Samsung Armani P520 - ซัมซุง
สัดส่วนภายนอก
ดูเหมือนว่าผู้ผลิตหลายรายหันมาเอาจริงเอาจังกับมือถือแนวพรีเมี่ยมหรือซูพีเรียมากขึ้น อย่างซีรี่ยส์ 8 จากโนเกียนั่นไม่ต้องพูดถึงแล้ว ส่วนแอลจีมีคุณชายน์ โมโตโรล่ายังคงวนเวียนอยู่แถวเจ้าเรเซอร์ และซัมซุงขอเปิดตลาดนี้บ้าง ด้วยโทรศัพท์ที่ตีตราว่าเป็น จิออร์จิโอ้ อาร์มานี่ นับว่าเป็นการจับคู่กันอย่างเหมาะเหม็ง เพราะทั้งสองแบรนด์มีชื่อเสียงไม่น้อยไปกว่าคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน
ตัวเครื่องโดยรอบไม่มีอะไรเป็นพิเศษใส่ไข่ ปุ่มกดที่ใช้ได้มีเพียงปุ่มโทรออกและวางสาย ชัตเตอร์ ปุ่มล็อคเครื่อง และปุ่มปรับเสียงเท่านั้น ด้านล่างมีตัวปลดฝาหลังแบบเลื่อนอีกหนึ่งจุด นอกจากนี้ อาร์มานี่โฟนยังมีสล็อตใส่การ์ด พอร์ต เลนส์กล้อง และแฟลชอยู่รอบๆ ตัวเครื่องในตำแหน่งต่างกันไป ลองดูจากภาพเอานะ
 |
วัสดุบนเรือนร่างของซัมซุง อาร์มานี่ประกอบไปด้วยสเตนเลส สตีลตรงหน้ากากด้านหน้า และฝาครอบแบตด้านหลัง แกนกลางเป็นพลาสติกอย่างดี ขันยึดด้วยน๊อตสี่แฉกอย่างแน่นหนา ตัวเครื่องมีขนาดเล็กและบางมากๆ แม้จะใช้งานร่วมกับกรอบหนังภายนอกก็ไม่รู้สึกว่ามันใหญ่ขึ้นเลย เสียดายที่กรอบอันนี้ไม่มีแบตเตอรี่ฝังอยู่เหมือนรุ่นก่อน ทว่ามีดีในเรื่องของการใช้ฝาเปิดปิด เพราะมันทำหน้าที่ได้เหมือนฟลิปของโทรศัพท์ฝาพับ เมื่อคุณปิดฝาลงมาขณะใช้งานอยู่ หน้าจอจะดับ หรือหากใช้สายอยู่ สายจะถูกตัดลงทันที
หน้าจอของซัมซุงรุ่นนี้ไม่ได้เป็นกระจกแข็งเหมือนของไอโฟน แต่ก็ไม่นิ่มเหมือนพีดีเอทั่วไป การสั่งงานผ่านหน้าจอจำเป็นต้องใช้นิ้วเพียงอย่างเดียว และอย่าไปโวยวายขวนขวายหาสไตลัส เพราะใช้ปากกาแบบนี้จิ้มไม่ได้ จึงไม่รู้จะแถมมาทำไม ส่วนเรื่องการทำงานของมัน ขอยกไปต่อกันในหัวข้อหน้าแล้วกัน
 |
ชำแหละเครื่องใน
เมนูแบบครอสคือจุดเด่นของรุ่นนี้ ภาษาต่างประเทศเขาเขียนว่า Croix UI ซึ่งไม่น่าจะอ่านว่า ครอส หรอก แต่เข้าใจกันว่าเป็น Cross (กากบาท) ในภาษาอังกฤษนั่นแหละ จะอย่างไรก็ช่าง เมนูแบบนี้มีการนำเอาแถบสีไฮไลท์สองอันมาตัดกัน ปรากฏให้เห็นทั้งในเมนูหลัก เครื่องอัดเสียง เครื่องเล่นเพลง ฯลฯ ทำให้เกิดความสวยงามแตกต่างจากเมนูของโทรศัพท์ทั่วไป บนหน้าจอหลักจะมีสี่เหลี่ยมอันเล็กอยู่กลางจอ เมื่อแตะลงไปจะเจอกับเมนูลัด 4 รายการ โดยเรียงตัวกันแบบครอสด้วย และปฏิทินในหน้านี้สามารถเลื่อนเปลี่ยนเป็นนาฬิกาขนาดใหญ่แทนได้ เพียงคุณเอานิ้วลากสะบัดไปข้างใดข้างหนึ่งเท่านั้นเอง แม้จะไม่เนียนเท่าของไอโฟน แต่ก็พอถูไถ ได้อารมณ์ไปอีกแบบล่ะน่า
เมื่อพูดถึงเรื่องหน้าจอสัมผัส ไอโฟนยังเนียนกว่าอาร์มานี่โฟนอยู่ดี เนื่องจากรุ่นนี้แตะไม่โดนบ้าง แตะผิดบ้าง แถมจอยังเล็กกว่าอีกต่างหาก แต่ได้โปรดอย่าเอาไปเปรียบเทียบกันเลย ไม่งั้นไอโฟนคงขายไม่ดีขนาดนี้หรอก และด้วยเหตุที่จอต้องทำงานหนัก ทั้งลาก จิ้ม ถู ฯลฯ ยังไงอย่าลืมแปะแผ่นกันรอยด้วยนะ
ในเมื่อไม่มีปุ่มกดแบบฮาร์ดแวร์ การป้อนข้อมูลจึงต้องทำผ่านคีย์แพดบนจอแทน จุดนี้ไม่ใช่คีย์บอร์ดเหมือนพีดีเอโฟนหรือไอโฟนนะครับ แต่เป็นการเอาแผงปุ่มแบบมือถือปกติไปใช้บนจอแสดงผล การพิมพ์ข้อความเลยไม่สะดวกนัก ยังดีที่มีระบบสะกดคำใส่มาให้ ไม่งั้นปวดกบาลแย่เลย
ในส่วนของฟังก์ชั่นทั่วไป อาจยังไม่ถูกใจชาวฮาร์ดคอร์เท่าไหร่นัก ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของโทรศัพท์จำพวกนี้ ลองดูตัวอย่างจากโนเกีย ซีรี่ยส์ 8 ได้ กระนั้นเอง โทรศัพท์อาร์มานี่มีทั้งกล้องภาพนิ่ง 3 ล้านพร้อมแฟลช กล้องวิดีโอที่บันทึกเป็นไฟล์เอ็มพี 4 บนความละเอียดซีไอเอฟ การรองรับหูฟังบลูทูธสเตอริโอ จาวา การเพิ่มหน่วยความจำ เอดจ์ การพิมพ์ภาพผ่านพิคท์บริดจ์ และโปรแกรมอ่านไฟล์เอกสารด้วย
กูรูฟันธง
หากคุณผู้อ่านเป็นคนชอบเล่นฟังก์ชั่นจัดๆ ในมือถือ ผมจะไม่แนะนำให้ซื้อเจ้าอาร์มานี่โฟนแน่ เพราะว่ามันไม่ได้เก่งด้านนี้ ในทางตรงข้าม ถ้าคุณหลงใหลในเรื่องการดีไซน์และวัสดุชั้นเลิศ นี่คือตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าใครเพื่อน เพราะราคาไม่โอเวอร์เหมือนบางรุ่น การดีไซน์หรูเลิศสมใจไฮโซ ไหนจะได้ลุคของโลโก้จิออร์จิโอ้ อาร์มานี่อีก ใช้แล้วหล่ออย่าบอกใครเชียว เชื่อผมสิ
ข้อดี
- งานประกอบและวัสดุดีเยี่ยม
- ใช้ฝาฟลิปหนังในการควบคุมการทำงานเครื่องได้
- หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่พอตัว
- กล้องดิจิตอล 3 ล้านพิกเซล
- เก็บเอสเอ็มเอสได้มากถึง 1,000 ข้อความ
- อ่านไฟล์เอกสารได้
- อุปกรณ์เสริมเต็มกล่องเลยครับท่าน
้
ข้อเสีย
- เตือนสายเข้าแบบสั่นพร้อมเสียงไม่ได้
- การเปิดไฟล์เพลงหรือวิดีโอจะทำให้เครื่องหนืดมาก (อาจมีการแก้ไข)
- เมนูยังหนืดอยู่บ้าง และบางครั้งจิ้มหน้าจอไม่ค่อยติด
- กรอบหนังไม่มีแบตเตอรี่ฝังในเหมือนเมื่อก่อน
|