| Phone innovation
รู้สึกตกใจเล็กๆ เหมือนกันว่าทำไมซัมซุงถึงได้ออกโทรศัพท์ใหม่มาเยอะรุ่นขนาดนี้ มีทั้งราคาสูง ฟังก์ชั่นเยี่ยม ไล่ไปจนถึงราคาถูก ลูกเล่นน้อย ลองนับนิ้วทีละตัวพบว่ามือทั้งสองข้างก็ยังใช้ไม่พอ ต้องใช้นิ้วของ บ.ก. ช่วยนับ สรุปแล้วมีทั้งหมด 13 รุ่น ไม่รวมเล่มก่อนอีก 4 ตัว ในซีรี่ยส์ของอัลตร้า เอดิชั่น 2 ที่ผมนำเสนอไปบ้างแล้ว นี่คงกะว่าออกเยอะๆ เข้าไว้ ยังไงก็ขายได้ใช่ไหมเนี่ย
เอากับเขาสิ
Samsung i710
I710 น่าจะเป็นรุ่นที่มีทีเด็ดที่สุดรุ่นหนึ่งในซัมซุง 13 ตัวที่ผมเอามาให้ดูในวันนี้ เนื่องจากว่ามันเป็นพีดีเอ โฟนที่ใช้วินโดวส์ โมบาย 5 อยู่เบื้องหลังการทำงานทั้งหมด เมื่อทราบอย่างนี้แล้ว เดาได้ไม่ผิดเลยว่าจอของมันก็ต้องเป็นระบบสัมผัสที่ความละเอียด 240 x 320 พิกเซล ตามสเป็กแล้ว เป็นจอระดับ 262,144 สี แบบ TFT ซะด้วย
เรื่องกล้องถ่ายภาพ ถ้าต่ำกว่า 2 เมกะพิกเซล ถือว่าทำได้แย่กว่ามาตรฐาน แต่สำหรับ i710 แล้วไม่มีพลาด เลนส์กล้องหลังเครื่องสามารถผลิตรูปออกมาได้ตามขนาดดังกล่าว พร้อมกับมีระบบออโต้ โฟกัส และแฟลชเพื่อใช้งานในที่แสงน้อยเหมือนกล้องดิจิตอลจริง พร้อมกันนี้โทรศัพท์จากซัมซุงยังถ่ายวิดีโอได้อีกต่างหาก เรื่องลูกเล่นโดยรวมคงต้องรอรีวิวกันล่ะนะ
ตัวขับเคลื่อนให้โทรศัพท์สัญชาติเกาหลีตัวนี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพคือ ซีพียูระดับ 416 เมกะเฮิร์ตซ์ที่เป็นของ Intel Xscale ARM920T ซึ่งน่าแปลกว่าทำไมไม่ใช้หน่วยประมวลผลจากค่ายตัวเอง ส่วนเรื่องหน่วยความจำ ระบุแค่เพียงว่ามีอยู่ 55 เมกะไบต์ ไม่ได้แยกรอมและแรมให้ เล่นเอาคนเขียนงงไปเหมือนกัน
+ ขนาด 108.8 x 58 x 13.5 ม.ม. 109 กรัม
+ ระบบ GSM Quad-band
+ จอแสดงผล 240 x 320 พิกเซล TFT 262,144 สี
+ กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัสและแฟลช
+ เมมโมรี่ในตัว 55 เมกะไบต์ เพิ่มด้วยไมโครเอสดี
|
+ เชื่อมต่อผ่านบลูทูธและสายดาต้า
+ ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โมบาย 5
+ ซีพียู Intel Xscale ARM920T PXA27x 416 เมกะเฮิร์ตซ์
+ โปรแกรมบิสซิเนส การ์ด เรคอกนิชั่น
(Business Card Recognition)
|
Samsung i520
ในเมื่อมีวินโดวส์ โมบายแล้ว ซัมซุงก็ไม่ทำให้ซิมเบียนน้อยใจ โดยการจับโอเอสชื่อดังใส่ลงไปใน i520 ซะเลย นอกจากจะเป็นสมาร์ทโฟนแล้ว โทรศัพท์ตราโสมตัวนี้ยังรองรับการทำงานในเครือข่าย HSDPA ซะด้วย นั่นเป็นเรื่องที่ทำให้พวกเรากลัวว่าซัมซุง ไทยแลนด์จะไม่เอาเข้ามาขายให้เสียเวลา ก็ทำไงได้ มีให้เลือกอีกเป็นสิบรุ่นนี่นา
ซิมเบียนที่มากับ i520 นี่ก็ไม่ธรรมดาซะด้วย เนื่องจากว่าเป็นเวอร์ชั่นใหม่ ระดับเดียวกับพวก N95 หรือ N76 ของโนเกียโน่นเลย เท่ากับไฟล์มัลติมีเดียที่ไม่เคยรองรับมาก่อนอย่าง WMA ก็เป็นของขนมไปซะแล้ว ทีนี้เล่นเพลงได้สบายไปเฉิบ
โทรศัพท์ปุ่มสัมผัสตัวนี้มีการจัดการไฟล์เอกสารที่ไม่เหมือนซิมเบียน จากค่ายฟินแลนด์ซะด้วย เนื่องจากว่าซัมซุงยังพึ่งพาพิกเซล วิวเวอร์ในการอ่านไฟล์เอกสารต่อไป ไม่ว่าจะเวิร์ด เอ็กเซล พาวเวอร์พ้อยนท์ หรือพีดีเอฟ i520 ก็จัดการได้หมดด้วยโปรแกรมๆ เดียว
ในส่วนของกล้องจะมีความละเอียดที่ 2 ล้านพิกเซล โดยที่มีเลนส์ด้านหน้า
ระดับ VGA ที่เอาไว้ใช้งานวิดีโอคอลลิ่ง รวมถึงการถ่ายหน้าของคุณเองด้วย แจ่มจริงๆ เลย
+ ขนาด 101.7 x 50.5 x 17.9 ม.ม. 99 กรัม
+ ระบบ GSM Tri-band และ HSDPA
+ จอแสดงผล 240 x 320 พิกเซล TFT 262,144 สี
+ กล้องหลัก 2 ล้านพิกเซล กล้องรอง 3 แสนพิกเซล
+ เพิ่มขนาดเมมโมรี่ด้วยไมโครเอสดี การ์ด
|
+ เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ 2.0 (A2DP) เอดจ์ และสายดาต้า
+ ระบบปฏิบัติการซิมเบียน 9.2
+ อ่านไฟล์เอกสารด้วยพิกเซล วิวเวอร์
+ ปุ่มกดด้านหน้าแบบสัมผัส
|
Samsung F520
ถ้าคุณคิดว่าการสไลด์ฝาโทรศัพท์ออกเป็นสองทิศของ N95 ดูน่าแปลกใจแล้ว F520 จะทำให้คุณ อึ้ง ทึ่ง เสียว ยิ่งกว่าเป็นเท่าตัว เนื่องจากว่ามันสามารถเลื่อนฝาได้สองทางในแนวตั้งและแนวนอน แนวแรกนั้นเป็นการดึงปุ่มตัวเลขออกมาเหมือนโทรศัพท์ประเภทนี้ ที่หาได้ทั่วไปตามท้องตลาด ส่วนแนวที่สองเป็นการเลือกใช้คีย์บอร์ดแบบ QWERTY ที่ให้ความสะดวกสุดๆ
ตั้งแต่ไอโฟนออกมา ค่ายอื่นก็ต่างใช้อาวุธหนักของตัวเองตอบโต้ อย่างซัมซุงมีมือถือประมาณเดียวกันนี้ทั้งหมดสองตัวคือ F520 และ F700 ที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้ จุดเด่นของมันคือการใช้แฟลช ยูสเซอร์ อินเตอร์เฟส ซึ่งมีหน้าตาคล้ายกับมือถือตัวแรกของแอปเปิ้ลนั่นแหละ พร้อมกันนี้พี่ซุงยังอ้างว่าเป็นการสั่งงานผ่านทัชแพ็ดซะด้วย ลืมสไตลัสไปได้เลย
แน่นอนว่าจอของมันต้องใหญ่พอตัว เพื่อรองรับการใช้งานแบบที่ว่า พื้นที่ของการแสดงผลเลยกว้างมากมายถึง 3 นิ้ว และมีความละเอียดเท่ากับ 480 x 272 พิกเซล สามารถแสดงผลได้ทั้ง 2 แนว แบบเดิมเอาไว้ใช้งานปกติ แบบไวด์สกรีนเอาไว้ดูหนัง เล่นเว็บ หรือทำงานเอกสาร
+ นาด 104.8 x 53.7 x 17.4 ม.ม.
+ ระบบ GSM Tri-band และ HSDPA
+ จอแสดงผล 480 x 272 พิกเซล TFT 262,144 สี แบบทัชสกรีน
+ กล้องดิจิตอล 3 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช
|
+ เพิ่มขนาดเมมโมรี่ด้วยไมโครเอสดี การ์ด
+ รูปแบบเมนูเป็นแฟลช ยูไอ (Flash UI)
+ ระบบสไลด์สองทิศทาง: ปุ่มตัวเลข แผงคีย์บอร์ด
+ การเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ สายดาต้า และเอดจ์
+ เบราเซอร์รองรับ HTML
|
Samsung F510
ไม่ทันได้ส่ง F500 ลงตลาด แซมมี่ F510 ก็เตรียมจะตัดหน้ารุ่นพี่ออกก่อนซะแล้ว หน้าตาของทั้งสองตัวนี้เหมือนกันเดี๊ยะราวกับว่าใช้โครงสร้างภายนอกแบบเดียวกันเลย คำถามที่ตามมาก็คือ แล้วมันต่างกันยังไงล่ะ ทีนี้ก็เป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องล้วงแคะแกะเกาอีกเช่นเคย
ไม่เพียงลักษณะภายนอกเท่านั้นที่ถอดแบบกันมา ลูกเล่นภายในยังถือได้ว่าแทบไม่ต่างกันเลย ยกเว้นการที่เจ้า F510 มีภาครับสัญญาณดิจิตอลทีวีอย่าง DVB-H ซึ่งถือเป็นส่วนเสริมเพิ่มเติมให้ความสามารถในการใช้งานด้านมัลติมีเดียที่ดีอยู่แล้วให้ดีขึ้นไปอีก
ข้อดีข้อเด่นของมือถือบิดได้ตัวนี้คือ การมีเมมโมรี่ขนาด 410 เมกะไบต์อยู่ในตัว ซึ่งเป็นที่สิงสถิตย์ของไฟล์หนังและไฟล์เพลงจำนวนมาก บวกกับการที่เพิ่มด้วยไมโครเอสดีได้ภายหลัง และยังรองรับไฟล์จาก DivX WMV และ AVI ซะด้วย จัดได้ว่าเป็นเทพแห่งการเล่นหนังอย่างแท้จริง นอกจากนี้ มือถือสองหน้าจากซัมซุงยังเก่งกาจในด้านการถ่ายภาพอีกต่างหาก
เพราะมีกล้อง 2 เมกะพิกเซล บวกกับการถ่ายวิดีโอที่ 30 fps ท่าทางว่าจะต้องรีบขอมาทดสอบโดยด่วนซะแล้ว
+ ขนาดตัวเครื่อง: 116.4 x 50.4 x 10.7 มิลลิเมตร
+ ระบบ GSM Tri-band และ HSDPA
+ จอแสดงผล 240 x 320 พิกเซล TFT 256K สี (2.4)
+ กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล
+ เมมโมรี่ในตัว 410 เมกะไบต์ เพิ่มด้วยไมโครเอสดี
|
+ เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ (A2DP) GPRS และ EDGE
+ ติดตั้งด้วย DivX CODEC
+ รองรับไฟล์หนังชนิด WMV AVI MP4 และ H.263
+ ตัวเครื่องแบบสองหน้า ใช้งานเป็นเครื่องเล่นมีเดียและโทรศัพท์
+ ดูทีวีผ่านระบบ DVB-H
|
Samsung P110
นับวันยิ่งมีมือถือทรงแปลกๆ จากผู้ผลิตมาสร้างความงงงวยในการใช้งานให้กับเรา อย่างตัวนี้ ผมยังเรียกไม่ถูกเลยว่าจะให้มันเป็นมือถือฝาพับหรือฝาหมุนดี เพราะมันทำได้ทั้งสองอย่าง จะบิดทางโน้น จะเลื่อนทางนี้ทำได้หมด แถมมีคีย์บอร์ด QWERTY ซ่อนอยู่ด้านในอีกต่างหาก ถ้าไม่นับคอมมูนิเคเตอร์ของโนเกีย ก็คงจะหาคีย์บอร์ดบนมือถือฝาพับได้ยากแหละ
เพื่อไม่ให้เป็นการน้อยหน้า หน้าจอจึงหมุนได้ 2 ทิศทาง เพื่อแสดงผลในแนวตั้งและแนวนอน ทำให้การใช้งานของ P110 ทำได้ค่อนข้างหลากหลาย แม้จะมีความละเอียดเพียง 176 x 220 พิกเซล แต่เชื่อว่าจอของซัมซุงคงไม่ทำให้ใครผิดหวัง
น้องพีพกพาความละเอียดของกล้องดิจิตอลมาไว้กับตัวที่ 3 แสนพิกเซลเท่านั้น ซึ่งน่าเหลือเชื่อไม่น้อย เมื่อมองว่ามันมีคีย์บอร์ดด้วยแล้ว คือเรื่องของเรื่อง ผมว่ามันไม่เข้ากันน่ะ ส่วนใหญ่มือถือแปลกๆ มีแป้นพิมพ์แบบนี้ น่าจะมีราคาแพง แล้วใส่กล้องเจ๋งๆ ลงไป แต่นี่กลับตรงกันข้าม นอกจากนี้ พีจังยังมีการเชื่อมต่อด้วยบลูทูธและเอดจ์ด้วยนะ
+ ขนาดตัวเครื่อง: 91 x 47 x 19.5 มิลลิเมตร
+ ระบบ GSM Tri-band
+ จอแสดงผล 176 x 220 พิกเซล TFT 65K สี
+ หน้าจอหมุนเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลได้
+ กล้องดิจิตอล 3 แสน พร้อมการถ่ายวิดีโอ
|
+ เมมโมรี่ในตัว 25 เมกะไบต์
+ เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ (A2DP) และ EDGE
+ คีย์บอร์ดแบบ QWERTY
+ แว็ป เบราเซอร์ 2.0 รองรับ xHTML
|
Samsung E840
ตั้งแต่แอลจีเลือกใช้ปุ่มกดแบบสัมผัสในตัวของช็อคโกแล็ต โฟน แล้วดังเป็นพลุแตก ตั้งแต่นั้นมาเราก็เห็นมือถือของซัมซุงมีรุ่นที่มีปุ่มแบบเดียวกันนี้ออกมาเต็มไปหมด อย่างเช่น E840 ตัวนี้เป็นต้น แต่อย่างไรความงามก็ยังคงมีให้เห็นเสมอในมือถือของซัมซุง
จะเห็นได้ว่าตัวเครื่องด้านล่างจะมีส่วนที่เหลื่อมออกมาคาบเกี่ยวกับฝาด้านบนอยู่ คาดว่าการดีไซน์แบบนี้เองที่ทำให้การสไลด์มีความแข็งแรง แน่นหนามากยิ่งขึ้น แถมทำให้ตัวเครื่องบางลงอีกด้วย ตามตัวเลขที่ได้มา ซัมซุงซีรี่ยส์ อี มีความหนาเพียง 10.6 มิลลิเมตรเท่านั้น
และใครว่า E840 สวยอย่างเดียว ความสามารถเฉพาะของมันก็ดีเยี่ยมไปแพ้กัน ยกตัวอย่างให้เช่น กล้อง 2 ล้านพิกเซล วิทยุเอฟเอ็ม เครื่องเล่นเพลงในตัว แถมมีโปรแกรมอ่านเอกสาร และใช้เบราเซอร์อย่างเน็ตฟรอนต์ในการเซิร์ฟอินเตอร์เน็ตด้วย
สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยคือการเชื่อมต่อ สำหรับโทรศัพท์หมูย่างเกาหลีตัวนี้มีเอดจ์ที่ใครหลายคนถวิลหายามที่บ้านเรายังไม่รองรับ 3 จี เน็ตเวิร์ค พร้อมด้วยบลูทูธที่มีโพรไฟล์ A2DP สำหรับการฟังเพลงแบบสเตอริโอไร้สาย และมีสายดาต้าผ่านยูเอสบี 2.0 อีกด้วยนะฮะ
+ ขนาดตัวเครื่อง: 101.5 x 52.5 x 10.6 มิลลิเมตร
+ ระบบ GSM Quad-band
+ จอแสดงผล 240 x 320 พิกเซล TFT 262,144 สี (2.2)
+ ปุ่มกดแบบสัมผัสที่ด้านหน้า
|
+ กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล พร้อมการถ่ายวิดีโอ
+ เพิ่มหน่วยความจำด้วยไมโครเอสดี
+ เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ (A2DP) และ EDGE
+ ฟังเพลงผ่านวิทยุเอฟเอ็ม
+ เน็ตฟรอนต์ เว็บ เบราเซอร์ 3.4
|
Samsung E830
ดูเหมือนว่าระยะหลังนี้ ซัมซุงจะมีมือถือฝาสไลด์ออกมาเทียบเท่ากับฝาพับ ซึ่งตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญซะแล้ว แต่ไม่ว่าจะเป็นทรงไหน สิ่งที่ผู้ผลิตรายใหญ่จากเกาหลีทำได้เสมอต้นเสมอปลายคือ ความแข็งแรง ผมคิดว่า E830 ตัวนี้ก็ไม่น่าพลาดอีกเหมือนเคย
ฮัลโหลตัวเล็กจากดินแดนหยิน-หยางถือเป็นรุ่นที่มีความสามารถลดระดับลงมานิดหน่อย เมื่อเทียบกับโมเดลก่อนหน้าทั้ง 6 ตัว สังเกตได้จากความละเอียดของจอที่เป็น 176 x 220 พิกเซล แต่อย่างไรก็ยังเป็นจอ TFT ที่มีสีสันมากถึง 262,144 สีอยู่ดี
คุณสมบัติประจำกายของรุ่นนี้ถือได้ว่าใกล้เคียงกับ E840 มากที่สุด หากไม่นับเรื่องจอ เพราะอะไรๆ ก็มีให้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น โปรแกรมอ่านไฟล์เอกสาร วิทยุเอฟเอ็ม เว็บ เบราเซอร์จากค่ายเน็ตฟรอนต์ก็ใช้เวอร์ชั่นเดียวกัน รวมทั้งกล้องก็มีความละเอียด 2 ล้านจุดเท่ากัน
หากพูดถึงเรื่องการเชื่อมต่อ คุณก็จะเห็นเอดจ์ บลูทูธที่รองรับ A2DP และ GPRS Class 10 อ้อ และที่ขาดไม่ได้คือ สายดาต้าผ่านพอร์ตยูเอสบีของเครื่องคอมพิวเตอร์อีกทางหนึ่ง
+ ขนาดตัวเครื่อง: 100 x 50.5 x 14.9 มิลลิเมตร
+ ระบบ GSM Tri-band
+ จอแสดงผล 176 x 220 พิกเซล TFT 262,144 สี
+ กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล พร้อมการถ่ายวิดีโอ
+ เพิ่มหน่วยความจำด้วยไมโครเอสดี
|
+ เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ (A2DP) และ EDGE
+ ฟังเพลงผ่านวิทยุเอฟเอ็ม
+ เน็ตฟรอนต์ เว็บ เบราเซอร์ 3.4
+ โปรแกรมอ่านไฟล์เอกสาร
|
Samsung E740
ซัมซุงถือได้ว่าเป็นผู้ผลิตมือถือรายใหญ่รายนึงของโลกที่ชอบเปลี่ยนหน้าตาเครื่อง โดยที่คงฟังก์ชั่นเดิมเอาไว้ และนำมาขายเป็นอีกรุ่น อย่าง E740 ตัวนี้มาในแนวสีแดงแป๊ดเลย ทว่าไส้ในมันคือ E830 ตัวเมื่อกี๊ดีๆ นี่เอง เชื่อว่าคงจะถูกใจสาวเล็ก สาวใหญ่เพราะเรื่องสีสันนี่แหละ
สิ่งเดียวที่ชี้ให้เห็นความแตกต่างได้คือ ความถี่ในการทำงานในเครือข่ายต่างๆ คือ รุ่นนี้เป็นโทรศัพท์ Quad-Band ที่ใช้ได้ทั่วโลก ในขณะที่ตัวก่อนทำได้แค่เพียง Tri-Band โดยตัดความถี่ 850 เมกะเฮิร์ตซ์ออกไปเท่านั้น ต่างกันเยอะไหมครับเนี่ย ฮ่าๆ
เห็นทีว่าเราจะเดินเข้าสู่ยุคของกล้องดิจิตอลระดับ 2 ล้านเกือบจะเต็มตัวแล้ว แม้แต่รุ่นกลางๆ อย่าง E740 ยังมีกล้องความละเอียดเท่านี้เลย และแน่นอนว่ามันก็ต้องถ่ายวิดีโอได้ ส่วนใครจะซื้อกล้อง 1.3 ล้าน หรือ 3 แสนตอนนี้ ขอให้ไปพิจารณาใหม่อีกครั้งหนึ่งนะ
นอกนั้นผมแทบจะลอกข้อความเดิมมาได้ทั้งหมดเลย โทรศัพท์ฝาสไลด์จากซัมซุงมีบลูทูธ (A2DP) เอดจ์ วิทยุเอฟเอ็ม เครื่องเล่นเพลงติดตั้งภายใน และใส่การ์ดไมโครเอสดีได้
+ ขนาดตัวเครื่อง: 97 x 46 x 16.8 มิลลิเมตร
+ ระบบ GSM Quad-band
+ จอแสดงผล 176 x 220 พิกเซล TFT 262,144 สี
+ กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล พร้อมการถ่ายวิดีโอ
+ เพิ่มหน่วยความจำด้วยไมโครเอสดี
|
+ เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ (A2DP) และ EDGE
+ ฟังเพลงผ่านวิทยุเอฟเอ็ม
+ แว็ป เบราเซอร์ 2.0 รองรับ xHTML
+ รองรับจาวา MIDP 2.0
|
Samsung E590
จะว่าไป ผมชอบหน้าตาของไอ้ตัวเล็กสีขาวนี่แฮะ ดูแล้วมันน่ารักดี แถมพักนี้ชอบอะไรขาวๆ ซะด้วย ขนาดตัวก็ไม่ใหญ่ พกใส่กระเป๋าได้สบายมาก และยังหนาเพียง 13.5 มิลลิเมตรเท่านั้นเอง ขณะเดียวกัน มองไปที่ฟังก์ชั่นแล้ว E590 ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
ที่กล้าบอกแบบนี้เพราะว่า กล้องดิจิตอลสำหรับเก็บภาพนิ่งของมันทำความละเอียดได้สูงสุดตั้ง 3 เมกะพิกเซล และยังมีระบบออโต้ โฟกัส เพื่อช่วยในการถ่ายภาพอย่างมีคุณภาพอีกด้วย นอกจากนี้ ด้านความบันเทิงอีกสองอย่างคือ วิทยุเอฟเอ็ม และเครื่องเล่นเพลงเหมือนเคย
หน้าจอของรุ่นนี้แปลกดีที่มาเป็นแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส เพราะตั้งแต่หมดยุคของ 128 x 128 พิกเซลมา เราก็ไม่เคยเห็นสัดส่วนนี้อีกเลยจนมาถึงจอของ
E590 สีขาวตัวนี้ ซึ่งใช้เรโซลูชั่น 220 x 220 พิกเซล แต่เชื่อว่าจอ TFT 262,144 สี ขนาด 2.2 นิ้วของยี่ห้อนี้ยังยอดเยี่ยมเช่นเคย
ปิดท้ายด้วยการเชื่อมต่อแบบเป็นแพทเทิร์น เหมือนโดนล็อคสเป็กเอาไว้ โดยจะต้องมีบลูทูธ 2.0 ที่รองรับ A2DP เอดจ์ และสายดาต้าผ่านพอร์ตยูเอสบี 2.0 ซึ่งให้ความรวดเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลได้ดี
+ ขนาดตัวเครื่อง 94 x 42 x 13 ม.ม.
+ ระบบ Tri-Band GSM
+ จอแสดงผล 220 x 220 พิกเซล TFT 262,144 สี
+ กล้องดิจิตอล 3.2 เมกะพิกเซล ออโต้ โฟกัส
+ เพิ่มขนาดหน่วยความจำด้วยไมโคร เอสดี
|
+ การเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ (A2DP ) เอดจ์ และสายดาต้า
+ ฟังเพลงจากเครื่องเล่น และวิทยุเอฟเอ็มในตัว
+ การติดตั้งจาวา แอพพลิเคชั่นเพิ่มเติม
+ เว็บ เบราเซอร์รองรับ HTML
|
Samsung E200
โทรศัพท์ทรงแท่งของซัมซุงเดี๋ยวนี้ให้อนุมานไปก่อนได้เลยว่ามีความหนาไม่เกิน 1.5 เซ็นติเมตร และที่กล่าวมานี้ก็มีหลักฐานยืนยันชัดเจน ไม่เชื่อลองไปหามิติของมือถือทรงนี้จากเว็บไซต์ต่างๆ ได้ ซึ่ง E200 ก็เข้าข่ายที่ว่า แถมยังบางแค่ 9.9 มิลลิเมตรอีกต่างหาก
ดีไซน์ของรุ่นนี้แม้จะดูแบนด้วยขนาดของเครื่อง แต่ไม่ทื่อเหมือนบางรุ่น ลองสังเกตตรงปุ่มกดให้ดี จะเห็นว่ามีการเล่นแนว เล่นระดับ ทำให้ดูไม่น่าเบื่อ ส่วนด้านหลังจะดูคล้าย Z370 ที่เพิ่งลงพรีวิวในดิ เอดจ์เล่มก่อน ดูแล้วไม่ได้น่าเกลียดอะไรอีกเช่นกัน
นี่เป็นโทรศัพท์ของซัมซุงอีกตัวที่รองรับเอดจ์ ผมถือว่ารุ่นใดที่ไม่มีความสามารถตรงนี้ในปัจจุบัน น่าจะเป็นรุ่นที่ตกยุคไปได้แล้ว (เหมือนโทรศัพท์ของตัวเอง) อีกทั้งมีบลูทูธแบบ A2DP เฉกเช่นเดียวกับทั้ง 9 รุ่นก่อนหน้า นับได้ว่าซัมซุงไม่พลาดเรื่องง่ายๆ จริงๆ
ในมุมของการถ่ายภาพแล้ว E200 มีความละเอียดอยู่ที่ 1.3 ล้านจุด หรือ 1280 x 1024 พิกเซล เทียบเท่าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ของคอมพิวเตอร์สมัยนี้ เรียกว่าถ่ายเสร็จโอนลงเครื่องผ่านบลูทูธ หรือการ์ดรีดเดอร์ ก็เปิดดูแบบเต็มจอได้ทันที
+ ขนาดตัวเครื่อง 108 x 45 x 9.9 ม.ม.
+ ระบบ Tri-Band GSM
+ จอแสดงผล 176 x 220 พิกเซล TFT 65,536 สี
+ กล้องดิจิตอล 1.3 เมกะพิกเซล
+ เมมโมรี่ในตัว 30 เมกะไบต์
|
+ สล็อตเสียบการ์ดแบบไมโครเอสดี
+ การเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ (A2DP ) เอดจ์ และสายดาต้า
+ วิทยุเอฟเอ็มในตัว
+ สีที่มีวางจำหน่าย: ดำ แดง และเงิน
|
Samsung C260
ตามสเป็กบอกมาว่า รุ่นนี้มีจอแสดงผลหลักเท่ากับ 128 x 160 พิกเซล แต่จากภาพที่ดูแล้วมันไม่น่าจะใช่ซักเท่าไหร่ เนื่องจากว่ารูปร่างของมันเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ซึ่งเหมาะกับตัวเลข 128 x 128 พิกเซลมากกว่า เรื่องนี้ผมคงทิ้งไว้ให้ท่านผู้อ่านหาคำตอบกันต่อไป แต่อย่างไรก็ดี จอของ C260 จะเป็นจอราคาต่ำลงมาชนิด UFB หกหมื่นกว่าสี ใครที่เน้นจอแจ่มๆ ขอให้ข้ามรุ่นนี้ไปได้เลย เนื่องจากว่าเขาเอามาขายคนที่ไม่อยากเสียเงินซื้อมือถือในราคาแพงนั่นแหละ
รุ่นนี้ดูเหมือนว่าจะเน้นไปที่การโทรออกและรับสายจริงๆ เพราะไม่มีกล้อง ไม่มีบลูทูธ ไม่มีเสียงเรียกเข้าแบบทรูโทน อะไรเทือกนั้น แต่ทว่ามี GPRS Class 10 และแว็ป เบราเซอร์ 1.2 มาให้เพื่อเล่นอินเตอร์เน็ตแทน แถมด้วยเครื่องอัดเสียง และเครื่องมือต่างๆ มากมาย
แบตเตอรี่ภายในมีความจุ 800 มิลลิแอมป์ น่าจะรองรับการโทรแบบกระหน่ำของคนที่ใช้โปรโมชั่นประเภทคุยยาวเม้าท์นาน โทรกระจาย น้ำลายแตกฟองได้เป็นอย่างดี
+ ขนาดตัวเครื่อง 88 x 45 x 19.8 ม.ม.
+ ระบบ Dual-Band GSM
+ จอแสดงผล 128 x 160 พิกเซล (ข้อมูลไม่ยืนยัน)
UFB 65,536 สี
+ การเชื่อมต่อผ่าน GPRS Class 10
|
+ เล่นอินเตอร์เน็ตด้วยแว็ป เบราเซอร์ 1.2
+ ความจุสมุดโทรศัพท์ 1,000 รายการ
+ เครื่องบันทึกเสียงในตัว
+ รองรับการติดตั้งจาวา แอพพลิเคชั่นเพิ่มเติม
+ เสียงเรียกเข้าแบบโพลีโฟนิค 16 คอร์ด
|
Samsung C250
กลับกลายเป็นว่า C250 มีจอขนาด 128 x 128 พิกเซลแทน ซึ่งผมมองว่าทั้ง C260 และรุ่นนี้เป็นมือถือที่อยู่ในระดับเดียวกัน วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์เทียบเท่ากัน และมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายไม่ต่างกัน แต่เอาเถอะ ผมยังมองว่ารุ่นเมื่อกี๊สวยกว่าด้วยความที่มันเป็นสีแดงสีโปรด
หากวัดกันที่ความสามารถเพียวๆ C250 ดูจะเหนือกว่านิดหน่อย เพราะมันมีวิทยุเอฟเอ็มเอาไว้สำหรับฟังเพลงยามเหงา และจอของมือฝาหอยตัวนี้เป็นแบบ CSTN ซึ่งความสวยงามน่าจะสูสีกับชนิด UFB ของรุ่นก่อนหน้านี้แบบแยกกันไม่ออก
นอกนั้นเรียกได้ว่าลอกเลียนแบบกันมาอีกเช่นเคย ยกตัวอย่างให้เห็นเช่น ความจุสมุดโทรศัพท์ 1,000 รายการ แว็ป เบราเซอร์ 1.2 รองรับ GPRS Class 10 การติดตั้งโปรแกรมหรือเกมจาวาเพิ่มเติม บวกกับการรับส่งข้อความแบบ MMS
+ ขนาดตัวเครื่อง 86 x 42 x 19 ม.ม.
+ ระบบ Dual-Band GSM
+ จอแสดงผล 128 x 128 พิกเซล STN 65,536 สี
+ การเชื่อมต่อผ่าน GPRS Class 10
+ เล่นอินเตอร์เน็ตด้วยแว็ป เบราเซอร์ 1.2
|
+ ความจุสมุดโทรศัพท์ 1,000 รายการ
+ เครื่องบันทึกเสียงในตัว
+ รองรับการติดตั้งจาวา แอพพลิเคชั่นเพิ่มเติม
+ วิทยุเอฟเอ็ม
|
Samsung F700
ปิดท้ายมือถือจากซัมซุงในฉบับนี้ด้วยรุ่นแจ่มๆ ซักหน่อย เมื่อครู่นี้ถ้าเราได้อ่านเกี่ยวกับความสามารถของ F520 ไปแล้ว จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า รุ่นนั้นมีพื้นฐานที่มาจาก F700 โทรศัพท์ที่มีคีย์บอร์ดติดตัวรุ่นนี้นี่แหละ เหตุผลจะเป็นอะไรเดี๋ยวผมชี้ให้ดูกัน
การทำงานของ F700 โดดเด่นตรงที่มียูสเซอร์ อินเตอร์เฟสเป็นแบบแฟลช ผมไม่รู้ว่ามันจะเคลื่อนไหว หรือขยับได้สวยงามเทียบเท่ากับไอโฟนหรือเปล่า แต่ที่รู้คือ ชักคันมืออยากลองเล่นกับมันดูซักตั้งแล้ว เพราะที่ผ่านมาซัมซุงก็ทำยูไอได้ดีพอตัวเลยล่ะ
แน่นอนว่าการใช้งานก็ต้องคล้ายคลึงกับไอโฟนจากค่ายผลไม้ โดยการสั่งงานผ่านหน้าจอทัชสกรีน เขาแนะนำให้ใช้นิ้วแทนปากกาสไตลัสไปเลย เหมือนกับรู้ทางผู้บริโภคว่ากว่าร้อยละ 80 ขี้เกียจหยิบปากกาจากตัวเครื่อง และใช้ปากกาธรรมชาติบนมือของผู้ใช้แทน
F700 ยังสามารถทำงานได้ในเครือข่าย 3.5 จี อย่าง HSDPA ซึ่งจุดเด่นของเน็ตเวิร์คนี้คือ สามารถรับส่งข้อมูลได้เร็วสูงสุดถึง 7.2 เมกะบิตต่อวินาทีเลยทีเดียว ซึ่งเป็นที่แน่เสียยิ่งกว่าแน่ว่าชาวสยามต้องรอกันต่อไป เอามาก็ใช้ไม่ได้
+ ขนาดตัวเครื่อง 104 x 50 x 16.4 ม.ม.
+ ระบบ Tri-Band GSM และ HSDPA
+ จอแสดงผล 240 x 440 พิกเซล TFT 262,144 สี
แบบสัมผัส
+ กล้องดิจิตอล 5 เมกะพิกเซล ออโต้ โฟกัส และแฟลช
|
+ มีกล้องด้านหน้าสำหรับการใช้งานวิดีโอ คอลล์
+ เพิ่มขนาดหน่วยความจำด้วยไมโคร เอสดี
+ การเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ (A2DP ) เอดจ์ และสายดาต้า
+ เมนูแบบแฟลช ยูไอ (Flash User Interface)
+ มีคีย์บอร์ดแบบเควอร์ตี้ที่สไลด์ออกมาจากด้านข้าง
|
Motorola RIZR Z8
นี่ก็เป็นโทรศัพท์มือถือรูปร่างแปลกอีกรุ่นหนึ่ง มองด้านหน้าเพียงอย่างเดียวอาจไม่รู้สึกได้ถึงสิ่งที่ผมบอก แต่ลองดูภาพในแนวเอียงสิ Z8 เป็นโทรศัพท์ทรงฝาเลื่อนที่มีชิ้นส่วนด้านหลังงอได้ด้วย บอกตามตรงว่าไม่รู้มีประโยชน์อะไรในเรื่องการใช้งานหรือเปล่า หรือทำออกมาให้เป็นเอกลักษณ์เพียงอย่างเดียว ผู้เขียนยิ่งทึ่มๆ อยู่ ใครก็ได้ช่วยบอกเหตุผลที
ในที่สุดโมโตโรล่าก็เป็นอีกค่ายที่นำจอระดับ 16 ล้านสีมาใช้ หลังจากที่ปล่อยโนเกียเริงร่าอยู่นาน และเลขเดียวกันนี้ยังเป็นตัวเลขของระยะเวลาสแตนด์บายของ Z8 อีกต่างหาก โดยมันสามารถอยู่ได้นานแบบไม่ต้องชาร์จ ในข้อแม้ที่ไม่ได้กดเล่นเลยถึง 16 วัน
เมมโมรี่ในตัวมีให้เยอะอย่างน่าประทับใจถึง 90 เมกะไบต์ แต่เชื่อว่าหลายคนคงบอกไม่พออยู่ดี โมโตโรล่าเลยจัดสล็อตเสียบการ์ดแบบไมโครเอสดี ที่รองรับการ์ดสูงสุด 4 กิกะไบต์เน้นๆ เทียบเท่าไอพอดนาโนตัวกลางที่เอาไว้ฟังเพลงนั่นเลย
ที่แน่กว่านั้น Z8 สามารถเอาไปใช้ในเครือข่าย HSDPA ได้ซะด้วย เห็นกล้องด้านหน้าหรือเปล่าฮะ นั่นแหละคือทีเด็ดที่หลายคนเฝ้ารอที่จะใช้กันในการสนทนาแบบวิดีโอ คอลลิ่ง ส่วนกล้องด้านหลังที่เป็นตัวหลักมีความละเอียดเท่ากับ 2 เมกะพิกเซล
ถ้าไม่บอกก็ไม่รู้อีกเหมือนกันว่าโมโตโรล่าก็มีมือถือซิมเบียนกับเขาเหมือนกัน หลังจากเล่นกับลีนุกซ์มานาน แล้วท่าทางดูจะไม่รุ่งเท่าไหร่ รุ่นนี้เลยกลายพันธุ์เป็นซิมเบียน 9.2 ที่ใช้ยูไอคิว 3.1 ในการแสดงผล ท่าทางว่านี่คงเป็นอีกรุ่นที่ต้องรีบเอามาเทสท์ซะแล้ว
+ ขนาดตัวเครื่อง 109 x 50 x 15 ม.ม.
+ ระบบ Tri-Band GSM และ HSDPA
+ จอแสดงผล 240 x 32 0 พิกเซล TFT 16 ล้านสี
+ กล้องตัวหลัก 2 เมกะพิกเซล พร้อมถ่ายวิดีโอ
ที่ระดับ 30 fps
+ มีกล้องด้านหน้าสำหรับการใช้งานวิดีโอ คอลล์ (VGA)
|
+ ระบบปฏิบัติการซิมเบียน 9.2 ยูไอคิว 3.1
+ หน่วยความจำ 90 เมกะไบต์ เพิ่มด้วยไมโครเอสดี
สูงสุด 4 กิกะไบต์
+ การเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 2.0 (A2DP)
และเอดจ์ คลาส 10
+ ซีพียู ทีไอ 2420 มัลติมีเดีย โพรเซสเซอร์
|
Motorola KRZR K3
แหม่ ไอ้เราอยากได้ K1 ยังไม่มีปัญญาจะซื้อเลย โมโตโรล่าดันส่ง K3 มาซะแล้ว แต่บอกตามตรง ไม่ต้องอ้อมค้อม กระผมยังชอบดีไซน์ของตัวเก่ามากกว่าแฮะ อย่างไรก็ดี เรื่องดีไซน์มันเป็นเรื่องส่วนบุคคล ใครจะชอบหรือไม่ชอบอันนั้นแล้วแต่มุมมองอย่างเดียวเลยฮะ
เรื่องดีไซน์อาจจะเห็นความแตกต่างไม่มาก แต่เรื่องฟังก์ชั่นแล้ว K3 ถือว่ามีรามคำแหง เอ้ย พัฒนาการพอตัวเลยทีเดียวเชียว จากเดิมที่เป็นมือถือในระบบ 2 จีกว่าๆ เท่านั้น เล่นกระโดดข้ามไป 3.5 จีเลย โดยการที่มันรองรับ HSDPA เหมือน Z8 ตัวเมื่อกี๊ สังเกตให้ดีจะเห็นเลนส์กล้องติดอยู่ใต้จอแสดงผลหลัก ซึ่งกล้องอันนี้เองมีความละเอียด 3 แสนพิกเซล ขณะที่กล้องด้านหลังเจ๋งกว่า เพราะเอาไว้ถ่ายรูปอย่างเดียว ซึ่งเป็นเรโซลูชั่น 2 ล้านพิกเซล เทียบเท่า K1 ที่วางขายอยู่ในพุงตลาด
นอกเหนือจากสิ่งที่กล่าวไปแล้ว K3 ยังไม่ได้ฉีกออกไปจากเครเซอร์ตัวเดิมเท่าไหร่ ทั้งหน่วยความจำที่มีอยู่ 50 เมกะไบต์ เพิ่มด้วยไมโครเอสดี เชื่อมต่อด้วยบลูทูธ A2DP ที่เคยมีอยู่แล้ว แถมด้วยเทคโนโลยี สกรีน 3 (Screen 3) ที่ผมยังไม่ได้ลองเล่นซักที
+ ขนาดตัวเครื่อง 103 x 42.3 x 16.3 ม.ม. 110 กรัม
+ ระบบ Tri-Band GSM และ HSDPA
+ จอแสดงผลหลัก 240 x 32 0 พิกเซล TFT 262,144 สี
+ จอแสดงผลรอง 120 x 160 พิกเซล CSTN 65,536 สี
+ กล้องตัวหลัก 2 เมกะพิกเซล
|
+ กล้องตัวรองสำหรับการใช้งานวิดีโอ คอลล์ (VGA)
+ หน่วยความจำ 50 เมกะไบต์ เพิ่มด้วยไมโครเอสดี (ฮ็อต สแว็ป)
+ การเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 2.0 (A2DP) และเอดจ์ คลาส 10
+ แบตเตอรี่ขนาด 910 มิลลิแอมป์
|
Sony Ericsson W660i
หลังจากซัดอาวุธลับชุดใหญ่มาถล่มตลาดแล้ว เอสอีก็ปล่อย W660i ดุ่มๆ มาตัวเดียว ไม่มีเหลียวมองใคร และก็ทำให้ผมปิดคอลัมน์ Phone Innovation ฉบับนี้ได้อย่างสวยหรู ถ้าจะเทียบเรื่องรูปร่าง ผมคิดว่าวอล์คแมน โฟนตัวนี้น่าจะคล้ายคลึงกับ W610i มากที่สุด โดยที่มีการพัฒนาเรื่องคุณสมบัติบางประการเพิ่มขึ้นมา ได้แก่ การรองรับ UMTS นอกนั้นกินกันไม่ลง
สิ่งที่ด้อยกว่าตัวเปรียบเทียบก็ใช่ว่าจะไม่มี กล้องของรุ่นใหม่นี้ไม่มีระบบออโต้ โฟกัส ทั้งที่ W610i ติดตั้งมาให้เรียบร้อย นอกนั้นโคลนนิ่งกันมาแบบไม่ต้องพึ่งเจ้าดอลลี่
จอแสดงผลของเอสอีตัวล่าสุดมีความละเอียด 176 x 220 พิกเซล โดยเป็นจอ TFT 262,144 สี และใช้เครื่องเล่นวอล์คแมน เวอร์ชั่น 2.0 รองรับไฟล์เพลงเยอะแยะมากมาย ฟอร์แมตใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามาก็พวก เรียล ออดิโอ และไฟล์จากวินโดวส์ มีเดียอย่าง WMA รวมถึง WMV ที่เป็นวิดีโอด้วย นอกจากนั้น ยังมีวิทยุเอฟเอ็มที่กลับมาอีกครั้งหลังจากโดนตัดออกไปใน W880i และขาดไม่ได้เลยคือ ระบบ RDS และแทร็คไอดีที่อยู่ในวอล์คแมนตัวหลังๆ
+ ขนาดตัวเครื่อง 102 x 46 x 14.5 ม.ม. 93 กรัม
+ ระบบ Tri-Band GSM และ UMTS 2100
+ จอแสดงผล 176 x 220 พิกเซล TFT 262,144 สี
+ กล้องตัวหลัก 2 เมกะพิกเซล
+ กล้องตัวรองสำหรับการใช้งานวิดีโอ คอลล์ (VGA)
|
+ หน่วยความจำ 16 เมกะไบต์ เพิ่มด้วยเมมโมรี่ สติ๊ก ไมโคร
+ การเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 2.0 (A2DP) และยูเอสบี 2.0
+ รองรับไฟล์ใหม่ๆ อย่าง WMA WMV RM (Real Audio / Video)
+ วอล์คแมน 2.0 พร้อมวิทยุเอฟเอ็ม
|
Sony Ericsson W580i
แล้วความผิดพลาดทางเทคนิคก็เกิดขึ้น ทำให้ผมต้องเอามือถือจากเอสอีสองรุ่นมาเติมหน้าที่ขาดหายไป เป็นผลทำให้คุณผู้อ่านได้เห็นโทรศัพท์จากค่ายนี้เพิ่มขึ้นอีกสองตัว แต่ละรุ่นก็มีความน่าสนใจซะด้วย คงทำให้ W660i ไม่ได้ตบท้ายคอลัมน์ได้แบบสมใจอยาก
W580i ไม่ได้มีทีเด็ดในเรื่องการฟังเพลงเพียงด้านเดียว แต่มันยังตอบรับความต้องการของนักกีฬาได้อีกด้วย อย่างที่เคยทำมาแล้วใน W710i ที่มีเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวของผู้ใช้ ทำให้สามารถนับก้าวเดิน หรือจะประยุกต์ใช้กับงานอื่นๆ ก็ไม่มีปัญหา
โทรศัพท์ฝาสไลด์ตัวที่สามจากค่ายเอสอียังมีลูกเล่นด้านไลท์ เอฟเฟ็ค (Light Effects) เพิ่มเติมมาด้วย คาดว่าน่าจะเป็นการใช้ไฟกะพริบตามส่วนต่างๆ ของเครื่อง ซึ่งผมยังไม่มีข้อมูลว่ามันอยู่ตรงส่วนใด อาจจะเป็นเม็ดที่เรียงอยู่แถวแผงปุ่มตัวเลขก็ได้กระมัง
นอกจากนั้นแล้ว เอสอีหนา 14 มิลลิเมตรตัวนี้ยังมีกล้อง 2 เมกะพิกเซล การเชื่อมต่อด้วยเอดจ์ พร้อมการอัพโหลดภาพถ่ายขึ้นบล็อกของตัวเองอย่างรวดเร็ว เมมโมรี่ที่คาดว่าจะแถมมาให้เป็น M2 ขนาด 512 เมกะไบต์ และแน่นอนเรื่องการฟังเพลงยังมิได้ขาดหาย เพราะว่านี่คือวอล์คแมน โฟนนั่นเอง
+ ขนาดตัวเครื่อง 99 x 47 x 14 ม.ม. 94 กรัม
+ ระบบ Quad-Band GSM
+ จอแสดงผล 240 x 320 พิกเซล TFT 262,144 สี
+ กล้องดิจิตอล 2 เมกะพิกเซล
|
+ หน่วยความจำ 12 เมกะไบต์ เพิ่มด้วยเมมโมรี่ สติ๊ก ไมโคร
+ การเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 2.0 (A2DP) และยูเอสบี 2.0
+ เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว
+ ระบบไฟเอฟเฟ็คเพื่อเพิ่มสีสัน
+ วอล์คแมน 2.0 พร้อมวิทยุเอฟเอ็ม และแทร็คไอดี
|
Sony Ericsson Z750i
เล่นดีไซน์มาแบบนี้ คนที่ซื้อ Z610i ไปแล้วหงายท้องเลย และ Z750i เป็นชื่อใหม่ที่ถูกเอามาเรียกให้กับโทรศัพท์ที่อิ่มเอมไปด้วยแฟชั่นตัวนี้ ส่วนเรื่องคุณสมบัติก็ต้องมีการปรับปรุงอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ แถมปรับเยอะเสียด้วย ยิ่งทำให้ลูกค้าเดิมสะท้านทรวงเข้าไปใหญ่ ฮ่าๆ
เดิมทีหน้าจอของรุ่นเก่าจะเป็น 176 x 220 พิกเซล แต่หลังจากการยกเครื่องใหม่แล้ว ทำให้ Z750i
มีจอละเอียดกว่าเดิมที่ 240 x 320 จุด และยังคงเป็นชนิด TFD เหมือนเดิม
นอกจากนั้นแล้ว สิ่งพิเศษสุดคือโทรศัพท์ฝาพับจากเอสอีตัวนี้เป็นรุ่นแรกที่มีการเชื่อมต่อทั้ง HSDPA UMTS และ EDGE มาพร้อมกันทั้งหมด เมื่อก่อนแบบไหนมา อีกแบบจะหายไป และบลูทูธก็ไม่ได้หายไปไหน นี่ถ้าเติมไวไฟกับอินฟราเรดมาให้ คงจะเป็นมือถือที่ครบเครื่องด้านการติดต่อสื่อสารที่สุดเครื่องหนึ่งเลยทีเดียว
ส่วนของดีๆ อย่างเดิมที่เอสอียังคงเอาไว้ให้กับ Z750i คือ กล้องดิจิตอล 2 ล้านพิกเซล กล้องตัวที่สองสำหรับวิดีโอ คอลล์ การเพิ่มเมมโมรี่ด้วยเมมโมรี่ สติ๊ก ไมโคร วิทยุเอฟเอ็ม แถมด้วยแทร็คไอดีที่หลุดมาได้ไงก็ไม่รู้ แหะๆ
+ ขนาดตัวเครื่อง 97.4 x 49 x 20 ม.ม. 110 กรัม
+ ระบบ Quad-Band GSM UMTS และ HSDPA
+ จอแสดงผลหลัก 240 x 320 พิกเซล TFD 262,144 สี
+ กล้องดิจิตอล 2 เมกะพิกเซล
|
+ หน่วยความจำ 32 เมกะไบต์ เพิ่มด้วยเมมโมรี่ สติ๊ก ไมโคร
+ การเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 2.0 และเอดจ์
+ วิทยุเอฟเอ็ม รองรับอาร์ดีเอส
+ สีที่จะวางจำหน่าย แฟนท่อม เกรย์ และโรส พิ้งค์
+ คาดว่าจะวางจำหน่ายไตรมาสที่ 3 ปี 2007
|
|