สัดส่วนภายนอก
รหัส R ที่นำหน้าอยู่นั้นคงสื่อถึงความหมายอื่นใดไปไม่ได้ เพราะรอบตัวเครื่องบอกถึงการเป็นโทรศัพท์กึ่งวิทยุอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ทั้งลำโพงตัวใหญ่ด้านหลังที่ส่งเสียงได้ดีกว่าวอล์คแมนโฟนหลายรุ่นเอย ปุ่มกด 3 ปุ่มสำหรับเลือกฟังสถานีโปรด ปุ่มใส่เอฟเฟ็คเสียงด้านข้าง ปุ่มทิศทางที่ใช้ลัดเข้าสู่หมดวิทยุ และสุดท้ายเลยคือ การสกรีนคำว่า Radio แปะไว้กลางหลัง ขาดไปอย่างเดียวคือ เสาอากาศแบบดึงออกได้ ถ้างั้นล่ะแจ่มเลย
R300 จัดว่าเป็นมือถืออีกตัวหนึ่งที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา เปรียบได้กับน้องเต้ย จรินทร์พร ที่ดูน่าทะนุถนอม และทำให้เราอยากพาไปไหนต่อไหนด้วย แต่กระนั้นอย่าให้เอาไปเทียบเรื่องงานประกอบและวัสดุ เนื่องจากนี่เป็นโทรศัพท์ระดับล่าง จะให้ดูดีเท่ารุ่นใหญ่อย่างในคลาส W หรือ K เป็นไปไม่ได้
แม้จะมีเอวหนากว่า W880 อยู่พอควร แต่การดีไซน์ตรงปุ่มกดทำให้ผมคิดถึงวอล์คแมนโฟนรุ่นนั้นยังไงมิทราบ เอาว่าถ้าเราเห็นไม่ตรงกันก็เป็นเรื่องยอมรับได้ครับ อย่างไรก็ตาม ส่วนประกอบอื่นที่ค้างไว้มีอีกหลายจุด อย่างปุ่มปรับเสียงกับฟาสพอร์ตที่อยู่ด้านซ้าย (อีกแล้ว)
 |
 |
ตบท้ายด้วยเลนส์กล้องในตำแหน่งปกติเหมือนโทรศัพท์ทรงแท่งทั่วไป โดยไร้กระจกเงามาส่องหน้าอันสวยสดและหล่อเหลาของตัวเอง
พูดถึงเรื่องแบตเตอรี่นิดนึง แหล่งพลังงานหลักของ R300 ที่เป็นลิเธียม โพลิเมอร์ 930 มิลลิแอมป์นั้นไร้ปัญหา เพียงแค่ว่าแบตที่คอยเลี้ยงนาฬิกาในรุ่นนี้ขาดหายไป พอถอดออกเปลี่ยนซิมกันทีก็ต้องตั้งเวลากันใหม่ทุกครั้ง ส่วนฟาสพอร์ตในเครื่องก็ใช้เชื่อมต่อกับพีซีในโหมดมาส สตอเรจสำหรับการโอนไฟล์เท่านั้น และใช้กับพีซีสวีทไม่ได้ จึงเหมือนกับถูกตัดทางลำเลียงข้อมูลหรือการซิ้งค์ออกไปอีกทาง
 |
 |
ชำแหละเครื่องใน
การที่โทรศัพท์รุ่นเล็กๆ รุ่นหนึ่งจะมีวิทยุคงเป็นเรื่องปกติ ไม่เห็นจะแปลกตรงไหนเพราะใครเขาก็มี แต่มันพิเศษกว่านั้นน่ะสิ แค่ปุ่มเปลี่ยนช่องด้านหลังที่ทำออกมาให้ใช้ก็หาได้ยากหรือแทบจะไม่มีในมือถือรุ่นอื่นแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ภายในฟังก์ชั่นของวิทยุเอง นอกจากจะรองรับเอฟเอ็มแล้ว การรับสัญญาณจากคลื่นเอเอ็มก็เป็นหนึ่งในความสามารถของ R300 พร้อมรองรับการระบุตัวเลขคลื่นเป็นทศนิยม 2 ตำแหน่ง และอัดเสียงมาทำเป็นริงโทนได้ แม้แต่วอล์คแมนรุ่นใหญ่ราคาเกือบ 2 หมื่นยังปราศจากคุณสมบัติที่ว่าเลย อ้อ แทร็คไอดีก็ยังอยู่ดีมีสุขนะ เพียงแต่อาจจะเปิดได้ช้าไปหน่อยเท่านั้น
ระบบปฏิบัติการของเอสอีตัวนี้ต้องยอมรับเลยว่าทำออกมาได้ดี เพราะมีฟีเจอร์เสริมให้เยอะเอาการ อย่างสมาร์ทเสิร์ชที่คอยหาเบอร์ในหน้าจอสแตนด์บายเหมือนรุ่นค่าตัวแพง การเคลื่อนไหวในเมนูมีทรานซิชั่นนิดๆ เวลาแถบไฮไลท์เคลื่อนที่หรือตอนเปลี่ยนหน้าเมนู ซึ่งจุดนี้ไม่มียี่ห้อไหนเขาทำกัน
ส่วนที่ผมเสียดายเหลือเกินคือ กล้องของ R300 ถ่ายวิดีโอไม่ได้ เช่นเดียวกับการขาดความสามารถในการเล่นไฟล์เช่นกัน ผมได้ลองส่งเอ็มเอ็มเอสที่แนบไฟล์วิดีโอ 3 จีพี เข้ามาในเครื่องดู ก็พบปัญหาดังกล่าว ส่วนกล้องภาพนิ่งที่มีความละเอียด 3 แสนพิกเซล มีฟังก์ชั่นน้อยนิด ทว่าคุณภาพไฟล์ใช้ได้เลยนะ
ใช่ว่าจะไม่มีทางซิ้งค์ข้อมูลกับไมโครซอฟต์ เอาท์ลุคได้เลย ยังไง R300 ก็ติดตั้งบลูทูธมาให้อยู่ ส่วนฟังก์ชั่นอื่นๆ ก็พบเห็นได้ตามมือถือในระดับเดียวกัน อาทิ การรองรับจาวา การเล่นอินเตอร์เน็ตผ่านแว็ปเบราเซอร์ร่วมกับเครือข่ายจีพีอาร์เอส บวกกับจอแสดงผลทีเอฟทีความละเอียด 128 x 160 จุด และหน่วยความจำขนาดเล็ก 8 เมกะไบต์
กูรูฟันธง
ด้วยฟังก์ชั่นทั้งหมดที่มี คุณผู้อ่านคิดว่า R300 สมกับความเป็นมือถือกึ่งวิทยุหรือยังครับ ส่วนตัวแล้วผมว่าเอสอีทำในส่วนนี้ออกมาได้ดี และจะยิ่งดีกว่านี้หากว่ามีเสาอากาศที่ยืดออกเพื่อฟังโดยไม่ต้องเสียบเฮดเซ็ต ขณะที่คุณสมบัติอื่นอาจจะขาดเล็กตกน้อยไปบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องที่ยอมรับได้หากเอาเรื่องราคามาพิจารณาประกอบ ฉะนั้น ภาพรวมของเอสอีตัวนี้จึงยังน่าสนใจอยู่ครับ
ข้อดี
- วิทยุที่รองรับการทำงานได้หลากหลายกว่าวอล์คแมนค่าตัวกระฉูด
- กล้องดิจิตอล 3 แสนพิกเซล ถ่ายรูปด้วยคุณภาพไฟล์ที่ดี
- เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ และรองรับการโอนไฟล์แบบมาส สตอเรจ
- ระบบสมาร์ทเสิร์ชบนแพลตฟอร์มรุ่นเล็ก
- รองรับการติดตั้งโปรแกรมจาวา
- จอแสดงผลทีเอฟที 65,536 สี
- ตัวเครื่องที่ถูกออกแบบมาให้ใช้กับงานด้านวิทยุได้โดยสะดวก
ข้อเสีย
- เมมโมรี่น้อย และเพิ่มไม่ได้ การอัดเสียงจากวิทยุจึงมีข้อจำกัดสูง
- ถุ่ายและเล่นไฟล์วิดีโอไม่ได้เลย
- สายดาต้าใช้กับโปรแกรมโซนี่ อีริคสัน พีซี สวีทไม่ได้
- ไม่มีแบตสำหรับเลี้ยงนาฬิกา