Panasonic X200 Slim Elegance - พานาโซนิค
สัดส่วนภายนอก
ทรวดทรงองค์เอวของ X200 นี่บาดตาบาดใจเหลือเกิน เพราะบางเฉียบได้รูป แถมสีขาวทำให้สะดุดตาดีเหลือเกิน
แต่ก็ไม่วายที่จะเป็นข้อเสียในตัวของมันเอง เพราะความบางทำให้ถือในมือลำบาก
กลัวว่าจะหลุดมือไป ยิ่งคนที่ไม่ค่อยชอบเอามือถือใสกระเป๋าอย่างผมด้วยแล้ว
คงต้องหาอะไรมาใส่กันไว้ก่อน ส่วนสีขาวที่นำมาเป็นตัวเครื่อง ผมดูแล้วไม่น่าจะดำได้ง่าย
เนื่องจากผิวสัมผัสเป็นแบบแคลือบเงา ก็ไร้กังวลตรงจุดนี้ ส่วนปุ่มกดที่เป็นรูปทรงแคปซูลมีลักษณะแบนราบไปกับเครื่อง
ดูเหมือนจะทำให้กดได้ยาก แต่ผมลองดูก็ไม่เป็นปัญหา ที่ลำบากจริง ๆ เป็นปุ่มควบคุมสี่ทิศทางมากกว่า
ตัวเครื่องโดยรวมก็เป็นแบบเรียบง่าย เช่นเดียวกับ X100 จากพานาโซนิคเหมือนกัน
เพราะรอบเครื่องเห็นจะมีสิ่งที่ต่างออกไปแค่อินฟราเรด และไฟกะพริบด้านบนและล่าง
(แต่ผมไม่เคยเห็นอันล่างมันกะพริบเหมือนกันนะ) ด้านบนเครื่องจะเป็นที่ร้อยสายคล้องคอ
หรือจะเอาไว้ร้อยอะไรก็สุดแล้วแต่
ชำแหละเครื่องใน
เครื่องในของเจ้านี่ไม่มีอะไรมาก ก็ดูเอวมันบางซะขนาดนั้น ข้างในจะมีอะไรมากมายกันล่ะ
ล้อเล่นครับ จริงแล้วรุ่นนี้ผู้ผลิตจะเน้นในเรื่องของการออกแบบซะมากกว่า
อาจจะละเลยฟังก์ชั่นที่สำคัญอย่างออแกไนเซอร์ไป ทำให้ปฏิทินที่อยู่ในเครื่องมีเอาไว้ดูวันที่เท่านั้น
ไม่สามารถใส่นัดหมายและตั้งเตือนก็ย่อมไม่ได้ อย่างไรก็ตาม เราจะมาพูดถึงข้อดของมันกันบ้าง
เริ่มแรกคือ หน้าจอชนิด TFT แสดงผลด้วยขนาด 128 x 128 พิกเซล บวกกับสีจำนวน
65,536 สี ที่ดูแล้วสวยงามพอประมาณ สีอาจจะไม่สดมาก แต่ดูแล้วสบายตาดี
ข้ามมาที่กล้องดิจิตอล ถ่ายได้ความละเอียดสูงสุดสามแสนพิกเซล แต่ลูกเล่นกลับไม่มีอะไรเลย
ถือว่าให้มาไม่ค่อยครบซักเท่าไหร่ นอกจากนั้นเป็นเสียงเรียกเข้าโพลีโฟนิค
ที่มีความใสไพเราะ และนุ่มอย่างบอกไม่ถูก ส่วนตัวผมเองแล้ว ผมชอบโพลีโฟนิคของพานาโซนิคมากกว่าซัมซุง
เป็นอย่างไรลองไปฟังกันเอาเองนะ ส่วนอื่นก็ยังมีอินฟราเรด ที่อำนวยความสะดวกในการเอารูปถ่ายออกมาจากเครื่อง
โดยไม่ต้องผ่านทางข้อความมัลติมีเดียให้เสียตังค์ ไม่เพียงเท่านี้ ฟังก์ชั่นพื้นฐานทางการโทรก็มีสมุดโทรศัพท์ความจุ
300 รายการ เป็นแบบใส่รายละเอียดได้ ใส่รูปเพื่อแสดงหน้าผู้โทรเข้าได้
ระบบข้อความก็รองรับข้อความมัลติมีเดีย แต่ดันพิมพ์ไทยไม่ได้ซะงั้นล่ะ
กูรูฟันธง
มาว่ากันที่ข้อเสียก่อนเหมือนเดิม ประการแรก เรื่องออแกไนเซอร์ ที่ผมคิดว่าหลายคนจำเป็นต้องใช้
เพื่อตั้งให้เตือนเวลาเราต้องทำอะไร มีนัดกับใครวันไหน อะไรประมาณนี้
ซึ่ง X200 เอง ยังทำตรงจุดนี้ได้ไม่เข้าขั้น อาจจะเพราะเป็นแฟชั่นโฟนกระมัง
ถัดมาเป็นการอัดเสียงที่ทำได้แค่ 15 วินาที บางครั้งเราต้องการอัดเสียงสนทนาที่ออกจะยาวอยู่บ้าง
ก็ทำไม่ได้ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี สุดท้ายเป็นข้อเสียเล็กน้อยที่ผมพบได้คือ
ตัวเครื่องบางอยู่มาก ทำให้ไม่เหมาะกับคนมือใหญ่แน่ อาจจะเป็นเพราะผู้ผลิตเน้นจับกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นผู้หญิงมากกว่า
ในทางกลับกัน ข้อดีที่สุดของมันก็คือเรื่องการดีไซน์นั่นล่ะ ที่ทำได้โดนใจหลายคนมาก
ยิ่งคนที่ชอบมือถือสีขาว และโทรศัพท์ที่บางๆ พกสะดวกหน่อย ยิ่งติดใจกันเข้าไปใหญ่
แต่ไม่ใช่ว่ามีเพียงการดีไซน์ที่โดดเด่น แต่ฟังก์ชั่นอื่นอย่าง กล้องดิจิตอลสามแสนพิกเซลก็มีมาให้
หน้าจอบวกเสียงเรียกเข้าที่ไม่อายใคร สมุดโทรศัพท์แบบใส่รายละเอียดและโชว์หน้าคนโทรได้
ปิดด้วยการเชื่อมต่อด้วยอินฟราเรดแบบอิสระ ทำให้เราส่งรูปถ่ายลงคอมได้โดยสะดวก
เท่านี้เองก็เหมาะอย่างยิ่งแก่การเสียเงิน สุดท้ายผมคิดว่าหากคุณเป็นคนหนึ่ง
ที่ชอบมือถือสไตล์แฟชั่นโฟน และไม่ชอบอะไรที่มันเกะกะกระเป๋า ก็ให้ Panasonic
X200 ตอบคำถามของคุณอีกครั้งเถอะครับ
ข้อดี
ตัวเครื่องบางสุด ๆ
หน้าจอ TFT 65,536 สี
เสียงเรียกเข้าใสกริ๊ง
กล้องดิจิตอลสามแสนพิกเซล
รองรับจาวา
ข้อเสีย
อัดเสียงได้เพียง 15 วินาที
ปฏิทินใส่นัดหมายไม่ได้
|