Samsung F300 The Ultra Music
จอแสดงผลด้านหน้ามีความละเอียดเพียง 176 x 65 พิกเซลเท่านั้น โดยใช้จอแสดงผลแบบ TFT แสดงผลได้ 262,144 สี จอแสดงผลด้านหน้านี้จึงเหมาะสำหรับการใช้งานโทรศัพท์พื้นฐาน เช่นเปิดสมุดโทรศัพท์ ส่งข้อความ SMS ตั้งค่าโทรศัพท์เป็นต้น
Physical Overview
แผงปุ่มกดใต้จอแสดงผลด้านหน้ามีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ รวมไปถึงปุ่มควบคุมทิศทางแบบ 5 ทิศ เพราะมีพื้นที่เหลือมาก จากจอแสดงผลที่มีขนาดเล็ก มีไฟส่องสว่างใต้ปุ่มกดเป็นสีขาว
สำหรับจอแสดงผลด้านหลังที่มีขนาดใหญ่กว่าด้านหน้ามาก มีขนาด 176 x 220 พิกเซลแบบ TFT แสดงผลได้ 262,144 สีเช่นกัน จึงแสดงผลในฟังก์ชั่นมัลติมีเดียได้อย่างเต็มตา ทั้งการเปิดเล่นเพลง รายละเอียดการใช้งานจะกล่าวในหน้าถัดไป
ปุ่มกดใต้จอแสดงผลเป็นแบบ 5 ทิศเช่นกัน แต่จะไว้ใช้สำหรับควบคุมทิศทางเมนูด้านมัลติมีเดีย และเป็นปุ่มควบคุมเครื่องเล่นเพลง โดยปุ่มทั้ง 4 ทิศเป็นปุ่มแบบสัมผัส นอกจากนี้ที่มุมทั้ง 4 ของปุ่มแบบสัมผัสยังสามารถกดเพื่อใช้งานอื่นๆ ได้เช่นกัน ติดตามอ่านรายละเอียดได้ในหน้าถัดไป ส่วนปุ่มตรงกลางยังเป็นปุ่มแบบธรรมดา ซึ่งจะต้องออกแรงกดลงไปเพียงเล็กน้อย
กล้องดิจิตอลความละเอียด 2 ล้านพิกเซลอยู่เหนือจอแสดงผลด้านหน้า ใกล้กับช่องลำโพงสนทนาซึ่งเป็นลำโพงเสียงเรียกเข้าไปด้วยในตัว ตัวกล้องดูคล้ายกับกล้องดิจิตอลตัวที่สองเหมือนกับรุ่นอื่นๆ แต่นี่แหละคือกล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซลของรุ่นนี้
ด้านข้างซ้ายมีสวิตซ์ล็อคปุ่มกด เมื่อเลื่อนไปยังตำแหน่งล็อคก็จะมีแถบสีแดงแสดงอยู่ ถัดลงมามีปุ่มสลับการทำงานระหว่างโทรศัพท์ที่อยู่ด้านหน้า และหากกดลงไปก็จะสลับไปใช้งานที่ด้านหลัง
ถัดลงมาทางด้านซ้ายมีช่องสำหรับใส่การ์ดหน่วยความจำแบบ microSD และถัดลงไปอีกก็จะมีช่องเสียบชุดหูฟังแบบสเตอริโอ ซึ่งใช้เป็นช่องเสียบสายชาร์จแบตเตอรี่ และสายดาต้าลิงค์ไปด้วยในตัว ทั้งสองช่องมีแถบพลาสติกปิดป้องกันฝุ่นละอองเป็นอย่างดี
ด้านข้างขวามีปุ่มปรับระดับเสียง และปรับระดับเสียงในโหมดต่างๆ ถัดลงมามีปุ่มสำหรับรีเซ็ตเครื่องเมื่อเกิดอาการค้าง มีลักษณะเป็นรูเล็กๆ ซึ่งอาจจะต้องใช้ปลายปากกา หรือเข็มกดลงไป
เนื่องจากตัวเครื่องไม่สามารถเปิดแบตเตอรี่ได้เหมือนกับรุ่นอื่น ช่องเสียบซิมการ์ดจึงอยู่ที่ด้านข้างขวา มีฝาปิดป้องกันการหลุดเหมือนกับช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำ
ด้านล่างมีหน้าสัมผัสสำหรับเสียบกับซองหนัง ซึ่งมีแบตเตอรี่ภายนอกซ่อนอยู่ภายในซองหนัง จึงทำให้ใช้งานได้นานขึ้นอีกเท่าตัวเลยทีเดียว
Dual Face Design
อาจจะดูแปลกสำหรับ Samsung F300 เมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ แต่ก็นับว่าเป็นอีกความคิดที่แยกการทำงานระหว่างการใช้งานโทรศัพท์พื้นฐาน และฟังก์ชั่นในโหมดมัลติมีเดียออกจากกันอย่างสิ้นเชิง โดยแยกโทรศัพท์ไว้ด้านหน้า ย้ายมัลติมีเดียไปไว้ที่ด้านหลัง จึงทำให้มีพื้นที่ใช้งานในโหมดนั้นๆ ได้อย่างเต็มที่ ในส่วนด้านหน้ามีปุ่มตัวเลขขนาดใหญ่ สั่งงานสะดวกด้วยปุ่ม 5 ทิศทางขนาดใหญ่ และไม่จำเป็นต้องใช้จอแสดงผลที่ใหญ่มากนัก อาจจะแสดงผลเพียงแค่ตัวเลขโทรออก เขียนข้อความ หรืออ่านข้อความเป็นต้น แต่ในส่วนของมัลติมีเดียนั้นจะต้องใช้จอแสดงผลขนาดใหญ่ และมีปุ่มควบคุมเครื่องเล่นเพลง ซึ่งทาง Samsung เองก็เลือกที่จะใช้ปุ่มแบบสัมผัสที่ให้ความสะดวกกว่า การใช้งานระหว่างทั้งสองด้านก็เพียงแค่กดปุ่มสลับโหมดการใช้งานที่ด้านข้างเท่านั้นเอง
The Ultra Music
เมื่อพลิกมาทางด้านหลังของ Samsung F300 ก็จะพบกับคำว่า The Ultra Music โดดเด่นอยู่เหนือจอแสดงผล เพราะด้านหลังนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ฟังเพลงโดยเฉพาะ แต่ก็พ่วงมาด้วยฟังก์ชั่นอื่นๆ ที่จะกล่าวต่อไป สำหรับเมนูเครื่องเล่นเพลงเมื่อเปิดหน้าจอด้านหลังก็จะอยู่ที่เมนูแรกสุด การสั่งงานอย่างที่ได้กล่าวไป คือจะต้องใช้ปุ่มแบบสัมผัส ซึ่งจะปรากฎสัญลักษณ์ปุ่มควบคุมเครื่องเล่นเพลงทั้ง 4 เมื่อมีไฟติด เมื่อต้องการเปิดเล่นเพลงก็เพียงแค่กดปุ่มเล่นเพลงตรงกลาง เพลงก็จะเริ่มบรรเลงทันที หน้าตาเครื่องเล่นเพลงอาจจะต่างจาก Samsung รุ่นอื่นๆ เล็กน้อย เพราะรุ่นนี้สามารถแสดงภาพศิลปินอยู่ตรงกลางหน้าจอ เมื่อไฟล์เพลงเหล่านั้นได้ทำการแนบภาพศิลปินมาไว้รวมกับไฟล์เพลง การฟังเพลงก็เหมือนกับรุ่นอื่นๆ คือรองรับทั้งชุดหูฟังโดยใช้สายแบบสเตอริโอ หรือชุดหูฟังบลูทูธไร้สายแบบสเตอริโอ แต่หากต้องการเปิดฟังผ่านลำโพงของตัวเครื่องแบบโมโนก็ทำได้เช่นกัน
 |
ปุ่มแบบสัมผัสของรุ่นนี้อาจจะดูธรรมดา แต่ถ้าได้ลองสัมผัสแล้วจะรู้เลยว่ามันไม่ธรรมดา เพราะที่มุมทั้ง 4 สองปุ่มสัมผัสยังทำหน้าที่เลื่อนเมนูขึ้น หรือลง มีโหมดการสั่งงานโดยการสัมผัสแล้วลากนิ้ว หากสัมผัสจากมุมบนด้านขวา แล้วลากนิ้วไปมุมบนด้านซ้าย หรือจากมุมล่างด้านขวา ไปยังมุมล่างด้านซ้าย จะเป็นการเปิด Content หรือเปิดดูรายชื่อเพลงทั้งหมด หากลากนิ้วมือจากมุมบนด้านซ้ายไปยังมุมบนด้านขวา หรือจากมุมล่างด้านซ้าย ไปยังมุมล่างด้านขวาก็จะเป็นการเปิดการตั้งค่าเครื่องเล่นเพลง และใช้ปุ่มสัมผัสที่มุมบน หรือล่างในการเลื่อนเมนู อธิบายอย่างนี้อาจะไม่เข้าใจ หรือจำไม่ได้ แต่ไม่เป็นไร เพราะในเมนูการตั้งค่าจะมีการสอนการใช้งานปุ่มสัมผัสมาให้ หากซื้อไปใช้แล้วคิดไม่ออก บอกไม่ถูกก็เข้าไปที่เมนู Tutorial เพื่อหัดใช้งานได้เลย
 |
 |
สำหรับการตั้งค่าเครื่องเล่นเพลงก็มีโหมดการเล่นเพลงแบบ Repeat ( เล่นซ้ำ) หรือแบบ Shuffle ( เล่นสุ่ม) มีระบบเพิ่มเสียง 3 มิติ ปรับ Equalizer เสียงได้มากถึง 8 แบบ จะเลือกเสียงแบบ Rock, Bass, Live, Dance, Pop, Full treble, Jazz, Classical ก็ได้ตามใจชอบ สามารถเลือกให้แสดง หรือไม่ให้แสดงภาพศิลปินขณะเล่นเพลงก็ได้ เมื่อไม่ได้กดปุ่มใดๆ ขณะเล่นเพลง จอแสดงผลก็จะดับลงเพื่อประหยัดพลังงาน แต่หากต้องการเปิดหน้าจอเครื่องเล่นเพลงก็จะต้องกดที่ปุ่มเล่นเพลงตรงกลางเท่านั้น หากกดปุ่มแบบสัมผัสเครื่องจะไม่ทำงาน หากต้องการใช้งานโทรศัพท์ก็สามารถกดปุ่มเพื่อไปใช้งานที่จอแสดงผลด้านหน้าได้เลยทันที โดยที่เพลงก็ยังคงเล่นต่อเนื่องไม่มีสะดุด แต่จะหยุดเองโดยอัตโนมัติก็ต่อเมื่อมีสายเข้ามาเท่านั้น และหากใส่ซองหนังที่มีแบตเตอรี่ในตัวขณะเล่นเพลงก็จะยิ่งทำให้เล่นเพลงต่อเนื่องได้นานยิ่งขึ้นอีกด้วย
2 Mega Pixels Digital Camera
เลนส์รับภาพกล้องดิจิตอลความละเอียด 2 ล้านพิกเซลอยู่เหนือจอแสดงผลด้านหน้า ซึ่งดูคล้ายกับเลนส์รับภาพกล้องดิจิตอลตัวที่สองของรุ่นอื่นๆ แต่ในความจริงแล้ว เลนส์รับภาพที่อยู่ด้านหน้านี้จะใช้จอแสดงผลด้านหลังเป็นช่องมองภาพ เพราะมีจอแสดงผลที่ใหญ่กว่า หรือหากจะใช้จอแสดงผลด้านหน้าถ่ายภาพตัวเองก็ได้ ซึ่งจะมีขนาดเล็กกว่า
 |
ปุ่มลัดสำหรับการถ่ายภาพของรุ่นนี้ไม่มี จึงต้องกดปุ่มสลับไปใช้งานที่จอแสดงผลด้านหลัง แล้วเลือกเมนูกล้องถ่ายภาพ หากต้องการตั้งค่าถ่ายภาพก็จะต้องใช้นิ้วแตะที่ปุ่มแบบสัมผัสมุมบนด้านขวา หรือมุมล่างด้านขวา แล้วลากนิ้วไปยังมุมด้านซ้าย มีให้เลือกการปรับคุณภาพของภาพ 3 ระดับ ตั้งปิดเสียงชัตเตอร์ หรือเลือกได้ 3 แบบ หากกดปุ่ม Options ก็มีให้เลือกขนาดของภาพที่ 1600 x 1200 พิกเซล หรือ 2 ล้านพิกเซล หรือจะเลือกขนาดต่ำลงมาก็มีที่ขนาด 1280 x 960, 800 x 600, 640 x 480 และ 320 x 240 พิกเซล ซูมภาพแบบดิจิตอลได้สูงสุด 2 เท่า ตั้งเวลาถ่ายภาพได้ 3, 5 หรือ 10 วินาที มีเอฟเฟ็คท์สีให้เลือกแบบ Black & White, Sepia, Negative และ Moon light มีกรอบภาพเหมือนกับการถ่ายสติ๊กเกอร์ให้เลือกมากมายถึง 29 แบบ แต่ขนาดของภาพจะถูกลดลงมาที่ 176 x 144 พิกเซล ตั้งค่า ISO ได้โดยอัตโนมัติ หรือจะเลือกเองได้ที่ 100, 200, 400 ความชัดเจนของภาพถือว่าทำได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว แต่สีสันก็ยังคงดูซีดกว่าความเป็นจริงเล็กน้อยตามสไตล์ Samsung
 |
 |
ภาพตัวอย่างจากกล้อง |
ส่วนการถ่ายคลิปวิดีโอก็สามารถถ่ายได้นานจนกว่าหน่วยความจำจะเต็ม ที่ความละเอียดสูงสุด 320 x 240 พิกเซล หรือจะเลือกขนาดที่เล็กลงมาเพื่อให้ใช้พื้นที่หน่วยความจำน้อยลงที่ความละเอียด 176 x 144 หรือ 128 x 96 พิกเซล มีการตั้งค่า White Balance หรือเอฟเฟ็คท์สีเหมือนกับการถ่ายภาพนิ่ง สำหรับการบันทึกทั้งภาพนิ่ง หรือภาพเคลื่อนไหวจะไม่สามารถบันทึกลงการ์ดหน่วยความจำโดยตรงได้ จะต้องบันทึกลงในหน่วยความจำเครื่องขนาด 128 MB แล้วจึงย้ายไฟล์ไปเก็บยังการ์ดหน่วยความจำ microSD ภายหลัง
FM Stereo Radio
การใช้งานวิทยุ FM แบบสเตอริโอจะต้องสลับหน้าจอไปยังด้านหลังเพื่อเปิดใช้งาน โดยจะต้องเสียบสายชุดหูฟังเอาไว้เพื่อรับสัญญาณไปด้วยในตัว มีระบบค้นหาคลื่นที่ชัดเจน พร้อมทั้งบันทึกสถานีให้โดยอัตโนมัติ หรือจะค้นหาคลื่นแล้วบันทึกเองภายหลังได้ สามารถฟังวิทยุผ่านชุดหูฟัง หรือเปิดฟังผ่านลำโพงของตัวเครื่องก็ได้ นอกจากนี้แล้วยังมีฟังก์ชั่นสำหรับตั้งเวลาเตือนเพื่อให้เปิดวิทยุ โดยใส่คลื่นวิทยุ และเวลาที่ต้องการลงไป เมื่อถึงเวลาก็จะมีเสียงเตือนให้รับฟังวิทยุตามที่ได้ตั้งเอาไว้ สำหรับการฟังวิทยุที่จอด้านหน้าก็สามารถกดปุ่มเพื่อสลับมาใช้งานที่จอแสดงผลด้านหน้าได้โดยที่วิทยุก็ยังคงเปิดอยู่อย่างต่อเนื่อง
 |
Mobile Tracker
ฟังก์ชั่น Mobile Tracker มีใน Samsung หลายรุ่นแล้ว และถือว่าตอนนี้มีเฉพาะยี่ห้อ Samsung เจ้าเดียวที่เค้ามีฟังก์ชั่นนี้มาให้ในเครื่องเลย หลัการทำงานคร่าวๆ ของฟังก์ชั่น Mobile Tracker คือเมื่อเราทำการตั้งค่าเรียบร้อยแล้ว โทรศัพท์มือถือถูกโจรขโมย หรือมีคนอื่นหยิบไปโดยไม่ขออนุญาต แล้วเครื่องถูกใส่ซิมการ์ดอื่นเข้าไป ตัวเครื่องจะส่งข้อความไปยังหมายเลขที่เราได้ทำการตั้งค่าไว้ตั้งแต่แรก โดยที่หัวขโมยไม่มีทางรู้ได้เลยว่าข้อความถูกส่งออกไป จากนั้นเราก็สามารถตามหัวขโมยได้อย่างไม่ยากเย็นนัก โดยมีหมายเลขโทรศัพท์ของหัวขโมยที่ส่งข้อความออกมาให้เราติดตามได้ สำหรับการตั้งค่าก็จะต้องใส่รหัสเพื่อเข้าไปแก้ไขการตั้งค่าฟังก์ชั่น Mobile Tracker ในช่อง Recipients ให้ใส่หมายเลขโทรศัพท์ที่ต้องการให้เครื่องส่งข้อความ SMS ไป สามารถใส่ได้สูงสุด 2 หมายเลข ในช่อง Sender ให้ใส่ชื่อของเจ้าของเครื่อง และในช่อง Message ก็ให้ใส่รายละเอียดของข้อความที่จะถูกส่งออกไป เมื่อตั้งค่าเรียบร้อยแล้วก็กดบันทึก จากนั้นเมื่อซิมการ์ดใบใหม่ถูกใส่เข้าไปใน Samsung F300 ก็จะส่งข้อความ SMS ไปยังหมายเลขที่ได้ตั้งค่าเอาไว้ คราวนี้โทรศัพท์มือถือราคาแพงหายก็สามารถติดตามได้ง่ายๆ ด้วยฟังก์ชั่น Mobile Tracker
 |
Privacy Management
นอกจากระบบความปลอดภัยจากฟังก์ชั่น Mobile Tracker แล้ว ยังสามารถป้องกันการเข้าใช้งานเมนูข้อความ, เมนูจัดการไฟล์ หรือจะล็อคการใช้งานในทุกเมนู ซึ่งจะต้องป้อนรหัสส่วนตัวก่อน จึงจะใช้งานได้ ป้องกันการลักลอบใช้งาน หรือขโมยข้อมูลต่างๆ ในตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี สามารถตั้งค่าใช้งานได้โดยเข้าไปที่เมนู Security แล้วเลือก Privacy แล้วตั้งค่าเลือกรหัสใหม่ จากนั้นเมื่อเข้าไปยังเมนูต่างๆ ที่ตั้งค่าไว้ก็จะต้องใส่รหัสผ่านก่อนเสมอ ดังนั้นข้อมูลลับต่างๆ ในเครื่องก็ปลอดภัยจากบุคคลภายนอกแล้ว
Connectivity
ระบบการเชื่อมต่อไร้สายของ Samsung F300 ก็สามารถใช้เทคโนโลยีไร้สายบลูทูธที่รองรับทั้งการรับส่งข้อมูลระหว่างเครื่อง, รองรับชุดหูฟังสนทนาแบบธรรมดา หรือชุดหูฟังไร้สายแบบสเตอริโอสำหรับการฟังเพลงโดยเฉพาะ ส่วนการใช้งานผ่านสายดาต้าลิงค์แบบ USB ก็สามารถเลือกได้ว่าจะใช้งานร่วมกับโปรแกรม PC Studio ของ Samsung หรือจะใช้หน่วยความจำเป็น Mass Storage ก็ได้เช่นกัน ส่วนการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตก็รองรับทั้งเครือข่าย GPRS หรือ EDGE ที่มีความเร็วสูงกว่า ในอัตราค่าบริการเดียวกันกับ GPRS เพียงแค่อยู่ในพื้นที่ให้บริการเท่านั้น หรือจะใช้โทรศัพท์มือถือเป็นโมเด็มเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ก็ได้เช่นกัน หากจะใช้งาน WAP ก็จะต้องสลับหน้าจอไปใช้งานที่ด้านหลัง เพราะมีจอแสดงผลที่ใหญ่กว่า
 |
Organizer & Picture Phonebook
สำหรับระบบออร์กาไนเซอร์ของรุ่นนี้ถูกตัดไปหลายฟังก์ชั่น อาจเป็นเพราะหน้าจอด้านหน้าที่มีความละเอียดจำกัด จึงเหลือให้ใช้งานเพียงระบบบันทึกเสียงเตือนความจำได้นาน 60 นาที, โปรแกรมเทียบเวลาทั่วโลก, นาฬิกาปลุก 2 เวลา เลือกวันปลุกได้, นาฬิกาตั้งเวลา, นาฬิกาจับเวลา, บันทึกเตือนความจำ และปฏิทินแสดงผลได้เป็นแบบรายวัน
ส่วนฟังก์ชั่นในสมุดโทรศัพท์ก็มีให้บันทึกรายละเอียดต่างๆ ทั้งภาพผู้โทร เลือกเสียงเรียกเข้าเฉพาะชื่อ เลือกกลุ่มผู้โทร โดยสามารถบันทึกได้มากถึง 1000 รายชื่อในตัวเครื่อง เนื่องจากหน้าจอด้านหน้ามีขนาดค่อนข้างเล็ก เมื่อมีสายเรียกเข้า ภาพผู้โทรก็จะแสดงเป็นภาพเล็กตามไปด้วย
Final Opinion & Conclusion
ได้สัมผัสเองกับมือถึงรู้ว่า Samsung F300 เจ๋งจริงสมกับที่ได้ยินมา มีเครื่องเดียวเหมือนกับพกสองเครื่อง ใช้งานในโหมดโทรศัพท์พื้นฐาน จะฟังเพลง ฟังวิทยุ หรือถ่ายรูปก็พลิกกลับมาอีกด้าน แยกการทำงานอย่างอิสระ แถมมีซองหนังป้องกันรอยขีดข่วนตัวเครื่องพร้อมกับมีแบตเตอรี่ในตัวที่ช่วยยืดเวลาการฟังเ พลงไปได้อีกตั้งเท่าตัว จะใช้อินเตอร์เน็ตก็รองรับเทคโนโลยี EDGE ความเร็วสูง ราคาเปิดตัวของรุ่นนี้อยู่ที่หมื่นกลางๆ ถ้าหากถูกอกถูกใจดีไซน์ที่ไม่เหมือนใครแบบนี้ก็ไปหาซื้อได้เลย มีจำหน่ายแล้ว แต่ถ้าซื้อมาแล้วอย่าลืมเข้าฟังก์ชั่นมือใหม่หัดใช้ในโหมด Tutorial ก่อนล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน
หน้าจอโทรศัพท์ |
หน้าจอเครื่องเล่นเพลง |
 |
| จอด้านหน้าเมื่อเปิดเครื่องรอรับสาย |
 |
|
อ่านภาพข้อความ MMS ไม่ได้สัดส่วน |
 |
| เลือกตัวเลขแบบสีได้ |
|
|
|
|
|
| จอด้านหลังสำหรับ
ฟังก์ชั่นมัลติมีเดีย |
เครื่องเล่นเพลง
แสดงภาพศิลปินได้ |
|
|
| |
|
|
|
On Focus
ถึงแม้ว่าชุดหูฟังของรุ่นนี้จะไม่มีรีโมทมาให้ แต่ก็สามารถนำชุดหูฟังขนาด 3.5 มม. รุ่นอื่นๆ มาเปลี่ยนฟังเพลงเพื่อคุณภาพเสียงที่ดีกว่า
นอกจากปุ่มแบบสัมผัสที่เพียงแค่แตะเบาๆ มันยังมีโหมดสั่งงานแบบพิเศษ ด้วยการลากนิ้วเพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชั่นอื่นๆ อีกด้วย ถ้ายังงงๆ เป็นมือใหม่ แนะนำไปที่ Tutorial ก่อนเลย
Strength
- ดีไซน์แบบสองหน้า แยกการทำงานโทรศัพท์กับมัลติมีเดีย
- มีซองหนังที่มีแบตเตอรี่ในตัว ใช้งานได้ยาวนาน
- เครื่องเล่นเพลงพร้อมปุ่มแบบสัมผัส
- วิทยุ FM แบบสเตอริโอในตัว ตั้งโปรแกรมได้
- กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล ถ่ายวิดีโอไม่จำกัด
- เพิ่มหน่วยความจำแบบ microSD ได้
|
Weakness
- จอแสดงผลด้านหน้ามีขนาดเล็ก
- ไม่รองรับจาวา
- สั่นพร้อมเสียงไมได้
|