Samsung F250 - ซัมซุง
สัดส่วนภายนอก
มิวสิคโฟนตัวที่สองจากเซ็ตล่าสุดที่ซัมซุงส่งออกมาได้ปรากฏตัวในหนังสือของเราแล้ว รุ่นนี้ถือเป็นรุ่นเล็กสุดที่มีฟังก์ชั่นไม่มากเท่า ราคาค่าตัวก็ต่ำกว่า แต่ผมรับรองได้เลยว่ามีทีเด็ดไม่แพ้รุ่นพี่ F330 แน่นอนพันล้านเปอร์เซ็นต์ แค่ดูลักษณะภายนอกก็พอจะเห็นแววของมันแล้ว
แววรุ่งของ F250 อยู่ตรงที่มีรูเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลฯ แม้แต่รุ่นพี่เองก็ยังไม่มีให้ เพราะยังใช้พอร์ตของซัมซุงเดิมอยู่ หรือถ้าอยากได้แจ็คขนาดนี้จริงๆ ก็ต้องขยับไปเล่น i450 (ยังไม่ได้พรีวิว) โน่นเลย ราคาก็สูงกว่าเจ้านี่เท่าตัวเลยทีเดียว ฉะนั้น งบน้อยก็ต้องรุ่นนี้เท่านั้นล่ะครับ
ปุ่มกดด้านหน้ามีความแปลกใหม่เล็กน้อย ดูเหมือนว่าเราจะได้ใช้ปุ่มสัมผัส เพราะมองไม่เห็นปุ่มโทรออกและวางสายใต้จอ ทว่าอันที่จริงแล้วไม่ใช่อย่างนั้น ทั้งสองไปอยู่ใต้ฝาสไลด์แถวๆ แผงตัวเลขนั่นแหละ รวมถึงปุ่มเคลียร์อีกปุ่มด้วย นอกจากนี้แล้ว ปุ่มห้าทิศยังใช้ควบคุมเพลงในหน้าจอสแตนด์บายได้ด้วย สะดวกก็ตอนเล่นเป็นแบ็คกราวนด์ เนื่องจากเราไม่ต้องเข้าไปในเมนูเพลงให้เสียเวลาเลย
ด้านขวาของตัวเครื่องถือเป็นจุดเลี้ยว เอ้ย จุดสำคัญของเครื่องเลย เพราะมีทั้งปุ่มชัตเตอร์สำหรับการถ่ายภาพในแนวนอน ปุ่มลัดเข้าสู่เครื่องเล่นเพลง และยังมีพอร์ตสำหรับเสียบสายชาร์จหรือแม้แต่หูฟังแบบสมอลทอล์คของซัมซุงเองด้วย ส่วนด้านซ้ายเป็นรูเสียบหูฟังและปุ่มปรับเสียง น่าเสียดายเหลือเกินที่สล็อตเสียบไมโครเอสดีของรุ่นนี้ดันไปอยู่หลังแบต ทั้งที่เป็นมิวสิคโฟนที่เราต้องโอนถ่ายไฟล์เพลงอยู่บ่อยๆ ถ้างั้นบางทีการใช้สายดาต้าอาจดูเป็นวิธีที่ดีกว่า คุณผู้อ่านว่าจริงไหมครับ
ชำแหละเครื่องใน
นอกจากรุ่นนี้จะรองรับแจ็คมาตรฐานแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เหนือกว่า F330 คือ ฟังก์ชั่นที่ชื่อ มิวสิค เรคอกนิชั่น (Music Recognition) ที่ทำหน้าที่เหมือนแทร็คไอดีของ โซนี่ อีริคสัน หากเราไปเจอเพลงไหนที่ไม่รู้จัก ก็ให้ใช้เครื่องอัดเสียงในตัวอัดมา หรือไม่ก็ฟังวิทยุอยู่ก็อัดได้เหมือนกัน จากนั้นส่งไฟล์ดังกล่าวไปที่เซิร์ฟเวอร์ เพื่อดึงเอาข้อมูลเพลง รวมถึงภาพอัลบั้มออกมา แต่รู้สึกว่าจะไม่มีให้โหลดเหมือนไอทูนส์นะ อีกอย่างที่ผมพลาดไปแล้วคือ ผมไม่ได้ลองกับเพลงไทยแฮะ ส่วนเพลงสากลนั้นหาเจอหมด
ในตัวของเครื่องเล่นเพลงเองยังทำได้เหมือนเก่า ไม่ว่าจะเป็นการแยกเพลงตามไอดีแท็ก การแสดงภาพอัลบั้ม การจัดอันดับเพลง (ให้ดาว) รวมถึงการเล่นเป็นแบ็คกราวนด์อย่างที่บอกไปแล้ว ส่วนวิทยุเอฟเอ็มนั่นรองรับอาร์ดีเอสด้วย แต่เราก็ไม่เคยได้ใช้ซักที เลยไม่รู้เอามาทำไม มีไว้โก้ๆ ล่ะมั้ง
พูดถึงการถ่ายภาพ F250 ทำได้ดีพอประมาณเลยนะ ไม่รู้ว่าเป็นอานิสงส์จากการเป็นยี่ห้อซัมซุงหรือเปล่า ถ้าไม่เชื่อลองเอาภาพถ่ายจากมือถือในระดับเดียวกันของโนเกียมาเทียบดู ผมรับรองพี่หลีทำได้ดีกว่าแน่ ลองวัดกับ 2600 คลาสสิกที่ลงพร้อมกันในเล่มนี้ก็ได้ และการถ่ายวิดีโอยังทำได้นานเท่าที่ต้องการอีกด้วย
ด้านการเชื่อมต่อ ซัมซุงทำได้ดีมาพักใหญ่ๆ แล้ว เพราะรุ่นที่มีบลูทูธส่วนใหญ่ก็รองรับโพรไฟล์สำหรับหูฟังสเตอริโอด้วย และก็ยังมีเอดจ์มาโดยตลอด แม้ว่าราคาของมันจะราวห้าหกพันก็ตามที ไอ้บางยี่ห้อตัวเป็นหมื่นยังไม่มีให้เลย ส่วนสายดาต้าของรุ่นนี้ไม่รู้จะแถมมาให้ในกล่องหรือเปล่า เราต้องตามดูกันอีกที
อีกอย่างที่ผมอยากบอกเอาไว้คือ F250 มีโพรไฟล์มาให้เปลี่ยนเหมือนรุ่นใหม่ๆ แล้ว สั่นพร้อมเสียงก็ได้ มีฟังก์ชั่นในการบล็อคเบอร์ที่ไม่ต้องการรับ และก็วิสเปอร์โหมดสำหรับคุยในที่เงียบๆ อย่างในห้องสมุดหรือห้องเรียน เพียงเปิดโหมดนี้เอาไว้ เราก็คุยได้แบบไม่ต้องใช้เสียงดังเลย
กูรูฟันธง
ถ้าเป็นรุ่นล่างสุดอย่างซีรี่ยส์ซี ผมจะไม่แนะนำให้ซื้อยี่ห้อนี้ซักเท่าไหร่ เพราะยังมีอะไรหลายอย่างไม่ลงตัว แต่สำหรับ F250 แล้ว ผมว่าทำได้ดีไม่แพ้มือถือระดับราคาเดียวกันในชุดเก่าๆ อย่าง E250 เลย แถมมีบางกะปิ เอ้ย พัฒนาการโดยการใส่ความเป็นมิวสิคโฟนเข้ามาด้วย เอาว่าคุณซื้อไปแล้วไม่ผิดหวังแน่ครับ ใครที่กำลังมองมือถือฟังเพลงราคาไม่แพงอยู่ ซัมซุงตอบโจทย์ของคุณได้แล้วล่ะ
ข้อดี
- ควบคุมเพลงได้จากปุ่มกดภายนอก
- ใช้กับหูฟัง 3.5 ม.ม. ได้
- กล้องดิจิตอล 1.3 ล้านพิกเซล พร้อมการถ่ายวิดีโอ
- เพิ่มหน่วยความจำด้วยไมโครเอสดี
- ฟังก์ชั่น มิวสิค เรคอกนิชั่น
- รองรับบลูทูธ (เอทูดีพี) และเอดจ์
- มีวิทยุเอฟเอ็ม
ข้อเสีย
- ช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำอยู่ด้านหลังแบตเตอรี่
- อัดเสียงระหว่างใช้สายไม่ได้
- ไม่มีการปรับอีควอไลเซอร์แบบคัสตอม
|