Samsung E890 - ซัมซุง
อย่างที่ผมเคยบอกไปแล้วว่า โทรศัพท์และพีดีเอต่างปรับตัวเข้าหากัน โดยเอาจุดเด่นของที่ต่างคนต่างมีมาใช้ พีดีเอที่เคยโทรออกได้ยากเหลือเกินก็ใส่ปุ่มกดให้กดตัวเลขง่ายขึ้น ส่วนมือถือธรรมดาก็ใส่จอแสดงผลแบบสัมผัสเข้าไป เพื่อการป้อนข้อมูลที่หลากหลายขึ้น ดู E890 เป็นตัวอย่างก็พอ
สัดส่วนภายนอก
สิ่งที่สังเกตได้ในจอแสดงผลแบบสัมผัสคือ ตำแหน่งของจอจะอยู่ลึกลงไปกว่าเคย และไม่จำเป็นต้องมีกระจกจอด้านนอกปิดบังเอาไว้ ไม่อย่างนั้นคงจิ้มจอไม่ได้จริงไหมล่ะ ขนาดจอของมันถือว่าเล็กไปหน่อยสำหรับการขีดเขียนตามที่เราต้องการ ส่วนเรื่องความสวยงามนี่อย่าห่วงเลยครับ ระดับซัมซุงแล้ว เชื่อมือเหอะ
ทีแรกผมเห็นหน้าตาของมันแล้วนึกว่าจะเป็นมือถือแบบฝาสไลด์เสียอีก แต่ว่าอันที่จริงมันไม่มีการเลื่อนตัวเครื่องใดๆ ทั้งสิ้น การกดโทรออกจึงต้องอาศัยการจิ้มอันแม่นยำเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ที่จะมาช่วยเราจิ้มคือ แท่งหฤหรรษ์ที่ยืดหดได้นี่เอง เดี๋ยวเราจะพูดถึงมันในย่อหน้าถัดไป
แท่งที่ว่านี้มีปลายสายที่เอาไว้ห้อยกับตัวเครื่องได้ ส่วนการใช้งานก็เพียงยืดมันออกมาเท่านั้น ขนาดไม่เล็กเกินไปจนจับได้ยาก สิ่งที่เป็นปัญหาดูเหมือนว่าจะเป็นความทู่ของปลายจิ้มมากกว่า ความแหลมของมันเทียบไม่ได้กับสไตลัสของพีพีซีเลย อีกทั้งเวลาออกแรงกดแรงหน่อย มักจะหดกลับเข้าไป ทำให้ใช้งานยาก
ด้านข้างตัวเครื่องจะมีปุ่มที่เอาไว้ล็อคหน้าจอติดมาให้ เพียงกดค้างไว้สักครู่ก็จะสามารถห้ามการทำงานทุกอย่างได้ ถือว่าเป็นการลบจุดอ่อนของจอแบบนี้ได้เป็นอย่างดี นอกนั้นไม่มีอะไรแปลกใหม่
ชำแหละเครื่องใน
รุ่นนี้มีอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ที่เหนือกว่าซัมซุงรุ่นก่อนเยอะ เนื่องจากได้รับอานิสงส์มาจากจอแบบสัมผัสนี่แหละ ตัวอย่างแรกคือเรื่องการจดโน้ตที่ทำจากหน้าจอได้เลย เหมือนกับการเขียนลงกระดาษ ทว่าจอมีขนาดเล็กไปหน่อย จึงทำให้จดอะไรไม่ได้มาก
เกม 2 เกมที่ไม่ได้เป็นจาวาในเครื่องนั้น อาศัยระบบการจิ้มจอสัมผัสเข้ามาช่วยเล่นเหมือนกัน เกมแรกที่ผมชอบมากคือ Match Match ซึ่งให้เราเปิดไพ่ขึ้นมาเพื่อจับคู่ ดูแล้วเป็นเกมโบราณแต่ว่าแก้เบื่อได้ดีทีเดียว ส่วนอีกเกมสำหรับนักจับนกทั้งหลาย หรือที่เรารู้จักกันในชื่อที่ว่า ไพ่นกกระจอก ใน E890 จะเรียกว่า Mahjong นั่นเอง ส่วนเกมอื่นๆ เป็นเกมเก่าที่เราเคยเห็นกันอยู่แล้วอย่าง Cannon ball และ Freekick
การป้อนข้อมูลของ E890 ทำได้หลากหลายมาก อย่างแรกคือการเขียนใส่ลงในระบบจดจำลายมือ โดยเครื่องสามารถอ่านการเขียนภาษาไทยได้ด้วย นอกจากนั้นก็มีเวอร์ชวล คียบอร์ด ที่แม้ไม่ได้เรียงตัวแบบ QWERTY แต่ก็ทำงานได้สะดวกดี สุดท้ายคือการพิมพ์ผ่านเวอร์ชวล คีย์แพดเหมือนกับมือถือทั่วไป โดยจะมีระบบสะกดคำมาให้ด้วยนะ เสียอย่างเดียวคือเรื่องหัวของแท่งหฤหรรษ์นี่แหละที่ทำให้กดได้ยากไปหน่อย
การเชื่อมต่อของซัมซุงโดยปกติแล้วจะไม่มีอินฟราเรดมาให้ อาศัยบลูทูธที่ติดมากับเครื่องนี่แหละ และนอกจากนั้นยังมีการใช้งานจีพีอาร์เอส คลาส 10 เหมือนเดิม เพิ่มมาให้อีกหน่อยด้วยเอดจ์ ในคลาส 10 เช่นเดียวกัน แค่นี้ก็คงจะพอเพียงกับการใช้งานโดยทั่วไปแล้วกระมัง
อีกโปรแกรมนึงที่นำมาอำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการเรียนรู้ภาษาจีนคือ ดิคชันนารี หรือตัวแปลภาษานั่นแหละ โดยจะรองรับแค่อังกฤษ จีนเท่านั้น งานนี้ภาษาไทยไม่มีเอี่ยวด้วยหรอก และยังมีโปรแกรมสอนภาษาจีนอีกต่างหาก ส่วนเรื่องที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายภาพนิ่ง กล้องวิดีโอ เมมโมรี่ และอื่นๆ อีกมาก ผมคงต้องรบกวนให้ท่านเปิดดูหน้าตารางสเป็กเองแล้วกันเนอะ เนื้อที่หมดแล้วครับผม
กูรูฟันธง
สำหรับท่านที่ชอบความแปลกใหม่ในการใช้งาน E890 ให้ท่านได้ตรงการที่มีจอแสดงผลแบบสัมผัสนี่แหละ ส่วนตัวผมเองแล้วยังยึดติดกับการกดแบบเดิมที่ดูแล้วคงจะสะดวกกว่า อย่างไรก็ตาม ผมถือว่าจุดนี้เป็นจุดขายสำหรับรุ่น ที่สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจน รับรองว่ายังไงก็ขายได้ ในส่วนอื่นถือว่าสมบูรณ์พอตัวสำหรับมือถือธรรมดาที่ไม่ได้เป็นสมาร์ทโฟนครับ
ข้อดี
- จอแสดงผลแบบสัมผัสที่มีความสวยงามมาก
- กล้องดิจิตอล 1.3 ล้านพิกเซล ถ่ายวิดีโอความละเอียดสูง
- สามารถเชื่อมต่อด้วยเอดจ์ คลาส 10 ได้
- มีบลูทูธที่รองรับโพรไฟล์เอทูดีพี
- สมุดโทรศัพท์รองรับการแสดงวิดีโอ ไอดี
- โปรแกรมสอนภาษา และดิคชันนารีภาษาจีน
- สามารถจดโน้ตลงบนจอแบบกระดาษได้
ข้อเสีย
- แท่งหฤหรรษ์หัวทู่ และหดง่ายเกินไปหน่อย จึงใช้งานยาก
- กล้องไม่มีแฟลชให้ใช้งาน
- ไม่มีแผงปุ่มกดตัวเลข
- จอเล็กเกินไปสำหรับการใช้งานแบบสัมผัส
|