Samsung F300 - ซัมซุง
ผมประทับใจรุ่นนี้ตั้งแต่แรกที่ได้เห็นผ่านอินเตอร์เน็ตแล้ว F300 เปิดตัวออกมาพร้อมมัลติมีเดีย โฟนระดับโคตรเซียนอีกรุ่นชื่อ F500 แต่เราจะยังไม่พูดถึงมัน ณ เวลานี้เพราะนี่คือพื้นที่ของมิวสิคโฟนซีรี่ยส์เอฟซึ่งจัดได้ว่าเป็นอนุกรมใหม่จากทางซัมซุงนั่นเอง
สัดส่วนภายนอก
ตัวเครื่องมีจุดเด่นตรงที่สามารถใช้งานได้สองหน้า หน้าที่มีปุ่มตัวเลขนั่นจะมีความรับผิดชอบหลักคือ ใช้สำหรับโทรออก และจัดการระบบทั่วไปภายในเครื่อง ส่วนอีกหน้าที่มีแต่ปุ่มควบคุมเพลงจะทำงานด้านมัลติมีเดียล้วนๆ ไม่ว่าจะเล่นเพลง ฟังวิทยุ ดูคลิปวิดีโอ ถ่ายรูป และอัดเสียง
การใช้งานปุ่มควบคุมเครื่องเล่นเพลงนั้นค่อนข้างไฮเทค แต่ก็ไม่ได้ง่ายและสะดวกเท่าไหร่ ที่บอกว่าไฮเทคคือ มันเป็นปุ่มสัมผัสเหมือนที่ใช้กับรุ่น E900 และยังมีการเลื่อนที่คล้ายคลึงกับคลิก วีลของไอพอด เราสามารถเลื่อนนิ้วที่ทางขวาของแพดอันนี้จากบนลงล่าง เพื่อแทนการเคลื่อนไหวลง หรือจากซ้ายไปขวาและขวาไปซ้ายได้ แน่นอนว่ามีประโยชน์กับทั้งการควบคุมเพลง และเคลื่อนที่ในเมนูอีกเช่นกัน
ในส่วนของหน้าที่ใช้เป็นโทรศัพท์ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ยกเว้นจอแสดงผลที่หดเหลือเล็กมาก เหตุผลคงไม่ใช่อะไรนอกจากการลดต้นทุนการผลิต เพื่อไม่ให้ราคาเครื่องสูงเกินไปนัก หากมองจากฝั่งนี้ ทางขวาของ F300 ปุ่มปรับเสียง รูรีเซ็ตที่เหมือนกับเครื่องเล่นเพลงพกพาของซัมซุงทั่วไป และช่องใส่ซิมการ์ดที่ถอดเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องแกะแบตเตอรี่ ด้านซ้ายเป็นปุ่มล็อค ปุ่มสลับการทำงานระหว่างสองหน้า ช่องเสียบไมโครเอสดี และพอร์ตสำหรับหูฟังกับที่ชาร์จ โดยที่ด้านล่างมีขั้วทองเหลืองสำหรับต่อแบตเตอรี่ในซองหนังด้วย
ชำแหละเครื่องใน
การทำงานด้านโทรศัพท์มีเรื่องเจ๋งๆ อย่างระบบสมาร์ท ไดอัล เหมือนของวินโดวส์ โมบายซะด้วย ตอนเราโทรออก และกดเลขประมาณ 4 ตัวแรกของเบอร์ที่จะโทร มันจะมีจับรายการที่เข้าข่ายมาให้เลย แถมไม่ได้ใช้กับสมุดโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว แต่ยังทำงานร่วมกับประวัติการโทรได้อีกด้วย เสียดายที่ไม่สามารถหาจากรายชื่อแบบรวดเร็วได้ เนื่องจากเป็นการค้นหาจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว
ระบบการเล่นเพลงมีดีกว่ารุ่นทั่วไปตรงที่มีอแด็ปเตอร์ต่อสำหรับแจ็ค 3.5 ม.ม. มาให้ ทั้งที่พอร์ตตรงตัวเครื่องยังเป็นหัวแบนๆ นอกจากนี้ ที่หน้าจอใหญ่ยังแสดงภาพอัลบั้ม หรือที่เรียกว่า อัลบั้ม อาร์ต ได้ขนาดใหญ่ไม่แพ้ไอป๊อด เอ้ย ไอพอดเลย แถมมีแท็ก ไอดีเหมือนที่เครื่องเล่นทั่วไปเขามีซักที อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของมิวสิค โฟนแท้ๆ ตัวแรกของแบรนด์เกาหลียังมีไม่น้อย อย่างเช่น การที่ไม่สามารถเล่นเป็นแบ็คกราวนด์ได้ ส่วนอีควอไลเซอร์ก็ไม่มีการปรับแบบคัสตอม การจัดหมวดหมู่เพื่อเล่นเพลงก็ทำได้ไม่ลึกซึ้ง รวมถึงออฟไลน์ โหมดที่ซ่อนตัวเอาไว้ซับซ้อนเหลือเกิน คงไม่ใช่การใช้งานที่สะดวกเท่าใดนัก
 |
แม้ว่าจะเป็นมิวสิค โฟน แต่ซัมซุงพยายามเหลือเกินที่จะใส่กล้องตัวเจ๋งให้กับ F300 เราจะถ่ายรูปด้วยกล้องในตัวได้ที่ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และมีลูกเล่นอีกมากมาย อาทิเช่น การปรับค่าไอเอสโอเพื่อถ่ายในที่มืด บวกกับไนท์โหมดที่ทำงานร่วมกัน และยังมีเส้นแบ่งตาราง 9 ช่องสำหรับจัดวางวัตถุที่อยู่ในเฟรมอีกต่างหาก กล้องวิดีโอสามารถถ่ายเป็นไฟล์เอ็มพี 4 จนกว่าเมมโมรี่จะหมดเครื่อง เสียอย่างเดียว ผู้ใช้จะเลือกหน่วยความจำสำหรับเก็บไฟล์ก่อนไม่ได้ ต้องย้ายไฟล์ลงการ์ดเองเหมือนเคย
จุดเด่นของรุ่นนี้อีกอย่างคือ การมีเมมโมรี่ในตัวขนาดเหลือกินเหลือใช้ และการเชื่อมต่อที่ประกอบไปด้วยเอดจ์และบลูทูธที่มีเอทูดีพีเป็นตัวยืน ส่วนสายดาต้าก็จัดการโอนไฟล์ระหว่างคอมพิวเตอร์แบบเดียวกับแฟลช ไดรฟ์ได้ พอเสียบสายเข้าไปปุ๊บก็เลือกโหมดการทำงานให้มันได้ทันที
กูรูฟันธง
ดูเหมือนว่าความเป็นโทรศัพท์ของรุ่นนี้จะลดน้อยลงไป เมื่อเทียบกับความเป็นเครื่องเล่นเพลงแบบพกพา หรือจะคิดในอีกมุมว่านี่คือเครื่องเล่นเพลงที่โทรศัพท์ได้ก็ไม่ผิดนัก ใครที่ชอบดีไซน์อันสุดยอดของซัมซุงบนเครื่องเล่นเพลง ผมไม่อยากให้พลาดรุ่นนี้ไป เนื่องจากว่าเอาใจนักฟังเพลงได้ดีพอตัวเลย
ข้อดี
- ระบบมัลติมีเดียที่แยกการทำงานออกมาต่างหาก
- ปุ่มกดแบบสัมผัส และทำงานคล้ายคลิก วีล
- ส่งข้อความเอสโอเอสด้วยการกดปุ่มปรับเสียง 4 ครั้ง
- โทรออกด้วยระบบคล้ายสมาร์ท ไดอัล
- รองรับเอดจ์ และบลูทูธ (เอทูดีพี)
- หน่วยความจำขนาดใหญ่ และเพิ่มจากไมโครเอสดี
- กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล
- ใช้จอเล็กร่วมกับกล้องเพื่อถ่ายหน้าตัวเองได้
- มีแบตเตอรี่ภายนอกในซองหนังเป็นแหล่งพลังงานเสริม
ข้อเสีย
- หน้าจอเล็กก็มีขนาดเล็กเหลือเกิน
- ไม่มีระบบสั่นพร้อมเสียงสำหรับการเตือนสายเข้า
- ปรับอีคิวแบบคัสตอมไม่ได้
- ปฏิทินที่ถูกจำกัดไว้โดยหน้าจอ ทำให้ดูได้แต่มุมมองรายวัน
- เล่นเพลงเป็นแบ็คกราวนด์ไม่ได้
- เลือกเมมโมรี่สำหรับเซฟไฟล์จากกล้องไม่ได้
- แบตเตอรี่แบบฝังในเครื่อง น่าจะถอดเปลี่ยนเองได้ยาก
|