Samsung X200 - ซัมซุง
สัดส่วนภายนอก
เอ๊ะ เคยเห็นอะไรคุ้นตาหรือเปล่า ถ้าคุณพอจะจำกันได้ซัมซุงเคยปล่อยโทรศัพท์หน้าตาแบบนี้ลงตลาดมาครั้งหนึ่งแล้ว ส่วนความแตกต่างของมันภายในนั้น ณ ตรงจุดนี้ผมก็ยังไม่เห็นแน่ชัด แต่ว่าเราจะไปแกะเครื่องในของมันออกมาดูทีละชิ้นในหัวข้อถัดไป สำหรับเนื้อที่นี้เราจะมาดูลักษณะทางกายภาพกันก่อน
รูปทรงโดยรวมถือว่าเหมือนกันเปี๊ยบ แต่ตามสเป็กแล้วน้ำหนักของรุ่นนี้จะมากกว่า เรียกว่าไส้ตันกว่างั้นเหอะ ผมไม่มีโอกาสได้ลองถือเทียบกันจึงไม่รู้ความแตกต่าง คิดว่าถึงแม้จะได้เทียบดูก็คงแยกไม่ออกด้วยซ้ำเพราะว่ามันต่างกันไม่ถึงขีด
ด้านหน้ายังคงไม่มีจอแสดงผลเช่นเคย เป็นเพราะออกมาในข่ายมือถือราคาประหยัด ทั้งนี้ซัมซุงได้เอาโลโก้ขนาดใหญ่สีดำของตัวเองมาแปะไว้แทน ใกล้กันนั้นเองยังมีไฟกะพริบสีฟ้าคอยบอกสถานะของเครื่องอีกด้วย
จุดเด่นของ X200 ยังมีเรื่องของความบางเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้จะเป็นมือถือฝาพับแต่รอบเอวหนาเพียง 24 นิ้ว เอ้ย 20 มิลมิเมตรเท่านั้น เทียบกับคนถ้าไม่ใช่น้องอ้าม ก็ต้องเป็นน้องนุ่ง วอระนู้ดดด ล่ะว้า
ความแตกต่างที่สังเกตเห็นได้จากภายนอกอีกอย่างนึงก็คือ พอร์ทอินฟราเรดที่เพิ่มเข้ามา วางตัวอยู่ทางด้านซ้ายของตัวเครื่องใกล้กับปุ่มปรับเสียงและรูเสียบหูฟัง ซึ่งรุ่นนี้ดีอย่างคือฝาปิดรูให้เป็นสีเดียวกับตัวเครื่อง ทำให้กลมกลืนและสวยงามกว่าครับ แต่เมื่อพลิกมาทางด้านซ้ายเราจะไม่เห็นอะไรเลยนอกจากนิ้วของคุณที่ถือเครื่องอยู่นั่นแหละ
ชำแหละเครื่องใน
แม้จะเป็นเพียงการไมเนอร์เช้นจ์ที่เปลี่ยนเฉพาะฟังก์ชั่นในตัวเครื่อง แต่ก็ถือว่าดีกว่าแต่ก่อน อย่างแรกที่ต้องพูดถึงคือเรื่องอินฟราเรดแบบเก่า การเชื่อมต่อทางนี้ทำให้เรามีทางเลือกในการรับส่งไฟล์ได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แต่รู้สึกว่าจะยังคงต้องพึ่งพาซอฟท์แวร์ของผู้ผลิตเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม ผมได้ลองเล็งพอร์ทของมันเข้ากับคอมพิวเตอร์ดู พบว่าวินโดวส์สามารถหาไดรเวอร์ที่เป็นโมเด็มของมันพบ นั่นก็หมายความว่าคุณจะใช้ X200 แทนโมเด็มในการต่ออินเตอร์เน็ตได้ทันที
การเชื่อมต่ออีกทางนึงก็คือจีพีอาร์เอส รุ่นนี้รองรับการทำงานร่วมกับเครือข่ายเพื่อโหลดภาพและเสียงเรียกเข้าจากผู้ให้บริการต่างๆ พร้อมทั้ง X200 ยังให้คุณรับส่งข้อความเอ็มเอ็มเอสที่แนบข้อความหรือเสียงไปกับรูปได้ พร้อมกันนี้ หากคุณต้องการอ่านข่าวสารหรืออัพเดทข้อมูลใหม่ๆ ก็ทำผ่านแว็ป เบราเซอร์เช่นกัน
เดิมทีรุ่นนี้ใช้เสียงเรียกเข้าแบบโมโนโฟนิค ซึ่งให้เสียงที่สุดแสนจะธรรมดา ดีอย่างเดียวคือเสียงดังจนทำให้เราไม่พลาดรับสาย แต่การพัฒนาย่อมมีให้เห็นในรุ่นใหม่นี้ X200 มาพร้อมกับลำโพงที่เล่นเสียงแบบโพลีโฟนิคได้ เห็นว่าเป็นรุ่นเล็กขนาดนี้แล้วอย่าได้ไปดูถูกมันนะครับ เพราะเสียงนี่ดังใสและกังวาลใช้ได้เลยทีเดียว
จอแสดงผลของ X200 ยังคงมีขนาด สีสัน ชนิด และความสวยงามเท่าเดิม จึงไม่ขอเอามาพูดถึงมากมาย จอชนิดยูเอฟก็มีความสดใสไล่เลี่ยกับเอสทีเอ็น เพียงแต่เห็นว่าประหยัดไฟกว่าเท่านั้น ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจะทำการพิสูจน์ได้อย่างไรเหมือนกัน
หน่วยความจำในเครื่องมีอยู่นิดหน่อยเพื่อเอาไว้รองรับไฟล์ภาพและมิดี้ (โพลีโฟนิค) และยังกันไว้อีกส่วนเพื่อจาวาแอพพลิเคชั่นโดยเฉพาะ อาจจะไม่พอลงดิคชันนารีขนาดใหญ่ แต่เกมใหม่ๆ ก็พอไหวแหละน่า
กูรูฟันธง
เนื่องด้วยยังเป็นรุ่นเล็ก ราคาประหยัดของซัมซุง จึงไม่มีฟังก์ชั่นระดับกลางอย่างกล้อง การรองรับเสียงเรียกเข้าแบบทรูโทน หรือการเพิ่มขนาดหน่วยความจำ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่มีอยู่ในตัวของ X200 ถือว่าเพียบพร้อมสำหรับโทรศัพท์ในระดับนี้แล้ว ดังนั้น ถ้าท่านเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่เน้นเรื่องราคาถูกและตัวเครื่องสวยงามไว้ก่อน Samsung X200 จะสามารถตอบสนองความต้องการตรงส่วนนี้ให้ท่านได้ พร้อมทั้งมีการเพิ่มฟังก์ชั่นที่น่าสนใจเข้าไปจากตัวเดิมอีกด้วยครับ
ข้อดี
- ตัวเครื่องมีขนาดเล็กและบางเบา
- รองรับการการใช้งานจีพีอาร์เอส
- รับส่งข้อความเอ็มเอ็มเอสได้
- มีอินฟราเรดติดมาในตัว
- เสียงเรียกเข้าเป็นแบบโพลีโฟนิคแล้ว
- สามารถโหลดจาวาแอพพลิเคชั่นลงไปได้
ข้อเสีย
- ไม่มีจอด้านนอก
- หน่วยความจำมีน้อยไปนิด
- แนบไฟล์ภาพไปกับรายชื่อไม่ได้
|