Samsung M300 - ซัมซุง
คุณผู้อ่านคงยังไม่ลืมดีไซน์อันคลาสสิกบนเรือนร่างของ Samsung E700 ใช่ไหมครับ มือถือตัวนั้นถือว่าอยู่ในยุคเฟื่องฟูสุดๆ ของซัมซุง ถึงราคาจะค่อนข้างสูงแต่ก็มีคนซื้อใช้ มาวันนี้คุณสามารถครอบครองความสุดยอด ณ ตอนนั้นในราคาเพียงไม่ถึง 4 พันบาทกับ M300 ตัวจิ๋วตัวนี้นี่เอง
สัดส่วนภายนอก
ตอนแรกที่ได้หยิบจับขึ้นมาก็ยังไม่ปักใจเชื่อสายตาตัวเอง แถมคิดเลยเถิดไปว่านี่มันพวกกุญแจหรือเครื่องคิดเลขด้วยซ้ำ ทว่า M300 เป็นโทรศัพท์ของจริง ด้วยน้ำหนักตัวแค่ 63 กรัม และสัดส่วนอันบอบบางทำให้ผมสามารถอมไว้ในปากได้อย่างสบาย แต่ไม่ได้ทำเพราะเจ้าของเครื่องที่ซัมซุงเค้าอาจจะอ้วกแตกได้
ในเมื่อตัวมันเล็กขนาดนี้ ผมจึงใช้ได้ไม่ค่อยถนัดมือเท่าไหร่ เพราะปุ่มกดก็เล็กตามไปด้วย แต่ผมเชื่อว่าซัมซุงฝาพับจะเหมาะกับคุณผู้หญิงมากกว่า และจะไม่เกิดปัญหาแบบเดียวกันขึ้นแน่นอนครับ
ดีไซน์ของ M300 คล้ายคลึง E700 แทบทุกประการ ต่างกันก็เพียงขนาดและรายละเอียดปลีกย่อยอีกเล็กน้อย ด้านหน้าตอนยังไม่เปิดฝามีจอเล็กและเลนส์กล้องเหมือนกัน โดยจออันนี้จะเป็นชนิดเกรย์ สเกล ไม่ใช่จอสี ส่วนปุ่มกดด้านในวางตัวแบบเดียวกันเปี๊ยบ เพียงแต่ตัวถูกนี่จะเป็นปุ่มยางนิ่มๆ ไม่ได้เป็นพลาสติกเหมือนเคย ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะเป็นปุ่มปรับเสียง ในขณะที่ด้านขวาโล่งเหมือนการจราจรในวันหยุดยาว
ตูดเครื่องเป็นพอร์ตเสียบอุปกรณ์นานาชนิดที่อยู่รวมในช่องเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นหูฟัง สายดาต้า หรือสายชาร์จ แถมจะเอาอแดปเตอร์ของรุ่นแพงๆ อย่างพวก i600 มาใช้ก็ยังได้ เพราะขนาดเท่ากัน พลิกมาด้านหลังจะเจอแบตเตอรี่ที่เป็นฝาหลังในตัว และล็อคไว้ด้วยตัวเลื่อนแบบเดียวกันเลย ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ชำแหละเครื่องใน
ผมเสียดายนิดหน่อยที่ยูไอ (เมนู) ของรุ่นนี้เป็นแบบเก่า ไม่ใช่ยูเมนูเหมือน E250 ทั้งที่ราคาต่างกันไม่มาก นอกจากนี้ ระบบจัดการหน่วยความจำภายในก็ยังแยกตามสัดส่วนของแต่ละฟังก์ชั่น รูปถ่ายจะได้เยอะหน่อยที่ 1 เมกะไบต์ ส่วนอื่นก็ลดหลั่นกันไป รวมแล้วทั้งหมดมีอยู่ราว 3 เม็กแค่นั้น
กล้องของ M300 จัดว่ามีความสามารถในระดับที่ดีใช้ได้ถึงจะเป็นของถูกก็เหอะ เราจะได้เห็นไนท์โหมด การใส่กรอบสติ๊กเกอร์น่ารักน่าชัง รวมถึงการกลับภาพในมุมต่างๆ โดยที่มีระดับความละเอียดอยู่ตรง 3 แสนพิกเซล และยังขาดฟังก์ชั่นของกล้องวิดีโอไป คงต้องใช้การถ่ายต่อเนื่องแล้วเอาภาพไปรวมเอง สิ่งที่ผมชอบที่สุดคงเป็นเรื่องการใช้จอด้านนอกสำหรับถ่ายภาพตัวเอง จะเห็นว่ารุ่นนี้ไม่มีกระจกมาให้เหมือนตัวเก่านั่นแหละ และแม้จะเป็นจอขาวดำก็ยังสามารถเล็งภาพเราได้ ออกจะเบลอหน่อย แต่ผมว่าแม่นกว่าใช้กระจกแน่นอน วิธีใช้ก็เพียงปิดฝาเอาไว้แล้วกดปุ่มปรับเสียงขึ้นแช่ไว้สักครู่ หน้าคุณก็จะโผล่มาที่จอทันที
สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามา และสังเกตได้ง่ายคือ M300 มีวิทยุให้แล้ว ถึงลูกเล่นจะไม่เยอะนัก แต่ก็ยังบันทึกช่องสถานีได้ รวมถึงการฟังผ่านลำโพงตัวเดียวกับที่ใช้สนทนา ส่วนเครื่องเล่นเพลงเอ็มพี 3 อะไรนั่นอย่าเพิ่งไปหวังเลย ด้วยเหตุนี้ มันจึงทำได้แค่การเล่นไฟล์มิดี้เพื่อเป็นริงโทนประจำเครื่องแค่นั้น
แม้ว่าจะราคาจะหล่นลงมาเหลือไม่ถึงสี่พันบาท ลูกเล่นบางอย่างที่น่าจะมีก็ไม่ได้หายไป อย่างพวกเครื่องอัดเสียงที่อัดได้ราว 30 วินาทีต่อคลิป การรองรับจาวา แอพพลิเคชั่น การเชื่อมต่อด้วยจีพีอาร์เอส พวกนี้อยู่ครบถ้วนเลย แน่นอนว่าโทรศัพท์ราคาใกล้กันบางรุ่นกลับไม่มีให้ ตรงนี้ก็อย่าลืมพิจารณา
กูรูฟันธง
อย่างแรกต้องฟันธงก่อนว่ารุ่นนี้เหมาะกับใครบ้าง จุดนี้ทำให้ผมคิดไปถึงตอนยังเป็นเด็กมัธยมปลาย ที่ต้องคอยซ่อนเพจเจอร์เวลาครูตรวจกระเป๋า ไอ้นี่แหละที่จะช่วยน้องทั้งหลายได้ครับ ขนาดมันเล็กไม่ต่างจากเพจเจอร์รุ่นสคริปเตอร์ (โบร๊าณ โบราณ) ทำให้หลุดรอดไปได้ง่ายกว่ามือถือสมาร์ทโฟนตัวใหญ่ แถมราคาก็ไม่แพง แต่เตือนไว้ก่อนว่าถ้าทำหายก็อย่าไปโทษใคร เพราะบางโรงเรียนเขาก็ห้ามเอาไปอยู่แล้วนะ อ้อ M300 นี่ก็ยังเหมาะกับผู้หญิงยิงเครื่องบิน เอ้ย ยิงเรือทุกท่าน เนื่องจากว่าพกใส่กระเป๋าได้ง่ายเหลือเกิน เรื่องฟังก์ชั่นอย่าไปพูดถึงมากนัก เพราะจุดขายคือขนาดอันเล็กจิ๋วแบบสุดๆ จริงๆ
ข้อดี
- ขนาดตัวเล็กสุดยอด
- จอทีเอฟทีสีสันสวยงาม
- มีกล้องดิจิตอล 3 แสนพิกเซล
- รองรับจาวา แอพพลิเคชั่น
- เชื่อมต่อด้วยจีพีอาร์เอส
- อัดเสียงได้แม้กระทั่งตอนใช้สาย
- วิทยุเอฟเอ็ม พร้อมการบันทึกช่องสถานี
ข้อเสีย
- หน่วยความจำมีให้น้อยมาก
- ยังใช้เสียงเรียกเข้าเป็นโพลีโฟนิกอยู่
- ถ่ายวิดีโอไม่ได้
- ไม่มีการสั่นเตือนพร้อมเสียง
|