Samsung U300 - ซัมซุง
อัลตร้า เอดิชั่น 2 เป็นซีรี่ยส์โทรศัพท์ของซัมซุงที่เน้นความบางของตัวเครื่องเป็นหลัก หนึ่งในนั้นคือ U100 ที่เราได้เห็นกันไปในเล่มก่อน และเจ้าแห่งโทรศัพท์ฝาพับคงจะไม่ยอมน้อยหน้าค่ายไหนแน่ เลยปล่อยมือถืออีกรุ่นที่มีความบางเพียง 9.6 มิลลิเมตรออกมา คิดดูเอาแล้วกันว่าเมื่อกางฝาออกจะบางเจี๊ยบขนาดไหน เรียกว่ามือถือทรงแท่งลูกอม (Candy bar) หลายๆ ตัวชิดซ้ายไปได้เลย
สัดส่วนภายนอก
ความเย้ายวนชวนให้ลองของ U300 คือ การที่โครงสร้างส่วนใหญ่ทำมาจากโลหะ คาดว่าเป็นสเตนเลส สตีลชุบสีนี่แหละ พื้นที่ด้านหน้าที่มีลักษณะเหมือนเหล็กขัดด้านนั่นก็ใช่ ในทางตรงข้ามคือด้านหลังตรงส่วนที่ปะยี่ห้อซัมซุงนั่นก็เช่นกัน ความจริงแล้วเราจะเห็นพลาสติกเพียงไม่กี่ส่วน อันได้แก่ ส่วนของลำโพงด้านหลัง ซึ่งตรงนี้จะเป็นช่องเสียบซิมการ์ดอยู่ด้านใน ทั้งข้อต่อของเครื่องตรงฝาพับนี่ก็เป็นพลาสติกด้วย
ผมมองหาแทบตายว่า ช่องใส่แบตมันแกะออกอย่างไร และทำไมต้องแยกช่องใส่ซิมออกมาต่างหาก จนแล้วจนรอดจึงปลกตกว่ามันคงเป็นแบตเตอรี่แบบฝังใน แกะเปลี่ยนเองไม่ได้ มองดูรอบตัวเครื่องยังเจอส่วนประกอบอีกมากมาย ด้านหน้ามีเลนส์และจอแสดงผลขนาดเล็ก ส่วนด้านซ้ายเป็นปุ่มปรับเสียง รวมถึงรูเสียบสายนานาสารพัด และผมก็สะดุดกับเจ้ารูเล็กๆ ที่อยู่ใกล้กัน เลยเราลองไม้จิ้มฟันแหย่ดูซักหน่อย ปรากฏว่าเครื่องดับแฮะ ในกรณีที่เครื่องเดี้ยงไป เราคงต้องอาศัยรูนี่ย์ เอ้ย รูนี้ในการทำซอฟต์ รีเซ็ตนั่นเอง
แผงปุ่มกดด้านในนี่เรียบราวกับเป็นปุ่มแบบสัมผัสเลย แต่อันที่จริงแล้วไม่ใช่ เรายังรู้สึกได้เล็กๆ ถึงความเคลื่อนไหวภายใน ผมคิดว่าปุ่มแบบนี้กดได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งซอฟต์คีย์สองอันนี่ล่ะตัวดี แต่ในโหมดไซเลนท์ เครื่องจะสั่นเมื่อเรากดปุ่มโดน อย่างน้อยก็ไม่เหมือนกับการเอานิ้มจิ้มกำแพงเล่นเนอะ
ชำแหละเครื่องใน
สารภาพตามตรงว่าผมแทบจะลอกสเป็กของ U100 มาทั้งดุ้น เปลี่ยนนิดเปลี่ยนหน่อยก็ได้ U300 มาตัวนึงแล้ว ลูกเล่นภายในของทั้งสองตัวคล้ายคลึงกันมาก เว้นแต่เรื่องจอแสดงผล เมนูที่เป็นยาฮู เรดดี้ และรายละเอียดของกล้องภาพนิ่งนิดหน่อยเท่านั้น นอกนั้นเหมือนกันหมดเลย
จอแสดงผลของรุ่นนี้รองรับการใช้วิดีโอไฟล์ 3 จีพีเป็นวอลเปเปอร์ รวมถึงลิฟวิ่ง เวิร์ลด์ที่แสดงผลตามเวลาปัจจุบันด้วย และไฟล์ภาพเคลื่อนไหวนี้เองยังประยุกต์ใช้ได้อีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเอาไปแนบกับรายชื่อในสมุดโทรศัพท์ หรือเปิดดูแบบเต็มจอผ่านเครื่องเล่นในตัว และทีวี เอ๊าต์
กล้องระดับ 3.2 ล้านพิกเซลของ U300 ดีกว่าของ U100 ตรงที่มีการปรับโหมดวัดแสงได้เหมือนกล้องจริง อย่างอื่นไม่ต่างกันเลย ทีนี้เราก็ต้องมาเทียบเองว่าคุณภาพของไฟล์รูปถ่ายจากรุ่นไหนสวยกว่ากัน อย่างไรก็ดี ผมยังชอบที่มันถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดค่อนข้างสูง และเป็นไฟล์เอ็มพี 4 อีกต่างหาก
ยาฮู เสิร์ช ไม่มีได้อะไรพิเศษกว่ากูเกิ้ล เผลอๆ ไอ้กูเก้อ เอ้ย กูเกิ้ลยังมีฐานข้อมูลเว็บไซต์ที่ใหญ่กว่าด้วยซ้ำ ทั้งนี้เอง ภายในเมนูดังกล่าว เราจะพบกับยาฮู แมสเซนเจอร์ ที่ไม่ค่อยมีคนเล่นเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่แล้วติดเอ็มเอสเอ็ม แมสเซนเจอร์กันงอมแงมมากกว่า แต่มีเอาไว้ติดเครื่องก็ดีเหมือนกัน
เครื่องเล่นเพลงของรุ่นนี้พัฒนามาถึงขีดเกือบสุดแล้ว เพราะสามารถแยกเพลงตามไอดี แท็กได้สบาย บวกกับการแสดงภาพอัลบั้มขนาดเล็กได้ก็สวยไม่หยอก ติดอย่างเดียวตรงที่ยังไม่สามารถปรับอีควอไลเซอร์แบบคัสตอมได้เอง ผู้ใช้ยังคงต้องพึ่งพาอีคิวแบบพรีเซ็ตที่ใส่มาในเครื่องเพียงทางเลือกเดียว
ลูกเล่นอันโดดเด่นที่หาได้ตามมือถือซัมซุงระดับหมื่นนิดๆ ก็คือ การอ่านไฟล์เอกสารจากโปรแกรมพิกเซล วิวเวอร์ การต่อภาพออกทีวี แต่รุ่นใหม่นี่จะมีพวกระบบสมาร์ท เสิร์ชที่เอาไว้หาไฟล์และข้อมุลทุกประเภทในเครื่อง รวมถึงระบบการทำงานที่คล้ายสมาร์ท ไดอัลที่ผมเล่าให้ฟังไปเมื่อเล่มก่อนแล้ว
กูรูฟันธง
ถ้าถามผมว่าซื้อ U100 หรือ U300 ดีกว่า ผมฟันธงให้เลยว่ารุ่นไหนก็ได้ แต่ตัวนี้อาจจะแพงกว่านิดหน่อย เพราะตัวเครื่องเป็นโลหะ จอแสดงผลหลักละเอียดกว่า แถมมีจอด้านนอกอันเล็กมาให้อีก เอาว่าใครชอบมือถือทรงปลาหมึกบดเลือกตัวนู้น ใครชอบฝาพับเลือกตัวนี้ ส่วนผมชอบเอวบาง ร่างน้อย ผอมเพรียวฮะ (เอ๊ะ โทรศัพท์หรืออะไรกันแน่)
ข้อดี
- ตัวเครื่องบางเฉียบ และโครงสร้างเป็นโลหะ
- กล้องดิจิตอล 3.2 ล้านพิกเซล
- อ่านไฟล์เอกสารได้หลากหลาย พร้อมต่อไปดูที่ทีวีได้
- ระบบสมาร์ท เสิร์ช และสมาร์ท ไดอัล
- เครื่องเล่นเพลงแบบใหม่ที่พัฒนาแล้ว
- จอแสดงผลจัดทั้งสีสันและลูกเล่น
- รองรับทั้งบลูทูธและเอดจ์
ข้อเสีย
- ตัวเครื่องบางมาก จอด้านนอกเลยต้องเล็ก เพราะไม่งั้นเบียดจอกับจอใหญ่
- แบตเตอรี่ฝังใน ถอดเปลี่ยนเองไม่ได้
- ไม่มีการเพิ่มหน่วยความจำ
- ปุ่มซอฟต์คีย์กดติดยาก
|