Phone innovation
Nokia 6120 Classic
ถ้าไม่บอก ผมก็ไม่รู้นะเนี่ย ว่าโทรศัพท์จากโนเกียสุดคลาสสิกใช้เลขรุ่นซ้ำแล้ว แต่เราคงไม่ใส่ใจกับรุ่นเก่าหรอกใช่ไหมล่ะ แต่กระนั้น หน้าตาของทั้งสองตัวไม่ได้เหมือนกันแม้แต่น้อย
หากดูแค่รูปร่างภายนอก เราคงไม่ทราบหรอกว่า 6120 คลาสสิกมีน้ำหนักเบาที่สุดในหมู่ของสมาร์ทโฟนจากค่ายเดียวกัน ปกติแล้วโทรศัพท์ที่ฝังซิมเบียน โอเอสไว้ในตัวมักจะมีขนาดตัวระดับเฮฟวี่เวต แม้แต่พวก E50 หรือ 5500 ที่ตัวเล็กแล้ว ยังปาเข้าไปขีดเศษๆ เลย
ได้ข่าวมาว่ารุ่นนี้จะเป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่ฝังหน่วยประมวลผลระดับ 369 เมกะเฮิร์ตซ์เอาไว้ และใช้ระบบปฏิบัติการซิมเบียนตัวล่าสุด 9.2 เอดิชั่น 3 และก็มีการรวมเอาคุณสมบัติที่น่าสนใจหลายอย่างเข้าไว้ด้วยกัน อาทิเช่น กล้อง 2 เมกะพิกเซล ที่ถ่ายพาโนรามาได้ แถมมีแฟลชอีกต่างหาก และ 6120 คลาสสิกยังใช้จอ 2 นิ้ว ความละเอียด QVGA ระดับ 16 ล้านสี มีช่องเสียบสายดาต้าแบบมินิยูเอสบี บลูทูธเป็นเวอร์ชั่น 2.0 ที่รองรับโพรไฟล์สำหรับหูฟังสเตอริโอด้วย ส่วนกล้องด้านหน้านั่นแสดงให้เห็นว่ามือถือแคนดี้บาร์ตัวนี้ต้องรองรับเครือข่าย 3G แน่ ไม่ว่าจะ HSDPA หรือ WCDMA ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับโนเกียตัวที่เห็นนี่เลย
+ ขนาด 105 x 46 x 15 ม.ม. 89 กรัม
+ ระบบ GSM Quad-band / WCDMA / HSDPA
+ จอแสดงผล 240 x 320 พิกเซล TFT 16 ล้านสี
+ กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลชและโหมดพาโนรามา
|
+ เมมโมรี่ในตัว 35 เมกะไบต์ เพิ่มด้วยไมโครเอสดี
+ เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ 2.0 (A2DP) และสายดาต้าแบบมินิยูเอสบี
+ ระบบปฏิบัติการซิมเบียน 9.2 เอดิชั่น 3
+ ฟังก์ชั่นเท็กซ์ ทู สปีช (Text to speech)
+ คาดว่าจะวางจำหน่ายไตรมาสที่ 2 ปี 2550
|
Nokia 5070
ขยับมาต่อที่โนเกียรุ่นเล็กกันบ้าง ดูจากสเป็กที่เว็บไซต์ทางการของเจ้านี้แล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่ 5070 จะมีราคาเกินกว่า 6120 คลาสสิก เท่ากับว่ายักษ์ฟินตัวนี้ส่งมือถือมาเอาใจผู้ใช้ในตลาดล่างอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าจะถูกจับตามองเช่นเคย
แม้ว่าดีไซน์ของโทรศัพท์รุ่นนี้จะดูเรียบง่าย แต่นั่นก็เป็นเพียงลักษณะภายนอก เพราะสีสันไม่ได้สอดคล้องกับความเบสิกอันนี้เลย ตรงกันข้าม โนเกียกลับเลือกสีแดงให้ฉูดฉาดจี๊ดจ๊าดไปซะนี่ ทำแบบนี้แหละดีแล้ว เดี๋ยวเครื่องจืดเป็นน้ำแกงลืมใส่น้ำปลา หมดสวยกันพอดี
ถ้าถามถึงเรื่องฟังก์ชั่น 5070 มีดีที่วิทยุเอฟเอ็มแบบสเตอริโอ โดยสามารถบันทึกช่องสถานีที่ต้องการได้ ในอีกมุมหนึ่ง เพลงที่เป็นไฟล์ MP3 ก็นำเอามาเป็นริงโทนได้เช่นกัน ส่วนเรื่องการถ่ายภาพ ความละเอียดระดับ VGA ได้ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง
สำหรับผู้ที่รักความสนุกสนาน หรือต้องการปรับแต่งความสามารถของเครื่องเพิ่มเติม 5070 ยังรองรับการติดตั้งจาวา แอพพลิเคชั่น หรือเกมตราบเท่าที่เมมโมรี่ขนาด 4.3 เมกะไบต์ยังพอรับไหว ส่วนการจะส่งไฟล์เข้าไปนั้น โนเกียจะให้เราใช้สายดาต้าผ่านป๊อป พอร์ต หรือไม่ก็เอดจ์ คลาส 6 อันจะถือว่าเป็นสเป็กเดียวกับมือถือในระดับเดียวกันนี่แหละ
+ ขนาด 105.4 x 44.3 x 18.6 ม.ม. 88 กรัม
+ ระบบ GSM Tri-band
+
จอแสดงผล 128 x 160 พิกเซล CSTN 65,536 สี
+ กล้องดิจิตอล 3 แสนพิกเซล สามารถถ่ายวิดีโอได้
+ เมมโมรี่ในตัว 4.3 เมกะไบต์
|
+ เชื่อมต่อผ่านอินฟราเรด สายดาต้า และเอดจ์ คลาส 6
+ วิทยุเอฟเอ็มแบบสเตอริโอ
+ รองรับการติดตั้งจาวา แอพพลิเคชั่น
+ เสียงเรียกเข้าแบบทรูโทนจากไฟล์ MP3
|
LG KE770 Shine
น่าจะเป็นเล่มนี้กระมังที่เราจะได้เห็นรีวิวฉบับสมบูรณ์สำหรับรุ่น KE970 หลายคนงงว่าผมเอามาพูดถึงทำไม เหตุผลคือ ลองดูดีไซน์ของทั้งสองรุ่นสิ พวกมันมีความคล้ายคลึงกันมาก ไม่ว่าจะเป็นกระจกด้านหน้าที่สะท้อนตัวคุณได้ รวมถึงลักษณะของปุ่มกด สิ่งที่แตกต่างมีเพียงความเป็นมือถือฝาสไลด์ และมือถือทรงแท่งเท่านั้นเอง
ในด้านการถ่ายภาพ แอลจีแสดงให้เห็นว่าตัวเองก็มีดีเหมือนกันโดยการติดกล้อง 2 ล้านพิกเซลให้กับ KE770 และมีแฟลชเพื่อส่องสว่างในที่มืดอีกด้วย ส่วนหน้าจอของรุ่นนี้จะมีความละเอียดเท่ากับ 176 x 220 จุดเท่านั้น แสดงให้เห็นว่ารุ่นนี้มีราคาที่ต่ำกว่า แต่อีกเรื่องที่ต้องมาดูกันคือ วัสดุที่เอามาทำเป็นตัวเครื่องจะเป็นโลหะเหมือนกับรุ่นพี่หรือเปล่า
มือถือหนา 9 มิลลิเมตรตัวนี้สนับสนุนการเชื่อมต่อได้หลายทาง ทั้งบลูทูธที่มีโพรไฟล์ A2DP หรือจะเป็นเอดจ์และจีพีอาร์เอสก็ไม่ขาดหาย หากต้องการเล่นอินเตอร์เน็ต เพียงแค่คุณคอนเน็คท์กับเครือข่ายแล้วเปิด แว็ป เบราเซอร์ 2.0 ในตัว แค่นี้ก็จะโลดแล่นไปบนโลกแห่งไซเบอร์สเปซได้แล้ว แถม KE770 มีโปรแกรมอ่านไฟล์เอกสารให้ด้วยนะ
+ ขนาด 105 x 46 x 9.9 ม.ม. 79 กรัม
+ ระบบ GSM Tri-band
+ จอแสดงผล 176 x 220 พิกเซล TFT 262,144 สี
+ กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช
+
เมมโมรี่ในตัว 70 เมกะไบต์ เพิ่มด้วยไมโครเอสดี
|
+ เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ 1.2 (A2DP) และเอดจ์
+ จอแสดงผลเป็นกระจกเงา
+ แว็ป เบราเซอร์ 2.0 รองรับ xHTML
+ รองรับจาวา (MIDP 2.0)
|
Alcatel ELLE No 3
หลังจากที่เราได้เห็น ELLE No 1 ที่เป็นสีแดงแบบหรูหรากันไปแล้ว ELLE No 2 ก็ไม่มีใครทราบเหมือนกันว่าหายไปที่ไหน จะตามตัวได้อย่างไร กลับมาอีกครั้งในคราวนี้ ELLE No 3 (แอล นัมเบอร์ 3) ได้ถือกำเนิดมาพร้อมกับความมีหัวจิตหัวใจที่เป็นแฟชั่นอย่างเต็มเปี่ยม
จะว่ามันสวยอย่างเดียวก็ไม่ได้ เมื่อสัมผัสกับฟังก์ชั่นของ ELLE No 3 คุณจะพบกับกล้องระดับ 1.3 เมกะพิกเซล อีกทั้งถ่ายวิดีโอได้อย่างต่อเนื่องจนกว่าเมมโมรี่จะหมด หรือจะเป็นลูกเล่นอย่างการถ่ายต่อเนื่อง อัลคาเทล มือถือแฟชั่นตัวนี้ก็พร้อมให้คุณทดลองแล้ว
ไม่มีสิ่งใดให้หนักใจเกี่ยวกับการเชื่อมต่อ เพราะแอลมีทั้งบลูทูธ เวอร์ชั่น 2.0 จีพีอาร์เอส คลาส 10 และการรับส่งข้อมูลผ่านสายดาต้าที่ต่อกับยูเอสบี 2.0 คุณสามารถดาวน์โหลดภาพที่เป็นไฟล์ JPG BMP หรือ GIF ลงไปดูในเครื่องได้ เช่นเดียวกับ ไฟล์เสียง MP3 AAC และ M4A ก็เอาไปฟังผ่านเครื่องเล่นเพลงได้เช่นกัน
สำหรับหน่วยความจำที่เอาไว้เก็บคอนเท้นท์ในเครื่อง มีให้เราได้ใช้อย่างเหลือเฟือ อันเนื่องมาจากว่า ELLE No 3 มีสล็อตเสียบการ์ดชนิดไมโครเอสดีเพิ่มเติมมา บวกกับของเดิมในเครื่องอีก 12 เมกะไบต์ อ้อ มันยังเก็บข้อความสั้นได้ตั้ง 500 รายการเชียวนะ
+ ขนาด 95 x 50 x 16.7 ม.ม. 99 กรัม
+ ระบบ GSM Tri-band
+ จอแสดงผล 176 x 220 พิกเซล TFT 262,144 สี
+ กล้องดิจิตอล 1.3 ล้านพิกเซล พร้อมการถ่ายวิดีโอแบบไม่จำกัด
|
+ เมมโมรี่ในตัว 12 เมกะไบต์ เพิ่มด้วยไมโครเอสดี
+ เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ 2.0 และ GPRS Class 10
+ แบตเตอรี่ขนาด 700 มิลลิแอมป์ คุยได้สูงสุด 15 ชั่วโมง
+ รองรับจาวา และมีแว็ป เบราเซอร์ 2.0
+ มีทั้งหมด 4 สี คือ ขาว ชมพู ม่วง เหลืองอมเขียว
|
Alcatel OT-C825
เดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะยี่ห้อไหนก็ต้องมีมิวสิค โฟนเป็นของตัวเอง นี่แสดงให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่นิยมเสพเพลง ผ่านทางโทรศัพท์มากขึ้น อัลคาเทลก็เช่นกันที่ต้องตามกระแสดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเราก็เห็นกันในรูปของ C825 ตัวนี้
วัสดุรอบตัวเครื่องประกอบไปด้วยหนังเทียม โลหะ ทั้งพลาสติกแบบมือถือทั่วไป ทำให้มันมีความสวยงาม และแปลกใหม่อยู่พอตัวเลยทีเดียว ด้านหน้าของ C825 มีปุ่มสำหรับควบคุมเครื่องเล่นเพลงเตรียมเอาไว้ให้เรียบร้อย นัยว่าไม่ต้องกดปุ่มบังคับสี่ทิศทางเลยแหละ
ในเมื่อผันตัวเองมาเป็นมือถือเล่นเพลงแล้ว หน่วยความจำจึงต้องมีมาเยอะพอสมควร โดยในเครื่องจะมีอยู่ 10 เมกะไบต์ แต่ก็ยังเพิ่มได้จากไมโครเอสดี การ์ดขนาดจิ๋วที่นิยมสุดๆ
สำหรับการฟังเพลงโดยไม่มีสิ่งใดรบกวน C825 มีไฟลท์ โหมดมาช่วยตรงจุดนี้ แถมในเครื่องมีอีกฟังก์ชั่นที่น่าสนใจอย่าง คาราโอเกะ จะเป็นอย่างไร คงต้องดูเครื่องจริงต่อไป
กล้องที่ติดมาสามารถถ่ายภาพได้มีเรโซลูชั่น 1.3 ล้านพิกเซล แน่นอนว่าต้องถ่ายวิดีโอได้ ตามสเป็กระบุมาว่าเป็นระดับ QCIF หรือ 176 x 144 จุดนั่นเอง
+ ขนาด 96 x 50 x 18 ม.ม. 99 กรัม
+ ระบบ GSM Tri-band
+ จอแสดงผล 176 x 220 พิกเซล TFT 262,144 สี
+ กล้องดิจิตอล 1.3 ล้านพิกเซล พร้อมการถ่ายวิดีโอ
+ เมมโมรี่ในตัว 10 เมกะไบต์ เพิ่มด้วยไมโครเอสดี
|
+ เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ 2.0 และ GPRS Class 10
+ ฟังก์ชั่นสำหรับเล่นเพลงอย่างคาราโอเกะและไฟลท์ โหมด
+ รองรับการติดตั้งจาวา แอพพลิเคชั่น
+ เครื่องเล่นวิดีโอ สนับสนุนการเล่นไฟล์ 3GP และ MP4
|
Alcatel OT-C717
ก่อนที่ผมจะเริ่มสาธยายถึง C717 ผมมีคำถามให้คุณผู้อ่านช่วยตอบ ผมอยากทราบว่าทำไมมือถือของอัลคาเทลต้องมี OT (One Touch) เกือบทุกรุ่น เหตุผลกลใดมีใครทราบบ้างไหม
ดูจากรูปร่างและหน้าตาของอัลคาเทลฝาสไลด์ ก็พอจะบอกได้ว่ามันคือมิวสิค โฟนอีกตัวหนึ่งเช่นกัน เนื่องจากว่ามีปุ่มควบคุมเพลงอยู่ด้านหน้า และถ้าสังเกตุให้ดีจะพบกับสล็อตเสียบการ์ดที่อยู่ด้านขวาอีกด้วย แค่สองเรื่องนี้ก็บ่งบอกได้ชัดเจนแล้วใช่หรือเปล่า
ไฟล์เพลงมาตรฐานที่ C717 เล่นได้อ่านออกก็คือ MP3 AAC AAC+ และ M4A ไม่ได้รองรับ WMA เหมือนโทรศัพท์เล่นเพลงรุ่นใหม่ๆ จากยี่ห้ออื่น แต่อย่างไรก็ดี คุณจะสามารถฟังเพลงผ่านหูฟังบลูทูธที่เป็นสเตอริโอได้ เนื่องจากว่าโทรศัพท์ฝาสไลด์จากจีน (TCL Alcatel) ตัวนี้รองรับบลูทูธ 2.0 ที่มี A2DP ส่วนการเชื่อมต่ออื่นก็จะเป็นพวกจีพีอาร์เอส และสายดาต้า
ความแตกต่างระหว่าง C825 และ C717 คือเรื่องของจอแสดงผล รุ่นนี้จะมีจอที่ละเอียดน้อยกว่า หรือเท่ากับ 128 x 160 พิกเซล บวกกับความเป็นจอ TFT 65,536 สี ก็น่าจะคาดหวังถึงความสวยงามได้ นอกจากนี้ มันยังมีหน่วยความจำกลาง 10 เมกะไบต์เท่ากันอีกต่างหาก
+ ขนาด 91.7 x 45 x 20.8 ม.ม. 85 กรัม
+ ระบบ GSM Dual-band
+ จอแสดงผล 128 x 160 พิกเซล TFT 65,536 สี
+ กล้องดิจิตอล 1.3 ล้านพิกเซล พร้อมการถ่ายวิดีโอ
+ เมมโมรี่ในตัว 10 เมกะไบต์ เพิ่มด้วยไมโครเอสดี
|
+ เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ 2.0 (A2DP) และ GPRS Class 10
+ ฟังก์ชั่นสำหรับเล่นเพลงอย่างคาราโอเกะและไฟลท์ โหมด
+ รองรับการติดตั้งจาวา แอพพลิเคชั่น
+ เครื่องเล่นวิดีโอ สนับสนุนการเล่นไฟล์ 3GP และ MP4
|
Alcatel OT-C707
และนี่ก็เป็นมิวสิค โฟนอีกตัวหนึ่งของอัลคาเทล จะบอกว่ามันคือ C717 ในคราบของโทรศัพท์แคลมเชล (ฝาพับ) ก็ไม่ผิดนัก เนื่องจากว่าแทบจะหลับตาลอกฟังก์ชั่นกันมาเลยแท้ๆ
C707 จะมีพี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกันอีกรุ่นหนึ่งชื่อว่า C701 ซึ่งมีหน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบเลย เว้นแต่กรอบด้านนอกที่ตัวนี้จะมีลวดลายฉูดฉาดมากกว่า และปุ่มเพลงด้านหน้าก็ทำให้มันดูฮิปไม่เบาเลยแฮะ จอแสดงผลอันเล็กที่เป็นแนวตั้งก็เข้ากับปุ่มอย่างลงตัว
จอด้านในที่เป็นจอหลักของรุ่นยังคงความละเอียดไว้ที่ 128 x 160 พิกเซล แบบ TFT 65,536 สีเหมือนเมื่อกี๊นี้แหละ หน่วยความจำที่เพิ่มได้ ทำให้รุ่นนี้น่าสนใจขึ้นไปอีก โดยการ์ดที่รองรับคือ ไมโครเอสดี เดี๋ยวนี้ราคาไม่แพงแล้ว จะซื้อซัก 1 กิ ๊กมาใส่ยังไม่หวั่นเลย
เหตุของการหลับตาลอกฟังก์ชั่นมา ทำให้ลอกมาไม่เหมือนเป๊ะ กล้องของรุ่นนี้เลยมีความละเอียดแค่ 3 แสนพิกเซล แต่ก็ยังถ่ายวิดีโอในระดับ QCIF (176 x 144 จุด) เหมือนเดิม
สุดท้าย สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ บลูทูธ 2.0 ที่รองรับ A2DP เห็นว่าใช้ชิปของบรอดคอมด้วย จับคู่ปุ๊บก็เอาไปฟังเพลงหรือส่งข้อมูลได้ทันที
+ ขนาด 89 x 45.7 x 22.5 ม.ม. 83 กรัม
+ ระบบ GSM Dual-band
+ จอแสดงผล 128 x 160 พิกเซล TFT 65,536 สี
+ กล้องดิจิตอล 3 แสนพิกเซล พร้อมการถ่ายวิดีโอ
+ เมมโมรี่ในตัว 10 เมกะไบต์ เพิ่มด้วยไมโครเอสดี
|
+ เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ 2.0 (A2DP) และ GPRS Class 10
+ รองรับการติดตั้งจาวา แอพพลิเคชั่น
+ เล่นเสียงเรียกเข้าจากไฟล์ MP3
+ โอนไฟล์กับเครื่องพีซีแบบมาส สตอเรจ
|
Alcatel OT-C507
แม้จะเป็นรุ่นที่วางตัวอยู่ระดับล่าง แต่เราก็ยังเห็นอะไรดีๆ มากมายจากอัลคาเทลรุ่นนี้ อย่างแรกที่เห็นได้โดยปราศจากการกดใช้งานคือ ดีไซน์ที่ดูสวยงาม ผิดกับโทรศัพท์จากค่ายอื่นที่มีราคาใกล้กัน ถ้าอัลคาเทลกลับมาทำตลาดในบ้านเราอีก ก็คงเป็นโอกาสอันดีของทุกท่านแล้ว
หลังจากมองภายนอกไปแล้ว มาดูภายในกันบ้าง C507 มีหน่วยความจำเพียงน้อยนิดแค่ 1 เมกะไบต์ แต่ที่สำคัญกว่าคือ มันยังเพิ่มขนาดเมมโมรี่ได้อีก โดยการ์ดที่ใช้ได้ยังเป็นไมโครเอสดีเหมือนเดิม อะฮ่า บลูทูธมาพร้อมกับโพรไฟล์ A2D ซะด้วย ฟังก์ชั่นพวกนี้สร้างความประหลาดใจได้มาก เนื่องจากคงไม่มีใครหวังให้มันมาอยู่ในมือถือระดับนี้หรอก ด้านการเชื่อมต่อของโทรศัพท์บางๆ ตัวนี้ยังมีจีพีอาร์เอส คลาส 10 เข้ามาข้องเกี่ยวอีกด้วยนะ
หรือถ้ายังไม่สะใจ C507 ยังให้คุณถ่ายภาพความประทับใจในรูปแบบต่างๆ ได้ กล้อง 3 แสนพิกเซลในตัวคืออุปกรณ์ที่จะช่วยคุณในส่วนนี้ และเรายังคงฟังเพลงจากเครื่องเล่นที่ติดตั้งอยู่ภายในได้ ไฟล์ที่รองรับจะเป็นพวก MP3 AAC AAC+ และ M4A
+ ขนาด 100 x 45 x 14.5 ม.ม. 75 กรัม
+ ระบบ GSM Dual-band
+ จอแสดงผล 128 x 128 พิกเซล TFT 65,536 สี
+ กล้องดิจิตอล 3 แสนพิกเซล
+ เมมโมรี่ในตัว 1 เมกะไบต์ เพิ่มด้วยไมโครเอสดี
|
+ เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ 2.0 (A2DP) และ GPRS Class 10
+ เล่นเสียงเรียกเข้าจากไฟล์ MP3
+ รับและส่งข้อความ MMS
+ แบตเตอรี่ 750 มิลลิแอมป์ คุยต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง
|
Alcatel Lollipops
สาเหตุที่เรายกอัลคาเทลรุ่นนี้มาให้ท่านผู้อ่านได้ชมก็เนื่องจาก ชื่อรุ่นมันแปลกดี มีอย่างที่ไหน อัลคาเทลรุ่น อมยิ้ม ฟังดูแล้วเบิกบานดีแฮะ เหมือนกับว่าเจ้าของโทรศัพท์ตัวนี้จะต้องเปี่ยมล้นไปด้วยความสุขตลอดเวลา และที่สำคัญ มันออกแบบมาให้เหมาะกับสุภาพสตรีทุกวัย ไม่เชื่อดูดีไซน์ และลายสกรีนรูปผู้หญิงบนฝาพับสิ สวยเช้งอย่าบอกใคร
ในด้านฟังก์ชั่น ดูเหมือนว่าลอลลี่ป๊อปส์แสนหวานอันนี้จะไม่ได้รับความสำคัญซักเท่าไหร่ แต่ก็ว่าไม่ได้ แฟชั่น โฟนที่เราเห็นมักจะเป็นแบบนี้เสมอ
จอแสดงผลของรุ่นนี้แม้จะไม่ใช่ความละเอียดต่ำสุดระดับเดียวกับรุ่นที่แล้ว ทว่าอัลคาเทลยังเลือกใช้จอ CSTN 65,536 สีอยู่ เลยอาจจะไม่ถูกใจผู้ใช้ซักเท่าไหร่ นอกจากนี้แล้ว เสียงเรียกเข้าก็ยังเป็นแบบโพลีโฟนิคอยู่ สิ่งทดแทนที่เพิ่มเติมเข้ามาคือ วอลเปเปอร์และริงโทนในแบบฉบับของลอลลี่ป๊อปส์นั่นเอง แบบนี้คงเข้ากันกับสีสันของตัวเครื่องได้อย่างเหมาะเจาะ
ภายในตัวเครื่องมีเมมโมรี่ขนาด 4 เมกะไบต์ไว้สำหรับเก็บไฟล์รูปถ่าย เมื่อพูดถึงเรื่องกล้องแล้ว ลอลลี่ป๊อปส์ถ่ายภาพได้ที่ความละเอียด 3 แสนพิกเซล ส่วนการเชื่อมต่อไม่มีให้เห็นสักอย่าง ยกเว้นจีพีอาร์เอสอย่างเดียว
+ ขนาด 88 x 45.5 x 21 ม.ม. 84 กรัม
+ ระบบ GSM Dual-band
+ จอแสดงผล 128 x 160 พิกเซล CSTN 65,536 สี
+ กล้องดิจิตอล 3 แสนพิกเซล
+ เมมโมรี่ในตัว 4 เมกะไบต์
|
+ เชื่อมต่อด้วย GPRS Class 10
+ เสียงเรียกเข้าแบบโพลีโฟนิค
+ วอลเปเปอร์และริงโทนเฉพาะจากลอลลี่ป๊อปส์
+ แบตเตอรี่ขนาด 650 มิลลิแอมป์ คุยต่อเนื่องนาน 6.45 ชั่วโมง
|
Alcatel OT-E805
มิวสิคโฟนตัวสุดท้าย และมือถือตัวท้ายสุดจากค่ายอัลคาเทลวันนี้เป็น E805 โทรศัพท์ทรงแท่ง น้ำหนักไม่มาก ฟังก์ชั่นไม่เลิศหรู
แต่เร้าใจ ไม่เชื่อตามผมมาดูได้เลย
อันดับแรกคงต้องพูดถึงเรื่องการใช้งานด้านเครื่องเล่นเพลงและส่วนประกอบก่อน เครื่องเล่นเพลงในตัวต้องมีอยู่แล้ว แต่ส่วนที่จะมารองรับนี่สิ ขาดไม่ได้ ตัวอย่างเช่น การเพิ่มหน่วยความจำด้วยการ์ดจากภายนอก และการโอนถ่ายเพลงลงเครื่อง ทั้งสองประการนี้ E805 ไม่พลาดสะดุดขาตัวเอง เพราะมันมีสล็อตใส่ไมโครเอสดี พร้อมการรับส่งไฟล์ด้วยสายดาต้าผ่านพอร์ตยูเอสบีในเครื่องคอมพิวเตอร์ รู้สึกว่าจะมีอแดปเตอร์สำหรับต่อหูฟัง 3.5 ม.ม. ด้วยนะ
นอกนั้นสเป็กของรุ่นนี้ถือว่าธรรมดามาก จอแสดงผลยังเป็นชนิด CSTN อยู่เลย และมีขนาด 128 x 128 พิกเซลแค่นั้น การเชื่อมต่อกับเครือข่ายจีพีอาร์เอสก็หายไปไหนไม่รู้ กล้องดิจิตอลที่ควรจะมีก็กลับไม่มี แต่กระนั้นเอง ฟังก์ชั่นที่โดนหั่นออกไปทำให้ราคาของ E805 น่าจะถูกลงมากๆ ทำให้คนที่อยากได้เครื่องเล่นเพลงติดโทรศัพท์ซื้อหาเจ้านี่มาใช้อย่างไม่ยากเย็น
+ ขนาด 97 x 45 x 17.3 ม.ม. 80 กรัม
+ ระบบ GSM Dual-band
+ จอแสดงผล 128 x 128 พิกเซล CSTN 65,536 สี
+ เพิ่มหน่วยความจำด้วยไมโครเอสดี การ์ด
+ เสียงเรียกเข้าแบบทรูโทนจากไฟล์ MP3
|
+ ความจุข้อความสั้น 250 รายการ
+ สีตัวเครื่อง ชมพู ดำ และฟ้าอ่อน
+ อแด็ปเตอร์แปลงแจ๊คเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม.
+ แบตเตอรี่ 650 มิลลิแอมป์ คุยต่อเนื่อง 7 ชั่วโมง
|
Philips Xenium 9@9r
ดูจากรูปอย่างเดียว ผมคิดว่ามือถือรุ่นล่าสุดจากฟิลิปมีหน้าตาดุดันและเคร่งขรึมไม่น้อยเลยแหละ สีดำที่ปกคลุมไปทั่วทั้งตัวเครื่องดลใจให้ผมมโนภาพออกมาเป็นแบบนั้น แถมดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์นี้ก็ไม่จางหายไปไหน สิ่งนี้สร้างความประทับใจเยอะทีเดียว
จุดเด่นอีกอย่างในตัวของโทรศัพท์มือถือฝาพับของฟิลิปส์คือ การใช้จอ OLED แสดงผลที่ด้านนอกขนาดเล็ก สมัยนี้ไม่ค่อยมีใครทำกันแล้ว จะขาวดำก็ขาวดำ
หรือไม่ก็สีไปเลย
ฝาพับตัวใหม่ไฉไลรุ่นนี้เล่นเสียงเรียกเข้าจากไฟล์ MP3 ได้แล้ว พร้อมกันนี้ เครื่องเล่นเพลงก็ถูกบรรจุใส่เอาไว้ภายใน ยิ่งไปกว่านั้น บลูทูธที่มีโพรไฟล์ A2D ก็ช่วยให้เล่นเพลงแบบไร้สายได้ บวกกับหน่วยความจำ 64 เมกะไบต์ และไมโครเอสดี ทำให้ 9@9r ไม่เป็นสองรองใครเรื่องการฟังเพลงเลย ทีนี้ก็เหลือแค่การทดสอบด้านคุณภาพของเสียงเท่านั้น
น่าแปลกใจอยู่อย่างตรงที่ดีไซน์ของรุ่นนี้ก็ไม่ได้บ่งบอกถึงความเหมาะสมกับสตรีเพศเป็นพิเศษ ผมไม่ได้กีดกันเรื่องเพศนะ ทว่าภายในจะมีฟังก์ชั่นที่เกี่ยวกับการนับรอบเดือนอยู่ด้วย เอาเป็นว่า 9@9f น่าจะเหมาะกับทุกเพศทุกวัย และทุกคน (ที่มีเงินซื้อ)
+ ขนาด 97 x 52 x 16 ม.ม. 82 กรัม
+ ระบบ GSM Tri-band
+ จอแสดงผล 176 x 220 พิกเซล TFT 262,144 สี
+ เมมโมรี่ในตัว 64 เมกะไบต์ เพิ่มด้วยไมโครเอสดี การ์ด
+ เสียงเรียกเข้าแบบทรูโทนจากไฟล์ MP3
|
+ บลูทูธ 2.0 รองรับโพรไฟล์ A2D
+ เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ผ่านมินิยูเอสบี
+ กล้องดิจิตอล 1.3 ล้านพิกเซล
+ ตัวคำนวณรอบประจำเดือนของผู้หญิง
|
Toshiba G900
โทรศัพท์ธรรมดาหมดไป มาต่อที่อุปกรณ์สื่อสารจำพวกพีดีเอ หรือสมาร์ทโฟนเลยดีกว่า งานนี้โตชิบ้าเขยิบตัวเองเข้าสู่วงการของมือถืออัจฉริยะ ปกติแล้วเราจะเห็นแบรนด์นี้คลุกคลีกับเรื่องคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊คมากกว่า เดี๋ยวเราจะได้เห็นความสุดยอดของมันกันครับ
จุดแรกคือ G900 มีระบบการสแกนลายนิ้วมือที่ตัวเครื่อง ถือว่าเป็นการนำเอาเทคโนโลยีอันทันสมัยนี้มาใช้กับพีดีเอ โฟนเป็นตัวแรก หรือตัวแรกๆ สร้างความปลอดภัยให้กับเจ้าของเครื่องได้อย่างดีเยี่ยม ภายในยังฝังระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โมบาย 6 ตัวใหม่ ที่เรายังไม่เคยใช้เอาไว้ จะแรงแค่ไหนคงต้องติดตามกันอีกที
หน้าจอของรุ่นนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นไวด์สกรีนของแท้ ไม่ใด้เป็นการหมุนจอเหมือนรุ่นอื่น ทว่าความละเอียดของมันเท่ากับ 800 x 480 พิกเซล หากคุณต้องการดูหนังผ่าน G900 ก็คงจะได้อรรถรสกว่าเป็นแน่แท้ แถมพื้นที่จอมีขนาดตั้ง 3 นิ้วแน่ะ เต็มตาดีจริงๆ เลย
นอกจากจะมีไวไฟ 802.11 b/g และบลูทูธ 1.2 แล้ว G900 มีพอร์ตใหม่ของทางยูเอสบีที่เรียกว่า ยูเอสบี ออน เดอะ โก (USB on-the-go) ส่วนกล้องตัวหลักก็สามารถเก็บภาพได้ที่ 2 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าใช้สำหรับวิดีโอ คอลล์เหมือนเคย
+ ขนาด 119 x 61 x 21.5 ม.ม. 198 กรัม
+ ระบบ GSM Tri-band และ HSDPA
+ จอแสดงผล 480 x 800 (WVGA) พิกเซล TFT 262,144 สี
แบบทัชสกรีน
+ เมมโมรี่ในตัว 64 เมกะไบต์ เพิ่มด้วยมินิเอสดี การ์ด
+ ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โมบาย 6 โปรเฟสชั่นแนล
|
+ คีย์บอร์ดแบบ QWERTY สไลด์จากด้านหลัง
+ กล้อง 2 ล้านพิกเซล มีกล้องด้านหน้าสำหรับวิดีโอคอลลิ่ง
+ ระบบสแกนลายนิ้วมือเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล
+ เชื่อมต่อด้วย Wi-Fi 802.11 b/g บลูทูธ และยูเอสบี
ออน เดอะ โก
|
i-mate Ultimate 9150
ผมชอบชื่อรุ่นไอเมตตัวนี้จัง มันฟังแล้วสอดคล้องกับยี่ห้อดี แต่นั่นไม่ได้สำคัญเท่ากับเนื้อหาสาระที่อยู่ภายในหรอกนะ อัลติเมต 9150 มีหน้าตาเหมือนสมาร์ทโฟนที่ใช้วินโดวส์ โมบาย ทว่าอันที่จริงแล้วไม่ใช่ เพราะระบบปฏิบัติการของมันเป็นวินโดวส์ โมบาย 6 และใช้หน้าจอทัชสกรีนในการสั่งงานหรือป้อนข้อมูลได้ และเพิ่มเอาแผงปุ่มกดรวมถึงปุ่มบังคับทิศทางเข้ามา เพื่อให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น แถมลดขนาดด้วยการแปลงร่างเป็นมือถือฝาพับอีกนะ
และความสุดยอดของ 9150 คงต้องยกให้เรื่องจอ เนื่องจากว่ามีความละเอียดถึง 480 x 640 พิกเซล เทียบเท่ารุ่นตัวใหญ่ๆ ของดูพอดที่เคยเอามาขาย คาดว่าจอ 2.6 นิ้วของมันต้องเข้าขั้นดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากนี้แล้ว ซีพียูของพีดีเอ โฟนทรงฝาหอยมีความเร็วถึง 520 เมกะเฮิร์ตซ์ คาดว่าอีกหน่อยอุปกรณ์พวกนี้คงรันหน่วยประมวลผลเป็นกิกะเฮิร์ตซ์แน่
รอมและแรมของ 9150 ก็เข้าขั้นเหนือเซียนไปแล้ว เพราะใช้ความจุ 256 และ 128 เมกะไบต์ตามลำดับ แบบนี้จะช่วยให้ติดตั้งโปรแกรมไว้ในเครื่องได้เยอะขึ้น รวมทั้งทำงานรวมกับซีพียูได้เร็วขึ้นอีกด้วย ส่วนระบบที่มันจะทำงานด้วยได้คือ HSDPA UMTS บวกกับ EDGE ที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้
+ ขนาด 98 x 50 x 19 ม.ม.
+ ระบบ GSM Tri-band UMTS และ HSDPA
+ จอแสดงผลหลัก 480 x 640 พิกเซล TFT 262,144 สี
แบบทัชสกรีน
+ รอม 256 เมกะไบต์ และแรม 128 เมกะไบต์
+
เพิ่มด้วยไมโครเอสดี
|
+ ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โมบาย 6 โปรเฟสชั่นแนล
+ ซีพียูจาก Intel Bulverde 520 MHz
+ เชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi 802.11 b/g/e/i บลูทูธ 2.0 (EDR)
+ พอร์ต VDO-OUT แสดงผลระดับ XGA
+ กล้องดิจิตอล 2 เมกะพิกเซล
+ วิทยุเอฟเอ็ม
|
i-mate Ultimate 7150
มาดูอัลติเมตตัวที่สองบ้าง รุ่นนี้สเป็กภายในเหมือนกับ 9150 เปี๊ยบเลย อันนี้ลอกกันมาแบบเพื่อนส่งกระดาษคำตอบให้ เพียงแต่ว่าลายมือไม่เหมือนกันเท่านั้น ที่บอกว่าลายมือก็คือ ลักษณะภายนอกนี่แหละ สำหรับ 7150 จะมีคีย์บอร์ดเป็นแผงใส่มาให้เลย แทนที่จะเป็นคีย์แพดตัวเลขเหมือนรุ่นเมื่อครู่ ดีไซน์ของคีย์บอร์ดนี่สวยงามมาก เข้ากับตัวเครื่องเป็นที่สุด
ความโดดเด่นของมันยังคงเหมือนกัน 9150 อย่างเช่น จอแสดงผลสุดละเอียดในระดับเดียวกับพีดีเอ โฟนที่เคยเรียกตัวเองว่าซูเปอร์มินิโน้ตบุ๊ค การเชื่อมต่อที่หลากหลายครบทุกด้าน ยกเว้นจีพีเอส กล้องดิจิตอลความละเอียด 2 ล้านพิกเซล วินโดวส์ โมบายตัวใหม่ รอมและแรมขนาดมหึมา พร้อมกับซีพียูความเร็วร้อยแรงม้า เอ้ย 520 เมกะเฮิร์ตซ์ แถมวิทยุเอฟเอ็มมาให้อีกหนึ่งเครื่องไว้ใช้แทนทรานซิสเตอร์ที่บ้าน รายละเอียดที่ต่างกันอีกนิดคือ จอแสดงผลด้านนอก ของรุ่นนี้จะเป็นจอ OLED ขนาดประมาณ 2.2 นิ้วนี่แหละ
+ ขนาด 110 x 74 x 18 ม.ม.
+ ระบบ GSM Tri-band UMTS และ HSDPA
+ จอแสดงผลหลัก 640 x 480 พิกเซล
TFT 262,144 สี แบบทัชสกรีน
+ รอม 256 เมกะไบต์ และแรม 128 เมกะไบต์
เพิ่มด้วยไมโครเอสดี
|
+ ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โมบาย 6 โปรเฟสชั่นแนล
+ ซีพียูจาก Intel Bulverde 520 MHz
+ เชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi 802.11 b/g/e/i บลูทูธ 2.0 (EDR)
+ พอร์ต VDO-OUT แสดงผลระดับ XGA
+ กล้องดิจิตอล 2 เมกะพิกเซล
+ วิทยุเอฟเอ็ม
|
Gigabyte g-Smart q60
ว่ากันว่า q60 เป็นพีดีเอ โฟนตัวแรกของกิกะไบต์ที่รองรับเทคโนโลยี 3G เครือข่ายในอนาคตลิบๆ ของบ้านเรา และว่ากันอีกว่า ถ้าพ็อกเก็ตพีซีตัวนั้นดูทีวีไม่ได้ ไม่ถือว่าอยู่ในยี่ห้อกิกะไบต์ แน่นอนครับ เรายังคงเอ็นจอยกับรายการทีวีผ่านอุปกรณ์ชิ้นนี้ได้เหมือนเดิม แต่จะเด็ดกว่าตรงที่มันสนับสนุนการใช้งานกับ DVB-H ในเครือข่าย 3G นี่แหละ
ถ้าสังเกตไม่ดี เราจะเห็นว่าปุ่มกดด้านหน้าวางตัวเบียดเสียดกันอยู่อย่างกับคนเล่นสงกรานต์ที่ถนนข้าวสาร แต่ถ้าสังเกตุใหม่อีกครั้ง เราจะเห็นว่าคีย์บอร์ดในตัวของรุ่นนี้ มีเม็ดๆ ปูดขึ้นมาบนปุ่มแต่ละปุ่ม ทำให้กดได้ง่ายขึ้น ไม่แพ้ E61 หรือ E61i ของโนเกียเลย
ลูกเล่นที่ฝังรากอยู่ภายใน q60 ตัวนี้ ก็มีประสิทธิภาพไม่แพ้ยี่ห้ออื่น จอแสดงผลเป็นแบบนอนมาแล้วที่ความละเอียด 320 x 240 พิกเซล ส่วนรอมก็มีขนาดใหญ่ 256 เมกะไบต์ และตามด้วยแรมอีก 96 เมกะไบต์ ขณะเดียวกัน ซีพียูไม่ได้เร็วน้อยกว่าอัลติเมตจากค่ายไอเมตเลย ตามสเป็กแจ้งเอาไว้แล้วว่า ตัวประมวลผลของรุ่นนี้มาจากอินเทล วิ่งที่ 520 เมกะเฮิร์ตซ์เช่นกัน
นอกจากสิ่งที่กล่าวไปแล้ว q60 มีกล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล ถ่ายได้ชัดแจ๋วด้วยออโต้ โฟกัส พร้อมด้วยกล้องหน้าด้าน เอ้ย ด้านหน้า ตามประสาโทรศัพท์ที่ทำงานในเครือข่าย 3G ได้
+ ขนาด 111 x 64 x 14 ม.ม.
+ ระบบ GSM Tri-band UMTS และ HSDPA
+ จอแสดงผลหลัก 320 x 240 พิกเซล TFT 262,144 สี
แบบทัชสกรีน
+ รอม 256 เมกะไบต์ และแรม 96 เมกะไบต์
เพิ่มด้วยไมโครเอสดี
|
+ กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล พร้อมออโต้ โฟกัส
+ ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โมบาย 6 โปรเฟสชั่นแนล
+ ซีพียูจาก Intel Xscale PXA270 520 MHz
+ เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ 2.0 และ EDGE
+ คีย์บอร์ดแบบ QWERTY
|
HTC Shift
ปิดท้ายด้วยโคตรแห่งพ็อกเก็ตพีซี หรือจะเรียกว่าเจ้าพ่อแห่งวงการโทรศัพท์ก็แล้วแต่ เอชทีซี ชิฟท์ ตัวนี้ไม่ได้ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โมบาย 6 เหมือนหลายรุ่นก่อนหน้านี้ ทว่ามันมีวินโดวส์ วิสต้า บิสซิเนสฝังอยู่ ทำให้อุปกรณ์สื่อสารขนาดตัวยาวมากกว่าครึ่งฟุตตัวนี้ได้ชื่อว่า UMPC (Ultra-Mobile PC) แปลเป็นภาษาบ้านเราว่า พีซีที่มีขนาดเล็กพกพาสะดวกมากๆ
ด้วยเหตุนี้เอง หลายคนจึงมองว่ามันไม่น่าจะเป็นโทรศัพท์ซักเท่าไหร่ เพราะบางครั้งการใช้งานต้องผ่านการบูตก่อน กระนั้นเอง มันมีจอแสดงผลแบบไวด์สกรีนของแท้ ที่ความละเอียด 800 x 480 พิกเซล โดยมีความยาวตามเส้นทแยงมุม 7 นิ้ว เล็กกว่าโน้ตบุ๊คของโซนี่ตัวแพงๆ นิดเดียวเอง สเป็กเครื่องมันก็เหนือกว่าโทรศัพท์ทั่วไปแล้ว เพราะใช้แรมขนาด 1 กิกะไบต์ มีฮาร์ดดิสก์ในตัว 30 กิ๊ก แถมซีพียูความเร็วตั้ง 1.2 กิกะเฮิร์ตซ์
แต่อย่างไรก็ตาม มันสามารถสื่อสารด้านเสียงได้ครับ เนื่องจาก ชิฟท์ ตัวนี้รองรับการทำงานในเครือข่ายจีเอสเอ็มทั้ง 4 ย่าน บวกกับ HSDPA และ UMTS แต่คาดว่าการสนทนาคงจะต้องทำผ่านชุดหูฟังอยู่ดีนั่นแหละ นอกจากนี้ การเชื่อมต่อของมันยังมีมากมายหลายทาง ทั้งไวไฟ บลูทูธ และยูเอสบี พอร์ต ขนาดมาตรฐาน ตกลงนี่มันคือคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊คขนาดเล็กที่โทรศัพท์ได้ใช่ไหมฮึ
+ ขนาด 190 x 135 x 30 ม.ม.
+ ระบบ GSM Quad-band UMTS และ HSDPA
+ จอแสดงผลหลัก 800 x 480 พิกเซล TFT 16 ล้านสี
แบบทัชสกรีน ขนาด 7 นิ้ว
+ แรม 1 กิกะไบต์ และมีฮาร์ดดิสก์ในตัว 30 กิกะไบต์
+ กล้องสำหรับวิดีโอ คอลล์ 1.3 เมกะพิกเซล
|
+
ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ วิสต้า บิสซิเนส
+ ซีพียูความเร็ว 1.2 กิกะเฮิร์ตซ์
+ เชื่อมต่อผ่านไวไฟ บลูทูธ และยูเอสบี
พอร์ตขนาดมาตรฐาน
+ ลำโพงคู่แบบสเตอริโอ
+ ระบบสแกนลายนิ้วมือ
|
|