Sony Ericsson G900 - โซนี่ อิริคสัน
สัดส่วนภายนอก
G700 ผ่านมือไปจนมาถึง G900 ก็ยังไม่มีวี่แววว่าเอสอีไทยแลนด์จะนำเครื่องเข้ามาขายซักที ชอบจริงๆ น้า ปล่อยให้คนอื่นเค้ารอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ กลัวว่ายี่ห้ออื่นเขาจะแซงหน้าไปกันหมดเนี่ยสิ เอาเป็นว่าอย่าสนใจผมบ่นเลยครับ มาดูรอบเครื่องของสมาร์ทโฟนจากค่ายสีเขียวดีกว่า มองผิวเผินแบบไม่คิดอะไรมาก ทั้ง 2 รุ่นนี้อาจมีหน้าตาใกล้เคียงกัน แต่เมื่อมาสอดส่องดูรายละเอียด จะเห็นว่าโซนี่ อีริคสันใส่ปุ่มกดมาให้ G900 น้อยกว่า ปุ่มซอฟต์คีย์ทั้ง 2 ฝั่งหายวับไปกับตา ทำให้ผู้ใช้ต้องแตะที่ใต้จอแทน จริงแล้วมันไม่มีผลกับการใช้งานหรอกครับ แค่ตอนแรกๆ อาจจะไม่ชินเท่านั้นเอง ส่วนปุ่มจ๊อกไดอัลด้านข้างที่เคยมีใน P1i ถูกตัดทิ้งไป แล้วกลับมาใช้ปุ่ม 5 ทิศเหมือนโทรศัพท์ธรรมดา
 |
ตัวเครื่องทั้งหมดทำมาจากพลาสติก ดูแล้วบอบบางพอกับ G700 เลย น่าเสียดายจริงที่การประกอบของรุ่นนี้ไม่ดูไม่ค่อยเหมือนของแพงซักเท่าไหร่ เพราะฉะนั้น อย่าลืมขายให้มันถูกๆ นะครับ ฮิฮิ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องขัดใจผมอยู่อีกนิดหน่อย นั่นคือการเอารูปากกาสไตลัสไปไว้ด้านซ้าย คนถนัดขวาจึงหยิบจับใช้งานไม่ถนัด หรือว่าเขาผลิตออกมาเอาใจคนถนัดซ้ายกันหนอ อย่างไรก็ดี รอบเครื่องยังมีทั้งปุ่มเปิดปิดบนหัว รูร้อยสาย ฟาสพอร์ตที่อยู่ด้านข้าง (อีกแล้ว) ปุ่มปรับเสียง ปุ่มล็อคเครื่องและหน้าจอ และชัตเตอร์กล้องครับ เลนส์กล้องด้านหลังฝังอยู่ในเครื่องใกล้กับแฟลช ดูเรียบร้อยอย่างกับผ้าพับไว้ ฝาครอบแบตเตอรี่ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ เพราะงัดด้วยเล็บนิดเดียวก็หลุดออกมาแล้ว แถมพลาสติกตรงนี้สุดบาง สำหรับคนที่ใช้แบบสมบุกสมบัน งานนี้มีเสียวแน่นอน เสียวว่ามันจะเจ๊งเร็วอะนะ ไม่มีอะไรหรอกครับ
ชำแหละเครื่องใน
ดูจากรหัสรุ่นก็พอบอกได้ว่ารุ่นนี้ต้องอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าและแพงกว่า G700 ฟังก์ชั่นสำคัญที่เพิ่มเข้ามานับว่าเป็นหัวใจของเครื่องเลยทีเดียว อย่างแรกคือ กล้องถ่ายภาพที่ขยับมาเป็น 5 เมกะพิกเซลที่มีออโต้ โฟกัส ถัดมาเป็นการเชื่อมต่อแบบไวไฟ แค่ 2 เรื่องนี้ก็พอจะทำให้คุณตัดสินใจเลือกรุ่นใดรุ่นหนึ่งได้แล้ว แอบบอกให้ด้วยว่ามันไม่มีเอดจ์เหมือน P1i เลย เซ็งเป็ดไปตามๆ กัน พูดถึงเรื่องกล้องเพิ่มเติมกันอีกนิด นอกจากความละเอียดจะอยู่ในระดับที่สูงเกือบสุดในตลาดแล้ว ฟังก์ชั่นเด็ดๆ ของ G900 ยังมีอีกมากมาย อิมเมจ สตาบิไลเซอร์ หรือตัวป้องกันภาพสั่นไหวคือหนึ่งในนั้น และไอ้ที่แจ่มกว่าคือ การใช้โฟกัสวัตถุด้วยการจิ้มลงไปบนจอ สมมุติว่าเราต้องการให้ภาพบุคคลชัด เราก็จิ้มไปที่หน้าบนหน้าจอ อย่าจิ้มหน้านางแบบจริงๆ นะ เขาโกรธไม่รู้ด้วย สักพักออโต้ โฟกัสจะจับตำแหน่งนั้นให้ ผู้ใช้ไม่ต้องแช่ปุ่มชัตเตอร์ค้างไว้เหมือนกล้องปกติ และจัดคอมโพสิชั่น (องค์ประกอบ) ของภาพได้ทันที
 |
เครื่องเล่นเพลงก็มีเหมือนๆ กับรุ่นอื่นของค่ายนี้ เมกะเบสจัดมาให้ ไอดีแท็กอะไรนั่นก็ครบครัน แต่ไอ้ที่ผมชอบคือ มันมีสลีปโหมดเพื่อตั้งระยะเวลาหยุดการทำงาน เหมือนที่เราตั้งในทีวีนั่นแหละ นอกนั้นก็เป็นวิทยุเอฟเอ็มที่ทำงานร่วมกับแทร็คไอดีสำหรับการค้นหาข้อมูลเพลงได้ ฟังก์ชั่นเกี่ยวกับงานออฟฟิศหรือธุรกิจต้องมีให้อยู่แล้ว G900 ยังรองรับแบล็คเบอร์รี่เหมือนรุ่นก่อนหน้า และใช้ควิกออฟฟิศในการแก้ไขไฟล์เอกสารได้เลย ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อไลเซนส์ตัวใหม่ ยังมีบิสซิเนส การ์ด สแกนเนอร์สำหรับถ่ายนามบัตรลูกค้าแล้วเก็บอยู่ในรูปของคอนแท็คไว้ ตบด้วยพีดีเอฟพลัสที่ใช้ในการอ่านไฟล์เอกสารจากอโดบี้อีกตัวหนึ่งครับ
 |
กูรูฟันธง
ผมก็ไม่รู้จะช่วยเอสอีอย่างไรดี เพราะรุ่นพี่ทั้งสองอย่าง P990i และ P1i โดนพีดีเอโฟนจำพวกวินโดวส์โมบายกินตลาดไปซะเรียบเลย ถ้า G900 ออกมาในสภาพเดิมคือตั้งราคาสูงลิบ ผมว่าโอกาสเกิดคงยากเต็มทน ปัญหาหนึ่งที่แก้ได้ยากมากคือ แอพพลิเคชั่นที่จะมาลงกับยูไอคิวยังไม่หลากหลาย แถมหาของเถื่อนได้ยาก คิดดูว่าทางพีดีเอเขามีฐานผู้ใช้เยอะกว่าเท่าไหร่ แต่ยังไงเสีย อย่าลืมว่า G900 มีดีกว่าในเรื่องมัลติมีเดียเหมือนกัน ยังไงก็ลองชั่งใจดูกันเองครับ
ข้อดี
- กล้อง 5 เมกะพิกเซล ที่มีการโฟกัสภาพแบบสัมผัส
- การเชื่อมต่อด้วยไวไฟและบลูทูธ
- หน่วยความจำในตัวมีมากถึง 160 เมกะไบต์ เพิ่มจากเอ็ม 2
- ยกระบบมัลติมีเดียจากโซนี่มาทั้งชุดเลย
- มีแอพพลิเคชั่นทางออฟฟิศและธุรกิจให้
- วิทยุเอฟเอ็มรองรับแทร็คไอดี
้
ข้อเสีย
- หน้าจอ 2.4 นิ้วถือว่าเล็กไปสำหรับสมาร์ทโฟนจอสัมผัส
- วัสดุและงานประกอบไม่ค่อยดีเลย
- เอดจ์หายไปได้ไงเนี่ย
- การเปลี่ยนแปลงค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับ P1i
|