|
Physical Overview
จอแสดงผล มีความสว่างมากถึงมากที่สุด หากเปิดธีมที่เป็นสีเข้มอาจจะมองไม่เห็นว่ามันสว่างซักเท่าไหร่ แต่ถ้าได้เห็นธีมสีอ่อนแล้วรับรองว่าคุณต้องชอบใจแน่ ถ้าลดความสว่างให้ลงมาผมว่าน่าจะช่วยประหยัดไฟได้พอสมควร หน้าจอระดับ 240 x 320 พิกเซลของรุ่นนี้ดูจะมีลักษณะยาวๆ ดูแล้วไม่มีผลอะไรกับความคมชัดที่ยอดเยี่ยม และสีสันที่ 262,144 สี บนจอ TFT ทำให้แสดงภาพได้อย่างสวยสด รวมทั้งการใช้เป็นช่องมองภาพ สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาเห็นจะเป็นเรื่องของการแสดงนาฬิกาบนเมนูย่อยทุกอัน ทำให้เราไม่ต้องกดออกมาที่จอสแตนด์บายครับ
แผงปุ่มกด จอยสติ๊กที่เคยมีคนบ่นเอาไว้ในรุ่นเก่า สำหรับรุ่นนี้ไม่มีปัญหาที่ว่าอีกต่อไป เพราะมันเลื่อนไปในทิศทางที่ต้องการได้ง่ายมาก ส่วนที่แตกต่างกับรุ่นเดิมยังไม่มีให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นปุ่มลัดเข้าอินเตอร์เน็ตอย่างรวดเร็วหรือปุ่มเมนูลัด ลึกลงไปในส่วนของแผงปุ่มกดจะเป็นแบ็คไลท์สีขาวอมม่วงที่แปลกตาดี ส่วนที่อยากจะนำเสนอมากก็คือ ปุ่มที่อยู่เหนือหน้าจอขึ้นไป เพราะเอาไว้ทำหน้าที่เกี่ยวกับภาพถ่ายล้วนๆ หากเปิดโหมดกล้องอยู่แล้วกดปุ่มทางซ้าย (ปุ่มล่างเมื่อตะแคงเครื่องแล้ว) จะเป็นการเปลี่ยนโหมดถ่าย ถ้ากดปุ่มทางขวาจะเป็นการเปลี่ยนซีน แต่ถ้าอยู่ในโหมดการสแตนด์บาย กดซ้ายจะทำการพรีวิวรูปถ่ายล่าสุดที่ถ่ายเอาไว้ ส่วนการกดขวานั้นจะเป็นการเปิดแกลเลอรี่ สิ่งที่ผมไม่ชอบเกี่ยวกับปุ่มกดก็คือเรื่องของแผงตัวเลขที่อยู่ชิดกัน และไม่แบ่งระดับเท่าที่ควร ทำให้กดได้ยากไปบ้าง
ด้านซ้าย เอียงซ้ายออกมาจะเห็นปุ่มเข้าสู่โหมดเล่นเพลง และช่องเสียบการ์ด M2 หรือเมมโมรี่ สติ๊ก ไมโครที่เรารู้จักกัน สล็อตอันนี้มีฝาปิดที่แกะค่อนข้างยาก เพราะมันแนบไปกับตัวเครื่องเหลือเกิน แต่ก็เป็นข้อดีที่จะทำให้ฝาอันนี้ปิดได้อย่างแนบสนิทครับ
ด้านขวา ตรงนี้มีอะไรให้เราดูมากมาย อย่างเช่น ปุ่มปรับเสียงที่ใช้ซูมภาพได้ ถัดลงมาเป็นชัตเตอร์สองจังหวะเหมือนเคย ทำให้เราถ่ายด้วยออโต้ โฟกัสได้อย่างแม่นยำ เพราะปุ่มนี้มีความนิ่มกว่าเดิม ผู้ใช้จึงกดชัตเตอร์ได้นิ่งขึ้น และสุดท้ายคืออินฟราเรดที่แอบอยู่ด้านล่างสุด
ด้านบน ปุ่มเปิดปิดที่มีขนาดไม่ใหญ่ ไม่ได้ทำหน้าที่ในการเปิดและปิดเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่ยังใช้ในการเปลี่ยนโพรไฟล์และเปิดปิดเสียง รวมถึงการล็อคปุ่ม
ด้านล่าง Fast Port ใต้เครื่องยังคงเอาไว้เสียบกับสายชาร์จ หูฟัง หรือสายดาต้าได้เหมือนเดิม ใกล้กันนั้นเองจะมีรูร้อยสายที่ยึดติดกับตัวเครื่องได้แน่นหนามาก ส่วนไมโครโฟนรุ่นนี้ผมไม่อยากบอกว่ามันยังคงดูดเสียงรอบข้างเข้ามาเป็นพิเศษหรือไม่ ผมคิดว่ามันไม่ได้เป็นปัญหาหนักอกอะไร โทรคุยก็ยังได้ยินเหมือนเดิม
ด้านหลัง ฝาครอบแบตเตอรี่ยังใช้การเลื่อนลงเพื่อเปิดออก ซึ่งดูแข็งแรงดีไม่มีปัญหา ส่วนที่ไม่ค่อยมั่นคงดูจะเป็นฝาปิดเลนส์กล้องมากกว่า แต่ผมก็ไม่อยากบอกว่าเขาทำมาแบบนี้ หรือว่าเป็นที่เครื่องทดสอบแน่ ถ้าจะซื้อจริงๆ ลองไปเลื่อนดูเองก่อน ผมว่าคนขายเขาไม่ว่าเราหรอก พอเราเปิดฝาออกมาแล้ว เราจะเห็นเลนส์รับภาพ กระจก ตัววัดแสง และลำโพงอยู่ในกระจุกเดียวกัน
ภาพรวมของ K790i หากมองแบบภาพรวมของรุ่นนี้ ผมยังคิดว่า SE ประกอบเครื่องออกมาได้ดีเสมอ คงไม่ทำให้ใครผิดหวังแน่นอน วัสดุที่นำมาใช้มีทั้งพลาสติกแบบธรรมดาและพลาสติกเคลือบผิวหนึบคล้ายยาง จอยสติ๊กมีความแข็งแรงสูง ช่องเสียบการ์ดมีฝาปิดที่แน่นหนา แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องของฝาปิดเลนส์ยังคงเป็นคำถามอยู่ กลัวว่าถ้าทำโทรศัพท์หล่นฟาดพื้นโดยเอาด้านหลังลงอาจจะทำให้ชิ้นส่วนหลุดออกมาได้ ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้ก็อย่าเอาไปวัดพื้นแล้วกัน The Cyber-Shot Phone
ผมกะเอาไว้ว่าจะทดสอบส่วนนี้ให้แน่นๆ เลย เพื่อว่าคุณผู้อ่านจะได้เห็นประสิทธิภาพของกล้องในตัว K790i อย่างแท้จริง เมื่อเราเปิดฝากล้องแล้ว โหมดการทำงานของกล้องก็จะเริ่มให้ทันที ความละเอียดสูงสุดที่รุ่นนี้ทำได้จะอยู่ที่ 2048 x 1536 ไล่มาเรื่อยตั้งแต่ 1632 x 1224 1280x 960 และ 640 x 480 พิกเซล
การซูมนั้นทำได้ละเอียดแบบสุดๆ ถึง 16 เท่า แต่ละขั้นนั้นผมว่าละเอียดกว่ากล้องธรรมดาเสียอีก แต่ผมว่าน่าจะทำเป็นออพติคอลซูมได้แล้วนะ เพราะคุณภาพจะสูงกว่านี้มาก
การถ่ายมาโคร โหมดทำได้ดีที่สุดที่ระยะประมาณ 3 นิ้วไม้บรรทัด ถ้าใกล้กว่านั้นจะทำการโฟกัสได้ลำบากหรือว่าไม่ได้เลย โดยที่ผมลองเอาไปถ่ายตัวหนังสือขนาดเล็กก็สามารถมองเห็นได้อย่างสบายทั้งในจอคอมและจอมือถือ
โหมด BestPic ที่เขาเน้นนักหนานั้นทำได้ดีพอตัว หากเราเปิดโหมดนี้อยู่ การถ่ายด้วยการกดชัตเตอร์เพียงครั้งเดียวจะทำให้ได้ภาพออกมาถึง 9 ภาพ และให้เราเลือกภาพที่ชัดที่สุดเอง จุดนี้ผมว่าทำได้ลำบากอยู่พอตัว เพราะจอมันไม่ได้ใหญ่แบบพ็อกเก็ต พีซี เราจึงมองไม่เห็นความคมชัดที่แท้จริง ถ้าทำได้เหมือนกล้องแท้ๆ ที่ตัวกล้องเองสามารถเลือกภาพที่ชัดที่สุดโดยอัตโนมัติได้จะถือว่าสุดยอด
โหมดการถ่ายแบบอื่นจะเป็นพาโนรามาที่ให้เราถ่ายถาพในมุมมองแบบกว้างกว่าภาพปกติ โดยนำภาพทั้ง 3 มาต่อกันเป็นภาพเดียว ในรุ่นนี้ผมว่าภาพต่อกันได้ค่อนข้างเนียนกว่ารุ่นก่อนอยู่เหมือนกันนะ อีกโหมดจะเป็นการถ่ายรูปแบบใส่กรอบ 15 แบบครับ
โฟกัสที่สามารถปรับได้ในรุ่นนี้ไม่ใช่เอาไว้ถ่ายแบบมาโครเท่านั้น แต่สามารถปรับโฟกัสไปที่ระยะอนันต์ (Infinity) ได้ เพื่อการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ที่อยู่ไกลออกไป หรือจะปรับแบบอัตโนมัติก็สะดวกพอกัน
แฟลชที่ใช้ในการถ่ายภาพของรุ่นนี้ทำได้ดีมากในการถ่ายภาพในที่มืด ผมทำการทดสอบด้วยการถ่ายตุ๊กตาหมีที่ระยะประมาณ 1.5 เมตร ยังมองเห็นวัตถุได้แบบสบายๆ อันเป็นผลมาจากการใช้หลอดแบบซีน่อน (Xenon) ที่มีความสว่างสูงและใช้กันในไฟหน้าของรถบางรุ่นนั่นแหละ นอกจากนี้แล้ว การถ่ายในที่มืดนี่มีน้อยซ์ (Noise) ให้เห็นน้อยมาก เรียกว่าขยับใกล้คุณภาพของกล้องธรรมดาเข้าไปทุกที และแฟลชของรุ่นนี้ยังเป็นแบบอัตโนมัติ เนื่องจากมีเซ็นเซอร์ที่เอามาใช้วัดแสงด้วย ถ้ามีแสงเพียงพอแล้วเราเปิดแฟลชอยู่ ไฟจะไม่ติดขึ้นมา ก็ถือว่าเป็นการประหยัดแบตได้นะ อีกอย่างคือไฟลบตาแดงที่มีคุณภาพ สามารถใช้เป็นแสงส่องนำไปก่อนการโฟกัสภาพในที่มืดได้อย่างดีทีเดียว
การตั้งเวลาถ่ายมีข้อเสียให้เห็นอยู่นิดหน่อยตรงที่ว่า การนับถอยหลังจะใช้เสียงเป็นตัวส่งสัญญาณ ถ้าเครื่องเราปิดเสียงอยู่ เราจะไม่ได้ยินอะไรเลย และไม่รู้ว่าชัตเตอร์จะลั่นขึ้นมาเมื่อไหร่ ทำให้เราอาจจะต้องยิ้มเก้อเป็นเวลานาน ถ้าปรับปรุงเป็นการใช้ไฟตาแดงกะพริบเพื่อนับถอยหลังแทนจะยอดเยี่ยมกว่านี้
เอฟเฟ็คที่นำมาให้ในรุ่นนี้ไม่มีอะไรเพิ่มเติมเป็นพิเศษนะ ของเดิมที่มีทั้งรูปขาวดำ เนกาทีฟ ซีเปีย หรือโซลาไรซ์ก็มีมาทั้งหมด แต่ผมเห็นว่าการถ่ายแบบโซลาไรซ์นั้นมีการไล่สีที่เนียนตาและสวยงามกว่าเดิมพอสมควร
ถ้าได้อ่านสเป็กจากหน้าเว็บของ SE แล้ว จะเห็นว่ามีการกล่าวถึงฟังก์ชั่นที่เรียกว่า Image stabilizer อยู่ด้วย ซึ่งเป็นลูกเล่นที่ทำให้เราถ่ายภาพได้คมชัดขึ้น เพราะจะช่วยลดการเบลอเมื่อเราถ่ายในที่ที่มีแสงน้อยได้ดี อันนี้ผมจนปัญญาที่จะทดสอบจริงๆ ครับ ว่ามันดีขึ้นกว่าเดิมแค่ไหน แต่เอาเป็นว่าการถ่ายในที่ที่สภาวะแสงไม่เป็นใจถือว่าทำได้ยอดเยี่ยมทีเดียว อย่างไรก็ตาม โหมดกันภาพสั่นนี้จะโผล่มาตอนที่เราเลือก Scene บางอันเท่านั้น รวมถึงการถ่ายวิดีโอด้วย ไม่สามารถเลือกเปิดได้เองตามใจชอบ เดี๋ยวเราจะมาดูว่าซีนที่ว่านี้คืออะไรในย่อหน้าถัดๆ ไปแล้วกัน
การปรับตั้งสมดุลแสงขาว (White balance) จัดว่าทำงานได้จริง การถ่ายในแสงไฟแบบมูนไลท์ที่เป็นสีเหลือง และเปิด WB แบบ Incandescent จะเห็นว่าภาพจะมีโทนเหลืองที่ลดลง และถูกต้องกับความเป็นจริงมากขึ้น นอกจากนี้แล้ว การปรับตั้งที่เหลือจะเป็น Auto / Daylight / Cloudy / Fluorescent
อีกเรื่องนึงที่ผมต้องชมเชยเลยก็คือ ระบบการวัดแสงที่มีประสิทธิภาพ โดยเลือกได้ทั้งแบบเฉลี่ยเท่ากันทั้งภาพ (Normal) หรือแบบจุด (Spot) เพื่อใช้ถ่ายภาพบุคคล (Portrait) ได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะเราสามารถเลือกวัดแสงที่ใบหน้าของตัวแบบได้ ทำให้หน้าใสแจ๋วกว่ากล้องมือถือทั่วไป
เรื่องของการถ่ายภาพย้อนแสง K790i มีระบบการชดเชยแสงมาให้ โดยการทดสอบที่ผมทำมาคือ การถ่ายภาพวิวที่มีพื้นหลังสว่าง ทำให้ภาพโดยรวมเกิดอันเดอร์ เอ็กซ์โพเชอร์ (Underexposure) ขึ้น และทำการปรับค่าให้เลื่อนไปในทางบวก ภาพก็จะไม่มืดอีกต่อไป ซึ่งจุดนี้ทำได้ไม่แพ้กล้องดิจิตอลทั่วไปเลย เราสามารถนำมาใช้กับการถ่ายภาพคนย้อนแสงได้อีกด้วย หน้าที่เคยมืดก็จะไม่มืดอีกต่อไป
มือใหม่หัดถ่ายจะมีระบบในการช่วยถ่ายในสภาวะแวดล้อมที่แตกต่างกันไป
- Document การเปิดโหมดนี้จะทำให้ระบบกล้องเปิดมาโครให้โดยอัตโนมัติ เพื่อใช้ถ่ายเอกสาร แต่เสียอยู่อย่างที่ไม่ยอมปิดแฟลชให้ด้วย เราต้องปิดกันเอง ถ้าถ่ายโดยเปิดไฟในระยะใกล้ขนาดนั้นแล้วล่ะก็ รับรองว่ามองไม่เห็นอะไรเลย
- Twilight landscape เอาไว้ใช้ถ่ายรูปวิวในที่มืด โดยกล้องจะทำการโฟกัสไปที่ระยะอินฟินิตี้ ปิดแฟลช รวมถึงการเปิดระบบ Image stabilizer เพื่อให้ภาพไม่สั่นไหว แต่อย่างไรก็ตาม การถ่ายรูปในโหมดนี้ยังคงต้องเอากล้องไปวางไปบนที่นิ่งๆ ซักหน่อย ไม่งั้นภาพจะออกมาไม่สวย
- Twilight portrait อันนี้คล้ายกับการถ่ายซีนแบบเมื่อครู่ แต่จะระยะโฟกัสจะไม่ใช่อินฟินิตี้เหมือนเดิมแล้ว
- Landscape เมื่อเลือกซีนแบบนี้ เครื่องจะปิดแฟลชให้เรา และโฟกัสไปที่ระยะอนันต์
- Sport การถ่ายภาพวัตถุที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่อาจจะทำให้ภาพเบลอไปได้ ดังนั้น โหมดนี้จึงมีประโยชน์เป็นอย่างมากสำหรับการถ่ายนักกีฬา เด็กที่วิ่งซนไม่อยู่นิ่ง หรือหมาที่กระดิกหางอยู่นั่น แต่ต้องกราบประทานอภัยมา ณ ที่นี้ เพราะกล้องอาจจะยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ พอเปิดโหมดนี้แล้วภาพมันมืดๆ ยังไงไม่รู้เหมือนกัน
- Beach & Snow เป็นการถ่ายภาพตอนที่เราอยู่บนหาดทรายขาวหรือที่ที่มีหิมะโพลน ลูกเล่นนี้เหมือนกับการปรับเอ็กซ์โพเชอร์ด้วยตัวเราเองนั่นแหละครับ เพราะกล้องจะชดเชยแสงไปที่โอเวอร์เอ็กซ์โพเชอร์ เพื่อไม่ให้ภาพมืดจนมองไม่เห็นวัตถุที่เราจะถ่าย
- Portrait ซีนนี้ไม่มีอะไรให้กล่าวถึงมากนัก เพราะเอาไว้ถ่ายบุคคลเท่านั้น และถ้าเราเปิดแฟลชอยู่ ระบบไฟลบตาแดงจะเปิดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
เกือบลืมเรื่องของการโฟกัสแบบออโต้ไปเลย รุ่นนี้ยังคงมีระบบที่ว่าเพื่อการเล็งวัตถุที่แม่นยำและทำให้ภาพคมชัด โดยก่อนที่เราจะกดชัตเตอร์เพื่อถ่ายรูปแบบเต็มแรง ให้เปลี่ยนมาเป็นการกดลงไปเพียงครึ่งเดียวก่อน รอให้กล้องทำการโฟกัสภาพเรียบร้อย เราจะเห็นว่ามีสัญลักษณ์สีเขียวติดขึ้นมา จากนั้นค่อยย้ำไปที่ปุ่มอีกทีเพื่อทำการถ่ายจริง
สุดท้ายขอสรุปเรื่องคุณภาพของรูปที่ถ่ายมาจากกล้องของรุ่นนี้ก่อนที่จะข้ามไปในส่วนอื่นกันต่อ รูปถ่ายที่ความละเอียดสูงสุดให้ภาพที่คมชัดมาก แม้ว่าแสงจะไม่เอื้ออำนวยก็ตาม แต่จะสังเกตได้ว่าสีของภาพจะจืดไปนิดนึง ซึ่งต้องอาศัยการถ่ายในที่ที่มีแสงมากเข้ามาช่วย อย่างไรก็ตาม K790i เป็นโทรศัพท์ที่มีการนำเข้าอย่างเป็นทางการและถ่ายรูปได้คมชัดที่สุด รับประกันได้
 |
 |
ตัวอย่างรูปถ่าย |
Multimedia
ด้านการเล่นมัลติมีเดียมีส่วนของการเปิดไฟลท์ โหมดเพิ่มขึ้นมา ซึ่งเป็นลูกเล่นของซีรี่ยส์ W โดยแท้ นอกนั้น มีทั้งการเล่นเพลงเอ็มพีสามที่ปรับอีควอไลเซอร์ได้หลากหลายแบบ รวมถึงการปรับเองจาก Customization และยังมีระบบ Stereo widening ที่ผมฟังแล้วไม่โอเคเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะผมไม่ชอบระบบนี่ก็เป็นได้ การแยกหมวดเพลงนี่ลอกมาแบบเดียวกับวอล์คแมน โฟนอย่างไม่มีผิดเพี้ยน ในส่วนของวิทยุเอฟเอ็ม K790i มีระบบ RDS ตั้งช่องสถานีได้ 20 ช่อง ฟังจากลำโพงด้านนอกได้ และยังเลือกระบุช่องเองจากการกดปุ่มตัวเลขโดยที่ไม่ต้องไล่หา ถ้าเกิดว่าฟังเพลงอยู่แล้วอยากส่งข้อความหาหวานใจก็ย่อ (Minimize) มันลงมา เพื่อให้วิทยุเล่นเป็นแบบแบ็คกราวนด์ได้
พวกลูกเล่นที่เป็น DJ อย่าง VDO DJ ก็มีลูกเล่นที่ยอดเยี่ยม ทั้งการเพิ่มวิดีโอเป็นเฟรมเข้าไป ใส่ตัวหนังสือ ปรับรูปแบบการวิ่งของตัวหนังสือ (Transition) ฯลฯ Photo DJ นี่สามารถแต่งภาพได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นการลบตาแดง การปรับสมดุลของแสง การปรับเลเวล หรือใส่วัตถุลงไปเพิ่ม ฯลฯ สุดท้ายคือ Music DJ ที่ผมแต่งเพลงไม่เคยได้เรื่อง อันนี้ต้องโทษที่ผู้ใช้ครับ แหะๆ
 |
Study Function
จุดเด่นอย่างหนึ่งของรุ่นนี้คงเป็นเมนู Study หรือ เรียน ซึ่งประกอบไปด้วยฟังก์ชั่นตารางเรียนที่สามารถบันทึกตารางเรียน ในแต่ละวัน ใส่ข้อมูล อาจารย์ผู้สอน ชื่อวิชา ห้องเรียนและตั้งค่าการเปิดปิดเสียง เพื่อความสะดวกสบายไม่ต้องมานั่งเปิดปิดเสียง เวลาเรียนกันอีกต่อไป นอกจากนั้นยังมีฟังก์ชั่นเครื่องอัดเสียง เอาไว้ใช้อัด lecture อาจารย์ได้แบบไม่จำกัดเวลาอีกด้วย เหมาะเป็น อย่างยิ่งสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่จะต้องพกตารางเรียนวิชาต่างๆ ติดตัวตลอดเวลา
Connectivity
การเชื่อมต่อของ K790i ทำได้ดีเยี่ยมเหมือนเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งไฟล์ผ่านบลูทูธที่มีความเร็วสูงมาก พร้อมทั้งรองรับ A2DP ที่ทำให้เราฟังเพลงผ่านหูฟังไร้สายแบบสเตอริโอได้ พร้อมกันนี้ เราสามารถใช้มันในการควบคุมคอมพิวเตอร์ได้จากระยะทำการของบลูทูธ ( ประมาณ 10 เมตร) ส่วนการเชื่อมต่อแบบอื่นด้วยอินฟราเรด สายดาต้า GPRS และ EDGE Class 10 เป็นส่วนที่ทำให้การเชื่อมต่อสมบูรณ์แบบที่สุด อ้อ โหมดการใช้งานสายดาต้าสามารถเลือกไม่ให้ทำการชาร์จไฟได้ด้วยนะครับ ไม่เหมือนรุ่นเก่าแล้ว
Phonebook
ที่เด่นกว่ารุ่นก่อนๆ เลยคือเรื่องของการใส่วิดีโอ คลิปเข้าไปในรายชื่อในสมุดโทรศัพท์ เพื่อแสดงตอนที่มีสายเข้า ถ้าใครมีความสามารถทางการตัดต่อวิดีโออยู่บ้าง ก็ลองตัดคลิปมาซักอัน แล้วใส่เสียงเรียกเข้าแบบที่ต้องการลงไปน่าจะทำให้สมุดโทรศัพท์มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น นอกนั้นแล้ว สิ่งที่พลาดไม่ได้เลยคือการใส่รายละเอียดที่ทำได้ถี่ยิบเหมือนเดิม แต่เสียดายที่ภายในฟีลด์นึงสามารถใส่ได้เบอร์เดียว สมมติว่าเราใส่เบอร์มือถือของเพื่อนลงไปแล้ว เราก็ไม่สามารถใส่เบอร์ในฟีลด์นั้นได้อีก นอกจากนี้ ยังมีการแบ็คอัพข้อมูลเก็บลงในการ์ด M2 ได้ เพื่อการกู้คืนในยามฉุกเฉิน
รายละเอียดแบบซอยยิบที่สามารถเก็บเอาไว้ได้มีทั้งเบอร์มือถือ บ้าน ที่ทำงาน แฟ็กซ์ อื่นๆ โดยที่หากเราเก็บเบอร์ประเภทไหนไปแล้วก็ไม่สามารถเก็บซ้ำได้อีก นอกนั้นก็มีพวกอีเมล์ ที่อยู่ วันเกิด ข้อมูลอื่น ทั้งหมดรวมกันแล้วจุได้มากถึง 1,000 รายการด้วยกัน สิ่งที่ผมชอบคือมันสามารถแยกการใช้งานเบอร์ในเครื่องและซิมออกจากกัน ไม่ใช่เอาชื่อจากทั้งสองแหล่งมาปนกันมั่วไปหมด ส่วนการสั่งงานด้วยเสียงยังคงอยู่เหมือนเดิมครับ
Web Browser
รายละเอียดของเบราเซอร์ของ K790i ไม่มีอะไรมาก มันสามารถเปิดหน้าเว็บที่เขียนด้วย HTML ได้ เท่ากับเราคงต้องเรียกมันว่าเว็บ เบราเซอร์ แทนที่จะเป็นแว็ปเหมือนแต่ก่อน โดยที่เราสามารถบันทึกหน้าเว็บไว้อ่านแบบออฟไลน์ได้ ดูแบบเต็มจอในแนวนอน และซูมให้เห็นเว็บเพจแบบเต็มตาได้ถึง 200 เปอร์เซ็นต์ และหน้าแรกของมันเป็นหน้าของกูเกิ้ลด้วยนะ เปิดขึ้นมาอยากหาอะไรก็จัดให้ทันที
Organizer
ส่วนนี้เป็นส่วนที่สมบูรณ์แบบไม่แพ้สมาร์ทโฟนตัวใหญ่เลยก็ว่าได้ ลูกเล่นที่เห็นว่าโซนี่ อีริคสันเพิ่มมาให้เห็นจะเป็นนาฬิกาปลุกที่ตั้งเตือนได้ถึง 5 เวลา โดยการปลุกแต่ละครั้งสามารถแยกเสียงปลุกกันแบบอิสระ และตั้งปลุกให้เตือนซ้ำหลายๆ วันได้ ทั้งมีการใส่รูปภาพและข้อความเพื่อให้แสดงขึ้นมาตอนเตือนด้วยนะ นอกจากนาฬิกาปลุกที่พูดไปซะยาวแล้ว ปฏิทินยังใช้งานได้ดี เราสามารถเลือกดูได้สามมุมมอง ใส่นัดหมายโดยกำหนดหัวข้อ ระยะเวลาของนัดหมาย สถานที่นัด และรายละเอียดอื่น ซึ่งสามารถตั้งเตือนนัดหมายเพื่อกันลืมได้หลายๆ ครั้งด้วยกัน
การใช้งานทาสก์ยังมีลูกเล่นเหมือนเดิม แต่เมโมกลับมีการพัฒนาในส่วนของการพิมพ์ข้อความให้ดียิ่งขึ้น เราสามารถคัดลอกและแปะข้อความ (Copy & Paste) ได้เหมือนกับซิมเบียนโฟน นอกจากนี้แล้ว เครื่องมือที่อยู่ในหมวดของออแกไนเซอร์ยังมีทั้งนาฬิกาจับเวลา นาฬิกาปลุก เครื่องคิดเลข โค้ด เมโม ตัวจัดการไฟล์ที่แยกโฟลเดอร์ของภาพถ่ายออกมาต่างหาก โดยไม่เอาไปปนในกล่อง Pictures เหมือนเคย สุดท้ายเป็นเรื่องของการทำงานเกี่ยวกับเสียง ไม่ว่าจำเป็นการสั่งงานด้วยเสียง การรับสายด้วยเสียง หรือการอัดเสียงก็ไม่มีอะไรให้ตำหนิ อย่างเดียวที่ผมอยากให้แก้คือ เวลาเราต้องการใช้การรับสายด้วยเสียง ระบบของมันจะตัดเสียงเรียกเข้าที่เป็นทรูโทนออก ประมาณว่าเครื่องมันอาจจะงงกับเสียงที่ดังขึ้นมาเองก็ได้
 |
 |
Java Applications
เกมจาวาที่อยู่ในเครื่องสนับสนุนการเล่นแบบหลายคนเอามากๆ เพราะทั้งเกม MiniGolf (3D) และเกม Tennis ก็สามารถให้คุณฟาดฟันกับเพื่อนได้อย่างสนุกสนาน เดี๋ยวขออธิบายรายละเอียดของเกมนิดหน่อยแล้วกันนะ อย่าเพิ่งเบื่อไปซะก่อน เกม MiniGolf ที่เราเคยเล่นกันตั้งแต่สมัย T610i ไม่มีให้เห็นอีกต่อไปแล้ว เพราะรุ่นนี้เขาทำออกมาแบบสามมิติ เล่นโดยการใช้ปุ่มแถวหน้าจอแทนปุ่ม A และ B เหมือนกับจอยสติ๊กของเครื่องเกมคอนโซล ส่วน Tennis นี่ก็หนีไม่พ้นภาพแบบสามมิติเช่นกัน Foto Quest Fishing เป็นเกมที่เกี่ยวข้องกับกล้องอยู่นิดหน่อบ แต่ว่าไม่ได้เอากล้องในตัวมาใช้หรอกนะ เกมมันจะให้เราถ่ายรูปปลาให้ได้เยอะที่สุด แล้วเก็บคะแนนเพื่อผ่านด่านไปเรื่อยๆ ความมันส์นี่ขอให้บอก เพราะว่าผมเล่นแล้วติดใจเลย ถึงจะไม่ชอบเล่นเกมจากมือถือแต่แรกก็ตาม ส่วนอีกสองโปรแกรมที่เหลือจะเป็น HP Print ซึ่งให้เราพิมพ์ภาพผ่านทาง PictBridge หรือพิมพ์รายชื่อและนัดหมายลงกระดาษได้เช่นกัน และ Photo Mate นี่เอาไว้สอนการใช้งานกล้องของ K790i ทั้งหมด ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้ที่เป็นมือใหม่หัดถ่ายมาก ซื้อมาแล้วอย่าลืมเข้าไปดูแล้วกัน
Final Opinion & Conclusion
นับวันมือถือที่เราใช้กันอยู่จะใช้ทดแทนกล้องจริงเข้าไปได้ทุกทีๆ ไม่รู้ว่าอีกหน่อยอนาคตของกล้องจะเป็นอย่างไร ตัวอย่างของพ็อกเก็ตพีซีที่กลายเป็นโทรศัพท์หมดแล้วก็มีให้เห็น ผมยอมรับว่าคุณภาพของรูปถ่ายที่ผ่านมาจากกล้องของ K790i ถือว่ายอดเยี่ยมมาก จะเรียกว่ามากที่สุดในวงการมือถือบ้านก็ไม่น่าจะผิดนัก ถ้าหากคุณเป็นคนชอบถ่ายรูป แบบว่าเจออะไรก็ถ่ายเก็บมาหมด รุ่นนี้น่าจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณอย่างที่สุด ยิ่งถ้าไม่ชอบการแบกกล้องไปไหนต่อไหนด้วยแล้ว ให้ Sony Ericsson K790i เป็นคำตอบที่แน่นอนสำหรับตัวเองเหอะครับ ผมรับรองได้ว่าไม่ผิดหวัง
|
|
|
|
หน้าจอแสดงผลหลัก
ที่ใหญ่และสวยงาม |
เมนู 12 รายการ
ในหนึ่งเดียว
|
การค้นหา Googleบน
หน้าแรกของเบราเซอร์ |
Video DJ ใช้
แต่งเสียงคลิปที่ถ่ายมา
|
|
|
|
|
การอัดเสียงด้วย
ความยาวไม่จำกัด |
การอ่านข่าวผ่าน
RSS reader |
การจัดหมวดหมู่เพลง
แบบเดียวกับวอล์คแมน |
กล่องทึ่เอาไว้เก็บภาพถ่าย
ถูกแยกออกมาต่างหาก
|
On Focus
การเล่นเว็บในแนวนอนทำให้มีมุมมองในการดูที่กว้างขึ้น เปรียบเสมือนเปิดเว็บเพจผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์จริง และยังสามารถซูมดูตัวหนังสือที่มีขนาดเล็กได้อย่างเต็มที่ถึง 200 เปอร์เซ็นต์
Strength
-กล้องดิจิตอลความละเอียดสูงที่มีลูกเล่นเพียบ/จอแสดงผลที่สวยงามคมชัด
-VDO Ringtone ภายในสมุดโทรศัพท์
-ระบบการเชื่อมต่อที่รองรับ EDGE Class 10
-บลูทุธที่ใช้งานกับหูฟังแบบสเตอริโอได้ (A2DP)
-การทำงานแบบ Flight mode / เบราเซอร์ที่เปิดเว็บเพจได้ในแนวนอน
|
Weakness
-ระบบ BestPic ที่ผู้ใช้ต้องเลือกภาพเอง
-การพรีวิวภาพที่ระดับ 3.2 ล้านพิกเซล ในแกลลอรี่ทำได้ไม่เร็ว
-สามารถเก็บเบอร์ได้เพียง 1 ฟีลด์ต่อ 1 เบอร์
-เสียงจากลำโพงสนทนาค่อนข้างเบา
|
|