Samsung J600 - ซัมซุง
ปุ่มกดแบบสัมผัสไม่ได้มีให้ใช้เฉพาะรุ่นราคาแพงเท่านั้น อย่าง J600 ตัวละห้าหกพันก็ไม่เว้น ไอ้ตอนแรกแอลจีทำออกมาผมก็ว่ามันแปลกดีอยู่หรอก แปลกจนถึงขนาดว่าผมเอามาใส่เป็นข้อดีให้ทุกท่านได้อ่านกัน แต่ที่ไหนได้ พอปุ่มแบบนี้เริ่มเกร่อ ได้เล่นบ่อยเข้า รู้เลยว่ามันไม่มีประโยชน์อะไร เนื่องจากผู้ใช้มักจะไปโดนปุ่มดังกล่าวโดยไม่ตั้งใจ และมันไม่ได้กดง่ายกว่าปุ่มทั่วไปที่เราใช้กันอยู่ซักหน่อย กระนั้นเอง ใครยังไม่เคยใช้อาจชอบก็เป็นได้ เนื่องจากว่ามันให้ความแปลกใหม่ไงครับ
สัดส่วนภายนอก
สิ่งที่ผู้ใช้โทรศัพท์ฝาสไลด์อยากรู้อยู่เสมอคือ การเลื่อนฝาและความแข็งแรงของตัวเครื่องเป็นอย่างไรบ้าง ขอบอกว่ารุ่นนี้ทำได้ดีกว่า U600 ตัวละหมื่นสองอีกแน่ะ แน่นปึ้กแบบไม่มีกระดุกกระดิกซักนิด บางทีเวลาเลื่อนฝาปิดมันอาจจะกระแทกกันแรงเกินไปหน่อยด้วยซ้ำ ยังไงเพลาๆ หน่อยก็ดีนะ
ปุ่มแบบสัมผัสด้านหน้าประกอบไปด้วยซอฟต์คีย์สองฝั่ง และปุ่มรับสายวางสาย ส่วนปุ่มห้าทิศยังใช้แบบกดเอาเหมือนเดิม ตามธรรมเนียมของปุ่มประเภทที่ไม่ต้องออกแรงนั้น มันจะไม่ทำงานตอนเครื่องปิดอยู่ ปุ่มเปิดปิดเครื่องจึงถูกโยกไปอยู่ด้านขวาติดกับชัตเตอร์ และพอร์ตอเนกประสงค์ ด้านซ้ายจะเป็นปุ่มปรับเสียงและช่องเสียบไมโครเอสดี การ์ด ส่วนเลนส์กล้องจะไปแอบอยู่ใต้ฝาสไลด์อีกเช่นเคย ทำให้กระจกเลนส์ได้รับการปกป้องในระดับหนึ่ง ใกล้กับเลนส์ยังมีกระจกเงา เผื่อเอาไว้ใช้ถ่ายตัวเองได้ด้วย แต่มันไม่มีแฟลชมาให้นะ
เมื่อเอาไม้บรรทัดวัดหน้าจอแล้ว พบว่าพื้นที่สำหรับการแสดงผลของ J600 เล็กกว่า E250 นิดหน่อย ทำให้ฟอนต์ในเมนูตัวเล็กลง แม้จะมีจำนวนพิกเซลเท่ากันก็ตาม แต่ดีที่เราจะได้จุดพิกเซลที่ดูละเอียดมากขึ้น
ชำแหละเครื่องใน
เมื่อเทียบกับ E250 มือถือสุดรักของผม จะเห็นได้เลยว่า J600 ยังสู้รุ่นเก่าไม่ได้หลายเรื่อง ในขณะเดียวกันเรื่องที่ดีกว่าใช่ว่าจะไม่มี เริ่มที่ความละเอียดกล้องกันก่อน รุ่นนี้มีเรโซลูชั่นในการถ่ายภาพนิ่ง 1.3 เมกะพิกเซล และถ่ายวิดีโอได้ความละเอียดสูงกว่า โดยมือถือปุ่มสัมผัสทำได้ 176 x 144 จุด และยังมีหน่วยความจำในตัวประมาณ 17 เมกะไบต์ นอกนั้นเดี๋ยวผมจะพล่ามว่า ซีรี่ยส์ อี มีอะไรดีกว่ามั่ง
J600 สอบตกไปหลายวิชา เรื่องที่เห็นเด่นชัดคือการเชื่อมต่อ มันไม่มีเอดจ์ และไม่มีโพรไฟล์สำหรับหูฟังบลูทูธแบบสเตอริโอ (เอทูดีพี) แถมจดโน้ตย่อได้กระปิ๋วเดียวจริงๆ เพราะใส่ได้แค่ 100 ตัวอักษรต่อหนึ่งรายการ ทั้งที่รุ่นเก่าทำได้ 1,000 ตัว และที่หลายคนต้องร้องระงมคือ มันสั่นเตือนสายเข้าพร้อมเสียงไม่ได้ครับ
อย่างไรก็ตามแต่ ความสามารถอื่นถือว่าเทียบเท่ากันหมด อย่างเช่น วิทยุเอฟเอ็มสามารถบันทึกช่องสถานีได้ 30 รายการ การใช้เสียงเรียกเข้าเป็นทรูโทน และการเพิ่มหน่วยความจำด้วยไมโครเอสดี การ์ดแบบฮอตสแว็ป เห็นว่าสนับสนุนการ์ดขนาดใหญ่สุด 2 กิกะไบต์ ไม่รู้ใช้ได้หรือเปล่า เพราะผมเองก็ไม่มีให้ลอง ตัวใหญ่สุดที่บ้านมีคือกิ๊กเดียวเอง ขืนมีเยอะๆ สงสัยจะสับรางไม่ทัน (เอ๊ะ ยังไง)
มีอีกความสามารถที่ไม่พูดถึงไม่ได้ นั่นคือ การนำไฟล์วิดีโอจากกล้องภายในมาใส่เป็นวอลเปเปอร์ คาดว่าจะทำให้แบตเตอรี่ถูกสูบไปอย่างหฤโหดมากขึ้น แต่ก็ได้ความเพลิดเพลินเจริญใจเข้ามาแทน น่าแปลกอยู่อย่างเดียว ไหนๆ เอามาทำเป็นภาพพื้นหลังได้แล้ว ทำไมแนบไปกับรายชื่อในสมุดโทรศัพท์ไม่ได้ล่ะ?
นอกจากความจุสำหรับเก็บคอนเท้นท์ต่างๆ แล้ว J600 ยังมีส่วนหนึ่งกั๊กเอาไว้สำหรับเอสเอ็มเอส 200 ข้อความ 3 เมกะไบต์ในส่วนของเอ็มเอ็มเอส และเบอร์โทรศัพท์อีก 1,000 ชื่อ ด้วยเหตุนี้ ซัมซุงจึงเป็นหนึ่งในยี่ห้อที่ให้เมมโมรี่มากับเครื่องมากที่สุด น่าดีใจแทนผู้ใช้จริงๆ
กูรูฟันธง
เมื่อเทียบราคาของ J600 และ E250 ตอนวางขายใหม่ๆ เหมือนกัน ถ้าข้อมูลผมไม่ผิด รุ่นนี้มีราคาสูงกว่านิดหน่อย อาจเพราะว่าเสียต้นทุนไปกับค่าปุ่มกดแบบสัมผัสหรือทัช เซ็นซิทีฟก็เป็นได้ เสียดายว่าฟังก์ชั่นหลายอย่างถูกลดทอนลงไป ไม่อย่างนั้นจะเรียกว่าเป็นรุ่นที่ทดแทนกันได้พอดี ด้วยเหตุนี้ ซีรี่ยส์ เจ แบบสไลด์จึงเหมาะกับผู้ที่ชอบความแปลกใหม่ด้านการใช้งานโทรศัพท์ในราคาไม่สูงเกินไปครับ
ข้อดี
- ปุ่มกดแบบสัมผัสให้ความแปลกใหม่ (แต่ไม่เด่นด้านการใช้งาน)
- จอแสดงผลแบบทีเอฟที 65,536 สี
- วิทยุเอฟเอ็ม พร้อมการบันทึกช่อง 30 สถานี
- กล้องดิจิตอล 1.3 ล้านพิกเซล และมีการถ่ายวิดีโอคลิป
- เพิ่มหน่วยความจำจากไมโครเอสดี
- เชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 1.2
- บล็อคเบอร์ได้เหมือนซัมซุงรุ่นก่อนๆ
ข้อเสีย
- ไม่มีเอดจ์
- เลือกหน่วยความจำในการบันทึกไฟล์ภาพนิ่งและวิดีโอไม่ได้
- สั่นพร้อมเสียงในการเตือนสายเข้าไม่ได้
- ไม่มีโพรไฟล์เอทูดีพีสำหรับบลูทูธ
- พิมพ์โน้ตย่อได้ 100 ตัวอักษรในหนึ่งรายการเท่านั้น
|