนจะธรรมดานั้นหมดไป แต่เมืองไทยยังใช้ไม่ได้นี่สิ และก็ไม่มีวี่แววว่าจะใช้ได้เมื่อไหร่ด้วย ส่วนตามสเป็กของมันไม่มีอะไรมาก บันทึกช่องสถานีได้ 20 รายการ ฟังผ่านลำโพงภายนอกได้ และระบุตัวเลขเพื่อหาคลื่นได้โดยไม่ต้องมาไล่ให้เหนื่อยใจ
New Memory Stick Micro
ที่จับเอาหัวข้อนี้มาเป็นฟังก์ชั่นเด่นเนื่องจากเห็นว่า W300i ใช้การ์ดหน่วยความจำแบบใหม่ โดยยังคงเป็นเมมโมรี่ สติ๊กอยู่เหมือนเดิม แต่เปลี่ยนประเภทเป็นแบบไมโครที่มีขนาดเล็กมาก เมื่อเทียบกับไมโครเอสดี การ์ด เจ้านี่จะดูใหญ่และหนากว่านิดหน่อย แต่ก็มีประโยชน์ที่ทำให้หยิบได้ง่ายดี สล็อตของมันจะอยู่ที่ด้านข้างตัวเครื่องหลังฝาครอบแบตฯ หากต้องการจะถอดหรือใส่ก็ต้องแกะฝาออกก่อน ซึ่งไม่ถึงขั้นต้องปิดเครื่อง เพราะมันไม่ได้อยู่หลังแบตฯ นั่นเอง
แน่นอนว่าจะเอาไปใส่กับการ์ด รีดเดอร์ที่ไหนก็คงหาไม่ได้ เราจะต้องเอาไปเสียบกับตัวแปลงของมันก่อน ซึ่งโซนี่ก็ทำออกมาเฉพาะเจาะจงเอาไว้แล้ว พอแปลงปุ๊บ ขนาดมันก็จะเท่ากับเมมโมรี่ สติ๊กปกติแล้วครับ
เรื่องที่ว่าจะแถมการ์ดขนาดเท่าไหร่มาให้อันนี้ยังไม่มีใครยืนยันได้ ตามความคิดของผม ผมว่าอาจจะแถมขนาดเล็กมาให้ ไม่ก็ไม่มีให้เลย เพราะนี่เป็นรุ่นถูกแล้วอะนะ ใช้หน่วยความจำของเครื่องไปก่อนก็พอไหว เพราะมีให้ถึง 30 เมกะไบต์ จากการบวกรวมทุกส่วน ทั้งที่เหลืออยู่และใช้ไป (จริงแล้วในเว็บบอกว่ามีแค่ 24 เม็กเอง แต่ผมไม่เชื่อ) ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่ W300i รองรับเมมโมรี่ สติ๊ก ไมโครขนาดสูงสุดที่ 512 เมกะไบต์เท่านั้นครับ
Connectivity
เดิมทีโทรศัพท์ของโซนี่ อีริคสันก็มีความสามารถทางการเชื่อมต่อที่ดีอยู่แล้ว แต่นี่เล่นรองรับเครือข่าย EDGE อีกอย่าง ทำให้ดูเหมือนจะสมบูรณ์ที่สุดแล้วสำหรับมือถือระดับนี้ เรื่องไวไฟอะไรนั่นมันเว่อร์เกินไปหน่อย เราลองมาไล่วิธีการเชื่อมต่อของมันแต่ละอันดูเลยแล้วกัน อย่างแรกเบสิคที่สุดต้องเป็นสายดาต้า สายอันนี้เมื่อเสียบเข้ากับตัวเครื่องแล้ว นอกจากจะโอนข้อมูลได้แบบแฟลช ไดรฟ์แล้ว ยังชาร์จไฟกับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อีกต่างหาก นอกจากนี้ หากคุณลงโปรแกรม PC Suite ของเขาแล้ว W300i จะทำหน้าที่เป็นโมเด็มได้ในทันใด โดยที่คุณไม่ต้องตั้งค่าที่มือถือซักนิด
ถัดมาเป็นอินฟราเรดที่ผมพูดไปแล้วในตอนต้น และบลูทูธคือวิธีการส่งไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดในตอนนี้ ผมชอบที่มันเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หลายชนิดได้พร้อมๆ กัน และยังเอาไปใช้เป็นรีโมทในการควบคุมพีซีได้ด้วย เหมาะกับการนำเสนองานให้กับลูกค้าหรืออาจารย์ดู โดยไม่ต้องมาพะวงอยู่กับหน้าจอคอมอีกต่อไป และเทคโนโลนี SyncML ที่อยู่ในตัวเครื่องจะช่วยสร้างความสะดวกในการซิ้งค์ข้อมูลกับคอมพิวเตอร์ให้เกิดความถูกต้องและสะดวกยิ่งขึ้นครับ
สุดท้ายเรื่องของ EDGE และ GPRS ที่มาใน Class 10 ทำให้คุณเล่นเว็บผ่านเบราเซอร์สุดเจ๋งอย่าง NetFront ได้แบบสวยงาม เพราะไม่เพียงตัวเครื่องจะรองรับ xHTML แล้วหน้าเว็บที่สร้างมาจาก HTML ก็เปิดดูได้โดยสะดวก พร้อมกันนี้ การที่เครื่องมี Macromedia Flash Lite ทำให้แสดงภาพเคลื่อนไหวที่เกิดจากไฟล์แฟลชได้เช่นกัน ยังไม่หมดง่ายๆ หรอกนะ อินเตอร์เน็ตที่เราเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายนั้นจะทำให้เราไปโหลดข้อมูลที่เป็น RSS Feed จำพวกข่าวสารข้อมูลออกมาเก็บไว้ในเครื่องได
ที่ผมพล่ามมาทั้งหมดนี้ หลายอย่างก็ยังใช้ไม่ได้ในประเทศไทยนะ ขอบอกเอาไว้ก่อน เดี๋ยวจะไปบอกว่าของเขาเสียไม่ได้
Organizer
ด้านออแกไนเซอร์ SE ไม่เคยเป็นรองใครหน้าไหนครับ แม้จะเป็นโทรศัพท์ธรรมดาที่ไม่ได้เป็นญาติกับสมาร์ทโฟน อย่าง W300i ก็มีมาให้ครบถ้วน ทั้งปฏิทิน 3 มุมมองที่บันทึกนัดหมายพร้อมตั้งเตือนได้ ใส่ทาสก์ (รายการสิ่งที่ต้องทำ) เพื่อเตือนความจำ และมีโน้ตเพื่อจดข้อความสั้นๆ เอาไว้ในเครื่อง นอกนั้น ตามติดมาด้วยเครื่องคิดเลข นาฬิกาจับเวลาและนับถอยหลัง ตัวจดจำพาสเวิร์ด (Code memo)
อีกมุมหนึ่งจะเป็นความสามารถในการสั่งงานด้วยเสียง ทั้งสั่งเข้าเมนูและสั่งให้โทรออกไปเบอร์ที่ต้องการ และยังมีเครื่องอัดเสียงที่ไม่จำกัดเวลา ขึ้นอยู่กับหน่วยความจำที่เหลือ
Picture Phonebook
สมุดโทรศัพท์ของรุ่นนี้ก็เหมือนของเดิมอีกเช่นกัน รายละเอียดใส่กันตั้งแต่เบอร์บ้าน ที่ทำงาน แฟ็กซ์ มือถือ อีเมล์ วันเกิด ฯลฯ ขนาดชื่อถนนยังใส่ได้เลย แต่สิ่งที่ผมชอบมากที่สุดคือการใส่รูปภาพแบบเคลื่อนไหว (Animated gif) ลงไปได้ครับ จริงแล้วคุณสมบัติอันนี้มีมาตั้งนานแล้ว ทว่าบางคนอาจจะยังไม่รู้เลยเอามาบอกกันไว้ อีกอย่างที่ผมชอบคือการแบ็คอัพเบอร์เก็บไว้ที่การ์ดหน่วยความจำได้ เผื่อวันใดฉุกเฉิน ตรงนี้มันจะช่วยคุณได้แน่นอน ส่วนการซิ้งค์กับคอมนั้นเป็นเรื่องปกติที่ไม่พลาดอยู่แล้ว สุดท้ายเรื่องความจุ W300i นี่กินจุใช้ได้นะครับ เก็บรายชื่อได้ 1,000 รายการ รวมทั้งสิ้นถ้าเก็บเต็มความจุน่าจะมีเบอร์ในเครื่องอยู่หลายพันเลยล่ะ
Java Games & Applications
การลงเกมหรือแอพพลิเคชั่นของจาวาในรุ่นนี้ยังคงไม่จำกัดขนาดของไฟล์ที่จะลงครับ โปรแกรมดิกชันนารีอันใหญ่ๆ สามารถโหลดลงมาได้เลย ในเครื่องจริงแล้วเขาก็ให้มาเยอะอยู่ มีทั้ง Music Mate ที่ให้ผู้ใช้เรียนดนตรีแบบง่าย News Reader ก็ใช้อ่านข่าว และยังมีเกมอีกเพียบ ได้แก่ Neopets Mobile เกมเลี้ยงสัตว์ที่เล่นแบบออนไลน์ได้ และยังสามารถซื้ออุปกรณ์ต่างๆ เพิ่มได้ผ่านเครือข่ายโดยการล็อก อินเข้าไป ที่เหลือก็เป็น Puzzle Slider และ QuadraPop ครับ
The Last Judgment
บอกตามตรงว่าความรู้สึกของการใช้วอล์คแมนยังคงพุ่งพล่านอยู่ใน W300i ตัวนี้ ด้วยดีไซน์ที่ประกอบไปด้วยหน้าตาและสีสันที่ดูทันสมัยเอามากๆ และฟังก์ชั่นในการฟังเพลง ถือว่ากินใจคนรักเสียงเพลงอย่างผมเป็นอย่างมาก ถึงแม้จะมีความโดดเด่นของกล้องถ่ายภาพน้อยไปหน่อย แต่อยากให้มองรุ่นอื่นอีกหลายรุ่นที่ถ่ายภาพได้ดี แต่เรื่องดนตรีไม่เข้าท่า อันนี้ก็มีให้เห็นเยอะ และด้วยค่าตัวที่ต่ำลงมาพอสมควร น่าจะทำให้คนกระเป๋าเบาพอจะซื้อหามาใช้ได้ ใครบอกว่าโซนี่เขาขายของแพงอย่างเดียว ลองดู Sony Ericsson W300i สิ แล้วจะรู้ว่าความคุ้มค่าเป็นอย่างไร
|
|
|
|
หน้าจอหลัก
ขณะสแตนด์บาย |
|
เครื่องเล่นเพลง
วอล์คแมน |
เพิ่มพลังเสียง
ด้วยเมก้า เบส
|
|
|
|
|
ปรับอีควอไลเซอร์
แบบในแบบคุณเอง |
โหมดการเล่นเพลง |
ตั้งค่าให้กับบลูทูธ |
บริการ
ทางด้านอินเตอร์เน็ต
|
On Focus
เมมโมรี่ สติ๊ก แบบใหม่ที่มีชื่อว่า เมมโมรี่ สติ๊ก ไมโคร ถ้าใครยังไม่เห็นผมก็เอารูปมาลงให้ดูกัน พร้อมทั้งมีอแดปเตอร์เข้าคู่กันมาด้วยนะ
Strength
- ดีไซน์ที่ดูทันสมัยเกินใคร
- เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลแบบวอล์คแมน
- มีวิทยุเอฟเอ็มที่รองรับ RDS
- เพิ่มหน่วยความจำด้วยเมมโมรี่ สติ๊ก ไมโคร
- การเชื่อมต่ออันหลากหลาย พร้อมทั้งมี EDGE ด้วย
- ลำโพงที่มีความสดใสและดังสะใจ
|
Weakness
- จอแสดงผลด้านนอกยังเป็นขาวดำอยู่
- กล้องดิจิตอลมีความละเอียดน้อยไปหน่อย
- ใช้จอด้านหน้าในการถ่ายภาพไม่ได้
- ปุ่มด้านข้างใช้ควบคุมเพลงตอนปิดฝาไม่ได้
- เปิดเครื่องแล้วกว่าจะใช้งานได้จริงต้องใช้เวลาพอสมควร
|
|