Samsung F500 - ซัมซุง
สัดส่วนภายนอก
จะว่าไปแล้ว F500 มันก็คือ F300 ขยายขนาด สังเกตให้ดีจะเห็นว่าส่วนประกอบของทั้ง 2 รุ่นแทบจะเหมือนกันทั้งหมด กระนั้นเอง ถ้าพินิจพิจารณาดูอย่างลึกซึ้ง ความแตกต่างมันมีอยู่แล้ว อย่างตรงจอแสดงผลของรุ่นพี่จะหมุนได้ ส่วนรุ่นน้องเป็นแท่งแข็งๆ ประโยชน์ของมันก็เพื่อใช้ในการตั้งวางเครื่องไว้บนโต๊ะสำหรับดูวิดีโอเป็นระยะเวลานานแค่นั้นเอง ผมยังมองไม่ออกว่ามันทำอะไรได้อีกไหม จะหมุนมาถ่ายภาพตัวเองก็ไม่ใช่ ดูเหมือนว่าซัมซุงจะเน้นเรื่องดีไซน์มากกว่าประโยชน์ใช้สอยจริง
 |
ด้วยเหตุที่มันมีสองหน้า แบตเตอรี่และช่องเสียบซิมการ์ดจึงต้องโดนอัปเปหิไปอยู่ที่อื่น ฝาหลังของรุ่นนี้ไม่มี แท่งพลังงานของมันจึงอยู่ภายใน ถ้าจะเปลี่ยนแบตทีก็ต้องเลาะเครื่องออกมาให้หมด และถ้าเกิดฉุกเฉินเครื่องค้างขึ้นมาจริงๆ เราคงถอดแบตเองไม่ได้ จึงต้องจิ้มรูรีเซ็ตที่ด้านข้างแทน ส่วนช่องใส่ซิมการ์ดจะแอบไปอยู่ตรงข้อต่ออย่างเนียน นอกจากนี้ ลำโพงของ F500 ยังมีตัวเดียว จะเล่นเพลง ริงโทน หรือใช้คุยก็ต้องใช้ไอ้ตัวที่อยู่เหนือจอเท่านั้น เวลาวางกับโต๊ะ ผมจึงแนะว่าให้วางหน้าโทรศัพท์ขึ้น แล้วเอาหน้าของเครื่องเล่นมีเดียไว้ด้านล่างดีกว่า เพราะเสียงจะได้ออกมาอย่างชัดเจน
 |
ความพิเศษเหนือมือถือทั่วไปก็คือ รุ่นนี้จะมีปุ่มล็อคปุ่มกดที่ใช้เลื่อนเอา ซึ่งอีกฝั่งหนึ่งจะเป็นปุ่มสวิตช์หน้าจอ สมมุติว่าเราใช้หน้าจอโทรศัพท์อยู่ และต้องการเปลี่ยนไปใช้หน้าเครื่องเล่น ก็เลื่อนปุ่มนี้หนึ่งกิ๊กแค่นั้นเอง ถัดมาในฝั่งเดียวกันก็เป็นช่องเสียบไมโครเอสดี และปุ่มชัตเตอร์ ส่วนปุ่มมีเดียนั้นทำงานแบบสัมผัสเช่นเคย โดยใช้กดเอาอย่างเดียว หรือเลื่อนเหมือนคลิกวีลของไอพอดก็ได้ แต่นี่ไม่ได้หมุนรอบๆ แค่นั้นเอง อาศัยการถูกเอามากกว่า ถูไปทางซ้าย ทางขวา หรือจะถูกลงจะปุ่มทั้งสองฝั่ง
 |
ชำแหละเครื่องใน
มีเรื่องให้พูดถึงมากมาย ผมล่ะงงกับ F500 หลายอย่างเหมือนกัน อย่างแรกคือ ทำไมมันไม่มีวิทยุใส่มาให้ ทั้งที่จะทำตัวเป็นเครื่องเล่นมีเดียแบบพกพาแท้ๆ อย่างที่สองคือ เครื่องเล่นเพลงดันปรับอีควอไลเซอร์แบบคัสตอมไม่ได้ ทำได้เพียงเปลี่ยนตัวพรีเซ็ตจากเครื่องแค่นั้น ในทางกลับกัน การเล่นไฟล์วิดีโอถือว่าทำได้ยอดเยี่ยม เพราะรองรับไฟล์หลายประเภท อย่างเช่น ดิฟเอ็กซ์ (โคเด็ค) ดับเบิ้ลยูเอ็มวีจากไมโครซอฟต์ และเอ็มพี 4 บวกกับการปรับอัตราส่วน (ratio) ของไฟล์วิดีโอไปในแบบที่เราต้องการ ซึ่งตอนนี้ยังไม่น่ามีรุ่นไหนทำได้เลยนะ
ความแปลกใจบังเกิดอีกครั้งเมื่อรู้ว่ารุ่นนี้พิมพ์ไทยไม่ได้ ไม่ว่าจะเครื่องจำหน่ายจริงหรือเครื่องทดสอบ กระนั้นก็ดี เราสามารถอ่านไฟล์เอกสารประเภทเวิร์ด เอ็กเซล หรือพีดีเอฟได้ และที่เจ๋งกว่าใครคือ การปรับขนาดของการแพนเอกสารไปยังส่วนต่างๆ ทำให้การเลื่อนดูเนื้อหาทำได้ง่ายขึ้นเยอะเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังต่อไปดูบนทีวีได้จากพอร์ตทีวีเอ๊าต์ซะด้วย ว่าแต่เขาแถมสายมาให้ไหมน้อ
ซัมซุงหลายรุ่นถ่ายภาพได้ชัดเจนมาก อย่าง F500 แม้จะเป็นโทรศัพท์ฟังเพลง ทว่าก็มีคุณภาพของรูปถ่ายที่ดีเยี่ยม ภาพจะออกไปทางคอนทราสต์หนัก ซึ่งยังไงก็ดีกว่าภาพมัวๆ ของโนเกียหลายรุ่นอยู่แล้ว ส่วนกล้องวิดีโอจะทำการเก็บภาพเคลื่อนไหวได้ที่ความละเอียดสูงสุด 320 x 240 พิกเซล
การเคลี่อนไหวในเมนูฝั่งเครื่องเล่นทำได้อย่างเนียนตา นี่คงเป็นเพราะได้รับอิทธิพลมาจากไอโฟนอีกเช่นเคย ส่วนฝั่งโทรศัพท์นั่นมีข้อจำกัดเยอะเหลือเกิน เพราะหน้าจอเล็ก ใช้เป็นช่องมองภาพในโหมดกล้องก็ไม่ได้ เปลี่ยนสกินก็ไม่ได้ แต่ดันใช้เล่นเว็บได้ ซึ่งก็ไม่สะดวกเท่าไหร่หรอก จอมันเล็กซะขนาดนั้น
อีกเรื่องที่ผมอยากจะชมคือ เสียงสนทนาของรุ่นนี้ดังโคตรเลยครับ และดังแบบแน่นๆ ไม่แตกพร่าเหมือนกับรุ่นเล็กจากค่ายนี้ นั่นเองเป็นอานิสงส์จากลำโพงชั้นดีที่ซัมซุงใส่มาให้ในมัลติมีเดียโฟนล่ะมั้ง
กูรูฟันธง
มีหลายประเด็นที่เล่นเอาผู้ใช้เสียอารมณ์ไปเหมือนกัน อย่างการไม่รองรับภาษาไทย การไม่มีวิทยุ ฯลฯ ทว่าถ้าคุณใช้งานมันในรูปแบบที่มันเป็น เช่น ใช้เป็นเครื่องเล่นเพลง ใช้ดูหนัง หรือใช้เพื่อความโก้เก๋ให้ดูแปลกแหวกแนว ผมรับรองว่าคุณถูกใจซัมซุงตัวนี้แน่ อีกอย่างคือตอนนี้ราคามันลดลงมาแล้วด้วย ถือเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคุณจะได้ใช้ของดีราคาถูกแล้ว
ข้อดี
- มีจอใหญ่สำหรับดูไฟล์วิดีโอ
- หน่วยความจำในตัว 350 เมกะไบต์ และยังเพิ่มได้อีก
- กล้องดิจิตอล 2 เมกะพิกเซล
- ปุ่มกดแบบสัมผัสและถูได้
- รองรับไฟล์วิดีโอมากมาย
- ต่อภาพออกจอโทรทัศน์ด้วยทีวีเอ๊าต์
- รองรับเอดจ์และบลูทูธ
ข้อเสีย
- ขาดการรองรับภาษาไทย
- การเล่นเน็ตกับเบราเซอร์บนจอเล็กจิ๋ว
- การบล็อคเบอร์ (Reject list) หายไป
- มีจอสองฝั่ง หมุนได้ แต่หมุนมาถ่ายภาพตัวเองไม่ได้
- อัดเสียงระหว่างใช้สายไม่ได้
- ไม่มีวิทยุเอฟเอ็ม
- ปรับอีควอไลเซอร์แบบคัสตอมไม่ได้
|