สัดส่วนภายนอก
การรวมร่างกันครั้งนี้ถือว่าเป็นของแปลกในสายตาผมเหมือนกันนะ ลองดูสิครับว่า
โครงสร้างโดยรวมจะประกอบไปด้วยมือถือ 3 รุ่นด้วยกัน หนึ่งคือ J200i รุ่นพี่ของมันที่ออกมาไม่นานนี่แหละ
สองคือ ปุ่มกดของมันจะออกแนวเดียวกับ K500i สุดท้ายคือเสาอากาศแบบเป็นหูเกี่ยวเอาไว้ร้อยสายคิขุตามประสาวัยรุ่น
พอรวมร่างออกมาปุ๊บเลยกลายเป็นหน้าตาอย่างที่เห็น ความแตกต่างที่มีให้เห็นจากตัวเก่าซี่รี่ยส์
J ก็จะเป็นฟังก์ชั่นหลักๆ ในเครื่องเสียมากกว่า ส่วนเรื่องดีไซน์อันนี้ยังคงแบบเดิมเอาไว้
ขนาดตัวเครื่องที่เล็กสบายกระเป๋า และราคาในระดับที่หลายคนหาซื้อใช้ได้ง่าย
ถือว่าเป็นจุดเด่นได้อย่างดี ส่วนประกอบที่ด้านหน้าเราจะเห็นปุ่มเปิดปิดเครื่องที่คราวนี้เอามารวมกับปุ่ม
C แทน โดยปุ่มกดทั้งหมดทำออกมาให้กดได้ง่ายดี ยกเว้นจอยสติ๊กที่เป็นแนวระดับเดียวกับตัวเครื่องเกินไปหน่อย
น่าจะทำออกมาจิ้มจมูกผู้ใช้เลยท่าจะเวิร์คกว่า ด้านหลังตัวเครื่องนั้นจะเห็นลำโพงที่เจาะช่องเอาไว้แบบเดียวกับรุ่นก่อนเลย
แถมมีการเว้าของตัวเครื่อง ทำให้ได้ยินเสียงเรียกเข้าอย่างชัดเจน เวลาวางกับพื้นผิวเรียบๆ
แต่ตรงนี้เป็นข้อเสียอยู่เช่นกัน ผมลองถือเล่นอยู่สักพักพบว่าหากเราถือเต็มมือ
ปุ่มกดมันจะไม่ตรงกับนิ้วของเราเท่าไหร่ คุณผู้อ่านคงไม่เข้าใจนักหรอก
หากไม่มาลองกดดูเอง หรือเป็นเพราะมือเราใหญ่เกินไปหว่า
ชำแหละเครื่องใน
ด้วยความที่ชอบมือถือจากยี่ห้อนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้เป็นแบบหัวปักหัวปำนะครับ
ทั้งนี้เนื่องจากโซนี่ อีริคสันมักจะให้อะไรมาครบๆ หรือไม่ก็ออกมือถือแบบคุ้มค่าราคาคุยอยู่ตลอด
แน่นอนว่า J300i จะต้องมีอะไรโดดเด่นอีกครั้งนึง อย่างแรกคือ เสียงเรียกเข้าแบบเอ็มพีสามทรูโทน
ที่ให้เสียงดังพอประมาณ แต่ยังไม่ใสเหมือนรุ่นใหญ่อีกหลายตัว เท่าที่ลองนั้น
สามารถเอาเสียงอัดในเครื่องมาใช้ได้อีกต่างหาก ต่อไปเรื่องบันเทิงอีกตัวก็คือ
การเล่นคลิปวิดีโอที่โหลดเข้าไปได้ ถึงหน่วยความจำจะมีไม่มากมายขนาดเก็บหนังได้ทั้งเรื่อง
แต่ก็เอาเทรลเลอร์หนังมาเก็บเอาไว้ แบ่งเพื่อนก็ดูดีใช่ย่อย จอแสดงผลของรุ่นนี้ยังไม่โดนเท่าที่ควร
เพราะยังเป็นแบบ CSTN ที่สีออกจะจืดไปนิด คงเพื่อลดต้นทุนการผลิตนั่นเอง
ถัดมาเรื่องสมุดโทรศัพท์กันบ้าง รุ่นนี้สามารถเมมเบอร์และรายละเอียดต่างๆ
ไว้ในชื่อเดียวได้เยอะจริง แถมมีคำสั่งโทรออกด้วยเสียงให้ใช้งานด้วย ทั้งการใส่รูปภาพและเสียงก็มีให้เสร็จสรรพแบบไม่มีกั๊กเอาไว้เลย
ออแกไนเซอร์ก็ใช้งานได้ดีมาตลอดทุกรุ่น เพราะมีทั้งปฏิทิน รายการสิ่งที่ต้องทำ
และสมุดโน้ตครับ พูดถึงสื่งที่ไม่มีแล้วผมอยากให้มีก็เห็นจะเป็นอินฟราเรด
ทั้งที่ J200i เคยมีเป็นของตัวเอง แต่พอรุ่นถัดมากลับโดนตัดออกไปเสีย
นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้วก็ยังเป็นพวก ระบบข้อความทั้งข้อความสั้น มัลติมีเดีย
และอีเมล์ยังมากับเครื่องเลย สุดท้ายที่พลาดไม่ได้เห็นจะเป็นการดูทีวีผ่านเจ้าตัวเล็กนี้
ปกติแล้วไม่ค่อยมียี่ห้อไหนใส่ฟังก์ชั่นนี้มากับเครื่องรุ่นเล็กหรอก คงพลาดไม่ได้แล้วล่ะคราวนี้
กูรูฟันธง
สิ่งที่ผมชอบในตัวของรุ่นนี้ก็คือ เสียงเรียกเข้าแบบทรูโทน ตอนนี้จะซื้อรุ่นไหนแล้วไม่มีฟังกืชั่นนี้ขอให้เลิกซื้อได้
ไม่งั้นคงจะเอ้าท์แบบสุดขั้ว (เมื่อวันก่อนผมยังถอย PCT มาใช้อยู่เลย
แหะๆ) ถึงเสียงมันจะไม่ได้ดิบได้ดีอะไรเหมือนกับมือถือตัวเป็นหมื่น แต่ก็สร้างความประทับใจให้กับผมไม่น้อย
อีกสิ่งหนึ่งที่ชมเชยก็คือ ความหน่วงในการกดใช้งานน้อยลงๆ ทุกรุ่นแล้ว
จะมีอาการให้เห็นก็เพียงตอนโทรออกเท่านั้น นอกนั้นข้อเสียผมคิดว่าการตัดอินฟราเรดออกไปดูจะเป็นปัญหามากที่สุด
หรือหากท่านจะโหลดภาพโหลดเพลงผ่านเครือข่ายราคาแพงก็ไม่ว่ากัน อย่างไรก็ตาม
มันไม่ได้มีกล้อง จึงไม่ต้องพึ่งการเชื่อมต่อในการเอารูปออกมามากนัก แต่มีไว้ก็ไม่เสียหายไม่ใช่เหรอครับ
สรุปแล้วหากท่านต้องการมือถือราคาสบายกระเป๋า ที่ตอบสนองความอินเทรนด์ในสายเลือดได้พอสมควร
ผมก็ยกให้ Sony Ericsson J300i ครับ
ข้อดี
เสียงเรียกเข้าเอ็มพีสามทรูโทน
ตัวเครื่องขนาดเล็ก พกง่าย
หน่วยความจำในเครื่อง 12 เมกะไบต์
ดูทีวีสตรีมมิ่งได้
รองรับจีพีอาร์เอส
รองรับการใช้งานทางด้านเสียงหลากหลาย