PhoneOne M503 - โฟน วัน
สัดส่วนภายนอก
โฟนวันยังคงเดินหน้าออกโทรศัพท์รุ่นใหม่อย่างไม่หยุดยั้ง กะทำทารุณกรรมแบรนด์เล็กไม่ให้ได้เกิดกันเลยว่างั้น นี่เป็นอีกรุ่นที่มีราคาไม่แพง และมีฟังก์ชั่นเหมือนกับมือถือรุ่นอื่นที่เราเคยได้เห็นกันมา มองเพียงผิวเผินเราคงไม่รู้ว่า M503 ดีกว่ายังไง ฉะนั้น ผมขออาสาผ่าเครื่องในให้ท่านได้ชมกัน
การออกแบบโดยรวมยังคงเน้นไปที่สีดำ โดยเอาสีเมทัลลิกยุรนันท์เข้ามา เอ้ย แซมเข้ามา และโครเมี่ยมเคลือบไว้ด้านหน้า การประกอบยังอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่ต้องตำหนิอะไร สิ่งที่ผมอยากติงเอาไว้เป็นเรื่องการใช้งานมากกว่า เพราะโฟนวันตัวนี้มีปุ่มวางสาย (end) อยู่ตรงกลางระหว่างปุ่มสี่ทิศ นั่นก็หมายความว่าการกดยืนยันต้องทำผ่านซอฟต์คีย์ฝั่งซ้ายเพียงทางเดียว แถมผมกดผิดตลอดการทดสอบเครื่องรุ่นนี้ เพราะปกติแล้วเรากดปุ่มตรงกลางได้เลย ไม่รู้อีกนานแค่ไหนถึงจะชิน เพราะฉะนั้น ผมถือว่านี่เป็นข้อเสียนะครับ
อย่างที่สองคือ ปุ่มกดที่เป็นสีเงินทั้งหมดกดได้ยากเหลือหลาย เนื่องจากว่าอยู่เบียดเสียดกันเหมือนปลากระป๋องตามสามแม่ครัว แถมไม่ค่อยนูนออกมาสักเท่าไหร่ ถ้าคิดว่ารำคาญนัก ผมเสนอทางเลือกให้ใช้ปากกาสไตลัสแตะจอเอาดีกว่าครับ จอของรุ่นนี้ใหญ่ประมาณ 2.1 นิ้ว ยังเอานิ้วจิ้มได้ไม่ยากเท่าไหร่
ลักษณะเด่นภายนอกของ M503 อีกอย่างคือ มีสล็อตใส่การ์ดอยู่ภายนอก เช่นเดียวกับปุ่มชัตเตอร์ที่แยกออกมาต่างหาก ส่วนปากกาสไตลัสก็ไม่ได้เล็กตามขนาดเครื่อง ผู้ชายไซส์เอ็กซ์แอลอย่างผมสามารถหยิบใช้ได้อย่างสะดวกมือ ส่วนด้านหลังจะเป็นลำโพง เลนส์กล้อง และกระจกส่องถ่ายตัวเอง ใต้แบตเตอรี่นั้นไม่มีอะไร นอกจากถาดใส่ซิมการ์ด 2 ใบ เรียงซ้อนแบบไขว้กันอยู่
ชำแหละเครื่องใน
เห็นจอทัชสกรีนของมือถือโออีเอ็มมาก็มาก บางรุ่นทำออกมาได้ไม่ดีเลย บางส่วนของจอ เมื่อแตะลงไปแล้วจะไม่ค่อยติด ถึงขนาดต้องเอาปากกาแทงกันเลยทีเดียว แต่สำหรับโฟนวันตัวนี้ทำออกมาได้ดีมากๆ ย้ำว่าดีจริง ไม่ต่างอะไรจากพีดีเอโฟนราคาสามหมื่นเลย ผู้ใช้สามารถจิ้มจอได้ง่ายดายทุกส่วน ทั้งเมนูตอบสนองต่อการสัมผัสได้อย่างรวดเร็ว น่าประทับใจครับ
การใช้งานซิมการ์ดสองใบของ M503 ก็มีข้อได้เปรียบอีกประการหนึ่ง นั่นคือการเลือกเปิดหรือปิดซิมการ์ดใดซิมการ์ดหนึ่งได้ จะปิดเบอร์หนึ่งเปิดเบอร์สองก็ไม่มีปัญหา ผิดกับรุ่นอื่นที่มักจะปิดได้แค่เบอร์รองเท่านั้น นอกนั้นก็ทำงานได้เหมือนรุ่นอื่น ยังยกเว้นการรับเอ็มเอ็มเอส การใช้งานจีพีอาร์เอสจากสายสอง (ไม่ใช่พุทธมณฑล) ไว้เหมือนเดิม ส่วนเรื่องการรับสัญญาณจากเบอร์หลักและรอง ผมไม่ได้ทดสอบให้นะ เพราะทำได้ยาก เท่าที่ลองใส่ซิมของเอไอเอสลงไปทั้งคู่ เสาสัญญาณที่แสดงขึ้นมาบนหน้าจอยังเท่ากัน
เสียดายเหลือเกินที่ M503 ไม่มีวิทยุเอฟเอ็มมาให้ จริงแล้วผมว่ามันสำคัญ และหลายรุ่นที่ราคาเท่ากันนี้ก็มีมาแล้ว แต่ยังไงก็ช่าง เรายังมีกล้อง 1.3 ล้านพิกเซล และกล้องวิดีโอระดับ 176 x 144 จุด ลูกเล่นไม่มีอะไรแปลกใหม่จากรุ่นอื่น เครื่องเล่นวิดีโอของรุ่นนี้ดีตรงเล่นเต็มจอ และสามารถจับภาพสกรีนช็อตจากไฟล์วิดีโอได้ด้วย ส่วนเครื่องเล่นเพลงสามารถเล่นเป็นแบ็คกราวนด์ได้ ไม่ใช่เล่นเพลงแล้วต้องค้างอยู่ที่หน้าจอเครื่องเล่นอย่างเดียว การใช้งานจึงมีความยืดหยุ่นสูง
อีกเรื่องที่ต้องชมเชยไว้เลยคือ การพิมพ์ไทยด้วยระบบสะกดคำ และคีย์บอร์ดเสมือนบนหน้าจอ แม้จะไม่ได้เรียงตัวเหมือนคีย์บอร์ดมาตรฐานเควอร์ตี้ แต่ก็เรียงตามลำดับตัวอักษรไทย แถมแป้นมีและฟอนต์มีขนาดใหญ่ จิ้มได้อย่างแม่นยำมาก มือถือโออีเอ็มยี่ห้ออื่นควรดูไว้เป็นตัวอย่างให้ดี
กูรูฟันธง
ถ้ามองเรื่องคุณสมบัติโดยรวมและบริการหลังการขาย ผมว่า M503 เป็นมือถืออีกรุ่นหนึ่งที่น่าใช้ เสียดายอย่างเดียวตรงปุ่มกดวางสายที่ดันอยู่ผิดที่ผิดทางเท่านั้นแหละ มันสร้างความลำบากให้กับผมเวลาใช้งานจริงๆ จะรีบกดดันกลายเป็นว่าออกมาที่หน้าจอหลักซะงั้น ทว่าหากคุณสามารถแยกแยะหรือสร้างความคุ้นเคยได้อย่างรวดเร็ว ปัญหานี้คงไม่สร้างความหนักใจให้คุณแต่อย่างใด
ข้อดี
- การสัมผัสหน้าจอทำได้ดีมาก
- ใส่ซิมการ์ดได้สองใบ ใช้ได้พร้อมกัน และเลือกเปิดปิดเบอร์ไหนก็ได้
- มีระบบสะกดคำและเวอร์ช่วล คีย์บอร์ดภาษาไทย
- กล้องดิจิตอล 1.3 เมกะพิกเซล
- สล็อตใส่การ์ดไมโครเอสดีอยู่ด้านนอก (ฮ็อตสแว็ป)
- เชื่อมต่อผ่านบลูทูธและจีพีอาร์เอส
- บันทึกเสียงระหว่างใช้สายได้
ข้อเสีย
- ปุ่มวางสายที่ดันมาอยู่กลางเครื่อง
- ไม่มีวิทยุเอฟเอ็ม
- ยังไม่มีการใส่โน้ตย่อเหมือนเดิม
|