Sony Ericsson K850i - โซนี่ อีริคสัน
แฟนเอสอีเห็นทีจะต้องเสียเงินซะแล้ว ใครที่ตามซื้อซีรี่ยส์ เค มาตั้งแต่ K700i K750i K790i จนถึง K850i นี่ก็เป็นโอกาสอันดีที่จะได้เปลี่ยนโทรศัพท์กันอีกครั้ง ความเป็นเอกลักษณ์ของอนุกรมแห่งไซเบอร์ช็อตนี้คือ ขนาดต้องไม่เล็ก รูปทรงต้องเป็นแท่งอิฐ และหน้าตาคล้ายกล้องดิจิตอลของจริงเข้าไปทุกที อย่างรุ่นนี้มีอะไรเด็ดๆ มาให้ดูเยอะเลย เดี๋ยวเราไปล้วงแคะแกะมันกันดีกว่า
สัดส่วนภายนอก
ด้านหน้ามีปุ่มสี่ทิศแบบแปลกๆ ที่ครอบปุ่มเลข 2 กับ 5 เอาไว้ซึ่งก็กดได้ไม่ยาก แต่สร้างความสับสนเล็กน้อยในขณะใช้งาน ถ้าถามว่าแล้วปุ่มยืนยันกับซอฟต์คีย์หายไปไหน ให้ลองสังเกตจุดขาว 3 จุดใต้จอดูครับ ตรงนั้นเองเป็นปุ่มแบบสัมผัสที่ใช้งานได้ง่าย และไม่บังเอิญโดนมันบ่อยๆ ด้วย ส่วนปุ่มอื่นก็เหมือนเดิม อย่างไรก็ดี แบ็คไลท์แถวเลข 3 6 9 และ # จะติดขึ้นมาในโหมดถ่ายภาพ เพื่อใช้ปุ่มเหล่านี้เป็นคีย์ลัดนั่นเอง
เหนือจอด้านซ้าย ต้องส่องแสงให้ดีจึงจะเห็นเซ็นเซอร์รับแสงสำหรับการควบคุมแบ็คไลท์ และในระดับเดียวกันเยื้องไปทางขวา จะมีเลนส์กล้องสำหรับวิดีโอ คอลลิ่งที่ใช้ถ่ายภาพไม่ได้ด้วย
ตรงหัวของ K850i เป็นปุ่มเปิดปิดเครื่องที่ใช้เปลี่ยนโพรไฟล์และล็อคปุ่มได้ ด้านล่างเป็นฟาสพอร์ตของเอสอี รูร้อยสาย และฝาครอบแบตที่เป็นแบบสอดเข้าไป พร้อมมีตัวล็อคเพื่อไม่ให้แบตกระเด็นออกมา ใกล้กันนั้นเองยังมีช่องเสียบซิมการ์ด และช่องเสียบเมมโมรี่สติ๊ก ไมโครที่รองรับการ์ดไมโครเอสดีด้วย นับเป็นโทรศัพท์รุ่นแรกที่สนับสนุนการ์ดสองชนิดนี้ในสล็อตเดียวกัน
 |
ด้านขวามีส่วนประกอบค่อนข้างเยอะ ไล่มาตั้งแต่ข้างบนสุดจะเป็นปุ่มปรับเสียงซึ่งใช้ซูมในโหมดกล้องได้ ถัดลงมาเป็นปุ่มเลื่อนเปลี่ยนโหมดให้เป็นการถ่ายภาพนิ่ง วิดีโอ หรือเปิดดูแกลเลอรี่ ขยับมาอีกนิดมีชัตเตอร์สองจังหวะ ถ้ากดค้างเอาไว้จะเข้าไปถ่ายรูปไม่ได้ในทันที ต้องกดปุ่มเปิดปิดที่อยู่ถัดไปแทน พอกดปุ๊บฝาปิดเลนส์กล้องจะเลื่อนเปิดให้เองโดยอัตโนมัติ ส่วนด้านหลังก็เป็นพวกเลนส์ แฟลชซีน่อน ไฟจากหลอดแอลอีดีสำหรับการโฟกัสภาพในที่มืดและใช้ส่องสว่างตอนถ่ายวิดีโอ และยังมีลำโพงเป็นขีดยาวๆ ที่เมื่อวางไว้บนโต๊ะแล้ว เสียงจะโดนกีดขวางออกไปกว่า 50 เปอร์เซ็นต์
 |
ชำแหละเครื่องใน
ณ ปัจจุบันนี้ คงไม่มีโทรศัพท์ตัวไหนจากค่ายเอสอีที่มาแรงไปกว่า K850i แล้วกระมัง เจ้านี่แรงทั้งฟังก์ชั่นและราคาจริงๆ เท่าที่ได้ลองเล่น มันสร้างความประทับใจให้ผมในหลายเรื่อง อย่างแรกคือเซ็นเซอร์สำหรับหมุนหน้าจอโดยอัตโนมัติ มันจะสะดวกมากขณะที่เราดูภาพถ่ายอยู่ ทำให้ภาพแสดงออกมาแบบเต็มจอโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องจัดการหมุนภาพเอง ส่วนตัวกล้องดิจิตอลเอง ถือว่ามีการปรับตั้งค่าเยอะกว่าโนเกียในซีรี่ยส์ เอ็นเสียด้วยซ้ำ ถ้าลองดูให้ละเอียด เราจะเห็นซีนสำหรับถ่ายภาพมากมาย มีการปรับไอเอสโอ เลือกโหมดวัดแสงได้หลายแบบ มีฟังก์ชั่นป้องกันภาพสั่นจริง รวมถึงเบสต์พิกต์ และพาโนรามาอะไรนั่นด้วย ในขณะที่กล้องวิดีโอก็เพิ่มความละเอียดมาให้อยู่ในระดับ 320 x 240 จุด ความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาที ทั้งที่ยี่ห้ออื่นเขาโดดไปเล่นระดับวีจีเอแล้ว ยังไงก็ถือว่าเป็นพัฒนาการที่ดี แม้จะยังไม่ดีสุดขั้วก็ตาม
หน่วยความจำขนาด 40 เมกะไบต์ไม่ได้ดีเด่ไปกว่ารุ่นอื่นเลย แต่นั่นเป็นเพียงเมมโมรี่ภายในตัว เราน่าจะดูที่สล็อตเสียบการ์ดภายนอกมากกว่า ซึ่ง K850i ทำได้ดีกว่าโทรศัพท์ยี่ห้ออื่นเยอะ อย่างน้อยก็ใส่การ์ดได้สองแบบ ใครไมโครเอสดีเก็บไว้ที่บ้านอยู่แล้วก็เอามาเสียบได้เลย ไม่ต้องเสียเงินซื้อเอ็ม 2 ราคาแพง
นี่เป็นอีกรุ่นที่ไม่มีปัญหากับการเชื่อมต่อ แม้ว่ามันจะไม่มีอินฟราเรด แต่ก้ยังพอให้อภัยได้ เนื่องจากว่ารองรับทั้ง 3 จี และเอดจ์ในตัวเดียวกัน ไม่มีกั๊กเอาไว้เหมือนเมื่อก่อน ส่วนบลูทูธก็ยังคงรองรับเอทูดีพีและเอวีอาร์ซีพี โดยที่เป็นเวอร์ชั่น 2.0 ที่ให้ความเร็วในการโอนถ่ายไฟล์ดีเหมือนเดิม
โนเกียขยับตัวพัฒนาจอแสดงผลในโทรศัพท์ของตัวเองให้เป็น 16 ล้านสีไปก่อนเป็นเจ้าแรก ซัมซุงก็มีรุ่น G600 ออกมาให้เห็นแล้ว ค่ายอเมริกันอย่างโมโตฯ ก็จะเป็นพวก Z8 กับ Z10 ที่ยังไม่เข้าเมืองไทย เหลือก็แต่เอสอีนี่แหละ ถ้าผมไม่ตกรุ่นไหนไป ยี่ห้อนี้ยังไม่มีจอระดับนั้น แต่อย่างไรก็ตาม จอของ K850i ก็สว่างและแสดงสีได้สวยงามอยู่แล้ว
ไฟล์มัลติมีเดียต่างๆ ที่อยู่ในเครื่องจะถูกแยกประเภท แล้วใส่เอาไว้ในมีเดีย เซ็นเตอร์แบบใหม่เหมือนกับของ W910i อินเตอร์เฟสของมันสวยงาม และเข้าถึงไฟล์ได้ง่าย ส่วนเครื่องเล่นเพลงก็ทำงานได้เหมือนๆ กับวอล์คแมนโฟน แม้จะเป็นซอฟต์แวร์คนละเวอร์ชั่นก็ตาม อย่างพวกเมกะเบส การแสดงภาพอัลบั้ม การใส่ไอดีแท็ก ฯลฯ ส่วนวิทยุเอฟเอ็มก็ยังรองรับอาร์ดีเอสเหมือนเดิม เหลือแค่ว่าจะอัดวิทยุได้เหมือนมือถือโออีเอ็มบางตัวได้เมื่อไหร่เท่านั้น
 |
กูรูฟันธง
จะว่าไปแล้ว ลูกเล่นในเครื่องของ K850i และ G600 มือถือติดกล้อง 5 ล้านพิกเซลเหมือนกัน แต่มีพัฒนาการที่ต่างกันออกไป เอสอีให้น้ำหนักไปที่กล้องเยอะมาก เนื่องจากเป็นสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยในไซเบอร์ช็อตโฟน ส่วนซัมซุงเน้นการปรับปรุงโดยทั่วไป อย่างเช่น เมนูอันสวยงาม วิดีโอที่ละเอียดขึ้น ฯลฯ ไม่ใช่แค่กล้องเพียงอย่างเดียว เนื่องจากของเก่ายังมีจุดด้อยอยู่พอสมควร ถ้าคุณรักการถ่ายรูป คุณภาพของภาพถ่ายจากรุ่นนี้ยังทำได้ดี แม้มีนักวิจารณ์หลายท่านทั้งในและต่างประเทศทำการเปรียบเทียบออกมาให้ดูแล้ว พบว่าโนเกียและซัมซุงในรุ่นเทียบเท่ากันทำได้ดีกว่า แต่อย่างน้อย เอสอีก็ยังมีเสน่ห์ในตัวเหมือนเคย จริงหรือไม่ลองถามผู้ใช้เองก็คงทราบดีครับ
ข้อดี
- กล้องดิจิตอล 5 เมกะพิกเซล ลูกเล่นเยอะที่สุดเท่าที่เคยมีมา
- ใส่เมมโมรี่ การ์ดได้สองชนิด
- กล้องวิดีโอที่ได้รับการพัฒนาขึ้นนิดหน่อย
- มีเซ็นเซอร์ตรวจจับแสงและทิศทางอยู่ในตัว
- ปุ่มสัมผัสที่ดีกว่าของซัมซุง
- วิทยุเอฟเอ็มรองรับอาร์ดีเอส
- การเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 2.0 เอชเอสดีพีเอ และเอดจ์
ข้อเสีย
- ปุ่มสี่ทิศยังทำให้เราสับสนไม่น้อย
- ตำแหน่งของลำโพงด้านหลังไม่ค่อยดี
- ระบบสมาร์ทเสิร์ชที่หาอย่างอื่นไม่ได้นอกจากเบอร์โทรศัพท์
- อินฟราเรดหายไป ไวไฟก็น่าจะมีในมือถือระดับนี้ได้แล้ว
- จอแสดงผลสวยก็จริง แต่ยังเล็กอยู่
|