Samsung i300 - ซัมซุง
สัดส่วนภายนอก
ถ้าตัวไอ (i) ที่อยู่หน้ารหัสเครื่องจะมีความหมาย ผมว่ามันต้องสื่อถึงอินเทลลิเจนซ์
(Intelligence) ที่แปลว่าความฉลาดปราดเปรียวแน่นอน เพราะไอ 300 ตัวนี้ผสมผสานความสุดยอดด้านต่างๆ
เข้าไว้อย่างลงตัวที่สุดครับ
ส่วนประกอบของรุ่นถือว่าเยอะมากๆ จนผมแทบจะไม่อยากเขียนให้หมด เพื่อไม่กินเนื้อที่เราควรเริ่มเลยดีกว่านะ
ด้านหน้าครับ ไล่มาตั้งแต่บนสุดเราจะเห็นลำโพงที่ขนาบไว้ด้วยไฟกะพริบสองฝั่ง
ลงมาเป็นหน้าจอ และปุ่มกดที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรแตกต่าง จริงแล้วปุ่มบังคับทิศทางอันนี้ใช้กดได้
5 ทิศ หรือจะใช้เป็นการหมุนแบบวงเหมือนกับเครื่องเล่นเพลงไอพอดนั่นแหละ ซึ่งทำให้เราเลือกเมนูที่เป็นแนวตั้งได้รวดเร็วกว่าเดิม
หรือใครถนัดที่จะกดแบบเดิมก็ไม่มีปัญหา
ด้านซ้ายเป็นส่วนของปุ่มอีกมากมายไม่แพ้ด้านขวา
บนสุดเป็นช่องเสียบหูฟังที่มีจุกปิด ปุ่มรับคำสั่งเสียง ปุ่มเปิดโหมดเล่นเพลงจากซัมซุง
มีเดีย และปุ่มปรับเสียงขึ้นลงครับ
ในฝั่งตรงข้ามจะมีปุ่มเข้าสู่โหมดโทรศัพท์ สามารถเลือกเปลี่ยนโพรไฟล์ ปิดเครื่อง
หรือล็อคปุ่มได้ทั้งหมด ถัดมาคือปุ่มล็อคเครื่องโดยการกดค้าง
กลออกไปเป็นปุ่มเปิดโหมดกล้องและชัตเตอร์
สุดท้ายคือสล็อตใส่ไมโครเอสดี การ์ดที่ปิดไว้ด้วยจุกยางเช่นกัน
ส่วนหัวของเครื่องเห็นจะเป็นพอร์ทอินฟราเรดแอบอยู่ ไล่ลงมาที่ด้านหลังเป็นเลนส์กล้อง
แฟลช ลำโพงคู่แบบสเตอริโอ ตัวล็อคแบต และแบตเตอรี่ที่ใช้เป็นฝาหลังไปในตัว
หากเราใช้แบตแบบมาตรฐาน เมื่อประกบลงไปแล้วจะพอดีกับส่วนบนเป๊ะ แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นแบตใหญ่อีกก้อนที่แถมมาให้
จะเห็นได้ว่าเกิดอาการตูดป่องอย่างเห็นได้ชัดเจน ชำแหละเครื่องใน
ไอ 300 มีระบบปฏิบัติการอัจฉริยะอย่างวินโดวส์ โมบาย สำหรับสมาร์ทโฟน
2003 เอดิชั่น 2 เวอร์ชั่น 4.21 ฝังอยู่ ทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมการทำงานของซอฟท์แวร์ภายในทั้งหมด
ทั้งรองรับการลงโปรแกรมเพิ่มไม่ต่างจากซิมเบียนยอดฮิต อีกส่วนเป็นตัวประมวลผล
โดยซัมซุงเลือก อินเทล เอ็กซ์สเกล 416 เมกะเฮิร์ตซ์มาเป็นขุมพลังให้ครับ
หน่วยความจำในตัวเห็นจะเป็นเรื่องที้น่าทึ่งที่สุด
ความจุของมันเรียกได้ว่าเป็นฮาร์ดดิสก์ขนาดย่อมเลยทีเดียว เนื่องจากเก็บไฟล์ต่างๆ
ได้มากถึงเกือบ 3 กิกะไบต์ด้วยกัน พร้อมพื้นที่ในเครื่องต่างหากอีกเกือบ
60 เม็ก ทีนี้ไม่ว่าจะเป็นหนังทั้งเรื่อง เพลง หรือรูปถ่ายเป็นพันก็ยัดลงไปได้แบบไร้ข้อกังขา
ยังไม่พอนะ เรายังหาซื้อการ์ดไมโครเอสดีมาใส่เพิ่มเข้าไปได้อีก อึ้งไหมล่ะครับท่าน
สิ่งที่ดูแล้วทันสมัยอีกอย่างคือระบบการสั่งงานด้วยเสียงนั่นเอง
ไอ 300 สามารถรับคำสั่งเสียงของผู้ใช้ โดยไม่ต้องบันทึกไว้ก่อน เพียงแต่กดปุ่มรับเสียงแล้วพูดลงไปเป็นภาษาอังกฤษ
เครื่องก็จะเปิดเมนูนั้นๆ ให้ทันที วิธีเดียวกันนี้ยังใช้ได้กับรายชื่อในสมุดโทรศัพท์อีกต่างหาก
ตัวเล่นเพลงเห็นจะมีอะไรทับซ้อนกันซะแล้ว
เพราะภายใน ไอ 300 ประกอบไปด้วยวินโดวส์ มีเดีย เพลเยอร์ที่เป็นของวินโดวส์เดิม
และซัมซุง มีเดียอีกตัว ซึ่งทำหน้าที่ไม่ได้แตกต่างกันเลย
อย่างเดียวที่ผมอยากรู้ในตอนนี้คือ คุณภาพของเสียงที่เล่นผ่านหูฟังออกมาจะเป็นอย่างไร
อันนี้ต้องรอทางว้อท โฟนเค้าเทสท์แบบละเอียดอีกทีล่ะเนอะ
กล้องของรุ่นนี้เด่นตรงเรื่องการถ่ายวิดีโอด้วย เพราะถ่ายกันได้จนกว่าหน่วยความจำ
3 กิ๊กนั่นจะเต็มเลย คิดจะเอาไปถ่ายหนังสั้นส่งประกวดก็ไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ภาพอาจจะด้อยไปหน่อยเท่านั้นเอง ส่วนกล้องธรรมดาจะมีความละเอียดที่
1.3 เมกะพิกเซล พร้อมลูกเล่นที่ไม่น้อยไปกว่ากล้องจริงซักนิด
สิ่งที่ผมจะได้ใช้ประโยชน์กับมันอีกอย่างคือ
การซิ้งค์อีเมล์ออกมาจากไมโครซอฟท์ เอาท์ลุคที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ ทำให้การอ่านอีเมล์ไม่ถูกจำกัดไว้กับเครื่องคอมอีกต่อไป
จอแสดงผลนี่เหลือเกินจริงๆ ครับ
ด้วยความละเอียด 240 x 320 พิกเซล ชนิดทีเอฟทีสองแสนกว่าสี เล่นทั้งภาพเคลื่อนไหว
ภาพนิ่ง และใช้เป็นช่องมองภาพได้อย่างเรียบเนียน
และด้วยจอที่ไม่ใหญ่เหมือนกับพ็อกเก็ต พีซี โฟนทำให้จำนวนพิกเซลบีบอัดกันอยู่ในพื้นที่จำกัด
จึงแสดงผลได้ยอดเยี่ยมสุดๆ
ครับ กูรูฟันธง
ถ้าให้ฟันธงไปเลยว่ารุ่นนี้เหมาะกับใคร ผมว่าต้องเป็นพวกที่ชอบฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจและมีเพลงเป็นสต็อค
จะให้พกอุปกรณ์อย่างเครื่องเล่นเพลงไปด้วยคงเกะกะเกินไป อีกทั้งเอาหน่วยความจำที่เป็นฮาร์ดดิสก์ไปเก็บไฟล์อื่นได้อีกโดยไม่ต้องกลัวเต็ม
ผมค่อนข้างประทับใจกับรุ่นนี้นะ ทั้งที่ได้เล่นเพียงไม่นานเท่านั้นเอง
ส่วนตัวคิดว่าถ้าราคาไม่แพงเว่อร์ก็ยังคงเชื่อใจกับแบรนด์นี้ได้ครับ
ข้อดี
มีหน่วยความจำขนาดใหญ่มาก
จอแสดงผลละเอียดและสวยงามมาก
กล้องดิจิตอล 1.3 ล้านพิกเซล
ระบบรับคำสั่งเสียงที่ยอดเยี่ยม
โปรแกรมมีเดีย เพลเยอร์ที่ครบเครื่อง
มีทั้งบลูทูธและอินฟราเรด
ซิ้งค์ข้อมูลกับคอมพิวเตอร์ได้อย่างสะดวก
ข้อเสีย
ตัวเครื่องขนาดใหญ่ไปนิด
แบตขนาดพิเศษทำให้ตัวเครื่องหนาขึ้นไปอีก
ไม่รองรับการเชื่อมต่อด้วยเอดจ์
ต้องคอยปิดโปรแกรม ไม่อย่างนั้นเครื่องจะอืด |