SKG M-830
สัดส่วนภายนอก
ระยะหลังโทรศัพท์โออีเอ็มมักจะนำโลหะมาใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องอยู่เสมอ เพราะนอกจากจะช่วยในเรื่องความสวยงามแล้ว ความทนทานก็ประโยชน์ที่มาควบคู่กันไป อย่าง M-830 จากเอสเคจีก็เช่นกัน ทั้งกรอบส่วนหน้าและฝาครอบแบตเตอรี่ด้านหลังเป็นโลหะทั้งหมด แม้จะมีพลาสติกซ้อนอยู่ภายในอีกชั้น แต่มั่นใจได้เลยว่าเมื่อได้ลองถือแล้ว จะไม่รู้สึกว่าเป็น สัมผัสแห่งพลาสติก ในมือเลย
เสาอากาศที่อยู่มุมบนขวา เมื่อยืดออกแล้วจะมีความยาวประมาณ 20 ซ.ม. ใช้รับสัญญาณโทรทัศน์ เช่นเดียวกับสัญญาณวิทยุได้ตามปกติ ในอีกมุมหนึ่งของเครื่อง จะเป็นช่องเสียบปากกาสไตลัสแบบยืดหดได้ แม้มือจะใหญ่ก็ยังจับได้ถนัดถนี่ เนื่องจากมีความยาวเป็นครึ่งหนึ่งของเสาอากาศและไม่ผอมจนเกินไป
ปุ่มกดทุกปุ่มของ M-830 มีขนาดใหญ่ดี ยกเว้นปุ่มกดยืนยันตรงกลางที่เล็กและบุ๋มลงไป การสั่งงานจึงต้องทำผ่านปลายเล็บ มิเช่นนั้นจะกดโดนปุ่มสี่ทิศโดยไม่ได้ตั้งใจ นอกนั้นรอบๆ เครื่องเราจะเห็นเพียงปุ่มปรับเสียงอยู่ทางด้านซ้ายเท่านั้น ชัตเตอร์ถูกลักพาตัวไปเรียบร้อย
เมื่อมองตรงส่วนท้ายของเอสเคจี เราจะพบแหล่งโอเอซิสชั้นเลิศ เนื่องจากรูทั้ง 3
รองรับกับอุปกรณ์เสริมที่เป็นมาตรฐานสากล อาทิ อุปกรณ์ชาร์จไฟของโนเกียที่เป็นหัวเข็ม พอร์ตมินิยูเอสบี และรูเสียบแจ็คหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร ส่วนด้านหลังจะมีเลนส์กล้อง ช่องลำโพง และขาตั้งยันเครื่องขณะดูทีวี แปลกอย่างที่มันยันได้แค่การวางเครื่องในแนวตั้ง ถ้านอนจะยันไม่อยู่ นอกนั้นภายในก็เป็นแบตเตอรี่ที่ใช้ของโนเกียแทนได้ และสล็อตใส่การ์ดเจ้าประจำถึง 3 สล็อต ประกอบด้วยซิมการ์ด 2 และหน่วยความจำ 1
ชำแหละเครื่องใน
อย่างที่ทราบกันไปแล้วว่า จริงๆ จุดเด่นของรุ่นนี้คือการใช้อุปกรณ์เสริมของโนเกียทดแทนได้ จึงเป็นประโยชน์แก่ทั้งเจ้าของแบรนด์ เพราะไม่ต้องสต็อคของพวกนี้ รวมถึงผู้ซื้อเอง เนื่องจากหาซื้อแบตเทียบเท่าก้อนใหม่ใช้ได้ตามสะดวกในราคาที่ย่อมเยาด้วย
สมัยนี้การใช้งานซิมการ์ด 2 ใบในมือถือโออีเอ็มทำได้ดีขึ้นมาก แรกเริ่มเลยส่วนใหญ่จะอัดเสียงขณะสนทนาจากเบอร์รองไม่ได้ เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีปัญหา อีกทั้งเรื่องการใช้งานจีพีอาร์เอสและเอ็มเอ็มเอสผ่านเบอร์หลักเท่านั้น ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นว่าสมบูรณ์เพียบพร้อมไปซะทุกด้าน เพียงเลือกซิมการ์ดที่ต้องการก่อนใช้แค่นั้น
การพิมพ์ไทยของรุ่นนี้ก็น่าชื่นชม เพราะนอกจากจะพิมพ์ผ่านมัลติแท็ปบนคีย์แพดได้แล้ว ยังมีเวอร์ช่วล คีย์บอร์ดที่เรียงตัวเหมือนคีย์บอร์ดแท้ ฟหกด่าสว มาให้ใช้ด้วย ขาดก็แต่ระบบสะกดคำกับการเขียนด้วยลายมือไปเท่านั้น ขณะเดียวกัน ภาษาอังกฤษนี่มากันครบทุกวิธีเลย
ระบบการรับสัญญาณโทรทัศน์ของ M-830 ทำได้ตามมาตรฐาน เท่าที่ลองให้พื้นที่มหาโหดก็พบว่ามันยังเปิดดูได้ อาจจะมีเสียงซ่าภาพกระตุกบ้างในบางช่อง แต่นั่นก็เป็นเหมือนกันทุกรุ่นอยู่แล้ว
แจ็คเสียบหูฟังขนาด 3.5 ม.ม. จัดว่าเป็นของหายากในหมวดหมู่มือถือโออีเอ็ม เพราะส่วนใหญ่จะเป็นพอร์ตแบบตัวใครตัวมัน แม้จะออกมาจากโรงงานเดียวกันก็ตาม และนอกจากจะชาร์จไฟผ่านที่ชาร์จหัวเข็มของโนเกียได้แล้ว มินิยูเอสบีก็เป็นช่องทางของพลังงานขาเข้าเช่นเดียวกัน
ถึงแม้นาฬิกาจับเวลาจะหายไปหรือการโน้ตข้อความที่หาตัวได้ยากเสมอ แต่ผมแปลกใจที่ว่าทำไมปฏิทินจึงใส่นัดหมายไม่ได้ เชื่อว่าหลายคนต้องใช้ฟังก์ชั่นดังกล่าวนี้ ก็ถือเป็นข้อเสียที่ไม่น่าเกิดขึ้นเลยแฮะ
กูรูฟันธง
มือถือตัวหนึ่งไม่จำเป็นต้องมีจุดขายที่เป็นเทคโนโลยีไฮเทคเสมอ เมื่อก่อนผมเห็นโซนี่ อีริคสันเอารุ่น T100 มาตั้ง เปิดระบบสั่นแล้วบอกนี่คือมือถือเดินได้ แค่นี้ก็ถือเป็นการเติมสีสันให้กับรุ่นแล้ว อย่าง M-830 นี่เรื่องฟังก์ชั่นก็เหมือนมือถือทั่วไปในประเภทเดียวกัน ทว่าเด่นตรงที่สามารถใช้อุปกรณ์เสริมได้หลากหลาย กอปรกับกระแส สัมผัสแห่งโลหะ กำลังมาแรง ด้วยปัจจัยดังกล่าวก็อาจทำให้รุ่นนี้ไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้แล้วครับ
ข้อดี
- ใช้อุปกรณ์เสริมของโนเกียได้
- รองรับแจ็คเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม.
- ฟังวิทยุและดูโทรทัศน์
- จอแสดงผลแบบทัชสกรีน
- ซิมการ์ด 2 ใบ ใช้ได้ในทุกฟังก์ชั่น
- เชื่อมต่อด้วยบลูทูธ
- เพิ่มหน่วยความจำผ่านไมโครเอสดี การ์ด
ข้อเสีย
- จอแสดงผลยังไม่สว่างถูกใจ
- แอพพลิเคชั่นในเครื่องดูเหมือนจะน้อยกว่ามือถือโออีเอ็มตัวอื่นนิดหน่อย
- ใส่นัดหมายในปฏิทินไม่ได้
- กล้องมีความละเอียดแค่ 3 แสนพิกเซล
|