Samsung D500
ในที่สุดซัมซุงก็ปล่อยหมัดน็อคซัดเข้าปลายคางคู่ต่อสู้อีกหนึ่งชุดด้วย D500 มือถือที่นับว่าเป็นความสุดยอดต่อจาก V200 ที่เคยช็อควงการมาครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งเราไม่ได้เห็นมานานเป็นปี เนื่องจากผู้ผลิตรายนี้มัวแต่ไปทำไมเนอร์เชนจ์ให้กับผลิตภัณฑ์ ของตัวเองโดยการเปลี่ยนหน้าตาแต่ฟังก์ชั่นแบบเดิมๆ จึงทำให้ความน่าสนใจในหลายรุ่นลดลงไป แต่สำหรับรุ่นนี้ผมคิดว่าใคร หลายคนรวมทั้งตัวผมเองกำลังรอคอยอย่างใจจดใจจ่อว่าจะออกมาแนวไหน อย่างนี้คงจะคอยนานไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว ไปพบกับบท ทดสอบกันเลยดีกว่าครับ
 |
 |
Physical Appearance
ก่อนอื่นเลยต้องพูดถึงการออกแบบที่ทำได้เตะตาเป็นอย่างมาก D500 เป็นมือถือที่ตามเทรนด์สีดำไปกับเขาเหมือนกัน เพราะตอนนี้ แต่ละแบรนด์จะต้องมีสักรุ่นหนึ่งที่ออกแนวนี้ แต่รุ่นนี้กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป ซึ่งมันจะบ่งบอกถึงความเป็นเอกลักษณ์ใน เสน่ห์ของสีดำแบบซ่อนเร้นและน่าหลงใหล บวกกับความเคร่งขรึม สร้างความประทับใจให้กับผมไม่น้อยเลยทีเดียว เท่าที่สังเกต ได้จะมีวัสดุอยู่เพียงสามส่วน หนึ่งคือพลาสติกสีดำชนิดด้านและชนิดเงา อีกอันที่เหลือจะเป็นโครเมี่ยมที่ดูโดดเด่นเหนือใคร หลายคนอาจจะบ่นว่าเจ้าพลาสติกดำเงานี่แหละที่เป็นปัญหา ชอบเลอะคราบมันของมือ ของหน้าเราอยู่บ่อยครั้ง แต่รุ่นนี้จะมีวัสดุ ที่ว่าอยู่เพียงตรงหัวเครื่องและขอบด้านข้างอีกหน่อยเท่านั้น จึงดูแลทำความสะอาดได้ง่ายกว่า ทั้งหมดนี้ถูกประกอบเข้าด้วยกัน อย่างแข็งแรงและแน่นหนา โดยไม่มีทีท่าว่าจะหลวมกรอบแกรบให้เห็นเลย อีกทั้งการเลื่อนฝาออกไปแบบกึ่งอัตโนมัติก็ทำได้ ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน
ส่วนประกอบที่ด้านหน้าเลยจะมีโครเมี่ยมแบบเงาอยู่ตรงส่วนของลำโพงสนทนา เลื่อนผ่านจอแสดงผลลงมาจะพบเส้นยางที่คอย ทำหน้าที่เป็นตัวยึดกับนิ้วเรา ทำให้เปิดฝาสไลด์ได้ง่าย ไม่ลื่นมือ ต่ำลงมาอีกนิดจะเป็นปุ่มควบคุมต่างๆ ที่วางตัวกันอย่างดูเรียบง่าย พอเปิดฝาสไลด์ออกมาเท่านั้นจะเจอคีย์แพดตัวเลขที่มีโครเมี่ยม 6 ชิ้นคอยคั่นอยู่ระหว่างตัวเลขในแนวตั้ง เอียงมาที่ด้านซ้ายจะ พบปุ่มปรับเสียง และอินฟราเรดพอร์ทอยู่ตรงส่วนล่าง ที่ด้านขวาจะเป็นช่องเสียบสมอลทอล์คหรือลำโพงภายนอกที่ใช้ฟังเพลง และปุ่มชัตเตอร์รูปทรงแคปซูล ส่วนด้านหลังจะแบ่งเป็นสองส่วนคือ ด้านบนเป็นพลาสติกแบบเงาอย่างที่ผมบอกไปแล้ว พร้อมตัวล็อคแบตที่กดลงไปโดยง่าย และส่วนล่างจะเป็นแบตเตอรี่ที่เป็นฝาหลังในตัว สกรีนด้วยโลโก้ของซัมซุงแบบนูนต่ำ และเมื่อเลื่อนฝาขึ้นมาจะเจอเลนส์กล้องดิจิตอลวางตัวเรียงอยู่กับกระจกเงาและแฟลชแอบอยู่ ทำให้ไม่เกิดรอยโดยง่ายเวลา วางกับพื้นโต๊ะครับ
รุ่นนี้ถือว่าเป็นมือถืออีกตัวที่กระชับรับกับมือเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะถือตามธรรมดาก็ไม่เล็ก ไม่ใหญ่เกินไป แล้วก็ไม่ลื่นหลุด มืออีกต่างหาก หากเปิดฝาสไลด์ตอนใช้สายก็มีขนาดยาวขึ้นมา ทำให้ถือคุยได้แบบไม่เมื่อยมือ ทั้งส่วนของลำโพงสนทนาก็โค้งมน ไม่จิ้มหูเหมือนกับบางรุ่น หากต้องให้คะแนนในส่วนนี้เต็มสิบ คงไม่ต้องสงสัยว่าจะได้เท่าไหร่ เพราะเขียนมาผมยังไม่ได้ติมัน เลยสักนิดเดียว
 |
 |
Four-Way Navigation Key
การใช้งานปุ่มสี่ทิศทางของรุ่นนี้ทำได้ค่อนข้างคล่องตัว เพราะว่ามีปุ่มยืนยันตรงกลางมาให้ใช้งานด้วย เท่ากับว่าเราไม่ต้อง เลื่อนนิ้วไปด้านซ้ายเพื่อกดซอฟท์คีย์ นอกนั้นปุ่มที่อยู่ด้านนอกถือว่าใช้งานได้สะดวกทุกปุ่ม เนื่องจากมีขนาดค่อนข้างใหญ่ครับ ปุ่มด้านในก็เช่นกันที่กดได้สบายนิ้วและให้ความรู้สึกที่ดีในการสัมผัสที่แผ่วเบา มาพูดถึงเรื่องการทำงานของมันกันบ้าง ปุ่มสี่ทิศทางนั้นสามารถเปลี่ยนหน้าที่ของมันได้ทั้งหมดโดยการเข้าไปยังเมนู Phone settings > Shortcut ส่วนปุ่ม OK ตรงกลางเมื่อกดตอนหน้าจอสแตนด์บายจะเป็นการใช้งานแว็ปเหมือนเดิม นอกจากนี้ ปุ่มกดตัวเลขยังเอาไว้เป็นดัชนีเพื่อเข้าไป ยังเมนูต่างๆ ได้สบายมาก และหากเราเลื่อนปิดฝาลงมา เครื่องก็จะทำการล็อคปุ่มด้านนอกให้โดยอัตโนมัติครับ
Menu Navigation
หน้าที่ของผมคือการจับผิดมือถือ ผมคิดไว้แต่แรกแล้วว่า หากเครื่องมีลูกเล่นแพรวพราวขึ้นมา การเข้าเมนูต้องอืดหรือหน่วง อย่างเห็นได้ชัดแน่ แต่กลับกลายเป็นผมต้องหน้าแหกอีกครั้ง เพราะเท่าที่ดูไม่พบอาการอืดเลยแม้แต่เมนูเดียว ทั้งการฟังเพลงและ ดูคลิปวิดีโอถือว่าทำได้สมบูรณ์แบบ โดยซัมซุงได้จัดวางโครงสร้างเมนูของรุ่นนี้ไว้เป็นแบบ Grid 3 x 3 ที่ใช้ไอคอนเคลื่อนไหว ในการแสดงผล บวกกับชื่อเมนูขนาดใหญ่อยู่ด้านบน คนที่มีอายุหน่อยจึงไม่ต้องเป็นห่วงในจุดนี้ และเมื่อเข้าไปยังเมนูย่อยๆ แล้ว ยังสามารถเลื่อนไปในทิศทางซ้ายขวาเพื่อเปลี่ยนหมวดเมนูได้อีกด้วย นับว่าเป็นความสะดวกที่รุ่นนี้อำนวยมาให้อีกอย่าง ทั้งมีนาฬิกาบอกเวลาในทุกเมนู แต่เสียดายนิดหน่อยตรงที่เครื่องที่ผมทดสอบยังไม่รองรับภาษาไทย อย่างไรก็ตามแต่ เลิกกังวล ไปได้เลยครับ เพราะเดี๋ยวก่อนวางจำหน่าย ทางผู้ผลิตก็ต้องใส่ความสามารถนี้มาให้อย่างแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ สุดท้ายที่การ เปลี่ยนสีสันโครงสร้างของเมนูที่ดูแล้วสดใสขึ้น และมีมาให้ 4 แบบด้วยกันครับ
Mega Pixel Digital Camera
ผมตกไปนิดหนึ่งตรงที่กล้องดิจิตอลของรุ่นนี้ต้องเป็นแบบ 1.3 ล้านพิกเซล เพราะความละเอียดสูงสุดที่กล้องสามารถบันทึกภาพ มาได้อยู่ที่ 1280 x 1024 ถัดมาเป็น 1152 x 864 640 x 480 320 x 240 176 x 144 และ 160 x 120 พิกเซล ตามลำดับขนาดใหญ่ไปเล็ก นอกจากนี้เรายังเปลี่ยนคุณภาพให้กับรูปถ่ายได้เพื่อให้ถ่ายได้เยอะขึ้นที่ Normal หรือว่าให้ภาพคมชัดแบบสุดๆ ที่ Super fine หากชอบแบบกลางๆ เอาเป็น Fine ธรรมดาแล้วกัน ยังไม่หมดเท่านี้ ในหมวดการตั้งค่ายังมีให้เลือกว่าจะใช้ ISO เท่าไหร่ ซึ่งมีให้เลือกแบบกล้องธรรมดาเลยที่ Auto / 100 / 200 / 400 แล้วยังเพิ่มความง่ายดายในการใช้งานด้วย Spot focus ที่จะมีสี่เหลี่ยมกลางช่องมองภาพให้เราเล็งภาพถ่ายได้ง่ายขึ้นครับ สุดท้ายที่การเปลี่ยนเสียงชัตเตอร์ 5 แบบที่เสียงใสราวกับกล้องดิจิตอลแน่ะ
 |
ตามติดมาด้วยลูกเล่นอีกเพียบ จนผมยังไม่คิดว่าจะมีมือถือตัวไหนเกินหน้าเกินตารุ่นนี้ไปได้ เลิกพล่ามแล้วมาต่อกัน ที่การเปลี่ยนโหมดถ่ายแบบต่อเนื่อง (Multi shot) ด้วยความเร็วแบบ Normal และ High 6 9 และ 15 เฟรม หรือจะถ่ายเป็น แบบภาพตาราง (Mosaic shot) ขนาด 2 x 2 หรือ 2 x 3 ได้ โหมดถัดไปจะเป็นการถ่ายภาพกลางคืน (Night mode) ก็ยังมี บวกกับการใส่เอฟเฟ็ค 10 แบบเริ่มจาก Black & White / Negative / Sepia / Emboss / Sketch / Orange / Aqua / Red focus / Yellow focus / Blue focus หากภาพยังสวยไม่พอ ลองใส่กรอบสติ๊กเกอร์เพิ่มสีสันให้เข้าไปยังไหว โดยในเครื่องมีมาให้ถึง 30 แบบด้วยกันทีเดียว ผมชกจะเหนื่อยแล้วสิ เอาเป็นว่าต่อกันที่การตั้งเวลาถ่ายภาพที่ 3 5 และ 10 วินาที การใช้แฟลชแบบอัตโนมัติ หรือจะเปิดให้แฟลชติดเฉพาะตอนถ่าย หรือเปิดตลอดเป็นไฟฉายก็ทำได้ทั้งนั้น สุดท้ายแล้วที่ การซูมแบบ Sequence คือมันจะไม่เป็นระดับๆ ไปเหมือนมือถือติดกล้องตัวอื่น แต่จะเป็นแบบซูมทีละนิดเหมือนกับ Nokia 6630 นั่นเอง ยังไม่หมดนะ เรายังสามารถปรับความสว่าง กลับหัวภาพ (Upside-down) และ กลับซ้ายเป็นขวา (Mirror) ได้จากปุ่มปรับเสียงด้านข้างอีกด้วย
 |
 |
ตัวอย่างรูปถ่าย |
อย่างไรก็แล้วแต่ เรายังมีกล้องถ่ายวิดีโอ ซึ่งเป็นความสามารถหลักของ D500 ติดมาอีกด้วย โดยเราจะบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้ใน ระยะเวลา 1 ชั่วโมง อีกทั้งขนาดของมันก็ไม่เบาเหมือนกันที่ 176 x 144 160 x 120 และ 128 x 96 พิกเซล บวกกับลูกเล่นต่างๆ ที่เหมือนกล้องดิจิตอลเกือบหมดยกเว้นการเปลี่ยนค่า ISO และโหมดการถ่ายภาพนิ่งต่างๆ
คุณภาพถือว่าทำได้ค่อนข้างดีทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว จากการดูผ่านจอคอมพิวเตอร์พบว่าสีที่เก็บมาได้ค่อนข้างตรงกับสีจริง แต่ยังมีความเบลออยู่นิดหน่อย อาจจะปรับปรุงได้ในเฟิร์มแวร์ตัวที่จะออกขายครับ
The Beauty of 262,144 Color TFT Display
ด้วยความที่มีความละเอียดของหน้าจอถึง 176 x 220 พิกเซล หรือเท่ากับสมาร์ทโฟนหลายตัว แต่ว่าพิ้นที่หน้าจอจริงมีขนาดเล็ก กว่านิดหน่อย นี่ไม่ได้หมายความว่าจอมันเล็กนะครับ แต่มันเป็นข้อดีเสียด้วยซ้ำ เพราะว่าสามารถแสดงผลได้ละเอียดและคมชัด สุดยอด ลองมาส่องใกล้ๆ จะมองแทบไม่เห็นเหลี่ยมของตัวหนังสือเลย อีกทั้งจำนวนเม็ดสีที่รองรับก็มากถึง 262,144 สี ด้วยจอชนิด TFT ทำให้ซัมซุงได้คะแนนไปเยอะโขในจุดนี้ครับ ผมอธิบายไม่ถูกเลยว่าหน้าจอของมันยอดเยี่ยมขนาดไหน
หน้าจอแสดงผลหลักตอนสแตนด์บายจะมีระดับแบตเตอรี่และสัญญาณ รวมไปถึงนาฬิกาและวันที่จะอยู่ในส่วนบนของจอ ที่เลือกปิดไม่ได้ แต่มันก็ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่บังวอลเปเปอร์ของเรา ถัดมาเป็นชื่อเครือข่ายที่เลือกปิดได้และวางไว้ตรง ข้างบนหรือข้างล่างก็ไม่มีปัญหา ล่างสุดเลยจะมีเมนูแสดงการทำงานของซอฟท์คีย์ครับ ทั้งนี้ที่หน้าจอขณะเป็น Sleep mode จะมีนาฬิกาดิจิตอลตัวเลขขนาดมหึมาให้ดูเวลากันแบบเต็มๆ ข้ามมายังการเปลี่ยนวอลเปเปอร์กันบ้าง ซึ่งให้เราใช้ภาพขนาด 176 x 144 พิกเซล ในฟอร์แมทของ JPEG หรือ Animated GIF หากจะโหลดเอาของสมาร์ทโฟนหลายตัวมาใช้ก็ได้ เพราะเท่ากันเป๊ะ
The First Real True Tone by Samsung
ที่บอกว่าเป็นทรูโทนจริงตัวแรกของซัมซุงเพราะว่า รุ่นนี้สามารถใช้ไฟล์ MP3 มาทำเป็นเสียงเรียกเข้าได้แล้ว ตัวก่อนๆ เราจะต้อง เอาไฟล์ mmf มาแปลง ซึ่งก็ให้คุณภาพที่ไม่ดีนัก แต่รุ่นนี้ถือว่าทำได้เท่าเทียมกับแบรนด์อื่นแล้ว จะเหนือกว่าด้วยตรงที่มีเจ้าลำโพง Soundmate ติดมาให้ เพื่อเพิ่มความกระหึ่มของเสียง จริงๆ เสียงปกติที่เปล่งออกมาจากลำโพงสนทนาก็มีความดังอยู่ในระดับ ที่ดีแล้ว อย่างไรก็ตามแต่ ความใสของเสียงยังทำได้ระดับกลางๆ หากจะให้เทียบแล้วคงดีกว่าโนเกีย 6230 ในระดับหนึ่ง ส่วนไฟล์สร้างชื่อแบบ mmf ก็ไม่ได้ถูกทอดทิ้งหายไปไหน รวมถึงการเล่น MIDI ก็ทำได้ดีไม่มีปัญหาครับ
นอกจากนี้แล้ว เสียงที่มีมาให้ในเครื่องยังมีมากถึง 45 แบบด้วยกัน แต่ละเพลงนั้นมีจังหวะและไพเราะ เรียกว่ามีครบทุกอารมณ์เลย ก็ว่าได้ ข้อดีอีกอย่างของเสียงเรียกเข้าในรุ่นนึ้คือ หากเราเปิดฝาสไลด์อยู่ แล้วมีคนโทรเข้ามา เสียงจะออกมาไม่ดังนัก คิดว่าน่าจะ เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพหูของผู้ใช้นั่นเอง ลูกเล่นอื่นยังจะมีการเปลี่ยนเสียงปุ่มกด เสียงข้อความเข้าที่ตั้งให้ เตือนเป็นระยะได้หากไม่ได้กดข้อความดู เสียงเปิดปิดเครื่อง เสียงสไลด์ฝา เสียงเตือนนาที เสียงการเชื่อมต่อสาย เป็นต้น อย่างไรก็ตาม รุ่นนี้ยังไม่มีระบบโพรไฟล์มาให้ใช้งาน รวมถึงการสั่นพร้อมเสียงด้วย ปิดหัวข้อด้วยการใช้สปีกเกอร์โฟนขณะคุย ทำให้เราไม่ต้องเสียบสมอลทอล์คด้วยซ้ำไป อีกอย่างการใช้งานก็เพียงกดปุ่ม OK ขณะใช้สายเท่านั้น เราก็จะคุยได้แบบสบายมือ
Multimedia Function
แน่นอนว่า D500 ต้องฟังเพลงแบบ MP3 ได้ แต่เสียดายที่ผมไม่ได้ทดสอบฟังผ่านหูฟังของมัน ที่ทางซัมซุงให้มามีเพียงลำโพง Soundmate เท่านั้น และพอฟังดูแล้วก็พบว่า เสียงมีความดังดีมาก อาจจะไม่ใสเหมือนกับฟังจากสเตอริโอจริง แต่ก็พอฟัง แก้ขัดไปได้พลาง หากฟังจากหูฟังผมว่าน่าจะเจ๋งกว่านี้ ลูกเล่นของมันยังมีการสร้าง Play list และการเล่นสุ่มและซ้ำแบบเพลง เดียวหรือทั้งรายการก็ยังได้ อีกทั้งเราสามารถปรับอีควอไลเซอร์ 2 แบบได้อีกต่างหาก
นอกจากนี้แล้ว การดูไฟล์วิดีโอคลิปก็ทำได้เช่นกัน โดยตามสเป็กแล้วผู้ผลิตแจ้งว่าสามารถเล่นได้ทั้งไฟล์ 3GP และ MPEG4 ครับผม
100 MB Internal Memory
หน่วยความจำหลักเลยจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยกัน ส่วนแรกจะมีขนาดใหญ่มากถึง 97.8 เมกะไบต์ โดยแบ่งให้ Funbox ที่จะมี รูปวอลเปเปอร์ ภาพถ่าย เสียงเรียกเข้า เพลง และวิดีโอคลิป อีกที่เหลือในส่วนนี้จะมี MMS และ E-mail อยู่ด้วย ข้ามมาอีกส่วนที่ประมาณ 4 เม็ก จะแบ่งไว้ให้กับจาวาโดยเฉพาะเลย รวมแล้วหน่วยความจำในเครื่องทั้งหมดจะมีอยู่ประมาณ 102 เมกะไบต์ด้วยกัน
Picture Phonebook
ส่วนนี้ก็ถือว่าทำได้ดีไม่แพ้เรื่องไหน เพราะสมุดโทรศัพท์ของมันเป็นแบบ Multi field 1,000 รายการ ที่ให้เราใส่รายละเอียดลง ไปอย่างเช่น เบอร์มือถือ บ้าน ออฟฟิศ แฟ็กซ์ อื่นๆ อีเมล์ และโน้ตย่อ ที่สำคัญเลยคือ มันใส่รูปภาพแสดงสายเรียกเข้าได้ด้วย ขนาดของมันไม่เล็กจนมองไม่เห็น แต่ก็ไม่ใหญ่แบบเต็มจอ นอกจากนี้ เรายังเพิ่มเสียงเรียกเข้าให้แต่ละบุคคลได้เลย ไม่ใช่ว่าจะไม่มีกลุ่มผู้โทรมาให้ เพราะเราก็สามารถสร้างกลุ่มผู้โทรแบบไม่จำกัด เพื่อแยกภาพและริงโทนได้ด้วย แถมใส่ภาพถ่าย ไปแทนไอคอนแบบเดิมได้ด้วย ส่วนอื่นยังมีการสร้างนามบัตรของตัวเอง เผื่อเอาไว้ไปส่งให้หนุ่มๆ สาวๆ นั่นล่ะ และส่วนของการ จัดการสมุดโทรศัพท์ยังมี Default saving ให้เลือกหน่วยความจำที่ต้องการเก็บเบอร์ด้วย แต่ติดนิดหน่อยตรงที่ D500 จะแสดงเบอร์ที่อยู่ในเครื่องและซิมในหน้าเดียวกัน ทำให้สับสนเวลาใช้งานหากต้องการใช้ให้เต็มประสิทธิภาพก็ต้องคัดลอก ลงเครื่องทั้งหมด แล้วลบเบอร์ในซิมออกให้เกลี้ยงครับ
Organizer & Tools
การเปลี่ยนแปลงรูปแบบหน้าตาของปฏิทินรายเดือน ทำให้ดูน่าใช้งานขึ้นเป็นอย่างมาก โดยจะแบ่งเป็นช่องตาราง ไว้อย่างเป็นระเบียบ แถมในแต่ละช่องนั้น หากเราใส่นัดหมายหรือรายการสิ่งที่ต้องทำลงไปก็จะถูกแยกประเภทไว้ด้วยแถบสีเล็กๆ สีแดงจะเป็น To do list ส่วนสีน้ำเงินจะเป็นนัดหมาย ส้มเป็น Anniversary และเขียวเป็น Miscellaneous อย่างไรก็ดี ที่ด้านล่างยังมีบอกจำนวนของรายการในแต่ละวันด้วย และพอกดเข้าไปในวันนั้นๆ จะพบรายการเรียงกันลงมาแต่ละอันบอกถึง เวลาวันที่และแยกประเภทด้วยไอคอนขนาดเล็กครับ ส่วน To do list จะให้เราตั้งค่าความสำคัญ (Priority) และ วันครบกำหนด (Due date) ได้เหมือนสมาร์ทโฟนเลย หากเราต้องการแยกประเภทในการดูรายการแบบต่างๆ ก็สามารถดูได้ที่หน้าหลักของ เมนูหลักของออแกไนเซอร์ได้ทันที รวมกันทั้งแผงแล้วได้ความจุที่ 400 รายการครับผม เกือบลืมการใส่ Memo แล้ว D500 จะให้เราใส่โน้ตย่อรายการละ 100 ตัวอักษร ด้วยความจุ 50 รายการ
เครื่องมือต่างๆ ก็มีให้ใช้งานกันอย่างครบครัน ตั้งแต่เครื่องอัดเสียงนาน 1 ชั่วโมงเป็นไฟล์ AMR นาฬิกาแสดงเวลาโลกที่ให้ เลือกเวลาหลักไว้สองค่า นาฬิกาปลุกแบบสองเวลารวมทั้งการเตือนทุกเช้า (Morning call) เครื่องคิดเลข เครื่องแปลงหน่วย นาฬิกานับถอยหลัง และนาฬิกาจับเวลา
Messaging System
ความจุของการเก็บข้อความสั้นไว้ในเครื่อง D500 ยังมีขนาดเท่าเดิมที่ 200 ข้อความ เท่านี้ก็ใช้กันไม่หมดแล้ว แต่ความสามารถ ที่เพิ่มเข้ามาคือการบล็อคข้อความเข้าที่ให้เราใส่เบอร์ที่ต้องการบล็อคไว้ในรายการ หากเบอร์นั้นส่งข้อความมาหาเรา เครื่องจะไม่รับข้อความนั้นเลย ผมได้ลองแล้วดูน่ากลัวจัง อีกอย่างคือ การเปลี่ยนการ encoding ตัวอักษรแบบ Unicode ทำให้เราอ่านข้อความในแบบต่างๆ หรือจะส่งออกไปได้มากขึ้น และข้อความที่ส่งเข้ามาจะถูกเก็บไว้ในเครื่องก่อน หากไม่พอใจจะโอนลงซิมก็เพียงกด Transfer เท่านี้เราก็เก็บข้อความของหวานใจไปตลอดได้แล้วแม้จะเปลี่ยนเครื่องใหม่ก็ตาม ส่วนการส่ง MMS ก็ไม่มีอะไรใหม่ จะแนบไฟล์ภาพ เสียง หรือวิดีโอไปกับข้อความก็ทำได้หมด แต่ก็เปลี่ยนรูปแบบตัวอักษร และสีได้ รวมถึงการสร้างสไลด์และตั้งเวลาการแสดง และส่งท้ายกันด้วยการใช้งานอีเมล์แบบ POP3 IMAP4 และ SMTP ครับ ทั้งหมดนี้สามารถพิมพ์ได้ด้วยระบบสะกดคำแบบ T9 ซึ่งต่อไป เครื่องที่วางขายจะมีเป็นภาษาไทยให้ด้วยเหมือนกับซัมซุงตัวอื่นๆ นั่นล่ะ
Java Games
เกมของรุ่นนี้เป็นแบบใหม่แล้ว เราจะไม่เห็น Bubble Smile และ Snow Ball Fight ที่แสนจะเก่าอีกต่อไป อันแรกเป็นเกม Forgotten Warrior ซึ่งให้เราเป็นพระเอกคอยต่อสู้กับศัตรูแบบต่างๆ เพื่อไปช่วยที่รักของเขา ถัดมาเป็นเกม Freekick โดยตัวหลักจะเป็น Beckham คอยซัดลูกฟรีคิกทั้งหลาย ผมล่ะชอบจริงๆ สุดท้ายคือ Arch Angel ซึ่งเราจะบังคับเครื่องบิน คอยยิงลำอื่นที่บินเข้ามา เกมทั้งหมดดูออกจะโบราณไปหน่อย แต่ความมันไม่ได้น้อยลงไปเลย ยังไงก็ถือว่าภาพและเสียงดูเข้าท่า เหมือนกัน
Connectivity
ถือว่า D500 เป็นนิมิตรหมายอันดีของซัมซุงที่จะเลิกทำอินฟราเรดแบบไม่อิสระ และต้องใช้โปรแกรมช่วย เพราะรุ่นนี้สามารถ รับส่งไฟล์ต่างๆ ที่เครื่องรองรับ ผ่านทางอินฟราเรดและบลูทูธได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องพึ่งคอมพิวเตอร์อีกต่อไป แต่ลองส่ง ไฟล์แปลกๆ อย่างไฟล์เอกสารเข้าไปดู เครื่องจะไม่ยอมรับ เอาเป็นว่าแค่นี้ก็ยอดเยี่ยมแล้วล่ะ หรือใครไม่ถนัดการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ก็ให้ลองสายดาต้าเอา เพราะรุ่นนี้ฟังเพลงได้อยู่แล้ว จะโหลดเพลงเร็วๆ คงตองพึ่งสายดาต้าแทน ส่วนการเชื่อมต่อด้วยเครือข่าย แบบอื่นจะมี GPRS Class 10 ใช้งานด้วย WAP 2.0 ในเครื่องครับ
Final Opinion & Conclusion
ผมไม่อยากจะหาข้อเสียมาทำให้ D500 มีรอยด่างเลยแม้แต่นิดเดียว แต่สิ่งเดียวที่ขาดไปนั่นคือการเพิ่มหน่วยความจำภายนอก ด้วยการ์ดชนิดต่างๆ ถึงตัวเครื่องของมันจะมีอยู่แล้วถึง 100 เมกะไบต์ก็ตามที หากเอามาฟังเพลง หรือเก็บรูปเยอะๆ คงไม่ไหวเหมือนกัน อีกเรื่องนิดหน่อยคือตัวนี้ไม่มีโพรไฟล์และการสั่นพร้อมเสียง แต่ถือว่า 3 ข้อเสียนี้ไม่น่าจะมีผลอะไรกับ คนที่ชอบรุ่นนี้อย่างผม เพราะถือว่าเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับข้อดีของมัน เริ่มจากกล้องดิจิตอลความละเอียดสูง 1.3 ล้านพิกเซล จอแสดงผลระดับโลกให้ความคมชัดอย่างกับจอคอมพิวเตอร์ เสียงเรียกเข้าที่ปรับให้เป็นแบบ MP3 แล้ว แถมยังเอามาฟังเพลง ได้ด้วย หน่วยความจำขนาดมหึมา การเชื่อมต่อไร้สายด้วยบลูทูธและอินฟราเรด การใช้งานออแกไนเซอร์และสมุดโทรศัพท์ที่ เหนือระดับขึ้น การรองรับทั้งข้อความมัลติมีเดียและจาวา การเปลี่ยนโครงสร้างเมนูให้ดูสวยงามและทันสมัยขึ้น และที่เด็ดที่สุด คือดีไซน์ที่หาใครเทียบชั้นได้ยากแล้วในยุคนี้ น่าจะเป็นคำตอบของผู้ที่เฝ้ารอ Samsung D500 มาเป็นเวลานาน และผมจะไม่ บอกว่ารุ่นนี้เหมาะสมกับใคร หากท่านที่งบประมาณพอ ขอให้ลองซื้อมาเล่นสักเครื่องเป็นดี แต่อยากเตือนเอาไว้นิดนึงนะครับ ว่ามีเงินเท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้น เอาให้เหลือเก็บ และอย่าใช้เกินตัว ส่วนผมขอตัวไปเหล่ๆ เจ้านี่ต่อ แต่รอให้ราคามันลงก่อน แล้วค่อยกว่ากันอีกที แหะๆ
|
|
|
|
จอแสดงผล
ความละเอียดสูง |
เมนูหลักแบบ Grid 3 x 3 |
ปฏิทินรูปแบบใหม่ |
|
|
|
|
|
ดูภาพที่ถ่ายในแกลเลอรี่ |
เปลี่ยนสกิน 4 แบบ |
กรอบสติ๊กเกอร์
30 แบบ |
|
Strength
- ดีไซน์ระดับเทพ
- กล้องดิจิตอลความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล
- ถ่ายวิดีโอนาน 1 ชั่วโมง
- จอแสดงผลความละเอียดสูง
- เสียงเรียกเข้าแบบ MP3
- หน่วยความจำ 100 เมกะไบต์
- บันทึกเสียงนาน 1 ชั่วโมง
- เชื่อมต่อด้วยบลูทธและอินฟราเรด
|
Weakness
- เพิ่มหน่วยความจำไม่ได้
- ไม่มีโพรไฟล์
- ไม่มีการเตือนสายเข้าแบบสั่นพร้อมเสียง |
|