Sony Ericsson W380i - โซนี่ อิริคสัน
สัดส่วนภายนอก
เมื่อก่อนโทรศัพท์ในตระกูลวอล์คแมนโฟนอย่าง W800i เคยมีราคาถึง 19,xxx บาท มันจึงเป็นไปไม่ได้ที่คนงบน้อยจะเอื้อมถึง แต่ทุกวันนี้การแข่งขันของมิวสิคโฟนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพียงแต่ว่ามิวสิคโฟนของค่ายอื่นบางตัวมีราคาค่อนข้างถูก แถมสเป็คก็ไม่ธรรมดาซะด้วย เอสอีจึงต้องส่งมือถือฟังเพลงราคาถูกมาเขย่าตลาดบ้าง อย่างที่เคยทำมาแล้วในรุ่น W5xx หรือ W2xx
ภายนอกของ W380i เตะตาผมจนช้ำม่วงอมเขียวไปแล้ว การใช้สีสันและการออกแบบโดยรวมดูทันสมัยดี ยิ่งสีม่วงนี่นะ อื้อหือ อย่าให้บอกเลย...ด้านหน้าเราจะเห็นว่ามีจุดพลาสติกนูนเรียงตัวกันออกมาเป็นรูปของปุ่มควบคุมเครื่องเล่นเพลง สามปุ่มนี้เป็นปุ่มสัมผัส แสดงแบ็คไลท์ออกมายามค่ำคืนได้อย่างสวยงาม ไหนจะมีลำโพง ไฟกะพริบ และเลนส์กล้องอีก รวมแล้วดูลงตัวดี และถ้าเราไม่เปิดเครื่อง เราจะไม่รู้เลยว่าด้านหน้ามีจอโอเล็ดขาวดำฝังอยู่ เพราะมันซ่อนตัวได้อย่างแนบเนียน แถมสีพลาสติกขุ่นๆ บนตัวเครื่องยังกีดขวางไม่ให้เรามองเห็นหน้าจอโดยสะดวก ถ้าเจอแสงแรงๆ ผมว่าเสร็จแน่
 |
ในเมื่อส่วนประกอบอะไรก็แห่มาอยู่ด้านหน้าหมด เราจึงไม่เห็นอะไรอยู่ด้านหลังเลย และทิ้งปุ่มล็อคฝาหลังเอาไว้อย่างโดดเดี่ยว ด้านซ้ายเป็นพื้นที่ประจำการของฟาสพอร์ต ด้านขวายกให้ปุ่มปรับเสียง ส่วนที่อยู่ของเมมโมรี่สติ๊กไมโครอาจจะต้องเปิดฝาหลังออกเสียก่อน แต่ไม่ต้องแกะแบตเตอรี่ ดูแล้วก็ไม่ได้ลำบากต่อการถอดเปลี่ยนอะไร ในขณะที่ปุ่มกดด้านในก็เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบ ไม่ต้องห่วงว่าจะเจอปุ่มสามเหลี่ยมสลับไขว้ตีลังกากลับหัวกลับหาง ทุกปุ่มเรากดได้ง่ายครับ ส่วนใต้จอก็มีเซ็นเซอร์รับแสงอยู่ด้วยนะ
 |
ชำแหละเครื่องใน
เรื่องดีๆ ในตัวของ W380i นั้นมีเยอะ แต่ก็มาพร้อมกับเรื่องน่าแปลกด้วยเหมือนกัน เอาไว้ค่อยเล่าไปทีละจุดละกันนะครับ อย่างแรกที่เด่นสุดของรุ่นนี้เลยคือ มันมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวที่อยู่ภายนอก กล่าวคือ เราสามารถโบกมือผ่านเลนส์กล้องเพื่อหยุดเสียงเรียกเข้าหรือเสียงปลุกจากนาฬิกาได้โดยไม่ต้องกดปุ่มอะไร (Gesture Control) ทีแรกผมก็หลงโบกแบบรุนแรงอยู่นาน แต่ข้อมูลจากเว็บนอกเขาบอกว่าโบกผ่านไปช้าๆ ก็โอเคแล้วครับ สงสัยเราจะเป็นโรคบ้าพลังเกิน 555 เสียดายอย่างเดียวที่เซ็นเซอร์อันนี้ไม่ได้ทำงานร่วมกับฟังก์ชั่นอื่นเลย อาจจะเป็นโบกเพื่อเล่น-หยุดเพลง หรือโบกเพื่อถ่ายรูปตัวเอง จะได้มองว่ามันประยุกต์ใช้ได้จริง หวังว่ารุ่นต่อๆ ไปคงมีการพัฒนาที่ดีขึ้นนะครับ
เมื่อสังเกตจากซีรี่ยส์ W3xx หลายคนเดาไว้ก่อนเลยว่าจอไม่ใช่คิววีจีเอ (240 x 320 จุด) แน่ๆ และก็เป็นไปตามคาดครับ เพราะวอล์คแมนโฟนมีความละเอียดอยู่ที่ 176 x 220 พิกเซล เท่านั้น แต่ไอ้ที่เด็ดคือคอนทราสต์มันจัดมากๆ จนทำให้สีสดได้ใจ ถ้าใครชอบจอแรงๆ ก็ต้องรุ่นนี้ล่ะ
มาต่อกันด้วยเรื่องที่ผมแปลกใจกันบ้าง อย่างแรกคือ ผมงงอย่างแรงว่าทำไมเครื่องเล่นเพลงของ W380i ไม่มีการปรับอีควอไลเซอร์แบบคัสตอม ทั้งที่เมื่อก่อนแม้แต่ซีรี่ยส์ เค ยังทำได้เลย หรืออาจจะเป็นที่เครื่องทดสอบกันหนอ นอกจากนี้ ระบบสั่งงานด้วยเสียง และการอัดเสียงระหว่างใช้สายก็หายเกลี้ยง เมื่อก่อนเอสอีทำได้หมด แต่ทำไมตัวนี้ตัดออก ใครก็ได้ช่วยบอกผมที
ถัดมาคือเรื่องกล้องถ่ายภาพ ไอ้เราคงไม่หวังให้มันมีกล้องระดับเทพ ถ่ายได้สองล้าน หรือมีออโต้โฟกัสในรุ่นระดับกลางกึ่งล่างแบบนี้หรอกครับ เท่าที่เห็นคือมันบันทึกภาพได้ละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล แต่ไม่ยักเห็นกล้องวิดีโอ งงเหมือนกันว่ามีหรือเปล่า หรือจะเป็นที่ตัวทดสอบอีกล่ะเนี่ย นอกนั้น W380i ก็มีให้ครบๆ ครับ เช่น บลูทูธที่มีเอทูดีพี การเพิ่มหน่วยความจำ เอดจ์ ฯลฯ
กูรูฟันธง
งานเปิดตัวและเปิดใจ เอ้ย เปิดจองสำหรับ W380i ก็มีไปแล้วในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป ไม่รู้มีใครไปลงชื่อไว้หรือยัง ถ้าได้เครื่องแล้วยังไงก็อย่าลืมลองกดดูฟังก์ชั่นที่ผมบอกนะครับ ว่ามันมีอยู่ไหม หรือโดนลักพาตัวไปแล้วจริงๆ ถ้าให้สรุปเกี่ยวกับวอล์คแมนโฟนตัวนี้ ผมว่ามันน่าเล่นตรงมีฟังก์ชั่นสนุกๆ นี่แหละ นอกนั้นมันก็คือโทรศัพท์เล่นเพลงจากค่ายโซนี่ อีริคสันธรรมดา แต่ยังไงก็ตาม ขอเตือนไว้ก่อน ถ้าจะโบกปิดเสียงนาฬิกาตอนเช้า อย่าเผลอโบกผิดไปโบกหัวคนที่นอนข้างๆ นะครับ เดี๋ยวจะเดือดร้อน
ข้อดี
- เซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวจากกล้อง
- ปุ่มควบคุมเครื่องเล่นเพลงด้านหน้าแบบสัมผัส
- กล้องดิจิตอล 1.3 ล้านพิกเซล
- จอแสดงผลมีคอนทราสต์จัดจ้านมาก
- เพิ่มหน่วยความจำได้
- การต่อเชื่อมผ่านบลูทูธและเอดจ์
- วิทยุเอฟเอ็มและวอล์คแมน 2.0
ข้อเสีย
- ไม่มีกล้องวิดีโอ (รอดูเครื่องจำหน่ายจริง)
- สั่งงานด้วยเสียง อัดเสียงระหว่างใช้สาย และปรับอีคิวแบบคัสตอมไม่ได้
- น่าจะประยุกต์การทำงานระบบเจสเจอร์ คอนโทรลให้ใช้ได้กับหลายๆ ฟังก์ชั่น
- จอด้านนอกค่อนข้างมัว อันเนื่องมาจากพลาสติกขุ่นๆ ของตัวเครื่องที่บังอยู่
|