Samsung X530
สิ่งหนึ่งที่เราไม่เคยผิดหวังในตัวโทรศัพท์ของค่ายเกาหลีค่ายนี้ก็คือ ขนาดของปุ่มกดที่มักจะใหญ่เป็นพิเศษ ราวกับว่ายี่ห้อซัมซุงเกิดมาเพื่อ บ.ก. ของเราโดยเฉพาะ ไม่เชื่อดูด้านหน้าได้เลย เห็นกันชัดแจ้งว่าปุ่มทุกปุ่ม ไม่ว่าจะเป็นโทรออก วางสาย เคลียร์ สี่ทิศทาง หรือซอฟท์คีย์ ล้วนมีขนาดใหญ่ทั้งสิ้น นอกจากนี้ ตัวเลขตอนโทรออกก็ใหญ่เหมือนกันตามสไตล์เขาล่ะ
สัดส่วนภายนอก
สีแบบทูโทนของ X530 ไม่เหมือนกับรุ่นอื่นของซัมซุงนัก เนื่องจากว่าเลือกเอาสีเงินอ่อนๆ เจือทองนิดๆ เหมือนกับเครื่องเงินที่ขายตามร้านแถวบางรัก บวกกับสีน้ำตาลตรงส่วนที่เข้มกว่า ผมไม่แน่ใจว่าสีของตัวเครื่องที่เราเห็นอยู่บนหน้าปกหนังสือจะเหมือนกับตัวจริงหรือเปล่า เอาเป็นว่าถ้าอยากเห็นความชัดเจนของมัน คุณผู้อ่านคงต้องไปเพ่งพินิจเอาเองที่ร้านของตัวแทนจำหน่ายแล้วล่ะ
ความรู้สึกในการสไลด์ทำได้อย่างดีเยี่ยม ผมคิดว่าน่าจะดีกว่า E250 ตัวบางด้วยซ้ำไป และระบบกึ่งอัตโนมัติก็ช่วยทำให้ผู้ใช้เลื่อนฝาของ X530 ได้อย่างง่ายดาย
เดี๋ยวนี้แบตเตอรี่ของซัมซุงมักจะเป็นแบบภายใน (Internal) แล้ว อาจจะพอทราบปัญหาของการใช้ฝาหลังร่วมกับก้อนเก็บไฟ ถ้าออกมาซักร้อยรุ่นก็คงต้องมีถ่านประมาณร้อยชนิด แต่ตอนนี้ใช้แบบเดียวกันหมด ถือว่าเป็นการลดปรับปรุงครั้งยิ่งใหญ่เลยนะเนี่ย
ชำแหละเครื่องใน
แปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมซัมซุงยังเอาเมนูแบบเก่ามาใช้กับรุ่นนี้ เห็นโมเดลหลังๆ มาจะเป็นเมนูขาว ดำหมดแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้มีผลอะไรกับการใช้งาน นอกเสียจากว่าคุณจะเบื่อเมนูแบบเดิมเข้าให้ ถ้างั้นคงต้องหันไปเล่น E250 ในระดับราคาเดียวกันแทน
ข้อดีของ X530 มีหลายอย่าง ผมขอเริ่มด้วยฟังก์ชั่นที่หาไม่ได้ง่ายๆ ก่อนแล้วกัน โมบาย แทร็คเกอร์ (Mobile Tracker) เป็นลูกเล่นสำหรับติดตามเครื่องที่โดนแฮป เมื่อไอ้พวกหัวขโมยมันเปลี่ยนซิมการ์ดของตัวเองใส่ลงไป ข้อความจะถูกส่งออกมายังเบอร์ที่คุณกำหนดเอาไว้ อาจจะเป็นเครื่องที่สองของคุณ หรือเครื่องแฟน เราก็จะทราบได้ทันทีว่าโทรศัพท์ของเราอยู่ที่ไหน
ฟังก์ชั่นธรรมดาอย่างอื่นก็มีกล้องดิจิตอล 3 แสนพิกเซลที่ถ่ายวิดีโอไม่ได้ อินฟราเรดที่เอาไว้รับและส่งข้อมูล ซึ่งต้องอาศัยโปรแกรมช่วยเหมือนเดิม เสียงเรียกเข้าที่เป็นแบบโพลีโฟนิคเท่านั้น ไม่รองรับไฟล์แบบทรูโทนที่จะให้คุณได้ใส่เพลงของเนโกะ จั๊มป์ลงไป แต่อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้มีดีที่ราคายังไม่แพงเท่าไหร่ นับว่ายังพอให้อภัยได้ในระดับหนึ่ง
เมมโมรี่ของรุ่นนี้ถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ คือ ส่วนที่เอาไว้เก็บภาพถ่ายจะมีขนาดใหญ่ที่สุด หรือ 1 เมกะไบต์ ลดหลั่นลงมาตามความจำเป็น อย่างเช่น 600 กิโลไบต์ก็ถูกจองเอาไว้สำหรับภาพวอลเปเปอร์ และไฟล์มิดี้แบบโพลีโฟนิค 512 กิโลไบต์สำหรับจาวา แอพพลิเคชั่น และที่น้อยที่สุดคือ พื้นที่สำหรับเก็บไฟล์อัดเสียง ตรงนี้จะมีอยู่แค่ 100 กิโลไบต์เท่านั้นเอง
จอแสดงผลของ X530 ยังดีที่เป็นแบบทีเอฟที เลยทำให้การแสดงผลมีความสวยงาม เชื่อว่าคุณผู้อ่านน่าจะรู้สรรพคุณของหน้าจอในยี่ห้อนี้ดี ว่ากันว่าถ้าถึงขั้นสองแสนกว่าสีเมื่อไหร่ จะถือได้ว่าเข้าขั้นสุดยอด อ้อ รุ่นนี้ยังปรับระดับความสว่างได้ด้วยนะ เผื่อว่าใครต้องการประหยัดแบตเตอรี่นั่นเอง
กูรูฟันธง
ผมยังมองว่ารุ่นนี้มีราคาถูกอยู่ ฟังก์ชั่นอะไรหลายๆ อย่างในตัวเครื่องเลยหดหายไปบ้าง ซึ่งหวังว่าทุกคนคงเข้าใจนะ ทว่าหากพูดถึงเรื่องการประกอบแล้ว ผมรับรองว่าใครซื้อไปต้องรู้สึกประทับใจแน่ เพราะว่าการสไลด์ วัสดุ และความแข็งแรงนั้นทำได้ดีมาก ของแบบนี้ต้องลองสัมผัสด้วยตัวคุณเอง ถึงจะรู้ซึ้งครับ
ข้อดี
- ตัวเครื่องประกอบได้อย่างยอดเยี่ยม
- กล้องดิจิตอล 3 แสนพิกเซลในตัว
- ฟังก์ชั่นโมบาย แทร็คเกอร์ใช้ติดตามเครื่องที่หายไป
- เชื่อมต่อด้วยอินฟราเรด และจีพีอาร์เอส
- รองรับการติดตั้งจาวา แอพพลิเคชั่น
- มีสปีกเกอร์โฟน
- รับและส่งเอ็มเอ็มเอสได้สบาย
ข้อเสีย
- หน่วยความจำในตัวมีให้น้อยไปหน่อย
- กล้องที่ถ่ายภาพเคลื่อนไหวไม่ได้
- อัดเสียงได้เพียงรายการละ 30 วินาที
- ใส่ภาพลงไปในสมุดโทรศัพท์ไม่ได้
- สั่นพร้อมเสียงไม่ได้
|