Phone innovation
Nokia 2630
เที่ยวนี้โนเกียขนลูกหาบโทรศัพท์ออกมาให้พวกเราเลือกกันเพียบเลย เริ่มต้นด้วยรุ่น 2630 ที่มีความบางเหนือใคร โดยปกติแล้วเราจะไม่ค่อยเห็นความพิเศษสุดทางด้านดีไซน์ในมือถือซีรี่ยส์เล็กๆ แบบนี้หรอก ทว่านี่คือพัฒนาการเรื่องการออกแบบให้เทียบเท่ารุ่นแพงมากขึ้น ตามสเป็กแล้ว ซีรี่ยส์ 2 รุ่นนี้หนาเพียง 9.9 มิลลิเมตร เฉียดเซ็นติเมตรไปนิดเดียวเท่านั้น
ความพิเศษสุดอยู่ที่เรื่องการเชื่อมต่อ เนื่องด้วยว่า 2630 มีทั้งบลูทูธ เวอร์ชั่น 2.0 เอดจ์ คลาส 6 รวมถึงจีพีอาร์เอส คลาส 10 เจ้าเก่าอีกด้วย ขณะเดียวกัน คุณผู้ใช้จะมีพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์ขนาด 10 เมกะไบต์เพียวๆ และไม่มีสล็อตเสียบการ์ดสำหรับเพิ่มหน่วยความจำ ถึงพื้นที่จะไม่มาก แต่รับรองว่าการใช้เสียงเรียกเข้าแบบทรูโทนจะไม่มีปัญหา เพราะมันรองรับเอาไว้แล้ว
นอกจากความสามารถที่กล่าวไปแล้ว 2630 ยังจะมีกล้องดิจิตอลระดับ 3 แสนพิกเซล ที่ซูมแบบดิจิตอลได้ 4 เท่า วิทยุเอฟเอ็มติดตั้งในตัว ใช้งานง่ายเนื่องจากว่ามีปุ่มลัดที่กดเพื่อเข้าโหมดฟังเพลงได้ทันที และที่ขาดไม่ได้เลยคือ การใช้เว็บ เบราเซอร์ คุณจึงสามารถเปิดเว็บไซต์ได้ทันที เพราะมันรองรับการเว็บที่เขียนด้วยเอชทีเอ็มแอล (HTML) นั่นเอง
 |
|
+ ขนาด 105 x 45 x 9.9 ม.ม. 66 กรัม
+ ระบบ Dual Band GSM 900 / 1800 MHz
+ จอแสดงผล 128 x 160 พิกเซล TFT 65,536 สี
+ หน่วยความจำ 10 เมกะไบต์
+ กล้องดิจิตอล 3 แสนพิกเซล ซูม 4 เท่า
+ ภาครับวิทยุเอฟเอ็มติดตั้งในตัว
+ การเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 2.0 EDGE C6 และ GPRS C10
+ เบราเซอร์สนับสนุน xHTML และ HTML
+ การรับส่งข้อความ SMS MMS และ E-mail
|
ยังคงวนเวียนอยู่แถวๆ ซีรี่ยส์ 2 เหมือนเคย ที่ผ่านมาเราไม่ค่อยจะเห็นมือถือฝาพับราคาถูกของยี่ห้อนี้สักเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าไม่มีเลย แต่มันก็ยังหาได้ยากเมื่อเทียบกับโมโตโรล่าที่เป็นเจ้าแห่งโทรศัพท์ฝาหอย อาจเนื่องด้วยต้นทุนที่สูงขึ้นในการใส่หน้าจออันที่สองกระมัง ส่วนเรื่องดีไซน์ก็เป็นอย่างที่เห็น แอบบอกว่าปุ่มกดด้านในคล้ายกับ 2610 เลย ใครคิดแบบผมมั่ง
เทียบกันด้านฟังก์ชั่น 2760 และ 2630 แทบจะไม่มีความแตกต่างให้เห็น อาจจะเป็นเรื่องเอดจ์ที่ตัวนี้ไม่มีข้อมูลบอกมาแน่ชัด ต้องรอดูกันอีกทีว่าโนเกียจะเอาออกไปหรือเปล่า ตามความคิดผมแล้วน่าจะมี ส่วนบลูทูธ 2.0 ไม่ได้หนีหน้าหายไปไหน เช่นเดียวกับเมมโมรี่ 10 เมกะไบต์ที่เพิ่มเอาเองไม่ได้ ต้องอาศัยการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่ด้วยตัวเองล้วนๆ
จอแสดงผลหลักจะมีขนาดพิกเซลเท่ากัน ทว่า 2760 จะมีจอขาวดำที่ฝาพับด้านนอกให้มาเพิ่มเติม นอกเหนือจากนี้ก็เป็นกล้องดิจิตอล 3 แสนพิกเซลที่อัดภาพเคลื่อนไหวได้ วิทยุเอฟเอ็มอันเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะตัดออกไปไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด และเห็นว่ามีจาวา แอพพลิเคชั่นที่เจ๋งๆ อย่างพวก ตัวจัดการค่าใช้จ่าย เครื่องคิดเลขชั้นสูง และดิกชันนารีจีน อังกฤษด้วยนะ

|
|
+ ขนาด 87 x 44.8 x 20.7 ม.ม. 80.7 กรัม
+ ระบบ Dual Band GSM 900 / 1800 MHz
+ จอแสดงผลหลัก 128 x 160 พิกเซล TFT 65,536 สี
+ จอแสดงผลรอง 96 x 68 พิกเซล ขาวดำ
+ หน่วยความจำ 10 เมกะไบต
์+ กล้องดิจิตอล 3 แสนพิกเซล บันทึกวิดีโอได้
+ ภาครับวิทยุเอฟเอ็มติดตั้งในตัว
+การเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 2.0 และ GPRS C10
+ แบตเตอรี่ BL-4B (700 mAh) |
นี่เป็นโทรศัพท์ฝาพับอีกตัวในซีรี่ยส์ 2 ที่ให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับ 2760 มาก ไม่ว่าจะลักษณะของเปลือกภายนอก หรือปุ่มกดที่ซ่อนอยู่ด้านใน หากมองผ่านๆ อาจคิดว่ามันเป็นรุ่นเดียวกันด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม ลูกเล่นประจำเครื่องของ 2660 ดูจะด้อยกว่ารุ่นที่แล้วอยู่ระดับนึง แค่มองจากตรงนี้ก็พอจะเห็นแล้วล่ะว่า เลนส์กล้องหายไป นั่นก็แสดงว่ามันถ่ายรูปไม่ได้นั่นเอง
จอแสดงผลของรุ่นนี้แม้จะมีความละเอียดเท่ากับสองตัวที่แล้ว แต่ตามสเป็กบอกเอาไว้ว่า โนเกียใส่จอเอสทีเอ็น (STN) ให้กับรุ่นนี้ อย่างไรก็ดี 2660 ยังคงมีจอเล็กด้านนอกเพื่อแสดงสถานะของเครื่องอยู่ดี ในส่วนของหน่วยความจำ แน่นอนว่าในราคาที่ถูกลง คุณก็จะได้พื้นที่เก็บของน้อยลง โดยรุ่นนี้จะมีเมมโมรี่เพียง 2 เมกะไบต์เท่านั้น ทว่าก็ยังเพียงพอสำหรับการใช้ริงโทนจากไฟล์เอ็มพี 3 เช่นเดียวกัน ดังที่เราเห็นในรุ่น 2626 หรือ 2610 นั่นแหละ
จุดขายของ 2660 ยังมีอีกไม่น้อยเลย ตัวอย่างเช่น วิทยุเอฟเอ็ม การรับส่งข้อมูลด้วยบลูทูธ 2.0 และมีสปีกเกอร์โฟนสำหรับการสนทนาขณะที่มือไม่ว่าง อะไรก็แล้วแต่ มีเรื่องน่าแปลกในเว็บโนเกียคือ ไม่มีการแสดงข้อมูลของรุ่นนี้เอาไว้ แล้วจะกั๊กเอาไว้ทำไมเนี่ย ไม่อยากขายรึ
 |
+ ขนาด 87 x 44.8 x 20.7 ม.ม. 79 กรัม
+ระบบ Dual Band GSM 900 / 1800 MHz
+ จอแสดงผลหลัก 128 x 160 พิกเซล CSTN 65,536 สี
+ จอแสดงผลรอง 96 x 68 พิกเซล ขาวดำ
+ หน่วยความจำ 2 เมกะไบต์
+ ภาครับวิทยุเอฟเอ็มติดตั้งในตัว
+ การเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 2.0 และ GPRS
+ เสียงเรียกเข้าแบบทรูโทนจากไฟล์ MP3
+ ใช้ลำโพงภายนอกเป็นสปีกเกอร์โฟน |
อีกหน่อยคงไม่มีโนเกียรุ่นที่นำหน้าด้วยเลข 0 หรอกมั้ง ซีรี่ยส์นี้ถือเป็นซีรี่ยส์ที่ต่ำสุด และประหยัดที่สุดแล้ว แต่อะไรๆ ก็ต้องมีการพัฒนาใช่ไหมล่ะ เมื่อก่อนเราเห็นแต่มือถือจอขาวดำที่อยู่ในตระกูลนี้ ผู้ใช้ที่ซื้อมาไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรจากมันนอกเหนือจากการโทรออก รับสาย และส่งข้อความ ทว่าคราวนี้คุณจะมีจอที่ใหญ่เต็มตากว่าเดิมแล้ว
1650 ไม่ใช่มือถือที่จะเอาไว้โทรเพียงอย่างเดียว ความสามารถในด้านการฟังเพลงก็ไม่ได้เป็นรองใคร เนื่องจากว่ามีภาครับวิทยุเอฟเอ็มฝังอยู่ในตัว ตามติดด้วยจอสีสันสวยสดใสแบบเอสทีเอ็ส 65,536 สี และแสดงผลเมนูโดยใช้ยูสเซอร์ อินเตอร์เฟซ (User Interface) S30 ยิ่งไปกว่านั้น เรายังได้ลูกเล่นเก่าๆ ของซีรี่ยส์ใส่มาอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาออกเสียงได้ ตั้งปลุกแบบใช้เสียงคนพูด และไฟฉายที่มีประโยชน์ในรถเหลือเกิน
นอกจากนี้ เรายังจะได้แบตเตอรี่ขนาด 1,050 มิลลิแอมป์ เพื่อยืดอายุการใช้สายแต่ละครั้ง และสแตนด์บายให้นานขึ้น ดังที่เป็นเอกลักษณ์ของซีรี่ยส์นี้มาแต่ไหนแต่ไรด้วย
 |
|
+ ขนาด 104.2 x 43.8 x 17.8 ม.ม. 80 กรัม
+ ระบบ Dual Band GSM 900 / 1800 MHz
+ จอแสดงผล 128 x 160 พิกเซล CSTN 65,536 สี
+ ภาครับวิทยุเอฟเอ็มติดตั้งในตัว
+ การเชื่อมต่อด้วย GPRS
+ เสียงเรียกเข้าแบบโพลีโฟนิค
ระดับเดียวกับเสียงจาก MP3
+ ส่องสว่างด้วยไฟฉายในตัว
+ ระบบการออกเสียงของนาฬิกาและนาฬิกาปลุก
+ สนทนาผ่านสปีกเกอร์โฟน |
โนเกียตัวที่ห้าของเล่มนี้ยังคงเป็นโนเกียรุ่นเล็กๆ เหมาะสำหรับคนสตางค์น้อย ซื้อแล้วงบไม่แตกปลาย เอ้ย บานปลาย 1208 เป็นมือถือที่ราคาไม่น่าจะเกิน 3000 บาท เพราะด้วยฟังก์ชั่นที่มีน่าจะเอาไว้สำหรับใช้งานด้านเสียงจริงๆ แต่ยังไงซะ มันก็เป็นจอสี คาดว่าอีกหน่อยเราคงจะไม่ได้เห็นจอขาวดำในมือถืออีกต่อไป ขนาดซีรี่ยส์ 1 ยังเปลี่ยนเกือบหมดแล้วเลย
จอที่ว่านี้เป็นชนิดเอสทีเอ็น 65,536 สี โดยให้ความละเอียดที่ 96 x 68 จุด เทียบเท่าจอแสดงผลด้านนอกของมือถือฝาพับรุ่นก่อนนี้ กระนั้นเอง วัสดุและการประกอบตรงปุ่มกดของรุ่นนี้ทำออกให้กันน้ำหกใส่ หรือกันฝุ่นเข้าได้ในระดับหนึ่ง ไม่ใช่ตกน้ำป๋อมแป๋มแล้วจะรอดนะ และด้านหลังยังออกแบบมาให้เป็นแผ่นยางหนืดๆ กันลื่นหลุดมืออีกต่างหาก
 |
|
+ ขนาด 102 x 44.1 x 17.5 ม.ม. 76.9 กรัม
+ ระบบ Dual Band GSM 900 / 1800 MHz
+ จอแสดงผล 96 x 68 พิกเซล CSTN 65,536 สี
+ เสียงเรียกเข้าแบบโพลีโฟนิค ระดับเดียวกับเสียงจาก MP3
+ ส่องสว่างด้วยไฟฉายในตัว
+ สนทนาผ่านสปีกเกอร์โฟน
+ แผงปุ่มกดที่กันน้ำหกใส่และฝุ่นเข้าได้
+ แบตเตอรี่ BL-5CA สแตนด์บาย 15.2 วัน สนทนา 7 ชั่วโมง
+ สีตัวเครื่องที่มีจำหน่ายคือ ดำและแดง |
ในส่วนของฟังก์ชั่นพื้นฐานก็มีให้ครบ อาทิเช่น สปีกเกอร์โฟน หน่วยความจำสำหรับเก็บเบอร์โทรศัพท์ในเครื่อง ไฟฉายสำหรับยามฉุกเฉินแบบเดียวกับรุ่นเมื่อกี๊นี้ ริงโทนแบบโพลีโฟนิคเกรดเดียวกับเสียงเอ็มพี 3 นอกจากนี้ เห็นว่าตัวเครื่องรองรับ เดโม แอพพลิเคชั่น (Demo Application) เพื่อเปิดเครื่องดูการใช้งานโดยที่ไม่มีซิมการ์ดด้วยนะ
โทรศัพท์มือถือจอขาวดำของโนเกียรุ่นนี้ ไม่ได้ออกมาเพื่อสร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ใช้ แต่ออกมาเพื่อให้รุ่นเก่ามันตกรุ่นเท่านั้นเอง เราคงไม่หวังเทคโนโลยีอันสุดยอด เพราะโนเกียคงไม่เอามาใส่ไว้แน่ ประเดี๋ยวก็วนเอาฟังก์ชั่นแปลกๆ อย่างพวกนาฬิกาออกเสียงได้ ไฟฉาย เปลี่ยนสีไฟที่หน้าจอ หรือไม่ก็สร้างลักษณะพิเศษภายนอกอย่างที่ 1200 และ 1208 ทำ
ตัวเครื่องของรุ่นนี้ด้านหลังจะทำออกมาให้หนืดกันลื่น ปุ่มกดยังคงกันน้ำและฝุ่นได้นิดหน่อย โดยที่ทั้ง 1200 และ 1208 มีหน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบเลย ต่างกันแค่จอและสีสันของกรอบแค่นั้น อย่างไรก็ดี ซีรี่ยส์ 1 ดูอัล แบนด์ตัวนี้ยังมีไฟฉายเพื่อส่องสว่างในที่มืด และมีโหมดประหยัดพลังงานใส่มาให้ด้วย เรียกว่าจอขาวดำก็ประหยัดแล้ว ยังมีโหมดนี้มาช่วยอีก ก็เลยทำให้มันคุยติดต่อกันได้นานถึง 7 ชั่วโมง สแตนด์บายอย่างเดียว 2 อาทิตย์เศษ จริงแล้วไม่ถึงหรอก นี่เป็นข้อมูลที่เขาทดสอบผ่านห้องแล็บมาเฉยๆ ใช้จริงน้อยกว่านี้เยอะ
ส่วนที่เหลือจะเป็นเสียงเรียกเข้าแบบโพลีฯ เกรดเอ็มพี 3 เหมือนเคย และมีความจุในการเก็บเบอร์ 200 รายการ มีปฏิทิน
นาฬิกาจับเวลา นาฬิกาปลุก ฯลฯ

|
|
+ ขนาด 102 x 44.1 x 17.5 ม.ม. 76.9 กรัม
+ ระบบ Dual Band GSM 900 / 1800 MHz
+ จอแสดงผล 96 x 68 พิกเซล ขาวดำ (โมโนโครม)
+ เสียงเรียกเข้าแบบโพลีโฟนิค ระดับเดียวกับเสียงจาก MP3
+ ส่องสว่างด้วยไฟฉายในตัว
+ สนทนาผ่านสปีกเกอร์โฟน
+ แผงปุ่มกดที่กันน้ำหกใส่และฝุ่นเข้าได้
+ แบตเตอรี่ BL-5CA สแตนด์บาย 16.5 วัน สนทนา 7 ชั่วโมง
+ สีตัวเครื่องที่มีจำหน่ายคือ ดำและน้ำเงิน |
หลังจาก P990i ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร โซนี่ อีริคสันจึงต้องรีบส่งโทรศัพท์ตัวใหม่ลงสมรภูมิพีดีเอ โฟนในทันทีเพื่อแก้เกม และแผนล่าสุดที่จะมากอบกู้สถานการณ์ไว้ได้คือ แผน P1i นี่เอง มองจากภายนอกแล้วนี่คือ M600i ที่ปรับเปลี่ยนหน้าตาให้ดุขึ้น พร้อมใส่ลูกเล่นการใช้งานของพี่พีตัวเก่าเอาไว้ ส่วนลึกๆ แล้วจะเป็นอย่างไรต้องคอยติดตาม
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมีไม่น้อยเหมือนกันนะ อย่างแรกคือเรื่องขนาดตัวที่ดูสลิมกว่าเดิม เพราะไม่มีแผงปุ่มกดแบบถอดได้มากวนใจ กล้องก็มีความละเอียดสูงขึ้นเป็น 3.2 ล้านพิกเซล หน่วยความจำในตัวซัดเข้าไปที่ 160 เมกะไบต์เต็มๆ ส่วนการ์ดก็ปรับเป็นเมมโมรี่ สติ๊ก ไมโคร ดูท่าทางว่าดูโอ โปรใกล้ถึงคราวจะสูญพันธุ์แล้วล่ะ
สิ่งอื่นๆ ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม P1i ยังใช้ซิมเบียน 9.1 ที่มียูไอคิว 3 ในการแสดงรูปแบบเมนูทั้งหมด และมันยังเป็นโทรศัพท์ในเครือข่าย 3 จี ที่ไม่มีเอดจ์ แต่มีบลูทูธแบบสเตอริโอและอินฟราเรด วิทยุเอฟเอ็ม โอเปร่า เว็บ เบราเซอร์ จอสัมผัสขนาด 2.6 นิ้วที่ความละเอียดระดับคิววีจีเอ ตามด้วยโปรแกรมอ่านไฟล์เอกสารที่ติดตั้งไว้ในเครื่องเรียบร้อย

|
|
+ ขนาด 106 x 55 x 17 ม.ม. 124 กรัม
+ ระบบ Tri Band GSM และ UMTS 2100
+ จอแสดงผล 240 x 320 พิกเซล TFT 262,144 สี แบบทัชสกรีน
+ กล้องดิจิตอล 3.2 ล้านพิกเซล ออโต้ โฟกัส และวิดีโอระดับ QVGA
+ หน่วยความจำในตัว 160 เมกะไบต์ เพิ่มด้วย M2
+ วิทยุเอฟเอ็ม พร้อมฟังก์ชั่น RDS
+ ระบบปฏิบัติการซิมเบียน 9.1 UIQ 3.0
+ เชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 2.0 สเตอริโอ อินฟราเรด
และไวร์เลสแลน
+ โอเปร่า เว็บ เบราเซอร์ และโปรแกรมอ่านไฟล์เอกสารต่างๆ |
หลังจากที่ข่าวคราวเงียบหายไปเป็นปีๆ โซนี่ อีริคสันในตระกูล T ได้กลับมาเกิดอีกครั้ง ทีนี้เลยไม่รู้ว่าจะมีจุดยืนที่ตรงไหน เพราะ K ก็เป็นไซเบอร์ช็อต โฟน W กลายเป็นวอล์คแมน โฟน Z เป็นโทรศัพท์ฝาพับในราคาไม่แพง หรือพวก J ก็เป็นรุ่นเล็กไปเลย เราคงต้องพิจารณากันอีกสักพัก รอให้มีรุ่นออกมาเยอะๆ ก่อน จึงจะตัดสินได้ว่า T ควรคู่ในตำแหน่งใด
เบอร์หนึ่งในอดีตกลับมาก็มีอะไรให้เล่นเยอะเลย อย่างกล้องดิจิตอล 3.2 ล้านพิกเซล ก็อยู่ในระดับเดียวกับไซเบอร์ช็อต โฟน เนื่องจากกล้องมีออโต้ โฟกัส และแฟลชซะด้วย ลูกเล่นด้านเพลงก็ไม่ยอมน้อยหน้าอนุกรม W เพราะมีเครื่องเล่นเพลงที่รองรับแทร็คไอดี มีวิทยุเอฟเอ็มใส่มาให้เสร็จสรรพ แถมฟังเพลงผ่านหูฟังไร้สายแบบสเตอริโอได้อย่างบันเทิงเริงใจ
ยิ่งไปกว่านั้น เรายังจะได้ใช้จอสวยๆ ในตัวของรุ่นนี้ เห็นว่าเป็นจอแบบคริสตัล เคลียร์ที่ไม่เป็นปัญหาเมื่อเจอแดดจ้า และกระจกหน้าจอยังกันรอยได้ในระดับนึงอีกต่างหาก ส่วนคุณสมบัติอื่นอย่างพวก บลูทูธ 2.0 การแสดงผลสามมิติในจาวา แอพพลิเคชั่น การเพิ่มหน่วยความจำ หรือการเล่นเน็ตผ่านเว็บ เบราเซอร์ก็ยังคงรวมเอาไว้ใน T650 เรียบร้อยแล้ว
 |
|
+ ขนาด 104 x 46 x 12.5 ม.ม. 95 กรัม
+ ระบบ Tri Band GSM และ UMTS 2100
+ จอแสดงผล 240 x 320 พิกเซล TFT 262,144 สี
แบบทัชสกรีน
+ กล้องดิจิตอล 3.2 ล้านพิกเซล ออโต้ โฟกัส
+ หน่วยความจำในตัว 16 เมกะไบต์ เพิ่มด้วย M2
+ วิทยุเอฟเอ็ม พร้อมฟังก์ชั่น RDS และแทร็คไอดี
+ เชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 2.0 (A2DP)
+ เน็ตฟรอนต์ เว็บ เบราเซอร์
+ การปิดสัญญาณโทรศัพท์ด้วยไฟลท์ โหมด |
จะว่าไป ที ซีรี่ยส์ ก็ไม่ได้มีแต่รุ่นแพง ความสามารถเจ๋งเพียงอย่างเดียว อย่างที่เราจะได้เห็นกันในตัวของ T250i ซึ่งเทียบกับรุ่นเมื่อกี๊ไม่ได้เลย เอกลักษณ์ด้านการดีไซน์ของตระกูล T ที่ยังคงดำรงเอาไว้คือ การเป็นโทรศัพท์ทรงแท่งที่มีรูปทรงแข็งๆ หลายคนชอบมาก รวมถึงตัวของผู้เขียนด้วย และด้วยสีสันของมันก็ทำให้มันแลดูซอฟต์ลงบ้าง เรียกว่าทันสมัยขึ้นว่างั้นเหอะ
ผมไม่แน่ใจว่าหน้ากากของรุ่นนี้มีส่วนประกอบของโลหะด้วยหรือไม่ จากข้อมูลที่ได้ว่ามันเป็นเมทัลลิก อย่างไรก็ดี เราจะเห็นกล้องดิจิตอล 3 แสนพิกเซลติดอยู่ พร้อมด้วยวิทยุเอฟเอ็มที่อยู่ภายใน แน่นอนว่าทางเอสอีเองคงแถมหูฟังมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในกล่องด้วย และสำหรับสิ่งน่าสนใจอย่างอื่นก็ยังมีพวก จอแสดงผลขนาด 128 x 160 พิกเซล หรือ 1.7 นิ้ว พร้อมด้วยเมมโมรี่ 2 เมกะไบต์สำหรับเก็บภาพถ่ายและริงโทนที่เป็นไฟล์มิดี้แบบโพลีโฟนิค
การเชื่อมต่อมีอยู่หลากหลายทางเช่นกัน ถ้าสะดวกใช้สายดาต้าก็ไม่มีปัญหา สำหรับการส่งไฟล์แบบไร้สายจะเป็นอินฟราเรด และจีพีอาร์เอส ที่จะช่วยให้คุณเล่นเว็บ ดาวนโหลดคอนเท้นท์ต่างๆ ได้ตามใจชอบ
 |
|
+ ขนาด 100 x 45 x 13 ม.ม. 82 กรัม
+ ระบบ Quad Band GSM
+ จอแสดงผล 128 x 160 พิกเซล TFT 65,536 สี
+ กล้องดิจิตอล 3 แสนพิกเซล
+ หน่วยความจำในตัว 2 เมกะไบต์
+ ภาครับสัญญาณวิทยุเอฟเอ็ม
+ เชื่อมต่อด้วยอินฟราเรดและ GPRS
+ รับส่งข้อความ SMS EMS และ MMS
+ เสียงเรียกเข้าแบบโพลีโฟนิค และมีสปีกเกอร์โฟน |
หลังจากที่ RAZR V3 ออกมาได้ระยะหนึ่ง ก็มีโทรศัพท์หลากรุ่น หลายหน้าตาสลับกันโผล่ออกมา พร้อมกับสร้างความหวังให้ผู้ใช้ว่า เอ้อ ไอ้นี่แหละ RAZR2 แต่ที่ไหนได้ รุ่นพวกนั้นกลับกลายเป็น V3i บ้าง V3X บ้าง หรือไม่ก็ Maxx V6 ไม่มีตัวใดที่ได้ชื่อว่าเป็นนัมเบอร์ทูของเจ้าราซมันเลย เวลาผ่านมาจนถึงวันนี้ เราจะได้เห็นของจริงกันแล้วครับ
V8 ออกมาพร้อมกับ V9 ซึ่งมีหน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบ จะต่างกันก็เพียงลายของปุ่มกดนิดหน่อย กระนั้นเอง ฟังก์ชั่นก็ไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียวอีกเช่นกัน สำหรับ V8 จากค่ายอะคาเดมี แฟนเทเชีย เอ้ย โมโตโรล่าตัวนี้ มีจอที่ใหญ่ 2.2 นิ้ว และมีความละเอียด 240 x 320 พิกเซล ทีเด็ดจริงๆ อยู่ที่เมมโมรี่ที่ใส่มาในตัว 450 เมกะไบต์ หรือจะเลือกรุ่นที่ความจุมากกว่าที่ 2 กิกะไบต์ก็ได้ ติดตรงที่เราไม่สามารถใส่การ์ดเพิ่มให้มันได้เท่านั้น
และที่ต้องร้องอู้หูอ้าหาเลยก็คือ จอด้านนอกความละเอียดระดับเดียวกับจอด้านใน ที่ใช้ระบบสัมผัสในการสั่งงานเพื่อเล่นเพลง แถมโครงสร้างโดยรวมของมันทำมาจากเหล็กและสเตนเลส สตีล ดูแล้วน่าจะหรูเริ่ดกว่าที่เคยเป็นอย่างแน่นอน อ้อ ที่ขาดไม่ได้คือกล้อง 2 ล้านพิกเซล บลูทูธที่รองรับเอทูดีพี เอดจ์ คลาส 12 และเบราเซอร์ที่สนับสนุนเอชทีเอ็มแอลด้วยนะ
|
|
+ ขนาด 103 x 53 x 11.9 ม.ม. 117 กรัม
+ ระบบ Quad Band GSM
+ จอแสดงผลหลัก 240 x 320 พิกเซล TFT 262,144 สี
+ จอแสดงผลรอง 320 x 240 พิกเซล TFT 262,144 สี
+ กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล พร้อมการถ่ายวิดีโอ
+ หน่วยความจำในตัว 450 หรือ 2,000 เมกะไบต์
+ โอเปร่า เว็บ เบราเซอร์ 8 รองรับ HTML
+การเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 2.0 (A2DP) ไมโครยูเอสบี และ EDGE C12
+ โครงสร้างทำจากเหล็กและสเตนเลส สตีล |
คำถามที่เกิดขึ้นอย่างแรกเมื่อได้เห็นทั้ง V9 และ V8 คือ สองตัวนี้มีอะไรต่างกัน เอาไว้เดี๋ยวค่อยเฉลยแล้วกันนะ สิ่งที่เราเห็นได้จากลักษณะภายนอกของรุ่นนี้คือ สีสันที่คล้ายกับ V3i Maroon รวมถึงวัสดุที่นำมาใช้ในเครื่องที่ประกอบไปด้วยโลหะ สเตนเลส สตีล และแก้วที่ช่วยลดรอยขีดข่วนที่จะเกิดกับกระจกจอ ถือได้ว่าไม่ต่างอะไรจากรุ่นเมื่อครู่นี้เลยเนอะ
ความแตกต่างอยู่ที่ภายในมากกว่า V9 จะสามารถนำไปใช้งานในเครือข่ายเอชเอสดีพีเอ (HSDPA) ได้ และรวมไปถึงเรื่องหน่วยความจำที่รุ่นใหญ่นี่จะเพิ่มได้จากไมโครเอสดี การ์ด และมีเมมโมรี่ในเครื่องเพียง 45 เมกะไบต์เท่านั้น อ้อ และกล้องตัวเดียวกันนี้จะใช้สำหรับคุยแบบวิดีโอ คอลลิ่งได้ด้วย คุยแบบไม่ต้องเปิดฝานี่แหละ เพราะจอด้านนอกใหญ่ซะขนาดนั้น
สเป็กด้านอื่นลอกแบบกันมาเปี๊ยบ จอทั้งสองฝั่งมีความละเอียดเท่ากัน เพียงแต่วางตัวในแนวนอนกับแนวตั้ง มีกล้อง 2 เมกะพิกเซลเหมือนกัน บลูทูธไม่ขาดหาย เอดจ์ไม่ได้ตัดทิ้ง เบราเซอร์ยังคงเป็นโอเปร่า 8 ที่น่าประทับใจ ใครอยากได้ตัวไหนก็เลือกเอา
 |
|
+ ขนาด 103 x 53 x 13.3 ม.ม. 125 กรัม
+ ระบบ Quad Band GSM และ HSDPA
+ จอแสดงผลหลัก 240 x 320 พิกเซล TFT 262,144 สี
+ จอแสดงผลรอง 320 x 240 พิกเซล TFT 262,144 สี
+ กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล พร้อมการถ่ายวิดีโอ
+ หน่วยความจำในตัว 45 เมกะไบต์ เพิ่มจากไมโครเอสดี
+ โอเปร่า เว็บ เบราเซอร์ 8 รองรับ HTML
+ การเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 2.0 (A2DP) ไมโครยูเอสบี และ EDGE C12
+ โครงสร้างทำจากเหล็กและสเตนเลส สตีล |
เที่ยวนี้มีซัมซุงหลุดมาให้ดูเพียงตัวเดียวเองแฮะ สำหรับใครที่ชอบสีน้ำเงินคงจะไม่คลาดสายตาไปจาก J600 นี่แน่ เพราะว่าสีของมันฉูดฉาดในแบบของ เดอะ บลูส์ ซะเหลือเกิน ส่วนตัวผมเองคงต้อง เดอะ เร้ด เท่านั้น กระนั้นเอง ซัมซุงในตระกูล J ยังไม่เป็นที่ปรากฏมาก่อน ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมาแนวไหน ทว่าราคาคงไม่แพงแน่เมื่อดูจากสเป็กแล้ว
โทรศัพท์ฝาสไลด์จากเกาหลีตัวนี้มีจุดขายอยู่ที่การเชื่อมต่อ เพราะนอกจากจากรองรับบลูทูธแล้ว เรายังจะเห็นเอดจ์ คลาส 10 ใน J600 อีกด้วย บวกกับเบราเซอร์ที่รองรับเอชทีเอ็มแอล ทำให้การเล่นเว็บของผู้ใช้สมบูรณ์แบบ หรือจะใช้เป็นโมเด็มก็ไม่มีปัญหา และที่สำคัญคือ มันยังรับส่งอีเมล์จากตัวเครื่องได้เลยทันที
ข้อมูลเพิ่มเติมของ J600 ก็จะมี กล้องดิจิตอล 1.3 ล้านพิกเซล จอแสดงผลแบบทีเอฟทีหกหมื่นกว่าสี หน่วยความจำที่เพิ่มขนาดได้จากไมโครเอสดี พร้อมเครื่องเล่นเพลงเอ็มพี 3 ในตัว และยังสนับสนุนการติดตั้งจาวา แอพพลิเคชั่นอีกด้วย
 |
|
+ ขนาด 97 x 44 x 15 ม.ม. 92 กรัม
+ ระบบ Tri Band GSM
+ จอแสดงผล 128 x 160 พิกเซล TFT 65,536 สี
+ กล้องดิจิตอล 1.3 ล้านพิกเซล
+ เพิ่มหน่วยความจำด้วยไมโครเอสดี การ์ด
+ แว็ป เบราเซอร์ 2.0 รองรับ HTML
+ รับส่งข้อความ SMS EMS และ MMS
+ การเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ และ EDGE
+ ปุ่มกดแบบสัมผัสที่ด้านนอก |
โทรศัพท์ฝาสไลด์จากแอลจีตัวนี้ดูจะมีหน้าตาแปลกกว่าเพื่อนนิดหน่อยตรงที่ความกว้างของตัวเครื่อง โดยทั่วไปเราจะเห็นมือถือฝาเลื่อนในแนวยาวๆ มากกว่าใช่ไหมครับ แต่เนื่องด้วยผู้ผลิตจากเกาหลีรายนี้อยากให้จอมันเป็นแนวนอน KU580 เลยวัดจากซ้ายไปขวาสุดได้ที่ 53 มิลลิเมตร ไล่เลี่ยกับพ็อกเก็ตพีซี โฟนเลย ดังนั้น ผมจึงขอเรียกมันว่า เจ้าอ้วน แล้วกัน
จออันแสนวิเศษอันนี้ช่วยทำให้คุณใช้งานเว็บ เบราเซอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือจะถ่ายรูปก็ได้สัดส่วนตามที่ต้องการโดยไม่ต้องตะแคงเครื่องไปไหน ไม่แน่ว่าเจ้าอ้วนจะอ่านไฟล์เอกสารได้เหมือนกับแอลจีรุ่นหลังๆ หรือเปล่า ถ้าได้ก็จะถือว่าจอมีประโยชน์เข้าไปใหญ่ ตามสเป็กนั้น KU580 ใช้จอความละเอียด 320 x 240 พิกเซล แบบทีเอฟที 262,144 สี
ปุ่มแบบสัมผัสยังคงเป็นเอกสิทธิ์ที่หาได้ในโทรศัพท์ของยี่ห้อนี้เสมอ ฟังก์ชั่นโดยทั่วไปของมันคือ กล้องดิจิตอล 2 ล้านจุด พร้อมการใช้งานวิดีโอ คอลล์ มีเครื่องเล่นเพลง และวิทยุเอฟเอ็มให้พร้อม บลูทูธก็ใส่มาในเวอร์ชั่น 2.0 หรือจะเพิ่มเมมโมรี่ก็ใช้ไมโครเอสดีเหมือนเดิม ใครชักเริ่มรู้สึกว่าตัวเองขาดความหวาน ขอให้รอดูช็อคโกแล็ตแท่งใหม่นี่ด้วยแล้วกัน

|
|
+ ขนาด 94 x 53 x 16.5 ม.ม. 73 กรัม
+ ระบบ Tri Band GSM และ UMTS
+ จอแสดงผล 320 x 240 พิกเซล TFT 262,144 สี
+ กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล
+ กล้องสำหรับวิดีโอ คอลล์ ระดับ VGA
+ เมมโมรี่ในตัว 45 เมกะไบต์ รองรับไมโครเอสดี การ์ด
+ เชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 2.0
+ ฟังเพลงผ่านเครื่องเล่นหรือวิทยุเอฟเอ็ม
+ ปุ่มควบคุมด้านหน้าแบบสัมผัส |
เพิ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปได้ไม่นานสำหรับรุ่นจูเนียร์ของ P525 เท่าที่เห็น อัสซุสยังชูจุดเด่นในเรื่องการใช้ปุ่มกดแบบฮาร์ดคีย์ที่ติดตั้งมาให้ในตัว ทำให้การใช้งานในส่วนของโทรศัพท์เป็นไปอย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น แถมดีไซน์ก็ดูทันสมัยกว่าเดิม พร้อมทั้งทำปุ่มกดรับและวางสายให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นพัฒนาการอันดีทั้งสิ้น
ด้วยขนาดตัวที่เล็กและบางลง ทำให้จอแสดงผลของรุ่นนี้หดเหลือ 2.6 นิ้ว ไม่ใช่ 2.8 นิ้วอย่างที่เคย ส่วนฟังก์ชั่นที่เพิ่มเติมมาจะเป็นภาครับสัญญาณจีพีเอส (เซิร์ฟ สตาร์ 3) ทั้งที่รุ่นซีเนียร์ของมันไม่มี แถมโปรแกรมอ่านแผนที่ของสปีดนาวี่ และฐานข้อมูลจากอีเอสอาร์ไอ
การเปลี่ยนแปลงอื่นๆ มีอีกมากมาย เช่น การใช้วินโดวส์ โมบาย 6 การมีเอดจ์เพิ่มเข้ามา แต่ก็ดันตัดไวไฟออกไป กล้องดิจิตอล 2 เมกะพิกเซลที่ไม่มีออโต้ โฟกัสแล้ว โดยที่มีหน่วยความจำรอมและแรมเท่าเดิม บวกกับการใช้การ์ดใหม่อย่างไมโครเอสดี แทนที่จะเป็นมินิเอสดี และสำหรับบลูทูธก็ยังใช้เป็นเวอร์ชั่นเก่า 1.2 เช่นเดียวกับยูเอสบี 1.1 ทำให้โอนข้อมูลได้ช้าไปนิดนึง อ้อ ซีพียูก็ถูกลดสเป็กลงมาเหลือ 200 เมกะเฮิร์ตซ์ด้วยนะ ท่าทางราคาถูกลงแน่ๆ
 |
|
+ ขนาด 110 x 58 x 15.4 ม.ม. 115 กรัม
+ ระบบ Quad Band GSM
+ จอแสดงผล 240 x 320 พิกเซล TFT 65,536 สี (2.6 นิ้ว)
+ กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล
+ 128 MB ROM และ 64 MB RAM เพิ่มด้วยไมโครเอสดี
+ ซีพียู TI OMAP 850 ความเร็ว 200 MHz
+ ระบบปฏิบัติการ Windows Mobile 6 Professional
+ การเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 1.2 และ EDGE
+ ใช้ชิปรับสัญญาณจีพีเอสของ SiRF Star III |
เมื่อได้ยินโค้ด เนม หรือชื่อเล่นที่เอาไว้เรียก P6300 อาจะทำให้ถึงกับประหลาดใจได้ เพราะว่ามันชื่อ แพนด้า สาเหตุที่เรียกแบบนี้อาจเป็นเพราะว่าการดีไซน์โดยรวมล่ะมั้ง สังเกตดูสิว่าปุ่มกลมๆ มันคล้ายวงดำรอบตาแพนด้าแค่ไหน แถมขนาดตัวใหญ่เบ้อเริ่มไม่แพ้เจ้าช่วงช่วงกับหลินฮุ่ยที่เชียงใหม่ อย่างนี้ต้องร้องเพลงผีกาก้า เอ้ย หมีแพนด้า หมีๆ แพนด้าแล้ว
พีพีซี โฟนหลายรุ่นในระยะหลังลดขนาดจอลงเหลือ 2.6 2.8 นิ้วเสียเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากว่าต้องการลดขนาดตัว แต่กับเจ้าแพนด้าตัวใหญ่นั้น กลับใช้จอ 3.5 นิ้ว ทำให้การมองเห็นเป็นไปโดยสะดวก แม้ว่าจะยังไม่ได้เพิ่มความละเอียดจากคิววีจีเอก็ตามที ยังไงเสียคุณก็จะสามารถจิ้มจอได้อย่างแม่นยำ เพราะมีเป้าให้จิ้มใหญ่ขึ้นนั่นเอง
น่าแปลกที่ P6300 กลับใช้วินโดวส์ โมบาย 5 ไม่ได้เป็นเวอร์ชั่น 6 เหมือนหลายรุ่นที่กำลังจะออก แต่กระนั้นเอง เราจะได้เห็นซีพียูความเร็ว 400 เมกะเฮิร์ตซ์ และรอมขนาดใหญ่ 256 เมกะไบต์ในรุ่นนี้ ส่วนการเชื่อมต่อก็มีให้ครบๆ ทั้งไวไฟ บลูทูธ 2.0 และก็มินิยูเอสบีเจ้าเดิม สำหรับการถ่ายภาพต้องยกให้กล้อง 2 ล้านพิกเซลในตัวนี่เลย พร้อมกันนี้ ไอ้แพนด้ายังมีสล็อตเสียบการ์ดแบบเอสดี เพราะฉะนั้น เตรียมขุดการ์ดอันเดิมๆ ในเก๊ะมาใช้ได้เลย

|
|
+ ขนาด 130 x 70 x 18.8 ม.ม. 200 กรัม
+ ระบบ Tri Band GSM
+ จอแสดงผล 240 x 320 พิกเซล TFT 65,536 สี (3.5 นิ้ว)
+ กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล
+ 256 MB ROM และ 64 MB RAM เพิ่มด้วยเอสดี
+ ซีพียู Samsung SC32442 ความเร็ว 400 MHz
+ ระบบปฏิบัติการ Windows Mobile 5
+ การเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 2.0 และ WiFi 802.11 b/g
+ แบตเตอรี่ ลิเธียม โพลีเมอร์ 1,300 มิลลิแอมป์ |
ถ้าพอจะจำกันได้ เล่มก่อนเราได้นำเสนอทั้ง Ultimate 9150 และ 7150 ไปแล้ว เดือนนี้ขอตบท้ายด้วย Ultimate 8150 บ้าง มือถือในตระกูลอัลติเมตของไอเมตนี้จะมีลูกเล่นภายในที่เหมือนกันหมด ต่างเพียงรูปร่างภายนอกเท่านั้น บางรุ่นเป็นฝาพับ บางรุ่นเป็นฝาปิดเปิดแบบคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค แต่สำหรับรุ่นนี้จะเป็นทรงโทรศัพท์ธรรมดาที่มีปุ่มตัวเลขให้ด้วย
คุณสมบัติของมันถือได้ว่าสุดยอดจริงๆ อย่างจอแสดงผลก็ใช้ความละเอียด 480 x 640 พิกเซล เทียบเท่ามินิโน้ตบุ๊คของบางค่ายเลย ขณะเดียวกันซีพียูก็ใช้ย่อย เพราะเลือกเอาความเร็วระดับ 520 เมกะเฮิร์ตซ์มาใส่ รอมก็ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของวงการถึง 256 เมกะไบต์ พร้อมกันนี้ 8150 ยังทำงานได้ในระบบเอชเอสดีพีเออีก เรียกว่าเป็นมือถือแพ่งอนาคตขนานแท้
กล้องที่ติดมามีความละเอียด 2 เมกะพิกเซล และ 8150 ยังใช้วินโดวส์ โมบายตัวล่าสุด เวอร์ชั่น 6 ในการขับเคลื่อนการทำงาน บวกกับไวไฟ 4 มาตรฐาน เยอะกว่ารุ่นใดที่เคยเห็น ส่วนความบันเทิง ไอเมตจัดให้เสร็จสรรพแล้ว ทั้งวินโดวส์ มีเดีย เพลเยอร์ และวิทยุเอฟเอ็ม แรงขนาดนี้ท่าทางว่ายี่ห้อใหญ่ๆ เห็นทีจะต้องชิดซ้ายซะแล้ว
 |
|
+ ขนาด 118 x 60 x 18 ม.ม.
+ ระบบ Quad Band GSM และ HSDPA
+ จอแสดงผลหลัก 480 x 640 พิกเซล TFT 262,144 สี
แบบทัชสกรีน
+ 256 MB ROM และ 128 MB RAM เพิ่มด้วยไมโครเอสดี
+ ระบบปฏิบัติการ Windows Mobile 6 Professional
+ ซีพียู Intel Bulverde ความเร็ว 520 MHz
+ เชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi 802.11 b/g/e/i บลูทูธ 2.0 (EDR)
+ กล้องดิจิตอล 2 เมกะพิกเซล
+ วิทยุเอฟเอ็ม |
|